เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

◈บทที่ 280. [เนื้อเรื่องเสริม] เทศกาลใบไม้ร่วง

◈บทที่ 280. [เนื้อเรื่องเสริม] เทศกาลใบไม้ร่วง

◈บทที่ 280. [เนื้อเรื่องเสริม] เทศกาลใบไม้ร่วง


【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】

【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】

【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】

◈บทที่ 280. [เนื้อเรื่องเสริม] เทศกาลใบไม้ร่วง

การแปลงร่างเป็นอสูรนั้นแบ่งออกเป็นสามระดับหลัก

ระดับที่หนึ่ง พลังแห่งสัตว์ป่าเริ่มสถิตในร่างกายมนุษย์ เป็นระดับที่ยังคงรูปกายสมบูรณ์อยู่มาก ใช้พลังของสัตว์เป็นเพียงเครื่องมือเท่านั้น

ระดับที่สอง ความคิดเริ่มถูกสัตว์ครอบงำ เริ่มสูญเสียความสามารถในการพูด และกระทำคล้ายสัตว์ครึ่งคนครึ่งสัตว์

แม้ยังหลงเหลือเค้าความเป็นมนุษย์อยู่บ้าง แต่ขอบเขตนั้นเริ่มเลือนรางลงทุกที

ระดับที่สาม กลายเป็นสัตว์ไปอย่างสมบูรณ์ สูญเสียสติปัญญาและความคิด กลายเป็นปีศาจที่ปรารถนาเพียงแต่ความรุนแรง

หากเข้าสู่ระดับที่สามแล้ว จะไม่สามารถกลับมาเป็นมนุษย์ได้อีกเลย

และลูคัสในครั้งนี้ ได้ไปถึงจุดสิ้นสุดของระดับที่สองแล้ว

ถ้าหากก้าวไปอีกเพียงแค่ครึ่งก้าวนั้น เราคงได้เห็นภาพที่ไม่ต่างจากฝูงหมาป่าที่เราสังหารไปเมื่อครู่เลย

ถ้าเป็นเช่นนั้น……

ฉันอาจต้องลงมือสังหารลูคัสด้วยมือของตัวเอง

“รู้ไหมว่า ‘ผู้กลืนกินกรรม’ ต้องใช้เวลากี่วันกว่าจะทำให้นายสงบลงได้ หลังจากที่นายบ้าคลั่งขนาดนี้?”

ลูคัสก้มหน้าลง ใบหน้าแดงก่ำเพราะถูกฉันตี ยังคงถูกมัดด้วยโซ่ตรวนอยู่

เขารับคำด่าจากฉันด้วยท่าทางราวกับหมาตกน้ำ

“เจ็ดวัน! เจ็ดวัน! นายรู้ไหมว่านายไปไกลแค่ไหนแล้ว!”

“ขอโทษครับ”

“ขอโทษ? ขอโทษแล้วจะแก้ไขได้หมดเหรอ ไอ้บ้า!”

ฉันดึงแขนเสื้อขึ้นแล้วคำรามใส่เขาเสียงดัง

“คำสั่งที่ฉันให้นายไปนั้นคืออะไร? บอกมา!”

“…….”

“บอกมา!”

“รับผิดชอบการป้องกันกำแพงด้านใต้… มอบอำนาจการบัญชาการให้ผมครับ”

“แล้วนายทำยังไง?”

“……ออกไปนอกกำแพงแล้วบุกเข้าไปในค่ายศัตรูครับ”

“แล้วก็?”

“ใช้การแปลงร่างเป็นอสูรครับ”

“แล้วก็!”

“……ผมเสียสติไปครับ ในช่วงท้ายของการต่อสู้ ผมจำอะไรไม่ได้เลย”

เปี๊ยะ-!

ฉันตบแก้มอีกข้างของลูคัส ลูคัสกัดฟันแน่น กลั้นความเจ็บปวดไว้

“ตอนนี้นายโดนฉันตีเพราะมีสามเหตุผล ประการแรก คือไม่ฟังคำสั่งห้ามใช้การแปลงร่างเป็นอสูรของฉัน”

“ขอโทษครับ”

“ประการที่สอง ถึงแม้จะเป็นผู้บัญชาการแต่กลับทิ้งอำนาจการบัญชาการแล้วไปต่อสู้แบบบ้าคลั่ง เหมือนหมาบ้าที่คลุ้มคลั่งอยู่กลางค่ายศัตรู แล้วประการสุดท้าย รู้อะไรไหม?”

“……ไม่ทราบครับ”

“นายไม่เห็นคุณค่าของตัวเองเลย ไอ้โง่!”

เปี๊ยะ-!

ฉันตบแก้มข้างเดิมอีกครั้ง คราวนี้เลือดกำเดาของลูคัสไหลออกมาเป็นทาง

“การกลายร่างเป็นสัตว์! การบุกเดี่ยวเข้าไปในค่ายศัตรู! ล้วนเป็นการฆ่าตัวตายทั้งนั้น! ล้วนเป็นการทำลายตัวเอง ใช้ชีวิตเป็นเชื้อเพลิง! ทำไมถึงทำอย่างนั้น?!”

“…….”

“แล้วไง? คิดว่าตัวเองเป็นผู้กล้าเหรอ? แลกกับการเสี่ยงตายเพื่อชัยชนะในสงครามแล้วมีความสุขหรือไง ห๊ะ?”

“…….”

“ถ้ารู้ว่าบทบาทของนายในแนวรบนี้สำคัญขนาดไหน! นายไม่ควรทำอย่างนั้น! ทำไมไม่ฟังคำพูดของคนอื่น ไอ้บ้านี้!”

ลูคัสก้มหน้าฟังฉันเงียบ ๆ ริมฝีปากบางค่อย ๆ ขยับ

“แต่ฝ่าบาทก็…”

“อะไร?”

“ถึงแม้จะเป็นผู้บัญชาการสูงสุด…ก็ยังอยู่แนวหน้าไม่ใช่เหรอครับ?”

“…….”

“ท่านก็…เสี่ยงชีวิตสู้รบทุกครั้ง ทุกครั้ง ทุกครั้ง…”

ฉันอึ้งไปชั่วขณะ แล้วเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ

“นี่ ฉันน่ะ…!”

ฉัน…

ฉัน…ก็ทำได้นี่นา

ฉันพยายามจะพูด แต่คำพูดติดอยู่ในลำคอ ฉันพูดตะกุกตะกักแล้วเงียบไป

ฉับพลัน คำพูดของเอวานเจลีนในอดีตผุดขึ้นมาในหัว

- รุ่นพี่ไม่ถนอมตัวเองเลยนะคะ

- รู้สึกมาตั้งแต่ก่อนแล้วค่ะ รุ่นพี่ไม่มีความต้องการที่จะปกป้องตัวเองซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์ควรมี การที่ผู้บัญชาการแนวหน้าออกไปสู้รบในแนวหน้าก็เป็นสถานการณ์พิเศษอย่างที่สุดแล้วนะคะ

- รุ่นพี่เต็มใจทุ่มเทตัวเองลงไปในสนามรบเหลือเกินค่ะ เหมือนกับ…

- เหมือนกับ…ชีวิตของรุ่นพี่ไม่ใช่ของรุ่นพี่เองเลยค่ะ

“…….”

ใช่แล้ว อาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้

ฉันอาจยังคงอยู่ในเกม ใช้ชีวิตเป็นเพียงตัวหมากชิ้นหนึ่ง

ลูคัสอาจแค่...เห็นฉันทำอย่างนั้นแล้วจึงทำตาม ไม่รู้สิ

‘อ่า’

ฉันเพิ่งเข้าใจ

คำพูดที่ฉันตะโกนใส่ลูคัส ล้วนเป็นคำที่ใช้กับตัวเองได้ทั้งหมด

เหมือนกำลังมองกระจกแล้วสบถด่าตัวเองอยู่

“……เฮ้อออ……”

ฉันกุมหน้าผาก ถอนหายใจยาวเหยียด

ฉันหวีผมที่ยุ่งเหยิง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“……การแปลงร่างเป็นอสูรต้องถูกปิดผนึกตลอดไป ห้ามใช้มันอีก”

ฉันชี้ไปที่ลูคัส สั่งอย่างเด็ดขาด

“ถ้าฉันเห็นนายใช้มันอีกครั้ง ฉันจะถือว่านายไม่เชื่อฟังคำสั่งแล้วฆ่านาย เข้าใจไหม?”

“ขอรับ ฝ่าบาท”

……

ฉันรู้สึกผิดเมื่อเห็นลูคัส ใบหน้าและริมฝีปากเปื้อนเลือด หมดเรี่ยวแรงเพราะถูกฉันทำโทษ

แต่ถ้าไม่ทำถึงขนาดนี้ ฉันว่าเขาคงไม่เลิกใช้การแปลงร่างเป็นอสูร ฉันจึงตัดสินใจลงมืออย่างหนักแน่น

‘หมาเปื้อนโคลนก็ดีไปว่าหมาเปื้อนหิมะแหละนะ’

ฉันหัวเราะเยาะเย้ยความขัดแย้งในใจตัวเอง ถอนหายใจ แล้วหันหลังไป พลางทำท่าทางเรียก

ทหารรักษาการณ์ที่เดินเข้ามา ค่อย ๆ คลายโซ่ที่ล่ามลูคัสไว้

ลูคัสเดินเซไปเซมา เพราะเพิ่งถูกปล่อย ฉันชี้ไปข้างนอก

“เหนื่อยมากแล้ว ไปวิหารรับการรักษาแล้วพักผ่อนเถอะ”

“ขอรับ ฝ่าบาท……”

ลูคัสโค้งคำนับเล็กน้อยก่อนก้มหน้าเดินเชื่องช้าไปยังประตูคุก

“……เฮ้อ”

ฉันมองหยดเลือดของลูคัสที่กระจายอยู่บนพื้น แล้วเดินออกจากคุก ไอเดอร์ยืนรออยู่ที่ทางเข้า

ไอเดอร์ยื่นผ้าเช็ดตัวให้ ฉันเช็ดมือที่เปื้อนเลือดคร่าว ๆ

“……ฉันไม่อยากให้ใครต้องเสี่ยงชีวิตเลย”

ฉันพึมพำพลางมองหลังม้าที่กำลังพาลูคัสไปยังวิหาร ไอเดอร์ยิ้มบาง ๆ

“แต่ถ้าไม่เสี่ยงชีวิตก็คงชนะสงครามไม่ได้ใช่ไหมครับ?”

“รู้สิ แต่ฉันไม่อยากให้ใครต้องเสี่ยง ถ้าชีวิตตัวเองใกล้จะถึงทางตันแล้ว ก็ถอยออกมาบ้างก็ได้”

รอยเลือดเปื้ออยู่บนผ้า ฉันมองมันแล้วพึมพำเบา ๆ

“ฉันไม่อยากให้เพื่อนร่วมทีมเจ็บ ฉันไม่อยากให้ใครต้องตายเลย”

“…….”

“รู้สิ นี่มันเหมือนเด็กน้อยงอแง เป็นเรื่องไร้สาระ แต่……”

ฉันนึกถึงเพื่อนร่วมทีมที่ยังมีชีวิตอยู่ และเพื่อนร่วมทีมที่จากไปแล้ว

ด่านที่ 10

ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา มีกี่คนที่ยอมสละชีวิตไปราวกับใบหญ้าที่ถูกตัดทิ้ง

“ฉันไม่อยากเสียใครอีกแล้ว…….”

“…….”

“ทุกครั้งที่มีคนตาย ฉันก็เจ็บปวด ฉันคิดว่าถ้าเจอเรื่อย ๆ มันจะชิน แต่ไม่ใช่เลย มันยังคงรู้สึกเหมือนโดนแทงด้วยเหล็กที่ร้อนระอุอยู่ทุกครั้ง”

“อย่าลืมความเจ็บปวดนั้นเลยนะครับ ฝ่าบาท”

ไอเดอร์กระซิบเสียงเบาขณะฉันกำมือแน่นที่ท้องซึ่งปวดแสบร้อน

“เมื่อไหร่ที่ความรู้สึกนั้นจางหายไป เมื่อไหร่ที่ความตายของคนกลายเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ความเจ็บปวด... ท่านก็จะไม่ใช่ท่านอีกต่อไปแล้วนะครับ”

“…….”

ตอนนี้ ความเจ็บปวดนั้นยังคงชัดเจนอยู่

อาจเป็นเพราะเหตุนั้น ฉันจึงตอบโต้เขาอย่างรุนแรงเช่นนั้น

เพราะลูคัส เพื่อนร่วมทีมและตัวเอกของเกมนี้ ไม่ถนอมตัวเอง สู้รบอย่างเอาเป็นเอาตาย ฉันจึงอยากห้ามปรามเขา

แต่……

บางทีเพื่อนร่วมทีมคนอื่นอาจรู้สึกเช่นเดียวกับฉันมาตั้งแต่เมื่อนานมาแล้วก็ได้

ฉันกัดฟันแน่นพลางเช็ดเลือดบนมือ แต่เลือดยังคงติดแน่นอยู่

‘……ต่อไปนี้ ฉันไม่ควรลงโทษแบบนี้อีกแล้ว’

ฉันรู้สึกแย่มาก

นอกจากจะใช้ไม้เท้า [มาเอสโตร] ตีเพื่อเพิ่มพลังแล้ว ต่อไปนี้ ฉันจะไม่ลงโทษแบบนี้อีกแล้ว……

***

หลายวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ฤดูใบไม้ร่วงมาเยือนอย่างสมบูรณ์แบบ ต้นไม้บนภูเขาเปลี่ยนสีเป็นสีแดงสดราวกับเปลวเพลิง ทุ่งข้าวสาลีของเมืองใกล้เคียงที่มองเห็นไกลลิบ ๆ กลายเป็นสีทองอร่ามราวกับพรมผืนใหญ่

ท้องฟ้ากว้างใหญ่ ไร้เมฆครึ้ม อากาศฤดูใบไม้ร่วงสดชื่น เย็นสบาย

ครอสโรดที่เคยเงียบเหงาหลังจากการป้องกันครั้งก่อน เริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ผ้าหลากสีสันประดับอาคารอย่างสวยงาม แผงลอยเรียงรายอยู่สองข้างทางคึกคัก

ฉันคิดว่าบรรยากาศคึกคักเพราะฤดูใบไม้ร่วง ทว่าความจริงแล้ว...

“เทศกาลฤดูใบไม้ร่วงเหรอ?”

ปรากฏว่าจะมีเทศกาลจริง ๆ

“ค่ะ! เทศกาลฤดูใบไม้ร่วง ถึงเวลาเก็บเกี่ยวพืชผลแล้วนี่คะ? ทั่วประเทศจะร่วมฉลองกัน ถึงแม้เมืองของเราจะไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับการเกษตรเท่าไหร่……แต่ก็ทำงานหนักกันมาทั้งปี ทุกคนก็ควรได้กินและสนุกสนานกันบ้างสิคะ!”

ห้องทำงานของท่านเจ้าเมือง

เอวานเจลีนอธิบายด้วยน้ำเสียงสดใส ฉันพยักหน้ารับ

ก็เหมือนกับชูซอกหรือวันขอบคุณพระเจ้า เทศกาลเก็บเกี่ยวคงเป็นวัฒนธรรมร่วมของทุกโลก

‘อ้อ เกมก็มีกิจกรรมเทศกาลฤดูใบไม้ร่วงทุกปีเหมือนกัน’

แค่เอ่ยถึง เพิ่มความพึงพอใจของทหารรับจ้าง +5 แล้วก็จบ ไม่มีความสำคัญอะไรเลย แต่พอได้สัมผัสบรรยากาศจริง ๆ แล้วรู้สึกว่าเป็นกิจกรรมใหญ่โตเสียจริง

“เทศกาลฤดูใบไม้ร่วงของครอสโรดเป็นยังไงบ้าง?”

“เทศกาลเล็ก ๆ ของเมืองชนบทแบบนี้จะมีอะไรมากหรอกคะ ขายลูกชิ้นปิ้ง ทุกบ้านก็จะนำเหล้าที่หมักเองออกมาแบ่งกันดื่ม……”

เอวานเจลีนยักไหล่เบา ๆ

“ก็มีการจัดการแข่งขันศิลปะการต่อสู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ค่ะ”

“……มีอะไรจัดขึ้นอีกเหรอ?”

การแข่งขันศิลปะการต่อสู้? นั่นมัน…

“แล้วก็มีงานรำฟ้อนค่ะ?”

“……เทศกาลอะไรกันเนี่ย?”

งานรำฟ้อน?

เอวานเจลีนโบกมือปฏิเสธเบา ๆ

“ไม่ใช่ค่ะ รุ่นพี่คิดว่าเป็นงานใหญ่โตหรูหรา แต่จริง ๆ แล้วเป็นงานเล็ก ๆ ในระดับหมู่บ้านจริง ๆ ค่ะ”

“อืม……”

แต่เพียงได้ยินคำนั้น ไอเดียต่าง ๆ ก็พลุ่งพล่านขึ้นมาในสมองของฉัน ในฐานะผู้บริหารเมือง

‘เทศกาล…… การแข่งขันศิลปะการต่อสู้…… งานรำฟ้อน…….’

……นี่มันเป็นสินค้าทางการของการท่องเที่ยวชัด ๆ !

แค่ติดแท็ก ‘เทศกาล’ ‘กิจกรรม’ แล้วโปรโมทให้ดี นักท่องเที่ยวก็จะแห่กันมาเหมือนฝูงหมาป่าเลย

ฉันนึกถึง ‘โครงการท่องเที่ยวครอสโรด’ ที่เคยเริ่มต้นแล้วต้องสะดุดหยุดลงไป

ฉันวางแผนจะสร้างโรงแรมระดับห้าดาวพร้อมคาสิโน

‘อ้อ ช่างจากเมืองหลวงยังไม่มาเลย’

ช่างที่จะออกแบบโรงแรม และผู้จัดจำหน่ายอัญมณีเวทมนตร์ที่กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นในครอสโรด

ทั้งสองอย่างวินเทอร์ซิลเวอร์จะเป็นผู้จัดการให้ แต่ยังไม่มีข่าวคราวอะไร

ถึงแม้ระยะทางจะไกล ทำให้ต้องใช้เวลานาน แต่ฉันก็อยากรู้เหลือเกินว่าพวกเขาจะมาถึงเมื่อไหร่……

……ฉันกำลังครุ่นคิดอยู่เช่นนั้น

“ท่านเจ้าเมืองครับ!”

ไอเดอร์วิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ฉันจึงหันไปมองด้วยความสงสัย

“มีแขกมาจากเมืองหลวงครับ!”

“……!”

แค่คิดถึงชื่อก็มาจริง ๆ ด้วย!

ฉันรีบคว้าเสื้อคลุมแล้วรีบเดินออกไป ไอเดอร์และเอวานเจลีนตามมาติด ๆ ด้านหลัง

พอมาถึงประตูเมืองทางเหนือ เสียงอึกทึกครึกโครมของประชาชนที่แห่กันออกมาดูความอลหม่านตรงหน้าดังกระหึ่มไปทั่วถนน

แล้วก็ผ่านประตูเมืองทางเหนือที่เปิดกว้างอยู่

ราวกับขบวนพาเหรดอันยิ่งใหญ่ รถม้าหรูหราล้ำสมัยวิ่งต่อเนื่องไม่รู้จบ

รถม้าของห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์ปรากฏกายอย่างสง่างาม

“ว้าว…… อะไรกันนี่ เกิดอะไรขึ้นเนี่ย”

เอวานเจลีนอ้าปากค้าง มองขบวนพาเหรดด้วยความประหลาดใจ ฉันเองก็เป่าปากเบา ๆ วินเทอร์ซิลเวอร์ตัวจริงมาถึงแล้ว!

“ฝ่าบาท!”

เสียงคุ้นเคยดังมาจากหัวขบวนพาเหรด

ฉันหันไปมอง เห็นหญิงสาวในชุดสูทสีเรียบ ผมสีฟ้าสดใสปลิวไหวไปกับสายลมอ่อน ๆ

ดวงตาสีเงินวาววับราวกับดวงดาว ใต้แสงแดดอุ่นละมุนของฤดูใบไม้ร่วง

เธอยกมือโบกให้ฉันอย่างร่าเริง แขนเรียวเล็กสีขาวเนียนสะท้อนแสงอาทิตย์บนผืนฟ้าสีคราม งดงามราวกับภาพเขียน

ฉันยิ้มกว้างก่อนเอ่ยชื่อของเธอ

“……เซเรเนด”

เจ้าของห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์

หุ้นส่วนธุรกิจและผู้ช่วยการเต้นรำฉันที่ฝ่าฟันอุปสรรคมากมายในเมืองหลวง

เซเรเนด วินเทอร์ซิลเวอร์มาถึงครอสโรดแล้ว

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ ◈บทที่ 280. [เนื้อเรื่องเสริม] เทศกาลใบไม้ร่วง

คัดลอกลิงก์แล้ว