- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 236. [การสำรวจอิสระ] บ่อน้ำร้อน (3)
◈บทที่ 236. [การสำรวจอิสระ] บ่อน้ำร้อน (3)
◈บทที่ 236. [การสำรวจอิสระ] บ่อน้ำร้อน (3)
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 236. [การสำรวจอิสระ] บ่อน้ำร้อน (3)
สรุปแล้วก็คือ
ไม่ใช่ผี
“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! ฉันไม่ใช่ปีศาจ ไม่ใช่ผี! ฉันเป็นนักผจญภัย! ช่วยด้วย!”
ห้องพักตกแต่งเรียบง่ายแต่สะอาดตา
หญิงสาวผมสีเขียวอมเหลืองยาวชุ่มไปด้วยน้ำ คุกเข่าลงก้มกราบขอร้องอย่างทุรนทุราย
ใต้ตาซ้ายของเธอมีกระจุดสีน้ำตาลเรียงกันสามจุด เป็นเอกลักษณ์ที่สะดุดตา แม้จะพยายามทำหน้านิ่ง ๆ แต่ก็ดูเหมือนจะกำลังกลั้นน้ำตาอยู่ตลอดเวลา
ผมสีเขียวอมเหลืองเปียกปอน ปิดบังใบหูยาวที่โผล่พ้นออกมา ฉันครางเบา ๆ ในลำคอ
“เอลฟ์นี่นา……?”
ถ้าลิลลี่ที่ไม่ชอบเอลฟ์อยู่ตรงนี้ เธอคงตกใจมากกว่าเจอผีเสียอีก แต่ยังไงเสีย ก็ไม่ใช่พวกสัตว์ประหลาด
‘แต่ก็อาจจะแย่กว่าสัตว์ประหลาดก็ได้…….’
บางครั้ง NPC ก็อันตรายกว่าสัตว์ประหลาดเสียอีก
ฉันส่งสัญญาณให้ลูคัส ลูคัสก็ชักดาบออกมาทันที ใบหน้าคมเข้มดุดันขึ้นมาในทันที
“เธอทำอะไรอยู่ในนี้? ตอบมา!”
ลูคัสถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น หญิงสาวเอลฟ์ก็ร้องเสียง ‘ฮิอิ๊ก’ แล้วเริ่มเล่าเรื่องราวต่าง ๆ อย่างตื่นตระหนก
“อย่างที่บอก ฉันเป็นนักผจญภัย! ฉันกำลังสำรวจดันเจี้ยนแห่งนี้อยู่……!”
ฉันหรี่ตาลง ‘ปาร์ตี้ NPC’ งั้นเหรอ
ปาร์ตี้ NPC
มักเรียกกันว่า ‘กลุ่มบุกเบิก’
ไม่ใช่กลุ่มนักผจญภัยมือใหม่หัดเล่นอย่างพวกฉันที่เพิ่งเข้ามาไม่ถึงปีหรอกนะ แต่เป็นกลุ่ม NPC นักผจญภัยระดับเซียน พวกเขาฝ่าฟันดันเจี้ยนนี้มาหลายปี หลายสิบปีเลยทีเดียว มีหลายกลุ่มด้วยกัน
พวกเขาอาจเป็นมิตรหรือศัตรูก็ได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ถ้าโชคดี อาจจะได้พวกเขามาเป็นพวกเดียวกันก็ได้
“ก่อนหน้านี้ยังไม่เคยเจอเลยนะ มาเจอกันที่นี่นี่เอง”
ฉันรู้จักสมาชิกทุกกลุ่มของปาร์ตี้ NPC ในดันเจี้ยนนี้ดี เพราะในเกม พวกเราผูกพันกันมาอย่างเหนียวแน่น
แต่มีเพียงกลุ่มเดียวที่ประกอบด้วยเอลฟ์เท่านั้น
“คณะสำรวจจอกศักดิ์สิทธิ์โดยตรงจากราชินีเอลฟ์”
เมื่อร้อยปีก่อน ในช่วงที่อาณาจักรต่าง ๆ พังทลายลงเพราะสงครามกับมนุษย์
ราชินีเอลฟ์ได้มอบภารกิจลับให้กับองครักษ์ของพระองค์
นั่นคือ การตามหาจอกศักดิ์สิทธิ์ แหล่งพลังเวทย์มนตร์ของอาณาจักรภูติที่ถูกขโมยไปในอดีต
มีคำกล่าวว่า หากได้จอกศักดิ์สิทธิ์คืนมา อาณาจักรภูติจะสามารถใช้เวทย์มนตร์โบราณที่สูญหายไปกลับมาได้อีกครั้ง
ดังนั้น องครักษ์ทั้งห้าจึงออกเดินทางค้นหาจอกศักดิ์สิทธิ์ และพวกเขาได้ระบุว่าดันเจี้ยนใต้ดินของอาณาจักรทะเลสาบแห่งนี้ เป็นสถานที่สำคัญที่อาจจะพบจอกศักดิ์สิทธิ์
พวกเขาเข้ามาในดันเจี้ยนนี้ตั้งแต่ร้อยปีก่อน
อาณาจักรเอลฟ์ล่มสลายไปแล้ว แม้แต่ราชินีผู้ทรงอำนาจก็สิ้นพระชนม์ไป
ทว่า พวกเขายังคงยึดมั่นในภารกิจ ไม่ยอมแพ้ต่อการค้นหาจอกศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาบุกเบิกดันเจี้ยนอย่างไม่ลดละ ปาร์ตี้เอลฟ์ทั้งห้าคน...ช่างน่าเวทนาเหลือเกิน
พวกเขาคือคณะสำรวจจอกศักดิ์สิทธิ์
“แต่ทำไมถึงเหลือแค่คนเดียว? แล้วทำไมถึงมาอยู่ในบ่ออาบน้ำร้อนเนี่ย?”
ฉันขมวดคิ้วด้วยความสงสัย หญิงสาวเอลฟ์ที่ตกใจตัวสั่น เริ่มอธิบายอย่างเร่งรีบ
“ฉันกับพวกพ้องกำลังบุกเบิกดันเจี้ยนเขตที่ 6 อยู่ค่ะ เพราะได้ยินมาว่าของที่เรากำลังตามหาอยู่ที่นั่นค่ะ”
“แล้วไง?”
“แล้วก็...จู่ ๆ ผู้บัญชาการกองกำลังแห่งฝันร้ายกับลูกน้องก็ปรากฏตัวขึ้นมา……”
หญิงสาวเอลฟ์ตัวสั่นยิ่งกว่าเดิม น้ำเสียงสั่นเครือ
“ผู้บัญชาการกองกำลังมนุษย์หมาป่าลำดับที่ 9 ‘ราชาหมาป่า’ กับลูกน้องของเขา บุกโจมตีปาร์ตี้นักผจญภัยโดยตรงเลยค่ะ”
“……!”
“ถึงเราจะเป็นปาร์ตี้ที่เก่ง แต่เราไม่คิดเลยว่าผู้บัญชาการกองกำลังจะออกมาเอง เลยโดนพวกเขาทำลายยับเยินไปเลยค่ะ”
หญิงสาวเอลฟ์ดึงผมตัวเองแรง ๆ น้ำตาไหลพรากพร้อมกับเสียงคร่ำครวญ
“แต่หลังจากที่พวกเขาทำลายเราแล้ว พวกเขาก็บอกว่า ‘ไม่ใช่คนที่พวกเรากำลังตามหา’ นี่มันอะไรกันเนี่ย! ทำไมต้องโจมตีเราด้วย!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉันก็ได้แต่นึกถึงคำเตือนลางเลือนของใครบางคนไม่ได้
- มีส่วนหนึ่งของกองกำลังฝันร้ายที่ตามล่าคุณอยู่
- ยิ่งคุณเข้าไปลึกในอาณาจักรทะเลสาบ พวกเขาก็ยิ่งตามหาคุณได้ง่ายขึ้น และพวกมันจะส่งผู้ติดตามมา กรณีเลวร้ายที่สุด ผู้บัญชาการกองกำลังจะลงมือสังหารคุณเอง
พวกผู้บัญชาการกองกำลังฝันร้ายบอกว่าพวกมันกำลังตามล่าฉันมาเพื่อฆ่า
‘พวกมันจะตามหาปาร์ตี้ของฉันในดันเจี้ยนนี้เหรอ?’
พวกมันเลยโจมตีปาร์ตี้ของนักผจญภัยทุกกลุ่มที่พบเจอ? แล้วคณะสำรวจจอกศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนี้ก็เลยมาเกี่ยวข้องด้วย?
“หลังจากนั้น พวกมันก็จับตัวเราไปที่ไหนสักแห่ง ระหว่างทาง โชคดีที่เชือกที่มัดฉันมันหลวม เลยหนีออกมาได้เพียงลำพัง…….”
หญิงสาวเผ่าเอลฟ์มองดูข้อมือของตน รอยถลอกจากเชือกยังแดงก่ำอยู่
ใบหน้าของเธอขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความอับอายที่หนีทิ้งเพื่อนร่วมทีมมาเพียงคนเดียว
ฉันได้แต่ถอนหายใจเงียบ ๆ ในใจ
เคลลิเบย์เคยพูดทำนองนี้มาก่อน
- ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นในดันเจี้ยนชั้นลึกนะ
- พวกวิญญาณเร่ร่อน พวกนักผจญภัยที่ขอให้ออกแบบอุปกรณ์ให้ พวกเขาทั้งหมดหายไปนานมากแล้ว ดูเหมือนจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นจริง ๆ
มีปาร์ตี้ NPC หายตัวไป
“ทั้งหมดนี้…เป็นฝีมือของพวกผู้บัญชาการกองกำลังแห่งฝันร้ายงั้นเหรอ? พวกมันโจมตีแล้วจับตัวปาร์ตี้ NPC ไปเพื่อตามหาฉัน?”
ถ้าไม่ใช่แค่คณะสำรวจจอกศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนี้ แต่ปาร์ตี้ NPC กลุ่มอื่น ๆ ก็ถูกจับตัวไปด้วยล่ะ?
“……ฉันก็มีความรับผิดชอบในเรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า?”
ขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น หญิงสาวเผ่าเอลฟ์ก็เอ่ยขึ้นพลางถอนหายใจเบา ๆ
“ถึงจะหนีออกมาได้ แต่ฉันก็เหนื่อยและบาดเจ็บมากค่ะ”
“เลยหนีมาที่บ่ออาบน้ำร้อนนี่สินะ”
“ใช่ค่ะ ที่นี่ฉันสามารถพักฟื้นได้ แล้วฉันก็เป็นมือสังหารด้วย การพรางตัวเป็นความสามารถพิเศษของฉันค่ะ ฉันเลยหลบพวกสัตว์ประหลาดที่ทางเข้าแล้วพักฟื้นที่ห้องอาบน้ำหญิงมาหลายวันแล้วค่ะ”
หญิงสาวเอลฟ์เหลือบมองเอวานเจลีนอย่างระมัดระวัง
“แล้วก็มีคนเข้ามา เลยคิดว่าเป็นศัตรู ฉันเลยมุดลงไปในน้ำร้อนเพื่อหลบ…แต่ฉันหายใจไม่ออก พอโผล่ขึ้นมา ก็เลยตกใจมาก…….”
“ถ้ามีคนโผล่ขึ้นมาจากน้ำร้อนแบบนั้น ก็ต้องตกใจเป็นธรรมดา…….”
เอวานเจลีนยังคงยืนอยู่ห่าง ๆ มือประสานกันแนบอก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว
“เอาล่ะ ฉันเข้าใจแล้ว”
ฉันส่งสัญญาณให้ลูคัสเก็บดาบ เมื่อดาบถูกเก็บเข้าฝัก หญิงสาวเอลฟ์ก็ผ่อนคลายหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“มีอะไรที่เราช่วยได้ไหม?”
เนื่องจากพวกเธอถูกรุมโจมตี น่าจะเป็นเพราะพวกเรา ฉันจึงรู้สึกว่าควรช่วยเหลือ
เมื่อฉันถาม ใบหน้าของหญิงสาวเผ่าเอลฟ์ก็เบิกบานขึ้นมาทันที
“ช่วยพวกเราด้วยนะคะ!”
อย่างที่คิด ฉันลูบคางพลางครุ่นคิด
คณะสำรวจจอกศักดิ์สิทธิ์นี้ เป็นกลุ่ม NPC ที่อ่อนแอที่สุดในดันเจี้ยนแห่งนี้ แต่ก็เป็นกลุ่มที่เข้ากับเราได้ดีที่สุดกลุ่มหนึ่งด้วย
ถ้าช่วยพวกเธอไว้ ภารกิจต่อไปก็จะง่ายขึ้น
“เธอรู้ไหมว่าพวกเขาถูกพาตัวไปที่ไหน?”
“ฉันว่าพวกเขาน่าจะพาไปที่ฐานทัพในเขต 7 ‘ถ้ำหมาป่า’ ค่ะ”
เขตที่ 7 งั้นเหรอ……
ฉันยังเคลียร์ดันเจี้ยนเขตที่ 5 ไม่เสร็จเลย ไกลมากจริง ๆ
ยิ่งกว่านั้น ถ้ำหมาป่าเป็นฐานทัพของกองกำลังมนุษย์หมาป่า ถ้าบุกเข้าไปก็อันตรายมาก
‘แต่ก็มีทางอยู่’
เมื่อเสร็จสิ้นการปราบปรามกองกำลังมนุษย์หมาป่าที่บุกเข้ามาในครอสโรดครั้งนี้
ฐานทัพของพวกมันก็จะอ่อนแอลง ตอนนั้นค่อยไปช่วยก็ได้
‘แต่ปัญหาคือ พวกเชลยจะรอดถึงตอนนั้นหรือเปล่า……’
ติ้ง!
ทันใดนั้น หน้าต่างระบบก็ปรากฏขึ้นมา
[ภารกิจฉุกเฉิน - ช่วยเหลือ NPC]
- ช่วยเหลือ NPC ที่ถูกกองกำลังแห่งฝันร้ายจับตัวไป
- สถานที่ : เขตที่ 7 ‘ถ้ำหมาป่า’
- รางวัล : ???
- เวลาที่เหลือ : 30 วัน
ไอเดอร์ใจดีจริง ๆ นะเนี่ย ที่แสดงหน้าต่างภารกิจให้ดูแบบนี้
ถึงจะรู้ว่ามันเป็นแค่การแสดง แต่ข้อมูลสำคัญในหน้าต่างระบบนี่ช่างน่าสนใจเสียจริง
‘ภารกิจหมดอายุภายใน 30 วัน หมายความว่าพวกเชลยจะอยู่รอดอย่างน้อย 30 วัน’
พวกมันคงมีเหตุผลที่ไม่ฆ่าเสียตั้งแต่แรก อาจจะต้องสอบสวนอะไรสักอย่างจากพวกเชลยเหล่านั้นก็ได้มั้ง
พวกเขาจะทนได้อีก 30 วัน
‘การป้องกันครั้งต่อไปจะเริ่มอีก 27 วัน…….’
เยี่ยมเลย! ทันเวลาพอดี
ฉันอธิบายสถานการณ์ให้หญิงสาวเผ่าเอลฟ์ฟัง
ว่าฉันคือผู้บัญชาการฝ่ายป้องกันภาคใต้ และฝูงมนุษย์หมาป่าจะบุกโจมตีเมืองอีก 4 สัปดาห์ข้างหน้า ฉันจะช่วยพวกเธอไปช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีมหลังจากจัดการพวกมันเรียบร้อยแล้ว
ใบหน้าของหญิงสาวเผ่าเอลฟ์หม่นลง เมื่อได้ยินว่าต้องรอถึงหนึ่งเดือนเต็ม แต่ฉันจะทำอย่างไรได้ นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดที่ฉันทำได้แล้ว
“ค่ะ พวกเราต้องภาวนาให้พวกเขาอยู่รอดจนถึงเวลานั้น……”
ฉันพยักหน้ารับ
“ถึงจะพูดว่าไม่ได้ช่วยอะไรมากนักก็เถอะ แต่เราจะพยายามสำรวจ ‘ถ้ำหมาป่า’ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”
“ฉันจะช่วยในการสำรวจค่ะ!”
หญิงสาวเผ่าเอลฟ์ลุกขึ้นยืน
“ฉันอยู่ที่นี่มานานแล้วค่ะ เลยรู้เรื่องราวต่าง ๆ มากมาย! โดยเฉพาะเรื่องการนำทางและการลาดตระเวน ฉันมั่นใจในตัวเองค่ะ!”
โชคดีจัง! แม้จะเป็นงานระยะสั้นแค่ 30 วัน แต่ฉันก็ได้ NPC มาช่วยงานโดยไม่ต้องจ่ายค่าจ้างสักแดงเดียว!
“ดีเลย ช่วยกันทำงานอย่างเต็มที่จนกว่าจะครบกำหนดนะ”
เย้! ได้ตัวละครฟรี! ฉันจะใช้งานเธอให้คุ้มค่าที่สุดภายในหนึ่งเดือนนี้!
ฉันยื่นมือออกไป หญิงสาวเผ่าเอลฟ์เบิกตากว้างมองมือฉัน ฉันจึงขยับมืออีกครั้ง
“เราจับมือกันนะ ถือเป็นการตกลงเป็นพันธมิตรกัน”
“อ่า…อ้า! จับมือ!”
หญิงสาวเอลฟ์เช็ดมือที่ชายเสื้อพลางหัวเราะอย่างเขินอาย ก่อนจะเอามือทั้งสองข้างมาจับมือฉัน
“ขอโทษนะคะ ดิฉันไม่คุ้นเคยกับการทักทายแบบมนุษย์ค่ะ”
“ไม่เป็นไรหรอก เอาเป็นว่าเราช่วยเหลือกันและกันก็แล้วกัน”
หลังจากจับมือกันเรียบร้อย ฉันชี้ไปที่ตัวเอง
“ฉันชื่อแอช เธอชื่ออะไร?”
“ดิฉันชื่อเบอร์ดันดี้ค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ คุณแอช”
หญิงสาวเอลฟ์ เบอร์ดันดี้ ยิ้มอย่างซื่อ ๆ
แต่…เพราะรอยกระจุดใต้ตาหรือเปล่า? ถึงจะยิ้มอยู่แต่เธอดูเหมือนกำลังกลั้นน้ำตาอยู่
‘เบอร์ดันดี้เหรอ?’
ฉันถึงกับตกใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อของเธอ
เบอร์ดันดี้ มือสังหารระดับ SSR หัวหน้าหน่วยสำรวจจอกศักดิ์สิทธิ์
‘ดูท่าทางเธอจะดูโง่ ๆ เลยทำให้ฉันคิดว่าเป็นตัวละครระดับต่ำกว่า แต่เธอก็คือ NPC ระดับตำนานนี่นา!’
ทันใดนั้นเอง
จ๊อกกก ๆ
“แง้……!”
เบอร์ดันดี้ส่งเสียงครางออกมาจากท้อง แล้วเงยหน้ามองฉันด้วยแววตาเศร้าสร้อย
“ขอโทษนะคะ มีอะไรให้กินบ้างไหมคะ……? ฉันหิวมานานแล้ว…….”
“…….”
ฉันหยิบไข่ต้มและน้ำผึ้งจากกระเป๋าออกมา เก็บไว้ตั้งใจจะกินเอง แต่ตอนนี้คงมีประโยชน์กว่าถ้าให้คนหิวโซอย่างเธอกินเสียก่อน
“อร่อย! อร่อยมากเลยค่ะ! นี่เป็นไข่ต้มที่ฉันไม่ได้กินมานานเท่าไหร่แล้ว!”
เบอร์ดันดี้กินไข่ต้มจนเกือบจะร้องไห้ออกมา
“วัตถุดิบจากโลกภายนอกหายากมากที่นี่ค่ะ! ปกติฉันก็กินแต่ของสำเร็จรูปที่ชาวอาณาจักรทะเลสาบทิ้งไว้… ฮือ ๆ วันนี้อร่อยจังเลย…”
“……ครั้งหน้าฉันจะเอาวัตถุดิบมาให้เพิ่มนะ บอกฉันได้เลย”
ฉันตั้งใจจะให้เธอเข้าร่วมทีมโดยไม่ต้องจ่ายค่าจ้าง เลยถือโอกาสให้ข้าวให้ปลากินบ้าง
“พระเจ้าช่วย! ท่านใจดีจริง ๆ ! ครั้งหน้าที่ท่านมา!”
เบอร์ดันดี้ร้องขอด้วยแววตาเป็นประกายระยิบระยับ
“เอาเมล็ดทานตะวันมาให้ฉันด้วยนะคะ!”
“…….”
ฉันคิดว่าเป็นคำขอแปลก ๆ แต่ก็คิดว่าคงเป็นเรื่องปกติของเอลฟ์ เลยพยักหน้ารับคำขอของเธอไป
ฉันจะเอาไปให้ ถ้าเธอยังอยากกิน
ขณะที่มองเบอร์ดันดี้ดื่มน้ำผึ้งอย่างมีความสุข ฉันก็ได้แต่คิดถึงเหล่าทหารเงาเอลฟ์ไม่ได้
สามคนที่ได้รับคำสั่งแต่ยังไม่กลับมา และอีกสองคนที่ต้องไปในเส้นทางที่ไม่มีวันหวนกลับ
ตอนแรกพวกเขากินข้าวที่ฉันให้ไปอย่างมีความสุข
“…….”
ขณะที่กำลังนึกอยู่ คูอิลันมองกล่องไข่ว่างเปล่าพลางพึมพำเสียงเบาด้วยสีหน้าหม่นหมอง
“ผมก็อยากกินไข่ต้ม…….”
“……ฉันจะทำใหม่ให้ตอนกลับนะ”
“เยี่ยมมาก ฝ่าบาท! ท่านดูแลลูกน้องดีจริง ๆ !”
แน่นอนอยู่แล้ว ฉันจะไม่ปล่อยให้พวกเขาอดอยากหรอก ถ้าได้กินอิ่ม ๆ ความอยากลาออกก็คงลดลงบ้าง
ดาเมียนและลูคัสจ้องฉันนิ่ง ฉันถอนหายใจเบา ๆ
“พวกนายก็อยากกินเหมือนกันเหรอ?”
“ครับ…….”
“ครับ!”
ดาเมียนดูเขินอายเล็กน้อย แต่ลูคัสกลับดูมั่นใจเกินไปเสียหน่อย
“เอาล่ะ ฉันจะทำใหม่ให้พวกนายตอนกลับ…….”
ทันใดนั้นเอง มีมือมาดึงชายเสื้อฉัน พอหันไปมองก็พบว่าเป็นเอวานเจลีน ทำไมกันนะ?
เอวานเจลีนยิ้มบาง ๆ แล้วถาม
“ฉันก็ได้กินด้วยใช่ไหมคะ?”
ฉันไม่ได้ทำมาให้เธอสักหน่อย! ไหนว่าไม่อยากให้ท้องมันกลม ๆ ไงเล่า!
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_