เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

◈บทที่ 236. [การสำรวจอิสระ] บ่อน้ำร้อน (3)

◈บทที่ 236. [การสำรวจอิสระ] บ่อน้ำร้อน (3)

◈บทที่ 236. [การสำรวจอิสระ] บ่อน้ำร้อน (3)


【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】

【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】

【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】

◈บทที่ 236. [การสำรวจอิสระ] บ่อน้ำร้อน (3)

สรุปแล้วก็คือ

ไม่ใช่ผี

“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! ฉันไม่ใช่ปีศาจ ไม่ใช่ผี! ฉันเป็นนักผจญภัย! ช่วยด้วย!”

ห้องพักตกแต่งเรียบง่ายแต่สะอาดตา

หญิงสาวผมสีเขียวอมเหลืองยาวชุ่มไปด้วยน้ำ คุกเข่าลงก้มกราบขอร้องอย่างทุรนทุราย

ใต้ตาซ้ายของเธอมีกระจุดสีน้ำตาลเรียงกันสามจุด เป็นเอกลักษณ์ที่สะดุดตา แม้จะพยายามทำหน้านิ่ง ๆ แต่ก็ดูเหมือนจะกำลังกลั้นน้ำตาอยู่ตลอดเวลา

ผมสีเขียวอมเหลืองเปียกปอน ปิดบังใบหูยาวที่โผล่พ้นออกมา ฉันครางเบา ๆ ในลำคอ

“เอลฟ์นี่นา……?”

ถ้าลิลลี่ที่ไม่ชอบเอลฟ์อยู่ตรงนี้ เธอคงตกใจมากกว่าเจอผีเสียอีก แต่ยังไงเสีย ก็ไม่ใช่พวกสัตว์ประหลาด

‘แต่ก็อาจจะแย่กว่าสัตว์ประหลาดก็ได้…….’

บางครั้ง NPC ก็อันตรายกว่าสัตว์ประหลาดเสียอีก

ฉันส่งสัญญาณให้ลูคัส ลูคัสก็ชักดาบออกมาทันที ใบหน้าคมเข้มดุดันขึ้นมาในทันที

“เธอทำอะไรอยู่ในนี้? ตอบมา!”

ลูคัสถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น หญิงสาวเอลฟ์ก็ร้องเสียง ‘ฮิอิ๊ก’ แล้วเริ่มเล่าเรื่องราวต่าง ๆ อย่างตื่นตระหนก

“อย่างที่บอก ฉันเป็นนักผจญภัย! ฉันกำลังสำรวจดันเจี้ยนแห่งนี้อยู่……!”

ฉันหรี่ตาลง ‘ปาร์ตี้ NPC’ งั้นเหรอ

ปาร์ตี้ NPC

มักเรียกกันว่า ‘กลุ่มบุกเบิก’

ไม่ใช่กลุ่มนักผจญภัยมือใหม่หัดเล่นอย่างพวกฉันที่เพิ่งเข้ามาไม่ถึงปีหรอกนะ แต่เป็นกลุ่ม NPC นักผจญภัยระดับเซียน พวกเขาฝ่าฟันดันเจี้ยนนี้มาหลายปี หลายสิบปีเลยทีเดียว มีหลายกลุ่มด้วยกัน

พวกเขาอาจเป็นมิตรหรือศัตรูก็ได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ถ้าโชคดี อาจจะได้พวกเขามาเป็นพวกเดียวกันก็ได้

“ก่อนหน้านี้ยังไม่เคยเจอเลยนะ มาเจอกันที่นี่นี่เอง”

ฉันรู้จักสมาชิกทุกกลุ่มของปาร์ตี้ NPC ในดันเจี้ยนนี้ดี เพราะในเกม พวกเราผูกพันกันมาอย่างเหนียวแน่น

แต่มีเพียงกลุ่มเดียวที่ประกอบด้วยเอลฟ์เท่านั้น

“คณะสำรวจจอกศักดิ์สิทธิ์โดยตรงจากราชินีเอลฟ์”

เมื่อร้อยปีก่อน ในช่วงที่อาณาจักรต่าง ๆ พังทลายลงเพราะสงครามกับมนุษย์

ราชินีเอลฟ์ได้มอบภารกิจลับให้กับองครักษ์ของพระองค์

นั่นคือ การตามหาจอกศักดิ์สิทธิ์ แหล่งพลังเวทย์มนตร์ของอาณาจักรภูติที่ถูกขโมยไปในอดีต

มีคำกล่าวว่า หากได้จอกศักดิ์สิทธิ์คืนมา อาณาจักรภูติจะสามารถใช้เวทย์มนตร์โบราณที่สูญหายไปกลับมาได้อีกครั้ง

ดังนั้น องครักษ์ทั้งห้าจึงออกเดินทางค้นหาจอกศักดิ์สิทธิ์ และพวกเขาได้ระบุว่าดันเจี้ยนใต้ดินของอาณาจักรทะเลสาบแห่งนี้ เป็นสถานที่สำคัญที่อาจจะพบจอกศักดิ์สิทธิ์

พวกเขาเข้ามาในดันเจี้ยนนี้ตั้งแต่ร้อยปีก่อน

อาณาจักรเอลฟ์ล่มสลายไปแล้ว แม้แต่ราชินีผู้ทรงอำนาจก็สิ้นพระชนม์ไป

ทว่า พวกเขายังคงยึดมั่นในภารกิจ ไม่ยอมแพ้ต่อการค้นหาจอกศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาบุกเบิกดันเจี้ยนอย่างไม่ลดละ ปาร์ตี้เอลฟ์ทั้งห้าคน...ช่างน่าเวทนาเหลือเกิน

พวกเขาคือคณะสำรวจจอกศักดิ์สิทธิ์

“แต่ทำไมถึงเหลือแค่คนเดียว? แล้วทำไมถึงมาอยู่ในบ่ออาบน้ำร้อนเนี่ย?”

ฉันขมวดคิ้วด้วยความสงสัย หญิงสาวเอลฟ์ที่ตกใจตัวสั่น เริ่มอธิบายอย่างเร่งรีบ

“ฉันกับพวกพ้องกำลังบุกเบิกดันเจี้ยนเขตที่ 6 อยู่ค่ะ เพราะได้ยินมาว่าของที่เรากำลังตามหาอยู่ที่นั่นค่ะ”

“แล้วไง?”

“แล้วก็...จู่ ๆ ผู้บัญชาการกองกำลังแห่งฝันร้ายกับลูกน้องก็ปรากฏตัวขึ้นมา……”

หญิงสาวเอลฟ์ตัวสั่นยิ่งกว่าเดิม น้ำเสียงสั่นเครือ

“ผู้บัญชาการกองกำลังมนุษย์หมาป่าลำดับที่ 9 ‘ราชาหมาป่า’ กับลูกน้องของเขา บุกโจมตีปาร์ตี้นักผจญภัยโดยตรงเลยค่ะ”

“……!”

“ถึงเราจะเป็นปาร์ตี้ที่เก่ง แต่เราไม่คิดเลยว่าผู้บัญชาการกองกำลังจะออกมาเอง เลยโดนพวกเขาทำลายยับเยินไปเลยค่ะ”

หญิงสาวเอลฟ์ดึงผมตัวเองแรง ๆ น้ำตาไหลพรากพร้อมกับเสียงคร่ำครวญ

“แต่หลังจากที่พวกเขาทำลายเราแล้ว พวกเขาก็บอกว่า ‘ไม่ใช่คนที่พวกเรากำลังตามหา’ นี่มันอะไรกันเนี่ย! ทำไมต้องโจมตีเราด้วย!”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉันก็ได้แต่นึกถึงคำเตือนลางเลือนของใครบางคนไม่ได้

- มีส่วนหนึ่งของกองกำลังฝันร้ายที่ตามล่าคุณอยู่

- ยิ่งคุณเข้าไปลึกในอาณาจักรทะเลสาบ พวกเขาก็ยิ่งตามหาคุณได้ง่ายขึ้น และพวกมันจะส่งผู้ติดตามมา กรณีเลวร้ายที่สุด ผู้บัญชาการกองกำลังจะลงมือสังหารคุณเอง

พวกผู้บัญชาการกองกำลังฝันร้ายบอกว่าพวกมันกำลังตามล่าฉันมาเพื่อฆ่า

‘พวกมันจะตามหาปาร์ตี้ของฉันในดันเจี้ยนนี้เหรอ?’

พวกมันเลยโจมตีปาร์ตี้ของนักผจญภัยทุกกลุ่มที่พบเจอ? แล้วคณะสำรวจจอกศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนี้ก็เลยมาเกี่ยวข้องด้วย?

“หลังจากนั้น พวกมันก็จับตัวเราไปที่ไหนสักแห่ง ระหว่างทาง โชคดีที่เชือกที่มัดฉันมันหลวม เลยหนีออกมาได้เพียงลำพัง…….”

หญิงสาวเผ่าเอลฟ์มองดูข้อมือของตน รอยถลอกจากเชือกยังแดงก่ำอยู่

ใบหน้าของเธอขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความอับอายที่หนีทิ้งเพื่อนร่วมทีมมาเพียงคนเดียว

ฉันได้แต่ถอนหายใจเงียบ ๆ ในใจ

เคลลิเบย์เคยพูดทำนองนี้มาก่อน

- ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นในดันเจี้ยนชั้นลึกนะ

- พวกวิญญาณเร่ร่อน พวกนักผจญภัยที่ขอให้ออกแบบอุปกรณ์ให้ พวกเขาทั้งหมดหายไปนานมากแล้ว ดูเหมือนจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นจริง ๆ

มีปาร์ตี้ NPC หายตัวไป

“ทั้งหมดนี้…เป็นฝีมือของพวกผู้บัญชาการกองกำลังแห่งฝันร้ายงั้นเหรอ? พวกมันโจมตีแล้วจับตัวปาร์ตี้ NPC ไปเพื่อตามหาฉัน?”

ถ้าไม่ใช่แค่คณะสำรวจจอกศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนี้ แต่ปาร์ตี้ NPC กลุ่มอื่น ๆ ก็ถูกจับตัวไปด้วยล่ะ?

“……ฉันก็มีความรับผิดชอบในเรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า?”

ขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น หญิงสาวเผ่าเอลฟ์ก็เอ่ยขึ้นพลางถอนหายใจเบา ๆ

“ถึงจะหนีออกมาได้ แต่ฉันก็เหนื่อยและบาดเจ็บมากค่ะ”

“เลยหนีมาที่บ่ออาบน้ำร้อนนี่สินะ”

“ใช่ค่ะ ที่นี่ฉันสามารถพักฟื้นได้ แล้วฉันก็เป็นมือสังหารด้วย การพรางตัวเป็นความสามารถพิเศษของฉันค่ะ ฉันเลยหลบพวกสัตว์ประหลาดที่ทางเข้าแล้วพักฟื้นที่ห้องอาบน้ำหญิงมาหลายวันแล้วค่ะ”

หญิงสาวเอลฟ์เหลือบมองเอวานเจลีนอย่างระมัดระวัง

“แล้วก็มีคนเข้ามา เลยคิดว่าเป็นศัตรู ฉันเลยมุดลงไปในน้ำร้อนเพื่อหลบ…แต่ฉันหายใจไม่ออก พอโผล่ขึ้นมา ก็เลยตกใจมาก…….”

“ถ้ามีคนโผล่ขึ้นมาจากน้ำร้อนแบบนั้น ก็ต้องตกใจเป็นธรรมดา…….”

เอวานเจลีนยังคงยืนอยู่ห่าง ๆ มือประสานกันแนบอก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว

“เอาล่ะ ฉันเข้าใจแล้ว”

ฉันส่งสัญญาณให้ลูคัสเก็บดาบ เมื่อดาบถูกเก็บเข้าฝัก หญิงสาวเอลฟ์ก็ผ่อนคลายหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“มีอะไรที่เราช่วยได้ไหม?”

เนื่องจากพวกเธอถูกรุมโจมตี น่าจะเป็นเพราะพวกเรา ฉันจึงรู้สึกว่าควรช่วยเหลือ

เมื่อฉันถาม ใบหน้าของหญิงสาวเผ่าเอลฟ์ก็เบิกบานขึ้นมาทันที

“ช่วยพวกเราด้วยนะคะ!”

อย่างที่คิด ฉันลูบคางพลางครุ่นคิด

คณะสำรวจจอกศักดิ์สิทธิ์นี้ เป็นกลุ่ม NPC ที่อ่อนแอที่สุดในดันเจี้ยนแห่งนี้ แต่ก็เป็นกลุ่มที่เข้ากับเราได้ดีที่สุดกลุ่มหนึ่งด้วย

ถ้าช่วยพวกเธอไว้ ภารกิจต่อไปก็จะง่ายขึ้น

“เธอรู้ไหมว่าพวกเขาถูกพาตัวไปที่ไหน?”

“ฉันว่าพวกเขาน่าจะพาไปที่ฐานทัพในเขต 7 ‘ถ้ำหมาป่า’ ค่ะ”

เขตที่ 7 งั้นเหรอ……

ฉันยังเคลียร์ดันเจี้ยนเขตที่ 5 ไม่เสร็จเลย ไกลมากจริง ๆ

ยิ่งกว่านั้น ถ้ำหมาป่าเป็นฐานทัพของกองกำลังมนุษย์หมาป่า ถ้าบุกเข้าไปก็อันตรายมาก

‘แต่ก็มีทางอยู่’

เมื่อเสร็จสิ้นการปราบปรามกองกำลังมนุษย์หมาป่าที่บุกเข้ามาในครอสโรดครั้งนี้

ฐานทัพของพวกมันก็จะอ่อนแอลง ตอนนั้นค่อยไปช่วยก็ได้

‘แต่ปัญหาคือ พวกเชลยจะรอดถึงตอนนั้นหรือเปล่า……’

ติ้ง!

ทันใดนั้น หน้าต่างระบบก็ปรากฏขึ้นมา

[ภารกิจฉุกเฉิน - ช่วยเหลือ NPC]

- ช่วยเหลือ NPC ที่ถูกกองกำลังแห่งฝันร้ายจับตัวไป

- สถานที่ : เขตที่ 7 ‘ถ้ำหมาป่า’

- รางวัล : ???

- เวลาที่เหลือ : 30 วัน

ไอเดอร์ใจดีจริง ๆ นะเนี่ย ที่แสดงหน้าต่างภารกิจให้ดูแบบนี้

ถึงจะรู้ว่ามันเป็นแค่การแสดง แต่ข้อมูลสำคัญในหน้าต่างระบบนี่ช่างน่าสนใจเสียจริง

‘ภารกิจหมดอายุภายใน 30 วัน หมายความว่าพวกเชลยจะอยู่รอดอย่างน้อย 30 วัน’

พวกมันคงมีเหตุผลที่ไม่ฆ่าเสียตั้งแต่แรก อาจจะต้องสอบสวนอะไรสักอย่างจากพวกเชลยเหล่านั้นก็ได้มั้ง

พวกเขาจะทนได้อีก 30 วัน

‘การป้องกันครั้งต่อไปจะเริ่มอีก 27 วัน…….’

เยี่ยมเลย! ทันเวลาพอดี

ฉันอธิบายสถานการณ์ให้หญิงสาวเผ่าเอลฟ์ฟัง

ว่าฉันคือผู้บัญชาการฝ่ายป้องกันภาคใต้ และฝูงมนุษย์หมาป่าจะบุกโจมตีเมืองอีก 4 สัปดาห์ข้างหน้า ฉันจะช่วยพวกเธอไปช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีมหลังจากจัดการพวกมันเรียบร้อยแล้ว

ใบหน้าของหญิงสาวเผ่าเอลฟ์หม่นลง เมื่อได้ยินว่าต้องรอถึงหนึ่งเดือนเต็ม แต่ฉันจะทำอย่างไรได้ นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดที่ฉันทำได้แล้ว

“ค่ะ พวกเราต้องภาวนาให้พวกเขาอยู่รอดจนถึงเวลานั้น……”

ฉันพยักหน้ารับ

“ถึงจะพูดว่าไม่ได้ช่วยอะไรมากนักก็เถอะ แต่เราจะพยายามสำรวจ ‘ถ้ำหมาป่า’ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”

“ฉันจะช่วยในการสำรวจค่ะ!”

หญิงสาวเผ่าเอลฟ์ลุกขึ้นยืน

“ฉันอยู่ที่นี่มานานแล้วค่ะ เลยรู้เรื่องราวต่าง ๆ มากมาย! โดยเฉพาะเรื่องการนำทางและการลาดตระเวน ฉันมั่นใจในตัวเองค่ะ!”

โชคดีจัง! แม้จะเป็นงานระยะสั้นแค่ 30 วัน แต่ฉันก็ได้ NPC มาช่วยงานโดยไม่ต้องจ่ายค่าจ้างสักแดงเดียว!

“ดีเลย ช่วยกันทำงานอย่างเต็มที่จนกว่าจะครบกำหนดนะ”

เย้! ได้ตัวละครฟรี! ฉันจะใช้งานเธอให้คุ้มค่าที่สุดภายในหนึ่งเดือนนี้!

ฉันยื่นมือออกไป หญิงสาวเผ่าเอลฟ์เบิกตากว้างมองมือฉัน ฉันจึงขยับมืออีกครั้ง

“เราจับมือกันนะ ถือเป็นการตกลงเป็นพันธมิตรกัน”

“อ่า…อ้า! จับมือ!”

หญิงสาวเอลฟ์เช็ดมือที่ชายเสื้อพลางหัวเราะอย่างเขินอาย ก่อนจะเอามือทั้งสองข้างมาจับมือฉัน

“ขอโทษนะคะ ดิฉันไม่คุ้นเคยกับการทักทายแบบมนุษย์ค่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอก เอาเป็นว่าเราช่วยเหลือกันและกันก็แล้วกัน”

หลังจากจับมือกันเรียบร้อย ฉันชี้ไปที่ตัวเอง

“ฉันชื่อแอช เธอชื่ออะไร?”

“ดิฉันชื่อเบอร์ดันดี้ค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ คุณแอช”

หญิงสาวเอลฟ์ เบอร์ดันดี้ ยิ้มอย่างซื่อ ๆ

แต่…เพราะรอยกระจุดใต้ตาหรือเปล่า? ถึงจะยิ้มอยู่แต่เธอดูเหมือนกำลังกลั้นน้ำตาอยู่

‘เบอร์ดันดี้เหรอ?’

ฉันถึงกับตกใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อของเธอ

เบอร์ดันดี้ มือสังหารระดับ SSR หัวหน้าหน่วยสำรวจจอกศักดิ์สิทธิ์

‘ดูท่าทางเธอจะดูโง่ ๆ เลยทำให้ฉันคิดว่าเป็นตัวละครระดับต่ำกว่า แต่เธอก็คือ NPC ระดับตำนานนี่นา!’

ทันใดนั้นเอง

จ๊อกกก ๆ

“แง้……!”

เบอร์ดันดี้ส่งเสียงครางออกมาจากท้อง แล้วเงยหน้ามองฉันด้วยแววตาเศร้าสร้อย

“ขอโทษนะคะ มีอะไรให้กินบ้างไหมคะ……? ฉันหิวมานานแล้ว…….”

“…….”

ฉันหยิบไข่ต้มและน้ำผึ้งจากกระเป๋าออกมา เก็บไว้ตั้งใจจะกินเอง แต่ตอนนี้คงมีประโยชน์กว่าถ้าให้คนหิวโซอย่างเธอกินเสียก่อน

“อร่อย! อร่อยมากเลยค่ะ! นี่เป็นไข่ต้มที่ฉันไม่ได้กินมานานเท่าไหร่แล้ว!”

เบอร์ดันดี้กินไข่ต้มจนเกือบจะร้องไห้ออกมา

“วัตถุดิบจากโลกภายนอกหายากมากที่นี่ค่ะ! ปกติฉันก็กินแต่ของสำเร็จรูปที่ชาวอาณาจักรทะเลสาบทิ้งไว้… ฮือ ๆ วันนี้อร่อยจังเลย…”

“……ครั้งหน้าฉันจะเอาวัตถุดิบมาให้เพิ่มนะ บอกฉันได้เลย”

ฉันตั้งใจจะให้เธอเข้าร่วมทีมโดยไม่ต้องจ่ายค่าจ้าง เลยถือโอกาสให้ข้าวให้ปลากินบ้าง

“พระเจ้าช่วย! ท่านใจดีจริง ๆ ! ครั้งหน้าที่ท่านมา!”

เบอร์ดันดี้ร้องขอด้วยแววตาเป็นประกายระยิบระยับ

“เอาเมล็ดทานตะวันมาให้ฉันด้วยนะคะ!”

“…….”

ฉันคิดว่าเป็นคำขอแปลก ๆ แต่ก็คิดว่าคงเป็นเรื่องปกติของเอลฟ์ เลยพยักหน้ารับคำขอของเธอไป

ฉันจะเอาไปให้ ถ้าเธอยังอยากกิน

ขณะที่มองเบอร์ดันดี้ดื่มน้ำผึ้งอย่างมีความสุข ฉันก็ได้แต่คิดถึงเหล่าทหารเงาเอลฟ์ไม่ได้

สามคนที่ได้รับคำสั่งแต่ยังไม่กลับมา และอีกสองคนที่ต้องไปในเส้นทางที่ไม่มีวันหวนกลับ

ตอนแรกพวกเขากินข้าวที่ฉันให้ไปอย่างมีความสุข

“…….”

ขณะที่กำลังนึกอยู่ คูอิลันมองกล่องไข่ว่างเปล่าพลางพึมพำเสียงเบาด้วยสีหน้าหม่นหมอง

“ผมก็อยากกินไข่ต้ม…….”

“……ฉันจะทำใหม่ให้ตอนกลับนะ”

“เยี่ยมมาก ฝ่าบาท! ท่านดูแลลูกน้องดีจริง ๆ !”

แน่นอนอยู่แล้ว ฉันจะไม่ปล่อยให้พวกเขาอดอยากหรอก ถ้าได้กินอิ่ม ๆ ความอยากลาออกก็คงลดลงบ้าง

ดาเมียนและลูคัสจ้องฉันนิ่ง ฉันถอนหายใจเบา ๆ

“พวกนายก็อยากกินเหมือนกันเหรอ?”

“ครับ…….”

“ครับ!”

ดาเมียนดูเขินอายเล็กน้อย แต่ลูคัสกลับดูมั่นใจเกินไปเสียหน่อย

“เอาล่ะ ฉันจะทำใหม่ให้พวกนายตอนกลับ…….”

ทันใดนั้นเอง มีมือมาดึงชายเสื้อฉัน พอหันไปมองก็พบว่าเป็นเอวานเจลีน ทำไมกันนะ?

เอวานเจลีนยิ้มบาง ๆ แล้วถาม

“ฉันก็ได้กินด้วยใช่ไหมคะ?”

ฉันไม่ได้ทำมาให้เธอสักหน่อย! ไหนว่าไม่อยากให้ท้องมันกลม ๆ ไงเล่า!

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ ◈บทที่ 236. [การสำรวจอิสระ] บ่อน้ำร้อน (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว