เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

◈บทที่ 308. [สำรวจอิสระ]: เก็บของระหว่างพัก (5)

◈บทที่ 308. [สำรวจอิสระ]: เก็บของระหว่างพัก (5)

◈บทที่ 308. [สำรวจอิสระ]: เก็บของระหว่างพัก (5)


【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】

【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】

【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】

◈บทที่ 308. [สำรวจอิสระ]: เก็บของระหว่างพัก (5)

ฉันกับกลุ่มหลักรีบกลับเข้าดันเจี้ยนอีกครั้ง เพื่อไปสมทบกับสมาชิกที่เหลือซึ่งกำลังสำรวจอยู่ และปิดภารกิจให้เสร็จสิ้น

จึงใช้ประตูมิติย้ายกลับมายังดันเจี้ยน [สถาบันวิจัยเวทมนตร์] แต่ว่า……

“พวกเรามาถึงแล้ว……”

ฟู่ว ฟู่ว ฟู่ว

โช๊ะ! ฟู่ว ฟู่ว

“……?”

อะไรนะ? อะไรกันนี่!

[สถาบันวิจัยเวทมนตร์] กลายเป็นซากปรักหักพังไปหมดแล้ว เปลวเพลิงโหมกระหน่ำลุกไหม้อย่างบ้าคลั่งทั่วทุกแห่งหน

สมาชิกปาร์ตี้ที่เหลืออีกราว ๆ ยี่สิบคน นั่งอยู่ที่จุดปลอดภัย ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกใจ ร่างกายเปรอะเปื้อนไปด้วยเขม่าและขี้เถ้า

“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย”

ฉันพึมพำด้วยความงุนงง เบอร์ดันดี้เดินโซเซเข้ามาหาฉัน ผมสีเขียวอมฟ้าที่เคยเงางาม ตอนนี้ไหม้เกรียมยุ่งเหยิงไปหมด

“แอชค่ะ…… มาแล้วเหรอคะ……?”

“ไม่ใช่ เบอร์ดันดี้ เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

“……ฉันจะเล่าตั้งแต่ต้นเลยนะคะ”

เบอร์ดันดี้เล่าพร้อมกับสีหน้าที่ดูสิ้นหวังราวกับจะทรุดลงไปกองกับพื้น

“พวกเราได้รับข่าวสารว่า ที่ดันเจี้ยน สถาบันวิจัยเวทมนตร์แห่งนี้ มีจอกศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเรากำลังตามหาอยู่ค่ะ”

“อ๋อ เลยอาสาเข้ามาสำรวจสินะ”

“ค่ะ นี่เป็นข้อมูลที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดในรอบร้อยปีที่ผ่านมา เลยกำลังค้นหาอยู่ทั่วทุกมุมของสถาบันวิจัยเวทมนตร์……”

เบอร์ดันดี้ยื่นสิ่งของในมือให้ฉันดู

ใบไม้สีเขียวสดชื่น แม้จะอยู่ในสถานที่ร้อนระอุ ก็ยังคงความเขียวขจีอยู่

“นี่คือใบไม้ของต้นไม้โลกค่ะ แน่นอนแล้วว่า ที่นี่ต้องเป็นสถานที่ที่ใช้สำหรับวิจัยเกี่ยวกับมันแน่ ๆ”

คณะสำรวจจอกศักดิ์สิทธิ์บอกว่า เหตุผลที่ตามหาจอกศักดิ์สิทธิ์ก็เพื่อปลุกต้นไม้โลกให้ฟื้นคืนชีพ นั่นสินะ

จอกศักดิ์สิทธิ์มีความเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับต้นไม้โลก

“พวกเราจึงมั่นใจว่า ที่นี่ต้องมีจอกศักดิ์สิทธิ์แน่นอน……”

“อืม”

แต่ทำไมที่นี่ถึงกลายเป็นทะเลเพลิงไปได้ล่ะ

“พอดีใจที่กำลังจะเข้าไปข้างในต่อ ก็……”

เบอร์ดันดี้หันไปมองข้าง ๆ ด้วยสีหน้าบึ้งตึง

ดัสก์ บริงเกอร์ยืนอยู่ข้าง ๆ มือไขว้หลัง กำลังเป่านกหวีดอย่างไม่สนใจอะไร

“มังกรตัวนั้น…… พ่นลมหายใจใส่…… ทำให้สถาบันวิจัยเวทมนตร์พังทลาย และเกิดไฟไหม้ เลยต้องหนีออกมาที่นี่ค่ะ”

“……ลมหายใจ? ลมหายใจของมังกรเหรอ?”

ลำแสงอะไรสักอย่างที่พุ่งออกมาจากปากนั่นเหรอ? ทำแบบนั้นได้ด้วยเหรอ? ไม่สิ ทำไมถึงพ่นออกมาล่ะ

พอฉันมองไปอย่างตกตะลึง ดัสก์ บริงเกอร์ก็ “ครึ่ม!” แล้วแก้ตัวเสียงแผ่ว

“ไม่ใช่…โทรลล์ที่เหลือรอดมันซ่อนตัวอยู่ แล้วก็โจมตีพวกเราอย่างกะทันหัน ฉันตกใจจนสะอึก”

“……สะอึกแล้วลมหายใจก็ออกมาเหรอ?”

“บางที…ก็ใช่?”

ดัสก์ บริงเกอร์ยิ้มอย่างเท่ นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาทำท่าเท่แบบนี้นะ!

เบอร์ดันดี้ทำท่าเหมือนจะคว้าดาบออกมาฟันดัสก์ บริงเกอร์ แต่ด้วยความแตกต่างของพลังต่อสู้ที่เห็นได้ชัด เธอจึงตัวสั่นเทาอย่างกลั้นไม่อยู่

ฉันลูบหัวเบอร์ดันดี้เบา ๆ

“รอแป๊บนึงนะ เดี๋ยวพอไฟดับแล้ว เราจะเข้าไปสำรวจต่อก็ได้-”

พูดจบปุ๊บ…

บูมมมมม-!

เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับแรงระเบิดที่ทำลายสถาบันวิจัยเวทมนตร์อย่างรุนแรง

เศษซากอาคารพังทลายลงมาเหมือนลูกเห็บปลิวว่อน พร้อมกับกระแสลมร้อนที่พัดกระหน่ำ

เอวานเจลีนวิ่งมาหาพวกเราที่ตกใจจนตัวแข็ง ก่อนจะกางโล่ขึ้นอย่างรวดเร็ว

ปังงง-!

เกลเชียร์ ภูติน้ำแข็งที่สถิตอยู่ในโล่ หมุนวนอย่างรวดเร็ว แล้วสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมา ขยายโล่ให้ใหญ่ขึ้นหลายสิบเท่าในพริบตา

ตุบ ๆ ๆ ๆ !

โล่ขนาดมหึมารับเศษซากของสถาบันวิจัยเวทมนตร์ไว้ทั้งหมด เอวานเจลีนทำหน้าตื่นเต้นพลางตะโกนลั่น

“เย้! โล่ใหม่เจ๋งมากเลย!”

เจ๋งก็จริง…แต่ดูสถานการณ์หน่อยสิเฟ้ย!

โล่สะอาดสะอ้านสะท้อนภาพสถาบันวิจัยเวทมนตร์ที่กลายเป็นเพียงเศษผงธุลีหลังจากระเบิดย่อยยับ……

……

ตุบ

เบอร์ดันดี้ทรุดตัวลงคุกเข่า

น้ำเสียงสิ้นหวังแผ่วเบา

“ทุกอย่าง…จบลงแล้ว……”

“ไม่ใช่ เบอร์ดันดี้ ยังไม่ถึงที่สุด…”

“ไม่ใช่ค่ะ จบแล้วค่ะ ความพยายามของพวกเรามาตลอดร้อยปี อนาคตของเผ่าพันธุ์เรา ทุกอย่าง…จบลงแล้ว…”

ใบไม้แห่งต้นไม้โลกในมือเธอโบกสะบัดอย่างน่าเวทนา ราวกับเป็นใบไม้ใบสุดท้ายของฤดูใบไม้ร่วง

เบอร์ดันดี้กอดมันไว้แน่น แล้วหัวเราะออกมาอย่างสิ้นหวัง

“จบแล้ว! จบแล้ว! เอลฟ์จะถึงกาลอวสาน! ยอมรับมันซะ!”

“เฮ้! ตั้งสติหน่อย เบอร์ดันดี้!”

ฉันรีบคว้าเมล็ดทานตะวันจากกระเป๋า แล้วเร่งยัดใส่ปากเธอ

ฉันต้องรีบแจ้งข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ให้เบอร์ดันดี้ที่กำลังสติแตก พลางร้องเพลงชาติของเอลฟ์เบา ๆ

“จอกศักดิ์สิทธิ์…อยู่ที่อื่น!”

ดวงตาพร่ามัวของเบอร์ดันดี้กลับส่องประกายอีกครั้ง

เบอร์ดันดี้เคี้ยวเมล็ดทานตะวันอย่างลนลาน ก่อนจะถามฉันด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“คะ?”

“จอกศักดิ์สิทธิ์ไม่อยู่ที่นี่ ฉันรู้ว่ามันอยู่ที่ไหน”

ในเกม มันคือไอเท็มที่การันตีตำแหน่ง ฉันจึงรู้แน่ชัด แต่เพราะจังหวะไม่ดี จึงยังไม่ได้บอก…

“หอคอยเวทมนตร์ เขตที่ 8 มันอยู่ที่นั่น”

ดันเจี้ยนเขตที่ 8 [หอคอยเวทมนตร์]

นี่คือดันเจี้ยนระดับสูงกว่าสถาบันวิจัยเวทมนตร์ เปรียบได้กับความแตกต่างระหว่างมหาวิทยาลัยกับมหาวิทยาลัยระดับบัณฑิตศึกษา

เบอร์ดันดี้เบิกตากว้างมองฉัน พลางเลียเมล็ดทานตะวันในปาก ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงลังเล

“คุณไม่ได้โกหกฉันใช่มั้ยคะ……?”

“ไม่ใช่ ไม่โกหกแน่นอน ถ้าครั้งนี้มันไม่ได้ผล ฉันจะรับผิดชอบเอง”

“รับผิดชอบเหรอคะ…… รับผิดชอบยังไงคะ……?”

“ฉันจะช่วยทำให้เผ่าพันธุ์ของพวกเธออยู่รอดได้ ถึงแม้จะไม่มีจอกศักดิ์สิทธิ์ก็ตาม! อย่ากังวลเลย”

อืม ที่นั่นมีจอกศักดิ์สิทธิ์ จริงอยู่ ก็เลยไม่นับว่าเป็นคำพูดลอย ๆ

เบอร์ดันดี้จึงยื่นมือออกมาอย่างระมัดระวัง

“สัญญาใช่มั้ยคะ?”

“แน่นอน สัญญา”

ฉันจับมือเธอ เบอร์ดันดี้จับมือฉันแน่น แล้วโบกไปมา

สถานการณ์คลี่คลายลง และเนื่องจากไม่มีเหตุผลที่จะต้องอยู่ในดันเจี้ยนที่พังยับเยินเช่นนี้ต่อไป ฉันจึงสั่งให้ถอนกำลัง

ขณะที่เหล่าปาร์ตี้ทยอยใช้ประตูมิติออกไป ฉันไปยืนอยู่เบื้องหน้าดัสก์ บริงเกอร์ พลางขมวดคิ้ว

“ท่านดยุค…… เธอพ่นลมหายใจใส่ดันเจี้ยน จนมันพังราบเป็นหน้ากลองได้ยังไงกัน……?”

ถ้ามันพังยับเยินขนาดนี้ ดันเจี้ยนก็ใช้งานไม่ได้ สัตว์ประหลาดที่จะฟื้นฟูทุกฤดูกาลก็จะไม่มา

นั่นหมายความว่า แหล่งเก็บเกี่ยวหายไปหนึ่งแห่ง เพิ่งเดบิวต์ดันเจี้ยน นี่มันเรื่องอะไรกัน

ดัสก์ บริงเกอร์ยกไหล่ขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ

“ขอโทษนะ แต่ฉันมีเหตุผลที่ต้องทำลายที่นี่”

“หา? ลมหายใจ...ไม่ใช่ความผิดพลาดใช่มั้ย?”

“ฉันดูเหมือนคนควบคุมลมหายใจตัวเองไม่ได้งั้นเหรอ?”

ดัสก์ บริงเกอร์ยิ้ม เผยให้เห็นฟันแหลมคมราวเขี้ยวปลาฉลาม แล้วหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋า

“รู้มั้ยว่านี่คืออะไร?”

มันคือ...ชิ้นส่วนเล็ก ๆ สีดำของต้นไม้หนาม

ฉันรับชิ้นส่วนไม้ไว้ พลางกะพริบตาอย่างงุนงง นี่มันอะไรกัน

“ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ผู้พิทักษ์มนุษย์ ต้นไม้หนามแห่งความตาย เอเวอร์แบล็ก ที่อยู่คู่กับจักรวรรดิมาตั้งแต่ก่อตั้ง”

“หือ?”

“ฉันพบมันที่สถาบันวิจัยเวทมนตร์แห่งนี้ เลยทำลายมันทิ้ง เพื่อไม่ให้ใครมาขุดคุ้ยเพิ่มเติม”

ฉันตกใจ รีบตรวจสอบชิ้นส่วนไม้

ดูเหมือนว่า...มันคล้ายกับต้นไม้ใหญ่ที่ฉันเคยเห็นในห้องประชุมของพระราชวัง...?

“แล้ว...ทำไมมันถึงอยู่ที่นี่ล่ะ?”

ต้นไม้ต้นนี้ ที่เกี่ยวข้องกับต้นกำเนิดของจักรวรรดิเอเวอร์แบล็ก

ทำไมมันถึงมาโผล่ที่ซากปรักหักพังเก่าแก่หลายร้อยปีของอาณาจักรแห่งทะเลสาบที่อยู่สุดขอบโลกได้กันนะ……?

“ก็ลองคิดดูสิ”

ดัสก์ บริงเกอร์ยกไหล่ขึ้นพลางเดินไปยังประตูมิติ

“ดูเหมือนว่า ความลับที่อาณาจักรแห่งทะเลสาบซ่อนไว้นั้น……จะลึกซึ้งกว่าที่เราคิดไว้มากนัก”

แคร๊ง!

เธอก็หายเข้าไปในประตู ฉันยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น

‘มีความเกี่ยวโยงกัน’

ทุกอย่างมีความเกี่ยวโยงกัน

ทุกสิ่งที่ฉันพบเจอระหว่างทางสู่จุดจบที่แท้จริง ล้วนมีความเชื่อมโยงกันในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง

ฉันรู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกม แค่กำจัดสัตว์ประหลาดและเคลียร์ดันเจี้ยนก็ไปไม่ถึงจุดจบที่แท้จริงหรอก

ฉันต้องค้นหาความจริงที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังโลกนี้ แล้วจึงจะคว้ามันได้

แต่จะทำอย่างไรล่ะ?

จะทำอย่างไร……?

***

การสำรวจอิสระครั้งนี้สิ้นสุดลงแล้ว

เนื่องจากเป็นปาร์ตี้ขนาดใหญ่ มีสมาชิกถึง 25 คน การสำรวจจึงราบรื่นเป็นอย่างมาก ทว่าปัญหาคือ

‘พอแบ่ง EXP กัน ฉันได้น้อยมาก…….’

EXP ที่ต้องใช้ในการอัปเลเวลจาก 49 ไป 50 สูงอยู่แล้วด้วย

ถึงแม้ว่าวันนี้จะกำจัดสัตว์ประหลาดได้มากมาย ได้ EXP อย่างมหาศาล แต่พอแบ่งกัน 25 คนแล้ว ก็ยังไม่พอให้ฉันอัปเลเวล

การตื่นรู้ของฉันเลยต้องเลื่อนไป นี่สินะ ข้อเสียของการจัดปาร์ตี้ใหญ่โต

‘อยากตื่นรู้แล้วใช้ทักษะขั้นสูงสุดซะแล้ว…….’

อยากรู้จังว่าจะได้ทักษะขั้นสูงสุดอะไรนะ

อืม อย่าใจร้อน ค่อย ๆ เก็บ EXP ไปเถอะ เดี๋ยวก็ถึงเลเวล 50 แหละ

“อ้าว”

กลับมาถึงลานหลังคฤหาสน์เจ้าเมืองจากดันเจี้ยน ทันทีที่ออกมา

สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แก้ม ฉันเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบกับเกล็ดหิมะที่กำลังโปรยปรายลงมา

“หิมะตก”

ฉันพึมพำเบา ๆ พลางรับเกล็ดหิมะไว้ในมือ

เกล็ดหิมะเบาบางราวขนนก ทำให้ท้องฟ้าขาวโพลน ปกคลุมพื้นดินจนกลายเป็นสีขาวนวล

สมาชิกปาร์ตี้ตัวน้อย ๆ เริ่มเล่นบอลหิมะกันอย่างสนุกสนาน ถึงแม้เพิ่งกลับมาจากดันเจี้ยนก็ตาม

ฉันได้แต่หัวเราะออกมาเบา ๆ เมื่อเห็นเด็ก ๆ หัวเราะคิกคัก โยนหิมะใส่กันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

“ถึงจะเป็นปลายฤดูใบไม้ร่วง แต่ปีนี้หิมะแรกก็ตกเร็วจริง ๆ นะครับ”

ลูคัสที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองท้องฟ้าอย่างเงียบ ๆ ลมหายใจสีขาวพวยพุ่งออกมาจากปาก

“ฤดูหนาวกำลังจะมาถึงอย่างรวดเร็วครับ”

“ใช่ ฤดูหนาวกำลังใกล้เข้ามา”

ฤดูที่ฉันก้าวเข้ามาในโลกนี้เป็นครั้งแรก

และฤดูที่โลกใบนี้จะเปลี่ยนแปลงไป

ปีแรกที่ฉันมาอยู่ในโลกนี้ กำลังจะจบลงแล้ว

อีกไม่นาน ปีที่สองของการพิชิตก็จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว

[การสำรวจอิสระ สิ้นสุด!]

[ตัวละครเลเวลอัป]

>ปาร์ตี้ย่อย 1 <กองกำลังไถ่บาป>

- ทิวส์เดย์(R) เลเวล 45 (เพิ่มขึ้น 1)

- เวนส์เดย์(R) เลเวล 45 (เพิ่มขึ้น 1)

- แบคกี้(R) เลเวล 45 (เพิ่มขึ้น 1)

- ออนเดอร์ล็อก(R) เลเวล 43 (เพิ่มขึ้น 1)

>ปาร์ตี้ย่อย 2 <กองพลเงา>

- ก็อตแฮนด์(SR) เลเวล 47 (เพิ่มขึ้น 1)

- บอดี้แบ็ก(R) เลเวล 42 (เพิ่มขึ้น 1)

- เบิร์นเอาท์(SR) เลเวล 41 (เพิ่มขึ้น 1)

- ลิลลี่(R) เลเวล 37 (เพิ่มขึ้น 1)

- มาร์เกอริต้า (R) เลเวล 40 (เพิ่มขึ้น 1)

[ตัวละครที่เสียชีวิตและบาดเจ็บ]

- ไม่มี

[อุปกรณ์ที่ได้รับ]

- หอกตระกูลครอสปรับปรุง - เสริมอิฟริท(SSR) <หอกทหารม้า>

- โล่ตระกูลครอสปรับปรุง - เสริมเกลเชียร์(SSR) <โล่>

[ไอเท็มที่ได้รับ]

- ม้วนคัมภีร์อัญเชิญ : ป้อมปืนเวทมนตร์ <ทักษะผู้เล่น>

- แกนพลังเวทย์ขนาดมาตรฐานคุณภาพสูงสุด (SR) : 5 ชิ้น

- แกนพลังเวทย์ขนาดมาตรฐานคุณภาพสูง(R) : 10 ชิ้น

- ของเหลวของโทรลล์ : 40 ชิ้น

- อัญมณีเวทมนตร์ของโทรลล์ : 52 ชิ้น

***

ไม่กี่วันต่อมา

เนื่องจากด่านต่อไปใกล้เข้ามาทุกที ฉันจึงเร่งจัดการวางแผนการป้องกัน พลางตรวจสอบอาวุธและอุปกรณ์ของเหล่าทหารเป็นครั้งสุดท้าย บรรยากาศเคร่งเครียดปกคลุมไปทั่ว

“ฝ่าบาท!”

เสียงหวาดกลัวของเซเรเนดดังขึ้น พร้อมกับร่างของเธอที่วิ่งเข้ามาในคฤหาสน์ด้วยความตื่นตระหนก ลมพัดกระโปรงของเธอปลิวไสว

บนบ่าของเธอ นกอินทรีขนาดมหึมาเกาะอยู่ ดวงตาสีเหลืองทองจ้องมองพวกเราอย่างดุร้าย ราวกับกำลังคุกคาม อากาศรอบตัวดูราวกับว่าหนักอึ้งลงทันที

นั่นคือ เหยี่ยวส่งสารของห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์ เครื่องมือสื่อสารระยะไกลความเร็วสูง ฉันเพิ่งได้เห็นของจริงเป็นครั้งแรก

และด้วยความที่เซเรเนดมาพร้อมกับเหยี่ยวส่งสาร รีบร้อนมาหาฉันถึงเพียงนี้ ก็คงมีข่าวเดียวเท่านั้นที่สำคัญขนาดนี้

เซเรเนดหายใจหอบ ก่อนจะตะโกนบอกข่าวร้าย

“มีข่าวจากใจกลางทวีปค่ะ…… กองพลทหารราบจักวรรดิที่ 1 กับกองกำลังป้องกันเมืองหลวง กำลังปะทะกันอยู่ค่ะ!”

สมาชิกปาร์ตี้ที่ยืนอยู่รอบ ๆ ต่างส่งเสียงอุทาน ฉันกำหมัดแน่น ใจเต้นรัว

กองพลทหารราบจักวรรดิที่ 1 หน่วยคุ้มกันชายแดน ผู้รับผิดชอบแนวรบด้านตะวันตกของจักรวรรดิเอเวอร์แบล็ก

กองกำลังป้องกันเมืองหลวง กองทัพประจำการของราชวงศ์ ผู้รับผิดชอบการป้องกันนอกเมืองหลวง นิวเทรา

การที่ทั้งสองฝ่ายปะทะกันอย่างดุเดือดเช่นนี้ นั่นหมายความว่า…

“และในวันเดียวกัน ลาร์ค จักรพรรดิองค์ที่ 1 และเฟอร์นานเดซ จักรพรรดิองค์ที่ 2 ได้ประกาศสงครามต่อกันค่ะ……!”

เลือด ความขัดแย้ง การต่อสู้กันเองในครอบครัวเดียวกัน

สงครามกลางเมืองของราชวงศ์เอเวอร์แบล็ก ได้อุบัติขึ้นแล้ว

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ ◈บทที่ 308. [สำรวจอิสระ]: เก็บของระหว่างพัก (5)

คัดลอกลิงก์แล้ว