- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 244. [สำรวจอิสระ] ด่านตรวจภายในเมือง (3)
◈บทที่ 244. [สำรวจอิสระ] ด่านตรวจภายในเมือง (3)
◈บทที่ 244. [สำรวจอิสระ] ด่านตรวจภายในเมือง (3)
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 244. [สำรวจอิสระ] ด่านตรวจภายในเมือง (3)
หมาป่าขนาดมหึมา ขนสีน้ำตาลอมแดง หยุดเดินช้า ๆ ห่างจากพวกเราเพียงไม่กี่เมตร
“ถึงกับมาเองเลยสินะ ราชาหมาป่า”
ฉันเอ่ยชื่อมันอีกครั้ง
“ลูน่าเรด”
《แอช.》
ลูน่าเรดกัดฟันแน่น เปล่งชื่อฉันออกมาพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมโหด เผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคม
《รู้ว่าฉันจะมา ถึงกับขุดเจาะดันเจี้ยนนี้เข้ามาเลยงั้นเหรอ? 》
“บอกว่ากำลังตามหาปาร์ตี้ของฉันอยู่ไม่ใช่เหรอ?”
หมาป่าตัวนี้สูงใหญ่จนฉันต้องแหงนหน้ามองขึ้นไป เพื่อให้สายตาของเราสบกัน
ฉันกับปีศาจจ้องตากันอย่างเอาเป็นเอาตาย ราวกับกำลังแข่งขัน แลกเปลี่ยนบทสนทนาด้วยสายตาที่ดุเดือด
“งั้นก็ต้องเจอกันอยู่แล้วล่ะ จะมาให้กลัวแล้วเลิกสำรวจ ไปซ่อนตัวอยู่เฉย ๆ ได้ยังไงล่ะ?”
ฉันคิดว่าไม่ช้าก็เร็ว ฉันจะต้องได้พบกับปีศาจระดับผู้บัญชาการกองพลในดันเจี้ยนนี้แน่ ๆ
จึงไม่ได้ตกใจแม้แต่น้อย
《ได้ยินมาว่าแกฉลาดนัก แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่สินะ ถึงกับตัดสินใจลดอายุขัยตัวเองลงด้วยมือตัวเอง》
หมาป่ายกมือขนาดมหึมาขึ้น บิดข้อต่อ ดังเสียงตุ๊บ ๆ เบา ๆ แต่ก้องกังวาน
《อาณาจักรแห่งทะเลสาบแห่งนี้เป็นสนามล่าของฉัน ต่างจากโลกภายนอก ฉันสามารถใช้พลังได้อย่างเต็มที่ แค่ไม่กี่นาทีก็สามารถสังหารพวกแกทั้งหมดได้แล้ว》
“รู้ไหม? พวกของแก ผู้บัญชาการกองพลทั้งสองคนน่ะ ที่มั่นใจในตัวเองเหมือนแก พวกเราจัดการไปเรียบร้อยแล้ว”
พร้อมกับคำพูดนั้น ลูคัสและเอวานเจลีนก็ปรากฏกายอยู่เบื้องหน้า ดาบและโล่ในมือยกขึ้นสูง
แม้จะเผชิญหน้ากับพลังปีศาจอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ซ่านออกมาจากปีศาจในตำนาน แต่สองอัศวินกลับไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย
คงผ่านประสบการณ์การต่อสู้กับผู้บัญชาการกองพลแห่งฝันร้ายมาแล้วสินะ
ดาเมียนเล็งปืนใหญ่ด้วยท่าทีสงบ เบอร์ดันดี้ก็ไม่น้อยหน้า ด้วยประสบการณ์การเผชิญหน้ากับศัตรูเช่นนี้มาก่อน เขารีบชักกริชออกมาเตรียมพร้อม
“อื้อ……ฮึก…….”
ทว่า คูอิลัน
และกองกำลังไถ่บาปกลับแข็งทื่อราวกับถูกสาป ขยับตัวแทบไม่ได้
ฉันจึงลองพูดแซวเบา ๆ เพื่อคลายความตึงเครียด
“อะไรกัน คูอิลัน กลัวเหรอ?”
“เปล่า…จริงอยู่ที่ว่ามันตึงเครียด แต่…มันมีสาเหตุอย่างอื่นด้วย…”
คูอิลันวางมือที่สั่นเทาลงบนหน้าอก ใบหน้าซีดเผือด
“นี่มันอะไรกัน…ความรู้สึกแบบนี้…พอเห็นปีศาจตัวนั้น ทำไมใจผมถึง…”
ขณะนั้น ดวงตาสีแดงก่ำของลูน่าเรดที่หันไปมองคูอิลันและกองกำลังไถ่บาป ก็เปล่งประกายเจิดจ้าขึ้น
《โอ้ ที่แท้ก็กลิ่นคุ้น ๆ นี่มัน…พวกแกเป็นลูกหลานของฉันเองสินะ》
“……?”
คูอิลันและกองกำลังไถ่บาปแข็งทื่อไปชั่วขณะ ไม่อาจขยับเขยื้อนได้ เพราะคำพูดที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน
ฉันก็เบิกตาโพลงเช่นกัน ไม่เข้าใจเลยว่าได้ยินอะไรไป
อะไรนะ?
“บ้าไปแล้ว! ปีศาจบ้าเอ๊ย!”
คูอิลันตะโกนเสียงดังลั่นด้วยความโกรธแค้น ขณะเดียวกัน ลูน่าเรดก็หัวเราะชอบใจ
《ในอดีตอันไกลโพ้น ผู้ที่ได้ดื่มกินเลือดของเทพเจ้าผู้ลึกลับ ละทิ้งความเป็นมนุษย์ หลอมรวมกับสัตว์ร้าย มนุษย์สัตว์คนแรก》
มือที่มีขนสีน้ำตาลแดงดั่งขนหมาป่าชี้ไปที่ตัวเอง
《บรรพบุรุษผู้หนึ่งในเผ่ามนุษย์สัตว์ นั่นก็คือฉันเอง》
มนุษย์สัตว์คนแรก หมาป่าตนแรก
บรรพบุรุษผู้หนึ่งในเผ่ามนุษย์สัตว์…ผู้ที่แสนห่างไกล
ปีศาจตนนี้บอกว่ามันคือบรรพบุรุษเหล่านั้น
“อย่ามาพูดเรื่องไร้สาระ ปีศาจ!”
คูอิลันตะโกนลั่น เตรียมพร้อมสู้ ท่าทางดุร้ายราวกับจะกระโจนเข้าใส่ทันที
พลังสีแดงเปล่งประกายออกมาจากกำปั้นทั้งสองข้างของราชาโจร ดุจเปลวไฟที่ลุกโชน
พลังสีแดงที่เปล่งประกายนั้น ดูราวกับใบเมเปิลสีแดงฉานที่กำลังปลิวไสว
“ในร่างกายของฉันไม่มีทางมีเลือดของสิ่งน่ากลัวอย่างแกหรอก…!”
《ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ แต่ร่างกายแกก็สัมผัสได้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? 》
ลูน่าเรดหัวเราะเยาะเย้ย ค่อย ๆ ยื่นมือทั้งสองข้างออกไปข้างหน้า
《เราเป็นพวกเดียวกัน ฉันคือต้นกำเนิดของแก》
ฉึก!
กรงเล็บแหลมคมดุจใบมีดของหมาป่าโผล่ออกมา พลังสีแดงฉานราวเลือดทะลักกระจายไปทั่ว
《ฉันจะพิสูจน์ด้วยการพรากชีวิตพวกแกไปเอง》
ฟู่!
เปลวเพลิงสีแดงฉานของคูอิลันลุกโชน แตกต่างจากสีแดงคล้ายเลือด ทว่า…แม้ฉันที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยก็ยังรู้สึกถึงความคล้ายคลึงแปลกประหลาด
เหนือสิ่งอื่นใดคือท่าทาง
ลูน่าเรดกำลังอยู่ในท่ารบ เหมือนกับคูอิลันเป๊ะ
“เป็นไปไม่ได้…”
ความสิ้นหวังฉายชัดบนใบหน้าของคูอิลันเพียงชั่วครู่
“วิชานี้…สืบทอดกันมาในเผ่าของเรา…”
《ฉันได้สร้างวิชาต่อสู้ กำหนดรูปแบบท่าทาง และปรับปรุงการหายใจ ฉันเป็นปรมาจารย์เพียงหนึ่งเดียวของทุกสิ่งที่แกฝึกฝนมา》
ไม่ใช่แค่สายเลือด ทุกสิ่งที่คูอิลันฝึกฝนมา
ปีศาจกล่าวด้วยน้ำเสียงโหดเหี้ยม ว่าทุกอย่างล้วนมาจากมัน
ขนสีน้ำตาลอมแดงของลูน่าเรดสะท้อนแสงไฟ ประกายระยิบระยับราวเปลวเพลิง
สีคล้ายกับสีผมแดงของคูอิลันอย่างน่าตกใจ
“…….”
ฉันกลืนน้ำลายลงคอ พลางครุ่นคิด
ไม่รู้ว่าคำพูดของปีศาจตนนั้นเป็นความจริง หรือเป็นเพียงคำโกหกเพื่อหลอกลวงพวกเรา
ปีศาจในอาณาจักรแห่งทะเลสาบนี้คือสิ่งมีชีวิตที่ราชาปีศาจปลุกขึ้นมา
นั่นหมายความว่า…สิ่งมีชีวิตที่ตายไปแล้วเมื่อหลายร้อยหลายพันปีก่อน…กลับฟื้นคืนชีพขึ้นมา
คูอิลันกัดฟันแน่นจนตัวสั่น กระแทกพื้นแรง ๆ ก่อนพุ่งตัวไปข้างหน้า
“อย่ามาพูดมาก ปีศาจบ้า! ฉัน…”
“คูอิลัน! อย่า!”
ฉันตะโกนห้าม แต่สายไปเสียแล้ว คูอิลันวิ่งด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน
กำปั้นและเท้าที่เปล่งประกายด้วยพลังสีแดงดุจไฟ พุ่งเข้าใส่ปีศาจอย่างรวดเร็ว
ท่วงท่าการต่อสู้ของเขาเร็วราวสายฟ้าแลบ ปล่อยหมัดต่อเนื่องหลายสิบครั้งในพริบตาเดียว
ทว่า…
《ท่าทางยังอ่อนด้อยอยู่มาก เจ้าลูกหลานเอ๊ย!》
ลูน่าเรดแค่ชกเพียงครั้งเดียว
ปัง-!
หมัดทรงพลังตรงเข้าใส่กลางท้องคูอิลันเต็ม ๆ
คูอิลันอ้วกเป็นเลือด ล้มลงไปทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว แม้แต่เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดก็ยังไม่มี
《อ่อนด้อย อ่อนด้อย! อ่อนด้อยเหลือเกิน! ทั้งหมัด และความแค้น! ไม่มีอะไรที่จริงจังเลยสักอย่าง!》
หมาป่าคำราม เสียงทุ้มต่ำทรงพลัง กล้ามเนื้อที่เส้นเอ็นโป่งพอง ชักแขนขึ้นสูง
《วิชาต่อสู้ของเผ่าเรา มีไว้เพื่อการต่อสู้เท่านั้น! ไม่เลือกวิธีการ ทิ้งความเป็นมนุษย์ ฆ่าศัตรูเหมือนสัตว์ร้าย!》
ฉันรีบวิ่งไปหาคูอิลันที่นอนจมกองเลือด ค่อย ๆ พยุงร่างที่ไร้เรี่ยวแรงขึ้น
ลูน่าเรด ยังคงพูดต่อ เสียงเยาะเย้ยดังก้อง
“ฉันละทิ้งความเป็นมนุษย์ กลายเป็นสัตว์ร้าย เพื่อความสมบูรณ์แบบของวิชาต่อสู้ แต่แกล่ะ ลูกหลานเอ๊ย! แกยังคงติดอยู่ในกรอบความเป็นมนุษย์อยู่หรือไง! มรดกของฉันแทบจะสูญเปล่า!”
“เออ ก็เลิกตีลูกหลานที่พยายามใช้ชีวิตกันซะทีสิ คุณหมาป่าผู้เชี่ยวชาญวิชาการต่อสู้”
ฉันพูดเยาะเย้ย ลูน่าเรดหันสายตาจากคูอิลันมาหาฉัน ฉันพูดต่อพลางเบ้ปากเล็กน้อย
“แล้วทำไมถึงได้พยายามสร้างวิชาต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมนัก พอใจแล้วก็ไปตายอย่างสงบเถอะ ทำไมถึงได้กลับมาเกิดใหม่แล้วมาทำแบบนี้อีกล่ะ?”
“สมบูรณ์แบบ? พอใจ? แกพูดบ้าอะไรอยู่น่ะ มนุษย์!”
ลูน่าเรดหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ฮ่า ๆ ๆ ๆ
“การต่อสู้นั้นไม่มีจุดจบ วิชานั้นไม่มีวันหยุดนิ่ง แม้แต่ในช่วงเวลาที่ฉันตาย ฉันก็ยังเสียใจที่ต่อสู้ได้ไม่พอ แล้วจะมีโอกาสแบบนี้มาให้อีก ฉันก็ต้องคว้ามันไว้สิ!”
“หือ…”
“ถ้าฉันสามารถต่อสู้กับคนที่เก่งกว่าฉันได้ แล้วยังสามารถกัดคอมัน ลิ้มรสเลือดของมันได้! ถ้าฉันสามารถพิสูจน์ได้ว่าฉันเก่งกว่า! ถึงแม้จะต้องขายวิญญาณให้กับปีศาจ ฉันก็ยินดี!”
“ดูเหมือนว่าแกขายไปหมดแล้วนะ”
ฉันคิดว่าคอนเซ็ปต์มันจะแนวศิลปะการต่อสู้ แต่หมาป่าตัวนี้จริงจังซะจริง
ลูน่าเรดเดินเข้ามาหาฉันที่กำลังบ่นพึมพำอยู่
《งั้นก็มาถึงบทสนทนาของเราต่อกันเถอะ หลังจากที่ได้เล่นกับลูกหลานของฉันเสร็จแล้ว》
“ไม่ ไม่ต้องก็ได้…”
《ผู้พิทักษ์มนุษยชาติ แกจะทำให้ฉันสนุกได้ใช่ไหม? แกที่ฆ่าออลลอปและเซเลนดิออนได้ ก็คงจะสามารถต่อสู้กับฉันได้อย่างแท้จริงใช่ไหม? 》
ฉันตอบหมาป่าที่มองด้วยแววตาคาดหวังอย่างชัดเจน
“ไม่”
《หือ?》
“ฉันไม่สู้หรอก”
ฉันหยิบม้วนเวทมนตร์ออกมาจากอก
คือ [ม้วนคัมภีร์เคลื่อนย้ายออกจากดันเจี้ยน]
หลังจากที่จ้าวแวมไพร์เซเลนดิออนโจมตีฉัน ไอเดอร์ก็เปิดฟังก์ชันระบบสองอย่างให้ฉัน
อย่างแรกคือเรดาร์ที่สามารถตรวจจับบอสปีศาจได้ และอีกอย่างคือ…
[ระเบิดหนีฉุกเฉิน!] <เฉพาะสำรวจอิสระ>
- ทำให้สัตว์ประหลาดรอบ ๆ นั้นช็อค และความเร็วในการเคลื่อนที่ของปาร์ตี้ผู้เล่นจะเพิ่มขึ้น 100 %
- เมื่อใช้ฟังก์ชันนี้ จะต้องใช้ ‘ม้วนคัมภีร์เคลื่อนย้ายออกจากดันเจี้ยน’ 1 ชิ้น
นี่แหละ
เป็นฟังก์ชันที่สร้างมาให้ใช้เมื่อเจอศัตรูที่รับมือไม่ได้ในดันเจี้ยน เป็นฟังก์ชันที่แลกกับคะแนนความสำเร็จสูงถึง 45,000 คะแนน
‘ในที่สุดก็ได้ใช้สักที!’
ฉันไม่ได้คิดจะต่อสู้กับผู้บัญชาการกองพลแห่งฝันร้ายในดันเจี้ยนนี้ตั้งแต่แรก
แน่นอน ทำไมต้องไปสู้ในสงครามที่เสียเปรียบล่ะ? ไปสู้ในรังของพวกมัน ก็เท่ากับฆ่าตัวตาย!
เหตุผลที่ฉันมาสำรวจเขตที่ 6 ในสถานการณ์อันตรายแบบนี้… ที่ผู้บัญชาการกองพลตามล่าฉันอยู่ในดันเจี้ยน?
“ก็เพราะมีทางหนีไง!”
ฉันฉีกม้วนคัมภีร์ออกโดยไม่ลังเล แล้วใช้ฟังก์ชัน [ระเบิดหนีฉุกเฉิน!]
ปัง—!
《ฮึก?! อะไรกันเนี่ย!》
ลูน่าเรดเซถลาถอยหลังไปพร้อมกับแสงวาบ ฉันพยุงคูอิลันที่เซล้มไว้ พลางตะโกนบอกสมาชิกปาร์ตี้
“วิ่งไปที่ประตูมิติ! ถอยทัพ!”
“ครับ!”
สมาชิกปาร์ตี้ต่างวิ่งไปยังพื้นที่ปลอดภัยภายในด่านตรวจเมืองอย่างรวดเร็ว
ฉันลากคูอิลันที่ยังเซไปตามหลัง ลูคัสและเอวานเจลีนก็เข้ามาช่วย
ลูน่า เรดที่พ้นจากอาการตกตะลึง คำรามออกมา
《แอช! แกหนีไปเหรอ?! ทิ้งศัตรูแล้วหนีไป! แกไม่มีศักดิ์ศรีของนักรบเลยหรือไง?!》
ฉันพยักหน้าอย่างไม่ลังเล
“ก็ไม่มีสิ!”
《อะไร…?!》
ศักดิ์ศรีน่ะเหรอ? ศักดิ์ศรีมันให้อาหารฉันได้หรือไง?
ชีวิตของลูกทีมฉันสำคัญกว่า ฉันไม่จำเป็นต้องไปรับการต่อสู้ที่เสียเปรียบอยู่แล้ว
“คอยดู! ตอนนี้ฉันถอยทัพเพราะกลยุทธ์ แต่ฉันจะแก้แค้นให้ได้!”
ฉันพูดประโยคคล้ายตัวร้ายชั้นต่ำ ก่อนจะไปถึงประตูมิติ แล้วพาสมาชิกปาร์ตี้เข้าไปทีละคน
ลูน่าเรดวิ่งทะยานออกจากเขตปลอดภัยทันที ฟันกรอดกรามแน่น
ฉันอมยิ้ม พลางจ้องมองหมาป่าตนนั้นอย่างไม่ละสายตา
“อย่ามาใช้เล่ห์เหลี่ยมส่งลูกน้องมาลอบโจมตีในบ้านฉันแบบนี้อีก! ถ้าอยากต่อสู้จริง ๆ ก็มาสู้กันอย่างตรงไปตรงมาเถอะ!”
《…….》
“มาที่กำแพงของฉันสิ มาพิสูจน์ฝีมือการต่อสู้โบราณของแกด้วยกระสุนปืนของฉันเลย”
ลูน่าเรดหัวเราะเยาะเย้ย
《การต่อสู้ไม่มีอะไรที่เรียกว่าเล่ห์เหลี่ยม ในโลกนี้มีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะอยู่รอด ผู้ที่รอดมาได้คือผู้แข็งแกร่ง》
ฉันเห็นด้วยกับคำพูดนั้น
ดังนั้น ฉันจะใช้กลยุทธ์ทุกอย่างเพื่อเอาชนะมัน
ในสนามรบที่ฉันได้เปรียบ ด้วยวิธีการที่ฉันได้เปรียบ
เพื่อความอยู่รอดในนรกนี้
“มาฆ่ากันให้สาสมเถอะ หมาป่า”
ฉันชูมือขึ้น แล้วกระโดดเข้าไปในประตูมิติ
คูอิลันที่ยังคงจ้องมองลูน่าเรด และลูคัสที่คอยประคองคูอิลันอยู่ ต่างก็ตามฉันเข้าไปในประตูเช่นกัน
ดวงตาสีแดงฉานของหมาป่ายังคงจับจ้องพวกเราอยู่
เป็นสายตาที่กระหายเลือด ดุดันราวกับกำลังทำเครื่องหมายบนเหยื่อ
แคร๊ง!
***
[สำรวจอิสระสิ้นสุด!]
[ตัวละครเลเวลอัป]
> ปาร์ตี้หลัก
- แอช(EX) Lv.47 (↑1)
> ปาร์ตี้รอง1
- คูอิลัน(SR) Lv.47 (↑1)
- ทิวส์เดย์(R) Lv.41 (↑1)
- เวนส์เดย์(R) Lv.40 (↑1)
แบคกี้ (R) Lv.39 (↑2)
ออนเดอร์ล็อก (R) Lv.37 (↑2)
[ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต]
คูอิลัน (ระดับ SR) : บาดเจ็บเล็กน้อย
[ไอเทมที่ได้รับ]
ชิ้นส่วนธงผู้บัญชาการผู้ยิ่งใหญ่ : 1 ชิ้น
ผลึกแห่งความมืดมิด : 3 ชิ้น
อัญมณีเวทมนตร์กองพลปีศาจ : 63 ชิ้น
แกนพลังเวทย์ผู้พิทักษ์ประตูนรก (ระดับ R) : 1 ชิ้น
ยาเพิ่มพลังระดับสูง : 1 ขวด
น้ำยาเวทมนตร์ระดับสูง : 1 ขวด
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_