เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

◈บทที่ 240. [เนื้อเรื่องเสริม] เตรียมการสำรวจ

◈บทที่ 240. [เนื้อเรื่องเสริม] เตรียมการสำรวจ

◈บทที่ 240. [เนื้อเรื่องเสริม] เตรียมการสำรวจ


【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】

【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】

【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】

◈บทที่ 240. [เนื้อเรื่องเสริม] เตรียมการสำรวจ

อาณาจักรทะเลสาบ เขตที่ 5 มีดันเจี้ยนทั้งหมดห้าแห่ง

รวมถึง โคลอสเซียม ที่กลายเป็นซากปรักหักพังไปแล้วด้วย ตอนนี้เคลียร์เรียบร้อยหมดแล้ว

นั่นหมายความว่า… ฉันได้ป้อมปราการป้องกันใหม่ ซึ่งเป็นไอเท็มดรอปแน่นอนจากเขตที่ 5 ที่ฉันรอคอยมานานแสนนานมาแล้ว

ฉันโยนม้วนคัมภีร์สีฟ้าสดใสขึ้นไปในอากาศพลางรับมันมาจับ ๆ ดูอยู่หลายรอบ

[ม้วนคัมภีร์อัญเชิญ : ป้อมปืนโล่ <ทักษะผู้เล่น>]

ในเกมแนวป้องกันแบบนี้ ต้องเล่นมาถึงขนาดนี้แล้วถึงจะได้ป้อมปืนใหม่เนี่ยนะ แปลก ๆ อยู่เหมือนกันนะ

อืม… เอาจริง ๆ แล้วมันไม่ใช่เกมป้องกันเมืองเสียทีเดียว แต่เป็นเกมป้องกันตัวละครมากกว่า… การแบ่งประเภทเกมมันสำคัญจริง ๆ นะ อืม…

เอาเป็นว่า ฉันแวะไปที่โรงงานของเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุเพื่อศึกษาม้วนคัมภีร์เสียหน่อย

พอเอาม้วนคัมภีร์อัญเชิญใหม่ไปให้ หัวหน้าสมาคมนักเล่นแร่แปรธาตุก็ยิ้มแก้มปริจนตาหยี

“สักทีสินะครับ! ม้วนคัมภีร์ต่อไป! กว่าจะเอามาให้! ผมน่ะเฝ้ารอจนตัวบิดไปหมดแล้ว!”

“อื้อ…ถ้าอยากได้ขนาดนั้น น่าจะบอกฉันก่อนก็ได้นะ…”

ม้วนคัมภีร์อัญเชิญแบบป้อมปราการนั้น ดรอปได้แน่นอนตามแต่ละเขต ฉันเลยบอกคร่าว ๆ ไปว่าจะเอาให้เมื่อไหร่…

หัวหน้าสมาคมนักเล่นแร่แปรธาตุบอกว่าการวิจัยจะใช้เวลาประมาณสิบวัน จากนั้นเขาก็รีบคว้า ม้วนคัมภีร์ วิ่งเข้าไปในห้องทำงานอย่างรวดเร็ว

ฝากด้วยนะ ป้อมปราการนั่นเจ๋งมากเลย ถ้าเป็นไปได้อยากใช้ในด่านนี้แหละ

“เป็นไงบ้าง ลิลลี่?”

ไหน ๆ ก็มาโรงงานนักเล่นแร่แปรธาตุแล้ว เลยแวะไปทักทายลิลลี่ด้วย

ลิลลี่กำลังเขียนเอกสารเกี่ยวกับการจัดการสิ่งประดิษฐ์โบราณอยู่ที่โต๊ะทำงาน เธอส่งยิ้มให้ฉัน

“ชีวิตข้าราชการก็เหมือนเดิมทุกวันค่ะ พระองค์”

“ถ้าเหนื่อยหรือต้องการอะไรก็บอกนะ ก็รู้ว่าฉันดูแลเธอนี่นา?”

ไม่ใช่คำพูดลอย ๆ หรอกนะ ฉันดูแลนักเวทอาวุโสคนนี้ขนาดไหน! เป็นเพื่อนร่วมงานที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตั้งแต่สมัยฝึกฝนที่ฐานปฏิบัติการแนวหน้าแล้วนะ

“ค่ะ… พระองค์… งั้นขออนุญาตเกษียณก่อนได้มั้ยคะ…”

“ถ้าพูดแบบนี้อีกครั้ง ฉันจะให้เธอเลื่อนขั้นเลยนะ อยากทำงานหนักขึ้นเหรอ?”

ลิลลี่พูดเล่น ฉันเลยแกล้งเธอกลับบ้าง

ลิลลี่หัวเราะจนต้องหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาที่มุมตา ฮิ ๆ ไม่ได้หรอก!

“เอ่อ… พระองค์… ขอถามอะไรสักอย่างได้มั้ยคะ?”

“ได้สิ ถามมาเลย”

ลิลลี่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ถามด้วยเสียงเบาเหมือนหนูตะเตร็ดตะแตด

“ก็อตแฮนด์… จะกลับมาเมื่อไหร่คะ? ออกไปปฏิบัติภารกิจมานานแล้ว…”

“……”

ฉันเบิกตาเล็กน้อยพลางหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ ใช้ปลายนิ้วจิ้มเล่นบนไหล่ของลิลลี่เบา ๆ

“นี่แน่ะ หรือว่าเป็นห่วงเหรอ?”

“ปะ…เปล่าค่ะ! ไม่เกี่ยวอะไรกับการเป็นห่วงเลยค่ะ!”

ใบหน้าของลิลลี่แดงก่ำ เธอสะบัดไหล่ปฏิเสธเสียงแข็ง

“ก็แค่! ออกไปทำงานภายใต้ชื่อภารกิจ แล้วก็หนีไปเลย! ในฐานะนักเวทอาวุโส เลยเป็นห่วงนิดหน่อยค่ะ!”

“อืม~”

“พวกเอลฟ์ก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ! เอาความไว้ใจของคนอื่นมาเล่น เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง! เป็นเผ่าพันธุ์ที่เห็นแก่ตัวสุด ๆ !”

ฉันได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเบา ๆ ลิลลี่อธิบายพลางตื่นตระหนก ถ้าบอกตรง ๆ ว่าเป็นห่วงก็จบแล้วแท้ ๆ

“……”

ทว่าฉันเองก็ตอบอะไรไม่ได้เช่นกัน

กองพลเงาใช้เวลามากกว่ากำหนดไว้แล้ว

เกินเวลาที่ฉันคาดการณ์ไว้อย่างมาก

‘เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นหรือเปล่านะ’

กองพลเงาเดินทางไปยังราชรัฐบริงเกอร์ เพื่อนำข้อเสนอของฉันไปยังท่านหญิงมังกร

ฉันมั่นใจเหลือเกิน

มั่นใจว่าท่านหญิงมังกรจะพิจารณาข้อเสนอของฉันในแง่ดี

และมั่นใจว่าก็อตแฮนด์และกองพลเงาจะไม่ล้มเหลวในการปฏิบัติภารกิจลับนี้

ความมั่นใจนี้มาจากประสบการณ์การเล่นเกมถึง 742 ครั้ง

ทางเลือกเดียวที่เหลือสำหรับท่านหญิงมังกรผู้พ่ายแพ้ในราชรัฐบริงเกอร์ ก็คือแนวรบทางใต้แห่งนี้เท่านั้น

อย่างน้อยที่สุด เธอก็คงไม่หันมาเป็นศัตรูกับฉันหรอก

ส่วนเรื่องหลัง เป็นเพราะฉันมั่นใจในฝีมือของก็อตแฮนด์ บอดี้แบ็ก และเบิร์นเอาท์ทั้งสามคน

ด้วยความสามารถของพวกเขา การลอบเข้าไปในราชรัฐบริงเกอร์อีกครั้งและการหลบหนีไม่ใช่เรื่องยากเลย

ทว่า…

‘กลับช้าไปหน่อยนะ’

ฉันกัดริมฝีปากล่างแน่น ใจไม่ค่อยดี

เกิดอะไรขึ้นกันแน่?

หรืออย่างที่ลิลลี่พูด… พวกเขาหักหลังฉันแล้วหนีไป? ตั้งแต่แรกพวกเขาก็เป็นสายลับของราชวงศ์ที่ส่งมาอยู่กับเรานี่นา…

‘หลังจากเข้าไปในราชรัฐบริงเกอร์แล้ว ระบบเฝ้าระวังของไอเดอร์ใช้การไม่ได้… สถานะขึ้นว่าไม่สามารถตรวจสอบได้…’

ขณะที่ฉันกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น

“ฝ่าบาท?”

ลิลลี่ถามด้วยความเป็นห่วง ฉันจึงยิ้มบาง ๆ แล้วโบกมือเบา ๆ เป็นเชิงปฏิเสธ

“อย่าห่วงไปเลย พวกเขาย่อมกลับมา”

ฉันยังจำความตายและการเสียสละของสมาชิกกองพลเงาได้ดี

ฉันยังคงเชื่อมั่นในตัวพวกเขาอยู่

“พอพวกเขากลับมา ฉันจะสอบถามอย่างละเอียดเลย ว่าทำไมถึงกลับช้าขนาดนี้”

“…….”

ลิลลี่กระพริบตาปริบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ยิ้มบาง ๆ

“ค่ะ ดิฉันก็ขอไปดูด้วยนะคะ”

ฉันเดินเข้าไปในโรงตีเหล็ก พบช่างตีเหล็กคนแคระนอนคว่ำอยู่บนเตียง ค้อนในมือยังคงตีสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่หน้าเตาเผาในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นควันไฟ

“เคลลิเบย์ สบายดีไหม? โธ่ พักบ้างสิ ทำไมต้องทำงานขณะนอนอยู่แบบนี้ด้วย”

“โอ้ เจ้าชายน้อย มาได้จังหวะดีเลย”

เคลลิเบย์พลิกตัวคล่องแคล่วบนเตียง ก่อนลุกขึ้นมาหาฉัน ใบหน้ายิ้มแย้ม

“ขณะต่อสู้กับพวกมนุษย์หมาป่าบนหลังยอร์มุงกันเดอร์ ฉันนึกไอเดียอะไรบางอย่างขึ้นมา เลยทำอุปกรณ์ที่จะช่วยเอาชนะพวกมันได้ขึ้นมา”

“จริงเหรอ? อะไรล่ะ?”

มนุษย์หมาป่า… พวกมันไม่มีจุดอ่อนที่เด่นชัดนัก

อาวุธเงินช่วยเพิ่มความเสียหายได้บ้าง แต่ผลลัพธ์ก็ไม่ได้มากมายอะไร

ฉันจึงลังเลอยู่ว่าจะนำอาวุธเงินที่ทำไว้ในด่านที่ 5 กลับมาใช้ใหม่ดี หรือว่าจะหาทางอื่น

“มาดูสิ!”

เคลลิเบย์ยื่นสิ่งประดิษฐ์ของเขามาให้… มันคือเครื่องยิงตะขอเกี่ยว อุปกรณ์ที่เราเคยใช้ตอนต่อสู้กับยอร์มุงกันเดอร์

“นี่มันเครื่องยิงตะขอเกี่ยวไม่ใช่เหรอ? ที่ใช้ปีนขึ้นไปบนหลังยอร์มุงกันเดอร์นั่นไง”

“ใช่ ฉันดัดแปลงนิดหน่อย เอาตะขอออกแล้ว…”

เคลลิเบย์ถอดตะขอออก แล้วติดตะปูเงินขนาดใหญ่เข้าไปแทนที่ ประกายแวววับสะท้อนแสงไฟ

“ถ้าติดตะปูเงิน! แล้วปรับกำลังนิดหน่อย!”

“จริงเหรอ?”

“งั้นก็จะกลายเป็นเครื่องยิงตะปูเงินแบบใช้ครั้งเดียว! ถ้าเอาไปยิงใส่ท้องพวกมนุษย์หมาป่าดูล่ะ?”

ตุ๊ก!

ตะปูเงินพุ่งทะยานด้วยแรงมหาศาล ก่อนจะฝังแน่นเข้าไปในผนังอย่างจัง

“ยิงแรงขนาดนี้เลยเหรอ!”

“อื้อหือ…”

นี่ปรับกำลังไว้แรงแค่ไหนกันเนี่ย? ปลอกแขนของเครื่องยิงตะปูเงินแตกร้าวไปทั่ว

“ไม่ว่าขนของพวกมันจะหนาแค่ไหน ก็เจาะทะลุได้แน่นอน”

“แบบระยะประชิดใช่มั้ย?”

“ใช่ ยิ่งไกลยิ่งเสียหายน้อย แต่ยิ่งใกล้ก็ยิ่งทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสมากขึ้น”

มนุษย์หมาป่าแข็งแกร่งจริง แต่พลังในการฟื้นฟูไม่สูงนัก

ถ้าใช้ตอนที่มันเข้ามาใกล้ ๆ ก็จะทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถือเป็นอาวุธสำรองที่ดีเลยล่ะ ฉันพยักหน้า

“ดีเลย ใช้เป็นอาวุธเสริมในกรณีฉุกเฉินได้ แล้วก็ยังนำอุปกรณ์เก่ามาใช้ใหม่ได้ด้วย”

“ฮ่าฮ่า ถึงฉันจะแก่แล้ว แต่ไอเดียยังไม่หมดไปหรอกนะ!”

“แน่นอนครับ เป็นช่างฝีมือระดับโลกเลยนี่นา”

ฉันพยักหน้าเห็นด้วย เคลลิเบย์ยิ่งยืดอกขึ้นมา ฮ่า ๆ เป็นคนแก่ที่น่ารักจริง ๆ

“งั้นจะดัดแปลงเครื่องยิงตะขอเกี่ยวเดิมให้เป็นเครื่องยิงตะปูเงิน แล้วก็สั่งทำเพิ่มอีก ฝากคุณช่างด้วยนะครับ”

“ฮึ่ม ฝากไว้กับฉันได้เลย”

“พรุ่งนี้คงจะไปสำรวจดันเจี้ยน ช่วยทำให้เสร็จสิ้นสิบอันภายในพรุ่งนี้เช้าด้วยนะครับ”

“ได้ จะส่งไปที่คฤหาสน์ของท่านนายกเทศมนตรีพรุ่งนี้เช้าเอง”

ขณะนั้นเอง ฉันเห็นเด็กหนุ่มผมฟูวิ่งหอบแฮ่ก ๆ เข้ามาทางห้องทำงาน พร้อมกับสัมภาระมากมาย

ฮันนิบาล ทหารรับจ้างระดับ N ที่เพิ่งเข้ามาใหม่

เมื่อฮันนิบาลเห็นฉัน เขาวางของลงอย่างนุ่มนวล ก่อนจะโค้งคำนับอย่างนอบน้อม

“สวัสดีครับ ฝ่าบาท!”

“อืม~ ดูท่าจะเหนื่อยมากเลยนะ”

ฮันนิบาลโค้งคำนับอีกครั้ง แล้วรีบไปทำงานต่อ

ถึงแม้เหงื่อจะท่วมตัว แต่เขาก็ยังคงทำงานอย่างไม่ย่อท้อ

ฉันชี้ไปทางฮันนิบาลพลางถามเคลลิเบย์

“เป็นไงบ้าง ผู้ช่วยที่ผมให้ไป ใช้ได้มั้ย?”

“ฮันนิบาลเหรอ? ใช้ได้เลย ถึงตัวจะเล็ก แต่ฉลาดมากเลย สอนอย่างหนึ่ง เข้าใจได้ถึงสามถึงสี่อย่าง… เหมือนดูตอนเด็ก ๆ ของฉันเลยล่ะ”

ฉันนึกถึงวัยเด็กของเคลลิเบย์โดยไม่รู้ตัว

อืม… คนแคระตัวน้อย… ตอนนั้นมีหนวดอยู่แล้วหรือเปล่า… ผมเยอะมั้ยนะ…

“แต่ว่าดูเหมือนจะมีอะไรปิดบังอยู่บ้างนะ”

เคลลิเบย์เกาคางพลางทำเสียงอืม

“แต่ว่าฉลาด เข้าใจง่าย ทำงานเก่ง ฉันก็ไม่สนหรอก”

ปิดบังอะไรกันนะ?

ฉันมองฮันนิบาลที่กำลังขะมักเขม้นทำงานอยู่ พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย เด็กคนนี้กำลังปกปิดอะไรอยู่กันนะ?

“…….”

ความทรงจำเมื่อวานนี้เกี่ยวกับกามูส์ผุดขึ้นมาในหัว เขาก็มีเรื่องลับ ๆ ซ่อนเร้นเช่นเดียวกัน ฉันทำหน้าเบื่อหน่าย

ทุกคนต่างก็มีเรื่องลับ ๆ ของตนเองทั้งนั้น

ในฐานะผู้บัญชาการและเจ้าเมือง ฉันควรจะทำอย่างไรจึงจะป้องกันไม่ให้ความลับของเหล่าทหารรับจ้างที่รวมตัวกันอยู่ที่นี่ เป็นภัยต่อภารกิจ

“หน้าตาเหมือนแบกภาระทั้งโลกเลยนะ ยิ้มหน่อยสิ เด็กน้อย!”

เคลลิเบย์ตบหลังฉันเบา ๆ ฉันเซไปข้างหน้า หัวเราะอย่างขื่นขม แล้วเอ่ยถาม

“เคลลิเบย์ ขอคำแนะนำจากผู้ใหญ่หน่อยได้ไหม?”

“อืม? ได้สิ ฉันอายุมากกว่าเจ้าเด็กน้อยอย่างแกตั้งเยอะ ความรู้ของฉันก็ต้องมากกว่าอยู่แล้ว มีอะไร? เกิดอะไรขึ้น?”

ฉันเล่าเรื่องราวเมื่อวานให้ฟังอย่างย่อ ๆ เกี่ยวกับกามูส์ เรน่า และจูเนียร์

รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย

“จะทำอย่างไรถึงจะป้องกันไม่ให้เกิดการทะเลาะวิวาทแบบนี้ขึ้นอีก?”

เคลลิเบย์หัวเราะเยาะ

“จะไม่ให้มันเกิดขึ้นเลยเหรอ? ทำไม่ได้หรอก”

“ครับ?”

ฉันอึ้งไปกับคำพูดของเคลลิเบย์

“ยกตัวอย่างนะ ฉันจะทำดาบที่ดีที่สุดในโลกขึ้นมาทำไมกัน? ถ้าพวกที่ใช้มันใช้ไม่เป็น มันก็จะแตกหัก เสียสมดุล บิดงอ หักจนต้องเอามาซ่อม ฉันจะไปพูดว่า ‘ถ้าใช้แบบนี้ ควรจะเสริมความแข็งแรงตรงนี้’ เหรอ?”

“แล้วจะพูดอะไรล่ะ?”

“ก็ไม่พูดอะไร! พูดแล้วมันจะกลับมาเหมือนเดิมเหรอ? ก็แค่ด่า แล้วก็ซ่อมส่วนที่เสียหายไป”

เคลลิเบย์กระแทกมือลงบนโต๊ะทำงานอย่างแรง พลางกล่าวต่อ

“เรื่องที่ควรเกิด มันก็ต้องเกิด สิ่งที่แกในฐานะผู้บัญชาการต้องทำ คือการแก้ไขให้เรียบร้อย”

“…….”

“ตั้งกฎให้ชัดเจน แล้วก็อย่าทำผิดกฎ เวลาจะให้รางวัลก็ให้มาก เวลาลงโทษก็ลงโทษให้หนัก พวกที่ก่อเรื่องก็ลงโทษ พวกที่ช่วยป้องกันก็ให้รางวัล”

คนแคระผู้เฒ่าหัวเราะเบา ๆ พลางบิดหนวดเครา

“หากกฎเกณฑ์ที่แกตั้งไว้แข็งแกร่ง ถึงแม้ป้อมปราการของแกจะสั่นคลอน มันก็ไม่พังทลาย”

“…….”

“ถ้าพัง ก็ซ่อมสิ! จะทำไงล่ะ? มีแต่ปีศาจเข้ามาบุกตลอดเวลา จะไม่ซ่อมเหรอ?”

ฉันยังคงคิดวนเวียนอยู่กับคำพูดของเคลลิเบย์ พลันนั้นเอง เขาก็ไล่ฉันออกไปเสียแล้ว

“ไปได้แล้ว ผู้บัญชาการน้อย! ฉันต้องทำเครื่องยิงตะปูเงินให้เสร็จสิบอัน เลยไม่ว่างแล้ว”

***

เย็นวันนั้น

บรรยากาศการกินข้าวร่วมกับการสรุปภารกิจให้กับทีม ก่อนออกเดินทางไปสำรวจ กลายเป็นกิจวัตรที่วนเวียนมาสองอาทิตย์แล้ว วันนี้ก็เช่นกัน ฉันจึงเรียกทีมมารวมตัวอีกครั้ง

สมาชิกทีมก็ยังคงเป็นชุดเดิม

สี่คนหลัก ไม่รวมจูเนียร์ และกองกำลังไถ่บาปของคูอิลันอีกห้าคน รวมถึงเบอร์ดันดี้ที่เข้าร่วมในเหตุการณ์ครั้งก่อน นับรวมแล้วสิบคนพอดี

“พรุ่งนี้เราจะไปเขตที่หก”

ฉันเริ่มอธิบาย พร้อมกับวาดแผนที่ของเขตที่หก และเขตต่าง ๆ ที่ตามมา ลงบนกระดานดำ

เขตที่หก นั่นคือระดับความลึกที่หก

นั่นคือที่ที่เรียกว่านรก ความมืดมิดแท้จริงของอาณาจักรทะเลสาบ จะเริ่มต้นจากที่นี่

“อาณาจักรทะเลสาบแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก เขตที่หนึ่งถึงห้า คาดว่าเป็นที่อยู่อาศัยของสามัญชน ส่วนเขตที่หกถึงสิบ คาดว่าเป็นที่อยู่อาศัยของชนชั้นสูง”

คาดการณ์ว่าจำนวนประชากรชนชั้นสูงน้อยกว่า แต่เขตที่หกถึงสิบ ซึ่งเป็นเขตปราสาทชั้นใน กลับมีพื้นที่กว้างใหญ่กว่า

ถึงจะเรียกว่าปราสาทชั้นใน แต่ความจริงแล้วดูคล้ายกำแพงสูงใหญ่ที่กั้นแบ่งพื้นที่อยู่อาศัยของผู้คนในเมืองนี้เอาไว้

แม้จะไม่รู้แน่ชัดว่าอาณาจักรทะเลสาบนี้มีโครงสร้างสังคมอย่างไร แต่เท่าที่สังเกตก็พอจะเดาได้ว่ามันผิดแผกแตกต่างไปจากที่อื่นอยู่ไม่น้อย

“ประตูที่เชื่อมไปยังเขตที่ 6 ปิดสนิทอยู่ พรุ่งนี้เราต้องบุกเข้าไปให้ได้”

ฉันชี้ไปยังประตูแคบ ๆ ที่เป็นทางเชื่อมไปยังเขตชั้นในของปราสาท

ด่านตรวจภายในเมือง…

นั่นคือชื่อดันเจี้ยนที่เราต้องบุกตะลุยในวันพรุ่งนี้

“ที่นี่ไม่สูงชันมากนัก แต่มีกำแพงล้อมรอบอย่างแน่นหนา และสภาพภูมิประเทศก็เอื้อต่อการตั้งรับเสียเหลือเกิน นั่นหมายความว่า…”

ฉันยิ้มบาง ๆ พลางกล่าวต่อ

“ครั้งนี้เราไม่ใช่ฝ่ายตั้งรับ แต่เราจะเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายรุกบ้าง!”

สีหน้าของสมาชิกทีมต่างเปลี่ยนไปด้วยความประหลาดใจ เมื่อได้ยินแผนการที่ไม่คาดคิดนี้

ใช่แล้ว…ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราก็ดักรอแต่ในกำแพงไม่ใช่เหรอ?

(บางครั้งการบุกโจมตีก็สนุกดีเหมือนกันนะ!)

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ ◈บทที่ 240. [เนื้อเรื่องเสริม] เตรียมการสำรวจ

คัดลอกลิงก์แล้ว