- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 304. [การสำรวจอิสระ] พักเบรกไปฟาร์มกันหน่อย
◈บทที่ 304. [การสำรวจอิสระ] พักเบรกไปฟาร์มกันหน่อย
◈บทที่ 304. [การสำรวจอิสระ] พักเบรกไปฟาร์มกันหน่อย
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 304. [การสำรวจอิสระ] พักเบรกไปฟาร์มกันหน่อย
ลูกชายคนที่สามของเจ้า จะฉีกทำลายจักรวรรดิให้แหลกเหลว
แต่ขณะเดียวกัน ลูกชายคนที่สามของเจ้า จะทำให้จักรวรรดิเจริญรุ่งเรืองชั่วนิรันดร์
คำทำนายสองคำทำนายที่ขัดแย้งกันราวฟ้ากับดิน องค์ชายที่สามของราชวงศ์ได้รับมันพร้อมกัน
ความพินาศ และความรุ่งเรือง
จักรพรรดิทรงห้ามมิให้เอ่ยถึงเรื่องนี้ ทว่าข่าวลือกลับแพร่กระจายไปอย่างเงียบเชียบ
ขุนนางชั้นสูงในราชสำนักแทบไม่เหลียวแลคำทำนายข้อหลัง พวกเขาสนใจเพียงคำทำนายข้อแรกเท่านั้น
เด็กที่จะทำลายล้างจักรวรรดิ
ด้วยเหตุนี้ แอชจึงกลายเป็นเป้าหมายของคำสาปและความเกลียดชังตั้งแต่ยังไม่ลืมหูลืมตา
มีการถวายฎีกาขอให้ฝ่าบาทอย่ามีพระโอรสองค์ที่สามอยู่เนือง ๆ และจักรพรรดิเองก็ทรงคิดเช่นนั้นเช่นกัน
หลังจากเฟอร์นานเดซ องค์ชายคนที่สองประสูติ จักรพรรดิก็ทรงละเว้นการเสด็จเข้าใกล้พระมเหสี
ทว่า จักรพรรดิได้พบกับดัสเทีย บนสนามรบ
และทรงตกหลุมรักเธออย่างหมดหัวใจ
ฝ่าบาททรงเอาชนะอุปสรรคทางการเมืองนานัปการ และสถาปนา ดัสเทีย เป็นจักรพรรดินีองค์ที่สอง
เมื่อเธอตั้งครรภ์ เสียงเรียกร้องจากเหล่าขุนเธอให้ประหารทารกในครรภ์ดังขึ้นทุกวัน ไม่เว้นแต่ละวัน
จักรพรรดิทรงเพิกเฉยต่อทุกสิ่ง ทรงอยู่เคียงข้างหญิงที่รักโดยไม่ห่างไปแม้แต่นาทีเดียว ตลอดสิบเดือนอันแสนยาวนาน
และแล้ว…… แอชก็ถือกำเนิด
ขณะที่ทรงอุ้มทารกน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลก จักรพรรดิตรัสเรียกพระโอรสองค์ที่สามว่า
‘บอนไฮเตอร์’ (อันนี้ผมน่าจะแปลผิดแต่แรกคงต้องเป็น บอร์นเฮทเตอร์ แต่เพราะแปลไปแล้ว ไม่ขอเปลี่ยนนะครับ)
นามกลางของแอชจึงได้รับการยืนยัน ณ ขณะนั้นเอง
เด็กน้อยที่ถือกำเนิดท่ามกลางกระแสความเกลียดชัง
เด็กที่จะใช้ชีวิตด้วยการแพร่กระจายความเกลียดชังนั้น……
ทว่า แตกต่างจากคำทำนายอันทรงพลัง
แอชกลับมีพลังน้อยนิดเหลือเกิน
เขาไม่แสดงความสามารถด้านการปกครองหรือศึกสงคราม ยิ่งกว่านั้น หลังจากที่มารดาสิ้นพระชนม์ เขากลับใช้เวลาไปกับการดื่มสุราและเที่ยวเตร่ ก่อเรื่องวุ่นวาย เสียเวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์
ความสนใจของผู้คนค่อย ๆ เลือนหายไป คำทำนายกลายเป็นเพียงข่าวลือไร้สาระ
ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีเวทมนตร์วิศวกรรมก้าวหน้า ผู้คนต่างหัวเราะเยาะถากถาง กล่าวว่าเรื่องราวไสยศาสตร์ในอดีตนั้นไม่น่าเชื่อถือ
คำทำนายค่อย ๆ ถูกคนลืมเลือนไป…….
‘……น่าจะเป็นเช่นนั้น’
ดัสก์ บริงเกอร์ กัดริมฝีปากแน่น พลางครุ่นคิด
แอชแตกต่างจากข่าวลืออย่างสิ้นเชิง เขาองอาจกล้าหาญ รอบคอบ และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก
ราวกับว่าวันเวลาที่เขาใช้ชีวิตอย่างแสนสาหัสในราชธานี เป็นเพียงแผนการอันแยบยลเพื่อความอยู่รอดของเขาเอง
“ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น เอเวอร์แบล็กก็คือเอเวอร์แบล็กสินะ”
ดัสก์ บริงเกอร์ก้าวเข้าไปในที่พักพิงนอกประตูเมืองทางเหนือ
ชาวบ้านต่างต้อนรับเธอด้วยรอยยิ้มสดใส ดัสก์ บริงเกอร์ตรวจดูสภาพของชาวบ้านทีละคนพลางเดินเข้าไปยังใจกลางที่พักพิง
“……ถ้าอย่างนั้น แอช นาย…”
หากต้นไม้หนามแห่งความตาย คำทำนายของเอเวอร์แบล็กเป็นจริง
“นายจะทำลายล้างและทำให้จักรวรรดิเจริญรุ่งเรืองได้ยังไงกัน?”
เธอนึกภาพไม่ออกเลยสักนิด
ทว่าเธอกลับรู้สึกถึงลางสังหรณ์อันหนักแน่น
ว่าชะตาชีวิตของดัสก์ บริงเกอร์เองก็เกี่ยวพันอย่างลึกซึ้งกับองค์ชายน้อยผู้นี้
“นายอาจจะเป็นผู้ที่ช่วยค้นหาความหมายของชื่อฉันก็เป็นได้ แอช”
ชีวิตที่ยืนยาวกว่า 120 ปี
รุ่งอรุณ (Dusk) ที่กำลังจะมาถึงค่อย ๆ ปรากฏขึ้นตรงหน้า
ดัสก์ บริงเกอร์รับรู้ได้
มือขาวเนียนไร้ริ้วรอยของท่านหญิงผู้ทรงเกียรติ กำแน่นอยู่ที่อกเธอ
ราวกับกำลังกำแน่นวิญญาณชราที่เต็มไปด้วยริ้วรอยและฝ้ากระของเธอเอง
***
ไม่กี่วันต่อมา
กองทหารราบจักรวรรดิที่ 1 ประจำการอยู่ทางทิศตะวันตกของครอสโรด บางส่วนเคลื่อนทัพไปทางทิศตะวันตก บางส่วนเคลื่อนไปทางทิศเหนือ
หลังจากพวกเขาออกจากเขตครอสโรดแล้ว
ฉันตัดสินใจนำทีมผู้กล้าที่พร้อมรบเข้าสู่ดันเจี้ยน
‘ช่างมันเถอะ เรื่องที่ลาร์คกับเฟอร์นานเดซต้องมาสู้กัน’
ฉันต้องทำหน้าที่ของฉัน
เตรียมพร้อมสำหรับด่านต่อไป และด่านถัดไป ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เป้าหมายของฉันก็คือการต่อกรกับกองทัพปีศาจที่นี่
และจุดประสงค์ของการสำรวจอิสระในครั้งนี้ก็คือ
‘เลเวล 50!’
ฉันจะเปลี่ยนอาชีพครั้งที่สาม
ในกลุ่มหลัก มีเพียงฉันเท่านั้นที่ยังไม่ได้รับการปลดปล่อยพลัง และเมื่อเทียบกับหัวหน้าทีมคนอื่น ๆ เลเวลของฉันต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด ฉันควรใส่ใจเรื่องนี้เสียที
‘ร่างกายดูเหมือนจะหายดีแล้ว’
ไข้ก็หายแล้ว ร่างกายสดชื่น พร้อมที่จะออกรบอย่างเต็มที่
“ท่านแน่ใจแล้วหรือ ฝ่าบาท?”
“พักผ่อนเถอะ รุ่นพี่! พวกเราจะบุกดันเจี้ยนให้ราบคาบเอง!”
ลูคัสและเอวานเจลีนเอ่ยด้วยความเป็นห่วง
“เมื่อได้พักผ่อนแล้ว การไม่ร่วมรบในอนาคตก็เป็นวิธีที่ดีเช่นกัน ฝ่าบาท”
“ใช่ครับ องค์ชาย! ก่อนหน้านี้กำลังพลไม่เพียงพอ แต่ตอนนี้มีกำลังพลเพียงพอแล้ว!”
จูเนียร์และดาเมียนเสริมขึ้น
ทุกคนต่างอยากให้ฉันถอนตัวออกจากแนวหน้า ไปพักผ่อนอย่างปลอดภัยที่บ้าน
“……ฮือ ๆ ”
แต่
“คิดว่าฉันจะหนีไปอย่างนั้นเหรอ?!”
ยังไม่ถึงเวลานะ พวกนาย!
พวกนายน่ะ ประสิทธิภาพจะตกทันทีถ้าไม่มีฉัน! ถ้าขาดทักษะและความสามารถพิเศษของฉัน บัฟ และการสั่งการรบ พวกนายก็ลำบากแน่!
อย่างไรเสีย ฉันก็ไม่สนใจพวกเขา แล้วเดินตรงไปยังประตูมิติ สมาชิกปาร์ตี้หลักทั้งสี่คนต่างส่ายหน้าพร้อมกับถอนหายใจเบา ๆ
‘ฉันรู้ว่าพวกนายเป็นห่วง แต่ฉันแค่จะอัพเลเวลให้ถึง 50 เท่านั้น~!’
ฉันเดินนำเข้าไปในประตูมิติ
แคร๊ง!
***
[กำลังโหลด……กำลังเคลื่อนย้าย]
[เคล็ดลับ - กองกำลังจะแข็งแกร่งขึ้นเมื่อมีจำนวนสมาชิกปาร์ตี้มากขึ้น แต่การควบคุมจะยากขึ้น ลองเปลี่ยนการจัดทีมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในดันเจี้ยนและด่านต่าง ๆ ดู!]
***
เมื่อเข้าไปถึงค่ายฐาน กองกำลังไถ่บาปและกองพลเงาต่างรออยู่
“สวัสดี ฝ่าบาท!”
“เสด็จมาแล้วเหรอครับ ฝ่าบาท”
คูอิลัน ในรูปลักษณ์มนุษย์ครึ่งสัตว์ ที่ถือธงสีแดงโบกสะบัด ยกมือทักทายอย่างไม่เป็นทางการ ขณะที่ก็อตแฮนด์โค้งคำนับอย่างนอบน้อม
ฉันยิ้มพลางสำรวจสภาพของพวกเขา
“อืม มาแล้ว เตรียมพร้อมออกเดินทางกันหรือยัง?”
“พร้อมออกเดินทางได้ทุกเมื่อครับ”
“พวกเราก็เช่นกันครับ”
แคร๊ง! แคร๊ง!
ปาร์ตี้ต่าง ๆ ทยอยหลั่งไหลเข้ามาผ่านประตูมิติเบื้องหลังฉัน คูอิลันร้องอุทานเบา ๆ เมื่อเห็นภาพตรงหน้า
“ที่นี่…ใหญ่เหลือเกิน……”
ฉันหันไปมองด้านหลังหลังจากได้ยินเสียงนั้น มีปาร์ตี้ทั้งหมดสี่กลุ่มรวมตัวกันอยู่หน้าประตูมิติ
ปาร์ตี้หลัก ห้าคน
กองกำลังไถ่บาป ห้าคน
กองพลเงา สามคน รวมกับลิลลี่และมาร์เกอริต้า เป็นห้าคน
และสุดท้าย ดัสก์ บริงเกอร์ ผู้ร่วมทีมใหม่ พร้อมกองอัศวินองครักษ์อีกห้าคน
รวมทั้งหมด ยี่สิบคน นับเป็นปาร์ตี้ใหญ่ถึงสี่กลุ่ม
“จะไปทำสงครามกันเลยหรือเนี่ย…?”
“อืม…ก็คล้าย ๆ กัน”
มีดันเจี้ยนบางแห่งที่ต้องการปาร์ตี้ขนาดใหญ่ วันนี้เราจะไปที่ดันเจี้ยนแบบนั้น
“โฮ่ โฮโอ……! ยุคนี้ยังมีดันเจี้ยนแบบนี้เหลืออยู่ด้วยหรือเนี่ย……!”
ดัสก์ บริงเกอร์ ผู้เยือนดันเจี้ยนเป็นครั้งแรกเบิกตาโพลงเล็กน้อย พลางสำรวจรอบ ๆ ด้วยความประหลาดใจ
ฉันเดินเข้าไปหา ดัสก์ บริงเกอร์ แล้วถาม
“เธอเคยเข้าในดันเจี้ยนมาก่อนไหม ท่านดยุค?”
“ฮ่า ๆ แน่นอนอยู่แล้ว! ฉันคือใคร ราชันมังกรแห่งอัสดง ดัสก์ บริงเกอร์! ดันเจี้ยน ของหายาก เขาวงกต! ล้วนเป็นสถานที่ที่เหมาะกับมังกรทั้งนั้น! รู้สึกเหมือนได้กลับบ้านแล้ว……!”
ไม่สิ เธอควรจะอยู่ที่ห้องทำงานในราชอาณาจักรมากกว่ามั้ง……?
ดัสก์ บริงเกอร์หัวเราะร่า เสียงดังกังวาน ก่อนก้าวเข้าไปในฐานที่มั่นพลางชมวิวรอบด้าน
ก็อตแฮนด์ยืนอยู่ตรงนั้น สีหน้าสั่นเทา มองตามหลังท่านดยุคมังกร
“……ไม่เป็นไรหรือ ก็อตแฮนด์?”
“ค…ครับ ไม่เป็นไร……”
ก็อตแฮนด์ตอบเสียงตะกุกตะกัก ใบหน้าซีดเผือด เมื่อฉันเดินเข้าไปถาม
“ก็แค่…นึกถึงตอนที่ถูกเธอรังแก……”
“อ้อ……”
ใช่แล้ว ก็อตแฮนด์เป็นคนนำจดหมายของฉันไปส่งให้ดัสก์ บริงเกอร์ ฉันเคยบอกเขาแล้วว่างานนี้เขาคงจะต้องเหนื่อยมาก
“เธอใช้การทรมานอย่างหนักเพื่อดึงข้อมูล แล้วก็รักษาให้หายเป็นปกติอีกครั้ง……เอาจริง ๆ แล้ว ไม่ใช่ความทรงจำที่ดี……”
“ขอโทษนะ ไอ้หนุ่ม”
“ไม่เป็นไรครับ ฝ่าบาท ด้วยพระคุณของท่าน ด่านหน้าปีศาจแห่งนี้จึงได้พันธมิตรที่แข็งแกร่ง”
แต่ก็อตแฮนด์ บอดี้แบ็ก และเบิร์นเอาท์ ยังคงสั่นเทาอยู่
ดูเหมือนว่า ดัสก์ บริงเกอร์ จะยังคงสร้างบาดแผลทางใจเหลือให้พวกเขาอยู่บ้าง…….
ทว่ากระนั้น ในมุมมองของดัสก์ บริงเกอร์ ก็เข้าใจได้ ทั้งสามคนนี้คือหน่วยปฏิบัติการพิเศษไอกิส และเป็นผู้ลงมือในคดีลอบสังหารเอกอัครราชทูต เหตุการณ์ที่จุดชนวนสงครามระหว่างสองประเทศ
ฉันรู้ว่าภารกิจนี้โหดร้าย เป็นการทดสอบความภักดีของพวกเขามากเกินไป ฉันเลียริมฝีปากด้วยความรู้สึกผิด ขอโทษนะ
ลิลลี่มองเหล่ากองพลเงา พลางผลักรถเข็นออกมา ก่อนจะกำมือก็อตแฮนด์แน่น
“ฉัน… ฉันจะปกป้องเอง! ก็อตแฮนด์! ไม่ว่าจะเจอใคร เราจะเอาชนะไปด้วยกัน!”
“ลิลลี่……!”
ทั้งคู่สบตากัน แววตาหวานซึ้งราวกับน้ำตาลละลาย… เริ่มอีกแล้วเหรอเนี่ย อ๊าก! ถุย! คู่นี้… น่าหมั่นไส้จริง ๆ
ดูเหมือนพวกเขาจะชินกับภาพนี้แล้ว บอดี้แบ็กและเบิร์นเอาท์หัวเราะอย่างอารมณ์ดี เหนื่อยกันมากเลยนะ…
ฉันทิ้งกองพลเงาไว้เบื้องหลัง แล้วเดินเข้าไปในฐานที่มั่น ฉันยังมีเรื่องต้องจัดการที่นี่
“โอ้ แอช! มาแล้วเหรอ!”
เบอร์ดันดี้ หัวหน้าคณะสำรวจจอกศักดิ์สิทธิ์ วิ่งตรงมาหาฉันพร้อมรอยยิ้ม ฉันยิ้มตอบกลับไป
“เบอร์ดันดี้ เป็นไงบ้าง? เพื่อน ๆ หายดีกันแล้วหรือยัง?”
ตอนนั้นฉันป่วยหนัก แทบขยับตัวไม่ได้ แต่ก็ส่งอาหารและเมล็ดทานตะวันไปให้พวกเขาทุกวัน
ฉันไม่แน่ใจว่าเพราะเหตุนี้หรือเปล่า แต่แก้มซีด ๆ ของเบอร์ดันดี้กลับมาแดงก่ำสดใสอีกครั้ง
“เมื่อไม่กี่วันก่อนพวกเราไปสำรวจกันเล็กน้อย ตอนนี้ดูเหมือนจะฟื้นตัวกันเกือบหมดแล้ว”
“ดีแล้ว แต่ก็ระวังตัวด้วยล่ะ”
“ค่ะ! อ้อ แต่ว่า! พวกเราเจอเบาะแสระหว่างสำรวจ! ในที่สุดเราก็ระบุตำแหน่งของ ‘จอกศักดิ์สิทธิ์’ ได้แล้ว!”
เบอร์ดันดี้กล่าวพลางใบหน้าซีดเผือดลงอย่างน่าประหลาด อืม? เกิดอะไรขึ้น?
“……อะ อะ อะ?”
เบอร์ดันดี้หน้าซีดเผือด มือสั่นระริกชี้ไปยังดัสก์ บริงเกอร์ที่กำลังสำรวจฐานทัพอยู่ใกล้ ๆ ฉัน
“ท่าน…ราชันย์มังกรแห่งอัสดง…?”
“อืม?”
“ท่านมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง…!”
ดัสก์ บริงเกอร์หันมามองเบอร์ดันดี้ ดวงตาคมกริบเปล่งประกาย
“นี่…นี่ใครเนี่ย?”
“อ้า…อ้า…ขอร้องล่ะ!”
เบอร์ดันดี้โบกมือปฏิเสธอย่างตื่นตระหนก ราวกับขอร้องอย่าพูดต่อ
ทว่า ดัสก์ บริงเกอร์กลับพูดต่ออย่างไม่สะทกสะท้าน
“ลูกสาวคนที่สองผู้สูงศักดิ์แห่งต้นไม้โลก ทายาทโดยตรงของอาณาจักรภูต…เบอร์ดันดี้ใช่ไหม!”
“…….”
“นึกว่าตายไปแล้วหลังจากหายตัวไปตอนสิ้นสุดสงครามเมื่อร้อยปีก่อน ตอนตามหาจอกศักดิ์สิทธิ์นี่แหละ ไม่คิดว่าจะได้เจอกันที่นี่!”
“…….”
“ถึงแม้ว่าเราเคยเป็นศัตรูกัน แต่ก็ดีใจที่ได้เจอมังกรกับมนุษย์อายุยืนอีกครั้งในโลกที่ผู้คนมักตายเร็ว! เป็นไงบ้าง? ทายาทแห่งราชวงศ์ภูต”
เบอร์ดันดี้เบิกตาโพลง
ก็อตแฮนด์และเหล่าเอลฟ์ที่ยืนเฝ้าดูอยู่เบื้องหลังต่างเบิกตาโพลง พร้อมกันนั้น
“อืม? ทำไม… อ้า!”
ดัสก์ บริงเกอร์ยกมือขึ้นปิดปากตัวเองอย่างสายไปเสียแล้ว ดวงตาเหลือบไปมาพลางถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
“……หรือว่า… มันเป็นความลับ……?”
“ฮ่า ๆ ๆ ”
ฉันหัวเราะเบา ๆ อืม… ฉันรู้เรื่องนี้มาจากเกมแล้วนี่นา
เบอร์ดันดี้ต้องการเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ ฉันยิ้มอย่างขมขื่น
“……นี่แหละ”
ดวงตาสีเขียวของเบอร์ดันดี้ ที่ประดับไปด้วยจุดเล็ก ๆ ฉายแววไม่พอใจ พลางชี้ไปที่ดัสก์ บริงเกอร์พร้อมกับตะโกน
“นี่แหละที่ทำให้ฉันเกลียดมังกร!”
เหล่าเอลฟ์คนอื่น ๆ ก็พยักหน้าอย่างรุนแรง รับรู้ถึงความรู้สึกของเบอร์ดันดี้
ดัสก์ บริงเกอร์กอดอก ถอนหายใจยาว แล้วก้มหน้าลง
“ฉันก็เกลียดพวกนายเช่นกัน พวกเอลฟ์ทรยศ!”
ฉันคิดในใจพลางมองดูมังกรและเหล่าเอลฟ์ที่กำลังทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่
……แต่ จะมีเผ่าพันธุ์ไหนกันบ้างหนอที่รักใคร่กลมเกลียวกันอย่างแท้จริงในโลกแห่งจินตนาการนี้?
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_