- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 264. [ด่านที่ 10] การรักษาคำสาป
◈บทที่ 264. [ด่านที่ 10] การรักษาคำสาป
◈บทที่ 264. [ด่านที่ 10] การรักษาคำสาป
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 264. [ด่านที่ 10] การรักษาคำสาป
ครู่ก่อนหน้านั้น
ณ กลางเมืองครอสโรด ลานโล่งข้างค่ายทหาร
“แฮ่ก...แฮ่ก...แฮ่ก!”
ฉันหายใจหอบเหนื่อย ตัวสั่นเทา พยุงตัวเองไว้แทบไม่ไหว
ตรงหน้าคือร่างไร้ชีวิตของหมาป่าขาวตัวใหญ่
ท่าไม้ตาย ‘พริบตา’ - การถีบสุดฤทธิ์ของคุเรฮะ ทำให้มันบาดเจ็บสาหัส และฉันก็จัดการมันได้ด้วยคมมีดเวทย์อย่างยากลำบาก
แต่ปัญหาคือ คุเรฮะ
ฉันหันไปทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว ภาพที่เห็นคือคุเรฮะนอนจมกองเลือด
“เฮ้ คุเรฮะ! รู้สึกตัวหน่อย!”
“แค่ก ๆ !”
คุเรฮะหายใจรวยริน บาดแผลฉกรรจ์ขนาดใหญ่ปรากฏอยู่ที่ท้อง ฉันรีบหยิบยาชั้นยอดจากกระเป๋าออกมา เทลงบนบาดแผลทันที
แต่...
‘รักษาช้าจัง...!’
แผลไม่ยอมหายง่าย ๆ
ร่างกายของคุเรฮะที่ใช้พลังจนหมดสิ้น และเคยผ่านการทำมัมมี่มาแล้ว จึงไม่ตอบสนองต่อยาอย่างเต็มที่
“ฮือ...แค่ก ๆ ! ฝ่าบาท...ท่านผู้เฒ่าสองคนเมื่อครู่...คงปลอดภัยสินะครับ...”
“แน่นอนว่าปลอดภัย! ห่วงตัวเองก่อนเถอะ!”
ถึงกับเอาตัวไปบังคนอื่นทั้ง ๆ ที่อยู่ในสภาพนี้...
ฉันทุ่มเทอย่างสุดความสามารถเพื่อรักษาคุเรฮะ
“ฝ่าบาท!”
ทหารลาดตระเวนที่ฉันสั่งให้คอยอยู่รอบ ๆ วิ่งเข้ามาหาอย่างร้อนใจ
ฉันเหลือบมองทหารลาดตระเวน ก่อนจะกลับมาโรยยาลงบนบาดแผลของคุเรฮะอีกครั้ง ใช้มือกดบาดแผลเพื่อห้ามเลือด
“รายงานมา!”
“ครับ!”
เสียงรายงานสถานการณ์สลับสับเปลี่ยนกันเข้ามาอย่างรวดเร็ว ฉันกับคุเรฮะที่หน้าซีดเผือดเพราะเลือดไหลไม่หยุด ต่างก็หน้าเสียแทบไม่มีสีเลือดฝาดเหลืออยู่
กำแพงเมืองทางทิศใต้ ลูคัสสู้กับหมาป่าที่ปิดล้อมเขาอยู่อย่างโดดเดี่ยว
ทางทิศเหนือ เอวานเจลีนล้มลงแล้ว เหล่าผู้กล้าคนอื่น ๆ ก็ถูกจัดการไปจนหมดสิ้น
หมาป่าส่วนใหญ่ที่ซุ่มอยู่ในเมืองถูกกำจัดไปแล้ว แต่พวกที่เหลือ...
“จับตัวประกันงั้นเหรอ?” ฉันถามเสียงเรียบ
“ครับ...! พวกหมาป่าที่ถูกต้อนเข้าไปในจัตุรัสกลางเมืองกำลังจับประชาชนเป็นตัวประกันครับ นอกจากนั้นยังมีอีกหลายตัวที่ซุ่มอยู่ในตรอกซอย...” ทหารรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
หัวฉันปั่นป่วน มึนตึงไปหมด
ไม่รู้จะแก้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันหลายจุดแบบนี้ยังไง ฉันพยายามคิดอย่างใจเย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้
แล้วก็...
“หะ...ให้ผมช่วยนะครับ”
คุเรฮะพยายามลุกขึ้น ขณะที่ยังคงไอเป็นเลือด ฉันตกใจจนตะโกนลั่น
“อย่าพูดบ้า ๆ ! นายใกล้จะตายแล้ว!”
“ต้อง...ต้องรีบไปช่วยคูอิลัน ต้องรีบ...” คุเรฮะกระซิบเสียงแผ่ว
“บ้าไปแล้ว! นอนนิ่ง ๆ ไปไม่ได้เหรอ?! ในสภาพนี้ นายไปถึงประตูทางเหนือไม่ได้หรอก ตายคาที่นี่แน่!”
“น้องชายผมก็กำลังจะตายอยู่เหมือนกัน!”
คุเรฮะตะโกนเสียงดังใส่หน้าฉัน ฉันอึ้งไปชั่วขณะ สายตาของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความมุ่งมั่น
คุเรฮะพยายามลุกขึ้นอีกครั้ง มือทั้งสองข้างปิดกั้นเลือดและไส้ที่ไหลทะลักออกมาจากบาดแผลที่ท้องอย่างสุดความสามารถ
ร่างกายของเขาที่ใช้พลังไปหมดแล้วในการช่วยเหลือคนแก่ทั้งสองผอมแห้งราวกับมัมมี่ การลุกขึ้นยืนยิ่งดูยากลำบากเข้าไปใหญ่
ช่วยคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง แต่ช่วยน้องชายตัวเองไม่ได้…
ภาพตรงหน้าช่างสลดใจ ฉันปิดเปลือกตาแน่น
‘คิดสิ’
หาทางออกจากสถานการณ์นี้ให้เจอ
‘เกมนี้ถูกสร้างมาเพื่อเคลียร์’
ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร ก็ต้องมีทางรอด ประสบการณ์เจ็ดร้อยสี่สิบสองครั้งที่ผ่านมาเป็นเครื่องพิสูจน์
หาโอกาสที่มีความเป็นไปได้สูงขึ้น หาทางที่แน่นอนขึ้น
หาให้เจอ
‘ไม่ใช่!’
ฉันลืมตาขึ้น
แค่นั้นมันไม่พอ ห้ามตัดสินเพียงแค่สถานการณ์ที่มีอยู่ ฉันต้องมองให้กว้างกว่านี้ ไกลกว่านี้
‘มองนอกกรอบจากกฎของเกม’
อย่าตกเป็นทาสของกฎ จงครองกฎ
ใช้ทุกวิธีที่ใช้ได้
เลี่ยง โค้ง บิดเบือน หาจุดอ่อนของกฎให้เจอ
“……!”
ขณะนั้นเอง
ไอเดียหนึ่งผุดขึ้นมา วิธีที่จะแก้ไขสถานการณ์ทั้งหมดนี้ในครั้งเดียว
“คุเรฮะ”
ฉันเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสงบเยือกเย็น แม้แต่ตัวฉันเองยังตกใจ
“เพื่อช่วยน้องชายนาย นายจะทำอะไรได้บ้าง?”
คุเรฮะไม่ลังเล
“ทำอะไรก็ได้ครับ”
“…….”
“เพื่อเด็กคนนั้น ผมทำอะไรก็ได้ครับ”
ฉันพยักหน้าอย่างหนักแน่น
“มีวิธีหนึ่ง คุเรฮะ”
ฉันรีบอธิบายแผนที่นึกออกอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของคุเรฮะแสดงความประหลาดใจแวบหนึ่ง
“แน่นอนว่าในทางทฤษฎีแล้วทำได้…แต่…”
“มันทำได้จริงเหรอครับ?”
“ได้ แต่ว่า…นายอาจต้องเผชิญหน้ากับศัตรูด้วยตัวเอง”
แต่ตอนนี้สภาพของคุเรฮะแย่มากเสียเหลือเกิน
ทหารวิ่งวุ่นไปตามหาหมอในวิหาร แต่ก่อนหมอจะมาถึง เขาก็คงสิ้นใจไปเสียแล้ว
แสงแห่งชีวิตของคุเรฮะกำลังมอดดับลงทีละน้อย การทำตามแผนในสภาพนี้…
“…….”
แล้วจู่ ๆ ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวฉัน
“……คุเรฮะ จากเรื่องราวในอดีตที่นายเล่าให้ฉันฟัง…”
ฉันกำหมัดแน่น ก่อนถามออกไป
“พ่อของนายเปลี่ยนน้องชายนายที่กลายเป็นภาชนะแห่งคำสาปให้เป็นปีศาจหมาป่าใช่ไหม?”
“ครับ ถูกต้องแล้วครับ”
“งั้นตอนนี้นายที่เป็นภาชนะแห่งคำสาปก็สามารถเปลี่ยนเป็นปีศาจหมาป่าได้สินะ?”
คุเรฮะเงียบไป ฉันจ้องมองใบหน้าของเขาเขม็ง
แล้ว…ดูเหมือนว่าเขาจะตัดสินใจอะไรบางอย่าง คุเรฮะพยักหน้าช้า ๆ
“……ครับ ฝ่าบาท แต่ที่นี่ไม่มี ‘ต้นไม้’ ที่จะช่วยเสริมเวทย์ ดังนั้นเวทย์จึงไม่สมบูรณ์ครับ”
“…….”
“ผมจะไม่กลายเป็นปีศาจหมาป่าที่สมบูรณ์แบบ และอาจจะเสียสติ…หรืออาจจะโจมตีฝ่าบาทก็ได้ครับ”
“ไม่เป็นไร ฉันมีวิธี…มีวิธีที่จะทำให้นายเชื่อฟังคำสั่งฉัน”
“…….”
รอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นบนริมฝีปากซีดเผือดของคุเรฮะ เลือดไหลซึมอยู่เต็มที่
“ดูท่า เวทย์มนตร์ที่เรียนมาจากแม่…จะได้ใช้สักทีสินะครับ”
“……คุเรฮะ”
“ถึงยังไงก็คงตายอยู่ดี ขอให้เปลี่ยนผมเป็นปีศาจหมาป่าด้วยเถอะครับ เพื่อให้ผมสามารถทำตามแผนที่ฝ่าบาทสั่งได้”
คุเรฮะก้มศีรษะลงต่ำ
“โปรดให้ผมช่วยน้องชายด้วยครับ”
ฉันกัดฟันแน่น แล้วตอบสั้น ๆ
“เริ่มเลย ไม่มีเวลาแล้ว”
ฉันวาดวงเวทย์ตามที่คุเรฮะบอก แล้ววางคุเรฮะลงบนวงเวทย์นั้นอย่างแผ่วเบา
คุเรฮะท่องคาถาปลดปล่อยเวทย์ด้วยเสียงแผ่วเบา ขณะเดียวกัน ฉันใช้มีดสลักรอยแผลเป็นรูป X บนหน้าผากของเขาอย่างรวดเร็ว
แสงจันทร์นวลนุ่มจากพระจันทร์เต็มดวงสาดส่องลงมาจากท้องฟ้า
กรุ๊ดๆ ๆ กรั๊กๆ ๆ …!!
เสียงเนื้อหนังบิดเบี้ยวอย่างน่าสะพรึงกลัว เนื้อเยื่อ กล้ามเนื้อ และขนสีแดงสดงอกออกมาจากแขนขาของคุเรฮะ ที่ก่อนหน้านี้ผอมแห้งราวกับมัมมี่
ร่างกายของคุเรฮะที่อาบแสงจันทร์กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อฉันแกะรอยแผลเป็นรูป X บนหน้าผากของเขาเสร็จสิ้น คุเรฮะก็กลายเป็นปีศาจหมาป่ารูปร่างน่าสะพรึง
กรงเล็บแหลมคมงอกออกมาอย่างผิดรูป เขี้ยวไม่เรียงตัว ข้อต่อบิดเบี้ยว กล้ามเนื้อขยายใหญ่ไม่เท่ากัน และขนสีแดงปกคลุมทั่วร่าง…
ปีศาจหมาป่าที่แบกรับคำสาปของเผ่าพันธุ์ไว้ทั้งหมด
《…….》
ปีศาจหมาป่าตัวใหญ่ค่อย ๆ ลุกขึ้น ทรงพลังและน่าเกรงขาม
ฉันเตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีที่อาจจะเกิดขึ้น แต่ดูเหมือนมันจะยังไม่แสดงท่าทีใด ๆ
ก่อนอื่น ฉันใช้ [ดวงตาของผู้บัญชาการ]
“คุกเข่าลง แสดงความจงรักภักดีต่อฉัน”
[ดวงตาของผู้บัญชาการ] ได้ผลอย่างง่ายดาย คุเรฮะค่อย ๆ คุกเข่าลงต่อหน้าฉัน ดวงตาสีสดใสจ้องมองฉันอย่างเงียบสงบ
“คุเรฮะ”
ฉันจ้องมองดวงตาของปีศาจ แล้วเริ่มต้นคาถาเวทย์ทักษะที่สอง เสียงทุ้มต่ำแผ่วเบาแต่ทรงพลัง
“จงอยู่ใต้อาณัติของฉัน”
ฉ่าาา!
ทันใดนั้น ราวกับเวทมนตร์ สร้อยคอโซ่เส้นบางปรากฏขึ้นกลางอากาศ แล้วค่อย ๆ รัดรอบคอคุเรฮะ
ติ๊ง!
[ได้เพิ่ม คุเรฮะ (SSR) หมาป่าที่ไม่ทราบชื่อ เข้าฝ่ายเรา!]
- ความภักดีปัจจุบัน: 90/100
- คำสั่งสัมบูรณ์: 1 ครั้ง
สำเร็จแล้ว!
ฉันถอนหายใจด้วยความโล่งอก ฮือ... ความตึงเครียดคลายลง ราวกับภาระหนักอึ้งถูกยกออกไปจากบ่า
แล้วก็...
ตูมๆ ๆ !
กระสุนปืนพุ่งทะยานออกมาจากใจกลางเมือง ดุจสายฝนที่ถาโถม ฉันรู้ทันทีว่านั่นคืออะไร
‘ทักษะขั้นสูงสุดของดาเมียน การดวล!’
ฉันเคยอ่านคำอธิบายทักษะนี้มาแล้ว รู้ผลลัพธ์อยู่แก่ใจ
มันเป็นทักษะกลุ่มของดาเมียนที่ยิงกระสุนรักษาให้กับฝ่ายเรา และยิงกระสุนโจมตีให้กับฝ่ายศัตรู แต่...
ทว่า...
กระสุนที่พุ่งมาหาฉันเป็นกระสุนรักษา เป็นไปตามที่คาดไว้
แชะ-!
แต่กระสุนที่พุ่งตรงมายังคุเรฮะกลับเป็นกระสุนโจมตี ฉันเบิกตากว้าง ใจเต้นระรัว
คุเรฮะยกแขนขึ้นมาปัดกระสุนออกไปอย่างง่ายดาย ดูไม่สะทกสะท้าน ทว่าภาพนั้นกลับทำให้ฉันใจหายวาบ ความรู้สึกไม่สบายใจคืบคลานเข้ามาแทนที่ความโล่งอกเมื่อครู่
ดวงตาเหยี่ยวของดาเมียน ตัดสินใจอย่างโหดร้าย
คุเรฮะคือปีศาจแล้ว
ไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป
แล้วคุเรฮะก็ค่อย ๆ เปิดริมฝีปาก
《……โปรด...สั่งการ...ด้วยครับ》
“…….”
《ฝ่า...บาท》
แม้จะกลายเป็นปีศาจ แต่สติสัมปชัญญะของเขายังคงอยู่
“คุเรฮะ ไป ทำตามแผน”
ฉันสั่งเสียงเรียบ กระชับ ก่อนจะกล่าวต่อ
“ไปช่วยน้องชายนาย”
《…….》
“และ...ปกป้องแนวรบนี้ด้วย”
คุเรฮะก้มศีรษะเล็กน้อย
《จะทุ่มเทอย่างเต็มที่...ครับ》
ฟู่ม-!
ร่างกายขนาดมหึมาของคุเรฮะกระแทกพื้น พุ่งทะยานไปทางทิศเหนืออย่างรวดเร็วราวสายฟ้าแลบ
ฉันมองดูเขาลับไป ความเจ็บปวดแล่นเข้ามาทิ่มแทงหัวใจ ฉันกัดฟันแน่น กำมือแน่นจนเล็บจิกฝ่ามือ
***
ปัจจุบัน
หน้ากำแพงเมืองทางทิศเหนือ
ฟุ่บ!
เลือดกระเซ็นกระจายไปทั่ว
“……?”
คูอิลันหลับตาปี๋ เตรียมรับมือกับคมเล็บของลูน่าเรดที่ทิ่มลงมา แต่กลับไม่รู้สึกเจ็บปวดแม้แต่น้อย
คูอิลันลืมตาขึ้นอย่างงุนงง
ติ๊ด ๆ
เสียงหยดน้ำเลือดกระทบพื้นดังชัดเจน
“……?!”
จู่ ๆ ก็มี…หมาป่าตัวใหญ่ปรากฏกายขึ้น เข้ามาขวางกลางระหว่างลูน่าเรดกับคูอิลัน รับการโจมตีแทน
เลือดไหลทะลักออกมาจากบาดแผลบนหลังของมัน
หรือจะเรียกมันว่าหมาป่าได้หรือ?
ปีศาจรูปร่างคล้ายหมาป่า แต่กลับดูไม่สมบูรณ์ แขนขาบิดเบี้ยวผิดรูปร่างไปหมด
แต่ทำไมกันนะ… คูอิลันจ้องมองใบหน้าของปีศาจตนนั้นด้วยความงุนงง
ความรู้สึกอบอุ่นที่ปีศาจจ้องมองมา...หรือฉันเข้าใจผิดไปเองกันนะ?
《นี่มันอะไรกันเนี่ย!》
ลูน่าเรดร้องด้วยน้ำเสียงตกตะลึง
《แกเป็นใคร? ดูเหมือนจะเป็นเผ่าเดียวกันกับฉัน แล้วทำไมถึงมาขัดขวาง...》
《……》
ปีศาจที่มองคูอิลันด้วยแววตาอ่อนโยน หมุนตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะใช้หมัดที่ยาวไม่เท่ากัน
ปั๊ก—!
ทุบเข้าที่หน้าอกของลูน่าเรดเต็มแรง
《แค่ก—?!》
ลูน่าเรดไอเป็นเลือด กระเด็นไปกระแทกพื้นด้านหลังอย่างแรง
โครม!
คูอิลันที่หลุดจากอุ้งมือลูน่าเรด นั่งลงกับพื้นอย่างเซื่องซึม ก่อนจะเงยหน้ามองขึ้นมา
《……》
ปีศาจหมาป่าที่ยืนปกป้องคูอิลัน จ้องมองเขาด้วยแววตาอ่อนโยนอีกครั้ง
- เคร้ง
ปีศาจหมาป่าปรับท่าทางเข้าสู่จังหวะการต่อสู้
ท่าทางดูประหลาดไปสักหน่อย ด้วยข้อต่อที่บิดเบี้ยวและแขนขาที่ยาวไม่เท่ากัน
แต่คูอิลันกลับรู้ทันที
นั่นคือท่าทางการต่อสู้ของเผ่าต้นเมเปิ้ล
ท่าทางที่พี่ชายเคยสอน…
《ไอ้ลูกหลานที่สืบเชื้อสายเดียวกันกับฉัน กล้าดียังไง!》
ลูน่าเรดเบิกตากว้างด้วยความโกรธแค้น ก่อนจะวิ่งเข้าใส่ปีศาจหมาป่าปริศนานั้นอีกครั้ง
ปั๊วะ! ฟึบ! ปั๊ก ๆ …
ปีศาจทั้งสองเริ่มปะทะกันอย่างดุเดือด
กล้ามเนื้อเหนือมนุษย์ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ พวกมันชกต่อยกันราวกับปืนใหญ่ หมายจะสังหารกันให้ได้
คูอิลันเบิกตากว้าง มองภาพตรงหน้าราวกับฝันร้าย
“ต้องจัดการมันตอนนี้เลยค่ะ!”
เอวานเจลีนก้าวเข้ามา คูอิลันผวาเล็กน้อย สายตาเขามองไปที่เอวานเจลีน
เอวานเจลีนมือยังกุมบาดแผลที่ท้องเอาไว้ ใบหน้าซีดเผือด แต่กำมือซ้ายที่จับโล่แน่นไม่คลาย
สมาชิกคนอื่น ๆ ค่อย ๆ เดินเข้ามาอย่างยากลำบาก
พวกเขาใช้พลังเหลืออยู่ทั้งหมดลุกขึ้นยืน ด้วยพลังจากกระสุนรักษาที่ดาเมียนยิงมา
“ฉันไม่รู้ว่าทำไมปีศาจสองตัวนั้นถึงได้ต่อสู้กันเอง แต่นี่คือโอกาสค่ะ!”
“…….”
“พวกเรากำลังหมดแรงกันหมดแล้ว ไม่มีโอกาสสองครั้งหรอกค่ะ เราต้องจัดการมันทั้งสองตัวพร้อมกัน!”
เอวานเจลีนส่งสัญญาณด้วยสายตา
ก็อตแฮนด์ กองกำลังเงา และกองกำลังไถ่บาป ต่างคว้าอาวุธของตนเอง พยักหน้ารับคำสั่งด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
เหล่าผู้กล้า ร่างกายเปื้อนเลือด ก้าวเดินไปข้างหน้า เตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีครั้งสุดท้าย
“……!”
แล้วก็...
คูอิลันที่สังเกตเห็นบางอย่าง รีบวิ่งเข้าไปขวางสมาชิกคนอื่น เอวานเจลีนขมวดคิ้วมุ่น
“คูอิลัน? กำลังทำอะไรอยู่...?”
“อย่า...อย่าโจมตี”
“ห๊ะ?”
“นั่น...พี่ชายผม”
แม้จะอธิบายไม่หมด แต่ทุกคนก็เข้าใจ
“ปีศาจตัวนั้น...พี่ชายผม!”
ในโลกนี้
มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น ที่มองมาที่ฉันด้วยสายตาอบอุ่น
ด้วยเหตุนี้ คูอิลันจึงตะโกนออกมาด้วยความรู้สึกที่ปะทุ
“นั่นมันพี่ชายผมนะ...!”
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_