- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 320. [เนื้อเรื่องเสริม] ช่วงเวลาอันงดงาม (2)
◈บทที่ 320. [เนื้อเรื่องเสริม] ช่วงเวลาอันงดงาม (2)
◈บทที่ 320. [เนื้อเรื่องเสริม] ช่วงเวลาอันงดงาม (2)
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 320. [เนื้อเรื่องเสริม] ช่วงเวลาอันงดงาม (2)
เวลาสำหรับการจิบชายามบ่ายล่วงเลยไปแล้ว ถึงเวลาพาคุณลูคัสไปยังที่พัก
จักรพรรดินีองค์ที่สอง ดัสเทีย ทรงนำทางลูคัสด้วยฝ่าบาทเอง ห้องที่ลูคัสจะพักนั้นอยู่ชั้นหนึ่งของพระราชวัง แยกเป็นสัดส่วน
“ต่อไปนี้ใช้ห้องนี้ได้แล้วนะคะ”
สัมภาระของลูคัสได้รับการจัดเตรียมเรียบร้อยแล้วโดยอัลเบอร์โต
ลูคัสเบิกตาโพลงเล็กน้อยก่อนก้าวเข้าไปในห้อง ดูแล้วสะดวกสบายกว่าห้องพักของตระกูลเขาเสียอีก
“ขอบคุณมากครับ องค์จักรพรรดินี”
“……ลูคัส”
ดัสเทียทรงย่อฝ่าบาทลงนั่งตรงหน้าลูคัส ให้ระดับสายตาเท่ากัน แล้วทรงอมยิ้มอย่างอ่อนโยน
“เราได้ยินเรื่องไม่ดีที่เกิดขึ้นกับเธอมาหมดแล้ว ลำบากมากสินะ?”
“…….”
“เราจะไม่บอกว่าให้ถือที่นี่เป็นบ้านนะ……แต่ถึงอย่างนั้น เราก็จะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อให้เธออยู่ได้อย่างสบายเหมือนบ้านของเธอเอง แอชกับเซเรเนดก็จะช่วยด้วย”
“……ขอบคุณครับ องค์จักรพรรดินี”
ลูคัสก้มหัวเล็กน้อย
“ผมจะพยายามครับ”
“ได้สิ เราทุกคนต้องพยายามด้วยกัน”
ดัสเทียทรงหัวเราะอย่างเป็นกันเอง
ช่างประหลาด รอยยิ้มที่อ่อนโยนนั้น ราวกับรอยยิ้มของมารดาจริง ๆ
ความรู้สึกเขินอายทำให้ลูคัสถอยหลังเล็กน้อย พลาดไปชนเชิงเทียนบนโต๊ะ
“อ่า……?!”
ก่อนที่ลูคัสจะคว้าเชิงเทียนได้ทัน เทียนดับวูบลงไป จุดไฟติดพรมด้านล่าง…
คลิก
…แต่เปลวไฟกลับไม่ลาม
ดัสเทียยื่นมือออกไป แล้วดีดนิ้วเบา ๆ ราวกับกำลังย้อนเวลา เชิงเทียนลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อนจะวางลงบนโต๊ะอย่างสงบนิ่ง ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“อ่า……?”
ลูคัสเบิกตากว้าง มองดัสเทียด้วยความตกตะลึง พลังเวทสีเทาอ่อน ๆ เปล่งประกายล้อมรอบกายเธอ
เหมือนล้อนาฬิกาที่พันกันยุ่งเหยิง พลังเวทที่หมุนวนเป็นเกลียว ค่อย ๆ ถูกดูดกลับเข้าสู่ร่างกายของเธอ
“ค…แค่ก!”
ดัสเทียผู้สร้างปาฏิหาริย์แปลกประหลาดนั้น ไอออกมาอย่างแรง เมื่อไอสงบลง เธอกระพริบตาให้ลูคัสอย่างรวดเร็ว
“โอ๊ย… ใช้เวทมนตร์แล้วโดนตำหนิแน่เลย……อย่าบอกคนอื่นนะ ลูคัส? เข้าใจใช่ไหม?”
ดัสเทียยื่นนิ้วก้อยออกมา ลูคัสก็ยื่นนิ้วก้อยของตัวเองไปเกี่ยวโดยไม่รู้ตัว
นิ้วก้อยเรียวเล็กของดัสเทีย และนิ้วก้อยเล็ก ๆ ของลูคัส เกี่ยวกันแนบแน่น แกว่งไกวไปมาเบา ๆ
นั่นคือสัญญาแห่งความลับ
ดัสเทียยิ้มบาง ๆ ลูบผมสีทองของลูคัสเบา ๆ ก่อนจะโบกมือลา
“ราตรีสวัสดิ์นะ ลูคัส มีอะไรก็เรียกอัลเบอร์โตล่ะ”
“ครับ… ครับ…!! ฝันดีนะครับ!”
ดัสเทียมองลูคัสที่โค้งคำนับอย่างสุภาพ ด้วยแววตาอ่อนโยน แล้วปิดประตูเบา ๆ ทิ้งให้ความเงียบสงัดปกคลุมห้องอีกครั้ง
ลูคัสมองประตูที่ปิดสนิทลงไปด้วยความงุนงง ก่อนจะก้าวเท้าสั้น ๆ ไปนั่งลงบนเตียงอย่างเซื่องซึม
หัวสมองของเขาวนเวียนไปหมด ทุกอย่างดูแปลกประหลาดไปเสียหมด
ทั้งเรื่องที่เขาต้องมาอยู่ที่นี่หลังจากสูญเสียพ่อแม่ไป ความอ่อนโยนแปลก ๆ จากคนที่ไม่รู้จัก ผ้าห่มและหมอนที่เย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็งจากอากาศหนาวเหน็บ……
และเวทมนตร์ประหลาดที่ดัสเทียได้แสดงออกเมื่อครู่ด้วย
ลูคัสถอนหายใจเบา ๆ แล้วหันไปทางด้านข้าง
และแล้วเขาก็พบกับแอชที่เกาะอยู่ที่หน้าต่าง พร้อมกับลมหายใจสีขาวเป็นไอ
“……?”
ลูคัสลูบตาเบา ๆ คิดว่าตนเองตาฝาดไป แต่ไม่ใช่ แอชตัวเป็น ๆ นี่เอง
เจ้าชายน้อยวัยแปดพรรษา กำลังเกาะอยู่ที่หน้าต่างห้องของลูคัส ตัวสั่นเทา ริมฝีปากเล็ก ๆ กำลังพยายามบอกว่า ‘เปิดให้หน่อย’ ……
“?!”
ลูคัสตกใจจนแทบจะกลิ้งไปที่หน้าต่าง รีบเปิดบานหน้าต่างออกทันที
แอชคลานเข้ามาในห้องในทันที แก้มแดงก่ำเพราะความหนาวเหน็บ
“สวัสดี ลูคัส!”
“อ่า สวัสดีครับ…ฝ่าบาท”
ลูคัสยังไม่เข้าใจสถานการณ์ จึงถามด้วยความงุนงง
“มาที่นี่ตอนนี้ได้ยังไงครับ……?”
แอชยิ้มกริ่มออกมา
“มาเล่นกัน!”
พูดจบประโยคนั้นออกมา
ดวงตาสีฟ้าของลูคัสเบิกโพลงด้วยความสงสัย
“ครับ?”
“ฉัน! ฝันอยากเล่นกับเพื่อนตอนกลางคืน! พี่เซเรเนดก็กลับบ้านตอนกลางคืนแล้ว เลยเหงาสุด ๆ !”
แล้วเจ้าชายน้อยก็ปีนขึ้นไปที่ขอบหน้าต่างอีกครั้ง ชี้ไปยังด้านนอก
“มาสิ! พาไปที่ลับของฉัน!”
ร่างเล็กของเจ้าชายวิ่งหายออกไป ลูคัสตกใจ รีบปีนออกทางหน้าต่างตามไปทันที
แม้หิมะจะไม่ตก แต่ความหนาวเหน็บก็แผ่ปกคลุมทั่วบริเวณ
แอชหายใจเป็นควันขาวฟุ้งกระจาย ปีนกำแพงเตี้ย ๆ ของพระราชวังแยกอย่างคล่องแคล่ว ปีนบันไดเกาะผนังด้านนอกอย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนจะปีนขึ้นไปบนหลังคาอย่างเชี่ยวชาญ
แล้วปีนเข้าไปในห้องใต้หลังคาที่อยู่ใต้สุดของพระราชวังแยก ผ่านทางหน้าต่างเล็ก ๆ
ลูคัสที่ตามมาหอบเหนื่อยหอบ แอชชี้ไปที่ห้องใต้หลังคาด้วยสีหน้าภูมิใจเหลือล้น
“นี่คือที่ลับของฉัน!”
……ที่ลับนั้น ก็เป็นเพียงห้องใต้หลังคาธรรมดา ๆ เท่านั้นเอง
มีหนังสือภาพ ของเล่น กระดานหมากรุกวางกระจัดกระจายเกลื่อนกลาดไปหมด มีผ้าห่มนุ่ม ๆ โคมไฟส่องแสงอุ่น ๆ และโถแก้วใส่น้ำผลไม้ดองวางอยู่
แอชยกคิ้วอย่างภาคภูมิใจ เมื่อเห็นลูคัสกวาดสายตามองสำรวจรอบ ๆ
“ฉันอนุญาตให้นายเข้ามาได้เป็นกรณีพิเศษ!”
“ขะ…ขอบคุณครับ……?”
“อ่า! รหัสคืออันนี้! จำไว้ล่ะ!”
แอชยกมือเล็ก ๆ ขึ้นมาเคาะหน้าต่างเบา ๆ
เคาะ… เคาะสองที เคาะหนึ่งที
“เวลาเข้าที่ลับของเรา ต้องเคาะแบบนี้ เข้าใจไหม?”
“ครับ…ครับ……”
ลูคัสเองก็ไม่แน่ใจนักว่านั่นจะเรียกว่ารหัสได้หรือเปล่า แต่ก็จำไว้ตามนั้น
แอชหัวเราะร่วนจนเห็นฟันขาวสะอาด เอาผ้าห่มคลุมหัวลูคัสพลางคลุมหัวตัวเองด้วย
จุดโคมไฟให้แสงสว่างอ่อน ๆ ก่อนนั่งคุกเข่าลงตรงหน้า เจ้าชายตัวน้อยเอ่ยถาม
“ได้! แล้วเราจะเล่นอะไรกัน?”
แล้วเด็กชายทั้งสองก็เล่นกันจนดึกดื่น
เล่นหมากรุกฝีมือยังไม่ค่อยเก่งนัก กินผลไม้ดองจากโถแก้ว เลียมือที่เหนียวเหนอะหนะจากน้ำตาล พลางอ่านหนังสือภาพไปด้วย
กระทั่งดึกดื่น ก็เริ่มคุยกันถึงเรื่องคนรักในอุดมคติ
ลูคัสบอกว่ายังไม่มี แอชก็ว่า “ฉันก็ยังไม่มีนะ” แล้วก็พูดถึงเซเรเนดเรื่อยเปื่อย ว่าพี่สาวคนนั้นมาเล่นที่พระราชวังแยกนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วมาเล่นกับตัวเองตอนไหน……
“อ้อ อย่างนี้นี่เอง”
เมื่อพูดถึงเซเรเนด แอชก็บิดตัวไปมา ใบหน้าที่ยังมีแก้มตุ่ย ๆ แดงก่ำขึ้นมาทันที
แม้แต่มนุษย์โง่ก็ยังรู้ว่าเจ้าชายคนนี้ชอบใคร ลูคัสได้แต่หัวเราะเบา ๆ
แล้วก็คุยกันไปเรื่อย ๆ จนเวลาล่วงเลยไป
เช้ามาอย่างรวดเร็ว เด็กชายทั้งสองกอดผ้าห่มหลับไปอย่างเหนื่อยอ่อน
แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
พรึ่บ!
ประตูห้องใต้หลังคาเปิดออก อัลเบอร์โตผู้ดูแลที่หน้าบึ้งตึงก็โผล่เข้ามา
“ฝ่าบาท……อยู่ที่นี่อีกแล้ว! แล้วก็ยังลากลูคัสมาด้วย……!”
แอชที่ลุกขึ้นมาหาวอย่างเหนื่อยล้า บ่นอุบอิบ
“อัลเบอร์โต……นายไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามานี่นา……หาว”
“ในพระราชวังแยกนี้ ไม่มีที่ไหนที่คนแก่ผู้นี้เดินไม่ถึงเลยครับ ฝ่าบาท!”
“อ๊าาา อย่าเข้ามา! นี่มันที่ลับของฉัน!”
“ผมรู้แล้วนี่ครับ จะปิดบังอะไรอีก...โอ๊ย! รีบไปอาบน้ำแล้วกลับห้องก่อนที่องค์จักรพรรดินีจะรู้เรื่อง!”
อัลเบอร์โตคว้าแขนเด็กชายทั้งสองข้างแล้วลากตัวไป
ดูท่าจะชินกับเรื่องแบบนี้เสียแล้ว แอชที่ยังหาวอยู่ก็พูดพลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ
“มาเล่นกันใหม่นะ ลูคัส!”
ลูคัสมองแอชอย่างงุนงงสักพัก ก่อนอมยิ้มบาง ๆ
“……ครับ ฝ่าบาท”
อัลเบอร์โตพาเด็กชายทั้งสองไปส่งที่ห้อง
เพราะเล่นกันทั้งคืน เด็กชายทั้งสองเลยนอนหลับไปทั้งวัน ดัสเทียสส่ายหัวมองทั้งคู่ เซเรเนดก็ปิดปากหัวเราะกลั้นไว้ไม่อยู่
วันแล้ววันเล่าผ่านไปเช่นนั้น
แอชเป็นเด็กซนที่ก่อเรื่องวุ่นวายทุกวันด้วยใบหน้าเรียบเฉย ส่วนลูคัสก็ต้องคอยเล่นกับแอชอยู่เสมอ
ไม่มีเวลาคิดเรื่องไม่ดี ลูคัสปรับตัวเข้ากับชีวิตในพระราชวังได้อย่างรวดเร็ว หัวเราะและโดนดุไปพร้อม ๆ กัน จนกลายเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกันไปเสียแล้ว
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว...
***
ห้าปีต่อมา
เคาะ… เคาะสองที เคาะหนึ่งที
ลูคัสเคาะประตูห้องแอช แล้วเปิดประตูเข้าไปโดยไม่ลังเล
“ผมมาแล้วครับ ฝ่าบาทเตรียมตัวเสร็จหรือยังครับ?”
“อื้อออออ……”
แอชที่ยืนอยู่หน้ากระจกเงาตัวเต็มความสูงส่งเสียงครางออกมาเบา ๆ
แอชสวมชุดทักซิโด้สีดำขาวดูสง่างาม
เจ้าชายแอช วัยสิบสามปี โตขึ้นมากเมื่อเทียบกับห้าปีก่อน ทว่าก็ยังคงความเป็นเด็กน้อยอยู่ ชุดทักซิโด้ดูน่ารักมากกว่าดูสง่างามเสียอีก
“เฮ้ ลูคัส!”
แอชตะโกนเสียงดังพลางดิ้นรนกับการผูกโบว์อย่างยากลำบาก
“ฉันดูไม่แปลกใช่ไหม?!”
“ผมพูดกี่ครั้งแล้วครับ ฝ่าบาท……”
ลูคัสที่ยืนอยู่ด้านหลังถอนหายใจออกมาเบา ๆ
“ในบรรดาภาพลักษณ์ที่ผมได้เห็นมาตั้งแต่มาที่นี่ วันนี้ดูดีที่สุด……ไม่สิ วันนี้หล่อที่สุดเลยครับ”
ลูคัสวัยสิบสองปีสวมสูทสีน้ำตาลอ่อน ชุดดูใหญ่ไปสักหน่อยสำหรับร่างกายเล็ก ๆ ของเขา แต่ก็ดูเข้ากันได้ดีทีเดียวหากพิจารณาจากความเร่งรีบในการตัดเย็บ
เหตุผลที่เด็กชายทั้งสองแต่งตัวอย่างหรูหราเช่นนี้ก็เพราะวันนี้เป็นวันหมั้นของแอชและเซเรเนด
แอชสวมรองเท้าส้นสูงแล้วก็มองดูส่วนสูงของตัวเองด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย
“พี่เซเรเนดจะชอบฉันแบบนี้ไหม?!”
“เฮ้อ…….”
ลูคัสได้แต่ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง
ตั้งแต่มาอยู่ที่พระราชวังแยกเมื่อห้าปีก่อน ลูคัสก็รับรู้มาตลอดว่าทั้งสองคนแอบชอบกัน
แต่ทั้งคู่กลับไม่รู้ตัว เลยได้แต่มองหน้ากันโดยไม่กล้าเข้าใกล้
สำหรับคนที่ได้เห็นเหตุการณ์อยู่ข้าง ๆ มันเป็นการแสดงความรักที่น่าอึดอัดใจยิ่งนัก
และลูคัสก็ต้องรับหน้าที่เป็นเหมือนเทพบุตรแห่งความรัก ส่งจดหมายรักไปมาระหว่างทั้งคู่……
‘เวลาที่ทรมานและถูกดูหมิ่นนั้นจบลงแล้ว’
หลังจากขุดเจาะความสัมพันธ์มาห้าปีเต็ม! ในที่สุดทั้งคู่ก็ได้ครองใจกัน! ได้รับพรจากพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายเรียบร้อย! และวันนี้ก็มาถึงแล้ว...วันหมั้น!
“หมั้นอะไรกันเนี่ย แต่งเลยดีกว่า!”
แม้จะก้าวไปข้างหน้าได้แล้ว ทว่าเมื่อนึกถึงภารกิจ ‘ขุดเจาะ’ อันยิ่งใหญ่เพื่อการแต่งงาน ลูคัสก็รู้สึกหน้ามืดตาลายขึ้นมาทันที
ทั้งคู่ยังเขินอายที่จะจับมือกัน แล้วจะก้าวไปข้างหน้าได้ยังไงกัน... และลูคัสต้องเฝ้ามองการก้าวเดินอันเชื่องช้าของคู่รักคู่นี้จากข้างหลัง...
แค่คิดก็รู้สึกอึดอัดแล้ว ลูคัสยกมือขึ้นปิดหน้าผากพลางส่ายหัวไปมา
จูบเลย! รีบ ๆ หน่อย! แต่งงานเลย! มีลูกเยอะ ๆ ! สักห้าคน!
“อุ๊ย ลูกเหรอ?”
เมื่อนึกภาพบรรดาลูกตัวน้อย ๆ ของแอชและเซเรเนด ลูคัสถึงกับสะดุ้ง
“ต้องน่ารักแน่ ๆ เลย”
เขาคืออัศวินผู้พิทักษ์ของแอช การปกป้องเหล่าเด็ก ๆ ก็เป็นหน้าที่ของเขาอยู่แล้ว
ไม่! ห้ามแบ่งงานให้ใคร ไม่ต้องใช้พี่เลี้ยง เขาจะเป็นคนชงนมให้เด็ก ๆ เอง แล้วก็เขย่าเปลนอนให้หลับเองด้วย
“ก่อนถึงวันนั้น ต้องไปเรียนรู้วิธีเลี้ยงเด็กก่อน”
ลูคัสพยักหน้าเบา ๆ คิดที่จะขอเรียนรู้จากหญิงชราผู้ทรงภูมิภายในวัง
แอชที่ไม่รู้ถึงแผนการอันแสนซุ่มซ่ามของอัศวินผู้พิทักษ์ ถอนหายใจอย่างเศร้าสร้อย
“ถ้าฉันสูงกว่านี้นิดหน่อยก็ดี”
ตอนนี้แอชตัวเตี้ยกว่าเซเรเนดเสียอีก
แอชไม่ชอบเลยจริง ๆ ที่สาวที่ตัวเองแอบชอบสูงกว่าตัวเอง
ลูคัสรู้ว่าช่วงเวลานี้คงไม่นานหรอก แอชคงโตขึ้นและสูงกว่าเซเรเนดในเร็ววัน
แต่ตอนนี้ เขาอยากแกล้งแอชมากกว่าจะปลอบใจเสียอีก
“เพราะไม่นอนตอนกลางคืนเลยไม่ใช่หรือไงครับ ถึงได้ตัวเล็กอย่างนี้?”
“แล้วนายที่ชอบมานายล้งฉัน ทำไมถึงสูงจังล่ะ!”
“ความสูงมันขึ้นอยู่กับพันธุกรรมครับ แล้วผมก็ฝึกดาบทุกวันด้วย……”
“อ๊าาาา! แบ่งความสูงให้ฉันบ้างสิไอ้คนนี้!”
แอชตะโกนลั่น ก่อนจะหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากตู้เสื้อผ้า
“นี่ลูคัส! รับไป”
ลูคัสรับของจากแอชด้วยความสงสัย
“นี่มัน…อะไร?”
“ดาบ”
นั่นคือดาบเหล็กแท้ ๆ
ใบมีดยาวประมาณห้าสิบเซนติเมตร สั้นกว่าดาบไม้ที่ลูคัสใช้เสียอีก ดูเหมือนว่าจะสั่งทำขึ้นมาพิเศษให้เข้ากับวัง
แต่ก็พอเหมาะกับลูคัสที่ยังตัวเล็กอยู่
ดวงตาของลูคัสเบิกกว้างเล็กน้อย เขาจ้องมองความแวววาวของใบมีดอย่างตื่นตาตื่นใจ สวยงามตั้งแต่ด้ามจับ ใบมีด ไปจนถึงฝักดาบ
แอชยกไหล่ขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าแดงเรื่อเพราะความเขินอาย
“ฉันว่านายก็ควรใช้ดาบจริงแทนดาบไม้ได้แล้วล่ะ ฉันขออนุญาตอัลเบอร์โตแล้ว สั่งทำที่โรงตีเหล็กในเมืองหลวง ชอบไหมล่ะ?”
“ฝ่าบาท……”
เมื่อเห็นใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความประทับใจของลูคัส แอชจึงเอ่ยต่อ
“นี่มันงานหมั้นนะ ถ้าอัศวินผู้พิทักษ์ของฉันใช้ดาบที่ดูแย่แบบนี้ ฉันก็อายด้วย……ดาบไม้เนี่ย ไม่ค่อยเท่เท่าไหร่เลยใช่มั้ยล่ะ?”
“……คืนความประทับใจให้ผมคืนมาเลยนะครับ อื้อหือ”
ลูคัสบ่นพึมพำพลางเสียบดาบสั้น ๆ แต่ดูดีเข้าที่เข็มขัด
“ดีมาก อัศวินผู้พิทักษ์ของฉัน!”
แอชตรวจดูลูคัสด้วยความพึงพอใจ ก่อนตบไหล่เขาอย่างหนักแน่น
“ช่วยฉันในงานหมั้นด้วยนะ!”
“ได้เลยครับ ได้แน่นอนสิครับ”
“เยี่ยม! ไปกันเถอะ-!”
แอชสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วก้าวเดินอย่างภาคภูมิใจ ลูคัสรีบตามติด ๆ
เหล่าคนรับใช้ที่วิ่งวุ่นไปมาอยู่บนทางเดินเพื่อต้อนรับแขกงานหมั้น เมื่อเห็นแอชก็ต่างปรบมือส่งเสียงเชียร์สนั่น
แอชเดินไปอย่างองอาจ ทว่าก็แฝงความเขินอายไว้เบา ๆ ลูคัสเดินตามไปพลางกลั้นหัวเราะไม่อยู่
และเมื่อถึงปลายทางเดิน ณ ห้องจัดเลี้ยงกลางสวนลานพระราชวังอันแสนร่มรื่น
“อ่า”
ท่ามกลางความเขียวขจีของสวนในฤดูร้อนอันสดใส
เซเรเนด หญิงสาววัยสิบห้าปีผู้งดงามราวกับเทพธิดา กำลังรออยู่
เธอสวมชุดสีเบจทรงเงือก ผมสีน้ำทะเลลอนสวยราวกับเธอเงือกที่หลุดออกมาจากนิทาน
“อ่า…….”
เซเรเนดสบตากับแอชก่อนก้มหน้าลงอย่างเขินอาย ใบหน้าแดงก่ำ ขนตาหนายาวบังดวงตาสีเงินดวงโตไว้
“…….”
แอชอ้าปากค้าง ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น
‘ต้องหลุดแน่ ๆ เลย’
ลูคัสปิดปากแอชไว้พลางส่ายหัวเบา ๆ
แล้วก็
“เอาวะ”
ฟุ่บ!
เขาผลักแอชไปอย่างแรง
“อ๊ะ? อื้อ ๆ ! อ๊าาา!”
แอชเซไปกลางสวนจนเกือบล้ม
เซเรเนดรีบคว้าตัวแอชไว้ทัน ทั้งคู่เซเล็กน้อยก่อนจะยืนทรงตัวได้
สบตากันแล้ว
หัวเราะออกมาพร้อมกันราวกับนัดหมายกันไว้เสียอย่างนั้น
แขกเหรื่อที่มาร่วมงานหมั้นต่างหัวเราะตามไปด้วย
ดัสเทีย จักรพรรดินีองค์ที่สอง ท่านเคานต์ วินเทอร์ซิลเวอร์ เคานต์เตส และเหล่าขุนนางที่นั่งอยู่ปรบมือหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
แต่มีเพียงคนเดียวที่น้ำตาไหลพราก นั่นก็คืออัลเบอร์โต……
อัลเบอร์โตพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ แต่สุดท้ายก็ร้องไห้จนใบหน้าเคร่งขรึมเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตา
หนวดเคราที่เขานั้นภูมิใจเหลือเกินก็เปียกโชกไปด้วยน้ำตา ลูคัสเองก็รู้สึกจมูกบานขึ้นมาเหมือนกัน
“ขอให้มีความสุขนะครับ ฝ่าบาท”
ท่ามกลางเสียงปรบมือดังก้อง เด็กชายเด็กหญิงกอดกันพลางคุยกันอย่างมีความสุข
ลูคัสมองภาพที่แสนน่ารักและตรึงใจนั้นพลางยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน
แล้วก็
เฟอร์นานเดสยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มแขก
เฟอร์นานเดสวัยสิบเจ็ดปีที่เขาได้พบกันอีกครั้งหลังจากห้าปี ผ่านไป โตขึ้นมาก แต่ลูคัสยังจำผมสีแดงเข้ม ดวงตา และบรรยากาศเฉพาะตัวของเขาได้ขึ้นใจ
“……!”
ลูคัสเบิกตากว้างไหล่สั่นเล็กน้อย เฟอร์นานเดสชี้ไปที่ริมฝีปากตัวเอง
ชู่ว-
ดวงตาสีแดงเข้มของเฟอร์นานเดสที่แอบซ่อนอยู่หลังแว่นตาเผยรอยยิ้มบาง ๆ ลูคัสกัดฟันแน่น
เสียงดนตรีอ่อนหวานของวงดนตรีเล็ก ๆ ค่อย ๆ แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ คู่รักหนุ่มสาวต่างโอบกอดกันเบา ๆ ใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย ก่อนจะเริ่มต้นร่ายรำอย่างอ่อนช้อย
งานหมั้นเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ภายใต้แสงแดดอุ่นละมุนที่สาดส่องลงมาอย่างนุ่มนวล
ลูคัสจำต้องก้าวตามคำแนะนำของเฟอร์นานเดส เข้าไปสู่ความมืดมิดทึบทึม รกชัฏไปด้วยพืชพันธุ์ต่าง ๆ
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_