เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

◈บทที่ 220. [ด่านที่ 9] การบุกรุก

◈บทที่ 220. [ด่านที่ 9] การบุกรุก

◈บทที่ 220. [ด่านที่ 9] การบุกรุก


【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】

【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】

【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】

◈บทที่ 220. [ด่านที่ 9] การบุกรุก

“ฮือ… โล่งอกไปเลย ขอบคุณนะ แอช”

ฉันใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กที่ส่งไปให้เธอเช็ดตัว ไร้นามดื่มยาแก้ปวดหมดขวดใหญ่ไปเลย แล้วก็ขอจับมือฉันด้วยสีหน้าซาบซึ้ง

“เกิดอะไรขึ้นเหรอ ไร้นาม? ทำไมถึงไปโผล่ในท้องยอร์มุงกันเดอร์ได้ล่ะ?”

ฉันพยายามทำเป็นปกติ โดยไม่สนใจมือของไร้นามที่ยังคงเกาะมือฉันแน่น แล้วถามเธอออกไป

นี่มันต้องทำยังไงกันแน่ถึงจะได้มาเจอกันแบบฟ้าส่งมาช่วยในท้องของเจ้าสัตว์ประหลาดนี่? มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?

ฉับ!

แต่ถึงฉันจะพยายามดึงมือกลับแค่ไหน ไร้นามก็ดึงมือฉันไว้แน่นไม่ยอมปล่อย แง๊ๆ ๆๆ ๆ สบู่! เอาสบู่มาเช็ดมือที!

“ฉันแค่กำจัดพวกสัตว์ประหลาดที่พยายามจะทะลักออกมาจากอาณาจักรทะเลสาบ มันทำแบบนี้ตลอดเลย”

ไร้นามอธิบายพลางเขย่ามือฉันเบา ๆ อย่างขอบคุณ ฉันรีบคว้าผ้าขนหนูจากกระเป๋าขึ้นมาเช็ดมือ

“แน่นอน แค่พลังของฉันคนเดียวก็ไม่พอ… มันเป็นไปไม่ได้ที่จะหยุดพวกมันได้ทั้งหมด บางส่วนก็ทะลักออกมาจากอาณาจักรทะเลสาบ บุกเข้ามาในโลกมนุษย์อยู่เรื่อย ๆ ช่วงนี้ยิ่งเยอะกว่าแต่ก่อนอีก จำนวนที่ทะลักออกมาก็เพิ่มขึ้นด้วย”

อ้อ… ฉันเช็ดมืออย่างละเอียด มีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือบ้างไหมนะ?

“เอาเป็นว่า ครั้งนี้ก็เหมือนกับที่เคยทำมา ฉันเลยพยายามจะหยุดกองทัพสัตว์ประหลาดพวกนั้น”

ไร้นามมองไปที่เกล็ดของยอร์มุงกันเดอร์ที่เขากำลังขี่อยู่

“….ครั้งนี้มันเป็นงูตัวนี้นี่เอง”

“อ่า….”

แน่สิ เพราะงั้น

“ฉันเองก็ไม่เคยลองหยุดยอร์มุงกันเดอร์โดยตรงมาก่อน…เอาเป็นว่าฉันพยายามจะหยุดมันแล้วล่ะนะ”

“แล้วก็ล้มเหลว โดนกินเข้าไปเหรอ?”

“เปล่า ตอนแรกก็หยุดได้นะ หยุดยอร์มุงกันเดอร์ได้สำเร็จ”

….จริงเหรอ? ไม่ใช่โกหกนะ?

งูตัวใหญ่ขนาดนี้ จะหยุดได้ยังไงกันวะ แค่โอ้อวดหรือเปล่าเนี่ย? ใช่มั้ย? ใช่มั้ย?

“แต่หลังจากนั้น… ราชาหมาป่าก็บุกเข้ามา”

ฉันสะดุ้งโหยงกับชื่อที่เขาเอ่ยออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว

ราชาหมาป่า? ถ้าเป็นราชาหมาป่าก็หมายความว่า….

“ผู้บัญชาการกองทัพมนุษย์หมาป่า ราชาหมาป่า ‘ลูน่าเรด’ ใช่ไหม?”

“ใช่ รู้จักด้วยเหรอ”

รู้สิ มันเป็นบอสสัตว์ประหลาดในเกมนี่นา

กองทัพมนุษย์หมาป่า กองทัพสัตว์ประหลาดที่ประกอบไปด้วยเหล่ามนุษย์หมาป่า เป็นกลุ่มสัตว์ประหลาดระดับแถวหน้าที่ปรากฏตัวเฉพาะในด่านบอส

‘….หรือว่า บอสกองทัพที่ต้องไปจัดการในด่านที่ 10 คือ กองทัพมนุษย์หมาป่ากัน?’

เกมห่วย ๆ นี้ไม่มีอะไรปรากฏตัวขึ้นมาลอย ๆ ทุกอย่างล้วนเป็นเบาะแสที่เชื่อมโยงไปสู่การดำเนินเรื่องต่อไป

ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า หลังจากแวมไพร์ ก็ตามด้วยมนุษย์หมาป่า ลำดับคลาสสิกจริง ๆ ด้วย

“ฉันบอกคุณไปแล้วนี่ แอช พวกผู้บัญชาการกองทัพแห่งฝันร้ายบางส่วนกำลังหมายหัวคุณอยู่”

“อืม จำได้”

หลังจากจัดการออลลอปและเซเลนดิออนไป ทุกคนก็บอกว่าพวกเขากำลังหมายหัวฉัน และรอคอยโอกาสที่จะกำจัดฉันอยู่

ไร้นามอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“ราชาหมาป่าเป็นหนึ่งในคนที่หมายหัวชีวิตคุณอย่างเอาจริงเอาจังที่สุด มันตามหาคุณในดันเจี้ยนอยู่ตลอด….”

ฉันเลียริมฝีปาก นี่มันแฟนคลับโรคจิตระดับตื๊อสุด ๆ เลยนี่นา

“….เมื่อมันไม่เจอคุณในดันเจี้ยน มันก็เลยวางแผนครั้งนี้ขึ้นมา มันซ่อนกองกำลังองครักษ์ของมันไว้ในร่างยอร์มุงกันเดอร์ แล้วส่งพวกมันออกมา”

ฉันเบิกตากว้าง อ้า…

เดี๋ยวนะ ถ้าอย่างนั้น หมายความว่า….

“ราชาหมาป่าโจมตีฉันขณะที่ฉันกำลังต่อสู้กับยอร์มุงกันเดอร์อยู่ และในจังหวะนั้น องครักษ์ของมันก็กระโดดลงไปในปากยอร์มุงกันเดอร์”

….

“ฉันไม่ยอมให้มันวางแผนสำเร็จหรอก เลยกระโดดลงไปในปากยอร์มุงกันเดอร์ตอนที่มันกำลังจะปิดลง แล้วก็ต่อสู้กับพวกหมาป่าอยู่หลายวันในท้องมันนั่นแหละ”

ฉันถอนหายใจโล่งอก

“ถ้าอย่างนั้น คุณก็กำจัดพวกหมาป่าพวกนั้นหมดแล้วสินะ?”

……

ไร้นามที่เงียบอยู่นาน พลางชักดาบเก่า ๆ ที่พกติดหลังออกมาถือไว้ข้างหน้า

“แอช ถึงฉันจะพูดเองมันอาจจะดูอายหน่อยนะ แต่ฉันถือว่าตัวเองแข็งคุณร่งที่สุดในอาณาจักรทะเลสาบ”

ไม่รู้ว่าแข็งแกร่งที่สุดจริงเหรอเปล่า แต่ไร้นามก็แข็งแกร่งมากจริง ๆ นั่นแหละ

“แต่ออกไปนอกอาณาจักรทะเลสาบ ฉันก็มีข้อจำกัดหลายอย่าง ตอนนี้ฉันก็เป็นแค่คนธรรมดา ใช้เวทย์มนต์อะไรไม่ได้เลย”

“….เธออธิบายยาวขนาดนี้เพื่ออะไรเหรอ…?”

“องครักษ์ของราชาหมาป่าที่กระโดดลงไปในท้องยอร์มุงกันเดอร์…”

ไร้นามพึมพำเบา ๆ ด้วยสีหน้าเขินอาย

“ฉันกำจัดพวกมันไม่หมด”

“ห๊ะ?”

“เพราะฉันอ่อนแอลงมากหลังจากออกมาจากโลกด้านบน… เลยไม่สามารถฆ่าพวกมันให้ตายทั้งหมดได้ แล้วพวกมันก็หนีออกมาจากท้องยอร์มุงกันเดอร์ก่อนฉัน”

ขนลุกซู่ขึ้นมาทันที

ไม่… เดี๋ยวนะ เดี๋ยวนะ หมายความว่า…

“ถ้าเธอยังกำจัดพวกมันไม่หมด…”

ไร้นามเงยหน้าขึ้น มองไปรอบ ๆ

“พวกหมาป่านั้นกำลังซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งในตัวงูตัวนี้ และกำลังรอโอกาส”

“…!”

ฉันกัดฟันแน่น เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า แสงสีทองอ่อนเริ่มจางลง ดวงอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้าแล้ว

หากยามราตรีมาเยือน

ก็ถึงเวลาที่หมาป่าจะออกล่า

“ไอ้บ้าเอ๊ย! กองทัพสัตว์ประหลาดประเภทอื่นดันบุกเข้ามาด้วยซะงั้น!”

ฉันตะโกนด้วยความโมโห นี่มันบอกว่าไม่มีเหตุการณ์มืดนี่นา? มันต่างจากเหตุการณ์มืดตรงไหนกัน?!

‘ไม่ มันต่างกันลิบลับเลย’

อย่างน้อยเหตุการณ์มืดก็แค่ทำให้กองทัพสัตว์ประหลาดในด่านนั้นแข็งแกร่งขึ้น ไม่ได้ทำให้กองทัพอื่น ๆ บุกเข้ามา

นั่นหมายความว่า นี่มันการเพิ่มระดับความยากที่น่าหงุดหงิดกว่าเดิมเสียอีก!

ฉันรีบคว้าอุปกรณ์ที่ดูคล้ายปืนพกขนาดเล็กจากอกเสื้อออกมา

นี่คือเครื่องยิงแสงสว่างที่สั่งทำพิเศษจากโรงตีเหล็ก เตรียมไว้สำหรับภารกิจนี้โดยเฉพาะ

หลังจากบรรจุแสงสว่างสีส้มเข้าไปแล้ว ฉันก็ไม่รอช้า เหนี่ยวไกทันที

ฟิ้ววว—ปัง!

แสงสว่างสีส้มพุ่งทะยานขึ้นไป ระเบิดสาดส่องบนท้องฟ้าที่เริ่มคลุมเครือด้วยความมืด

***

“หืม?”

เอวานเจลีนที่กำลังใช้เครื่องยิงตะขอเกี่ยว ปีนป่ายจากกลางลำตัวของยอร์มุงกันเดอร์ไปยังส่วนหาง เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

ปัง!

แสงสว่างสีส้มระเบิดขึ้นบริเวณส่วนหาง

แอชได้กำหนดความหมายที่แตกต่างกันไปตามสีของแสงสว่างเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว

‘เตือนภัย? ทำไมต้องเตือนภัยด้วยล่ะ?’

เพราะเข้ามาในป่าหรือเปล่า? หรือว่าเพราะเริ่มมืดแล้ว? ทำไมต้องใช้แสงสว่างสีส้มเตือนภัยด้วยนะ?

ถึงจะงงอยู่ แต่เอวานเจลีนก็รวบรวมสติ ยิงธนูและดึงตะขออย่างรวดเร็ว

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ฉันต้องรีบไปข้าง ๆ แอช เพื่อปกป้องเขาไว้

ฉึกๆ ๆ – ปั้ง!

คิดเช่นนั้น เธอก็เคลื่อนไหวไปบนหลังยอร์มุงกันเดอร์อย่างว่องไว แล้วก็

“….?”

เห็นอะไรบางอย่างที่แปลกประหลาดเข้า

เงาใต้ลำตัวงูยักษ์

มีสัตว์ร้ายตาแดงราวสิบกว่าตัว… กำลังนั่งยอง ๆ อยู่ตรงนั้น

เอวานเจลีนเบิกตาสีเขียวกว้างด้วยความประหลาดใจ

“….หมาป่า?”

พร้อมกับเสียงพึมพำด้วยความตกใจของเอวานเจลีน

ตุ๊บ!

สัตว์ร้ายพุ่งกระโจนออกมาจากเงามืด

มันคือสัตว์ประหลาดรูปร่างครึ่งคนครึ่งหมาป่า

เดินด้วยสองขาเหมือนมนุษย์ แต่ขนหมาป่ารกครึ้มปกคลุมทั่วทั้งตัว มีหางยาวทอดยาว

หัวหมาป่าที่มีเขี้ยวแหลมคม และดวงตาสีแดงก่ำเลือด

สัตว์ประหลาดตัวนั้น…

แกร๊ก!

กรงเล็บของสัตว์ประหลาดที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างฉับพลัน ฟาดหวือไปกลางอากาศ เอวานเจลีนตกใจจนตัวเกร็ง บิดตัวหลบ แล้วก็

“โอ๊ย?!”

ฉึก!

กรงเล็บคมกริบของสัตว์ประหลาดตัดเชือกเงินที่เชื่อมต่อระหว่างเอวานเจลีนกับยอร์มุงกันเดอร์ขาดสะบั้น

“….อ้าว?”

พร้อมกับเสียงพึมพำของเอวานเจลีนที่เต็มไปด้วยความงุนงง

ฟิ้วววว—

ร่างของเอวานเจลีนปลิวออกจากยอร์มุงกันเดอร์ราวกับเชือกขาดสะบั้น

***

กลางลำตัวของยอร์มุงกันเดอร์

ฟิ้ววว—ปัง!

แสงวาบสว่างจ้าสาดส่อง ลูคัสและคูอิลันที่หมดสติไปก่อนหน้านั้นก็ลืมตาขึ้น

ผึง!

อัศวินและราชาโจรลุกพรวดขึ้นพร้อมกัน สายตาของทั้งคู่ปะทะกัน ทันทีที่เห็นแสงสว่างที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

“โอ้! ท่านอัศวิน! ท่านหัวหน้า! หลับสบายเลยนะครับ?”

สมาชิกกองกำลังไถ่บาปคนหนึ่งพูดขึ้นพลางชูสว่านที่อยู่ในมือขึ้นสูง ท่าทางดูเพลิดเพลินกับการเจาะระบบประสาทเหลือเกิน

“ดูนี่สิครับ นี่คือสว่าน ยอดเยี่ยมจริง ๆ แค่ใช้เครื่องมือชิ้นนี้ เราก็ทำงานได้เร็วกว่าที่สองท่านขุดมาทั้งคืนเสียอีก…”

“เอาอันนั้นเก็บไป แล้วเอาอาวุธออกมา!”

“ห๊ะ?”

“เอาอาวุธออกมา! รีบ! ถ้าไม่อยากตาย!”

น้ำเสียงดุดันของคูอิลันทำเอาเหล่าสมาชิกกองกำลังไถ่บาปตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ

ซึง!

ลูคัสไม่พูดอะไร มือไวคว้าดาบประจำกาย ดวงตาสีฟ้าสดใสของอัศวินกวาดมองไปรอบ ๆ อย่างดุร้าย ราวกับเหยี่ยวร้ายที่กำลังเตรียมล่าเหยื่อ

คูอิลันสวมถุงมืออย่างรวดเร็ว แล้วก็ยิ้มออกมา

“ท่านอัศวินก็รู้สึกเหมือนกันสินะ”

“…ก็ต้องรู้สึกอยู่แล้ว”

แม้จะเป็นคืนวันฤดูร้อน แต่ลมหายใจสีขาวก็ลอยออกมาจากริมฝีปากของลูคัส

“กลิ่นพวกเดียวกันมันแรงชะมัด!”

ทันทีที่กองกำลังไถ่บาปเตรียมอาวุธพร้อมรบ

วืบ! วืบ ๆ !

มนุษย์หมาป่าที่เกาะติดอยู่ข้างลำตัวงูเริ่มไต่ขึ้นมาทีละตัว

มนุษย์หมาป่าขนสีเทาและมนุษย์หมาป่าขนสีน้ำตาล สองสายพันธุ์

สีขนอาจต่างกัน แต่ดวงตาสีแดงก่ำที่เปล่งประกายนั้นเหมือนกันราวกับแกะ

สัตว์ประหลาดที่ยืนสองขาเหมือนมนุษย์กำลังลับคมเล็บ เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้

สิบกว่าตัว

“ผมร้องเพลงอยากเป็นคนครึ่งสัตว์มาตลอดนะ แต่พอมาเจอของจริง…มันไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลย”

คูอิลันพูดติดตลกพลางชูมือขึ้น

“น่าจะโกนขนซะหน่อยนะ รุ่นพี่!”

แล้วก็…

อาว์—

มนุษย์หมาป่าตัวนำเงยหน้าขึ้น ส่งเสียงออกมา

อาว์อาว์—

อาว์อาว์อาว์—

ต่อจากนั้น เสียงเดียวกันดังก้องออกมาจากปากมนุษย์หมาป่าที่ล้อมกองกำลังไถ่บาป

การหอน (Howling)

เสียงคำรามกึกก้อง มนุษย์หมาป่าทั้งหมดบนหลังยอร์มุงกันเดอร์ส่งเสียงที่น่าหวั่นเกรงออกมา

ถ้าเป็นหมาป่าธรรมดา มันก็แค่เสียงเรียกเพื่อน แต่การหอนของมนุษย์หมาป่านั้นแตกต่างออกไป

มันคือการเสริมพลังการต่อสู้ผ่านการสั่นพ้องของฝูง

เป็นทักษะการรบที่ช่วยสร้างเอกลักษณ์ของ ‘ฝูง’ หมาป่า และทำให้การต่อสู้เป็นกลุ่มง่ายดายขึ้น

ตุ๊บ!

มนุษย์หมาป่าทั้งหลายยืนอยู่บนขาคู่หลัง ลดตัวลงสี่ขา

ดวงตาสีเพลิงของสัตว์ร้ายที่ปลุกป่าเถื่อนด้วยเสียงคำรามนั้นเปล่งประกายด้วยความแค้นเคือง

น้ำลายเหนียวข้นไหลย้อยออกมาจากซอกเขี้ยวที่งับกระตุก พร้อมที่จะขย้ำเหยื่อและลิ้มลองรสเลือดเนื้อ

“หลบไป! ไอ้สุนัข!”

ลูคัสที่กำลังรวบรวมพลังเวทย์ไว้ที่ปลายดาบ พึมพำคำขู่เสียงต่ำ

“ต้องไปตรวจสอบว่าฝ่าบาทปลอดภัยดีหรือไม่?”

แววตาอันดุร้ายที่ยากจะแยกแยะว่าใครกันแน่คือสัตว์ป่าปรากฏขึ้นในดวงตาของอัศวิน

***

ยอร์มุงกันเดอร์ บริเวณหัว

“แฮ่ก…แฮ่ก…”

จูเนียร์ที่เลือดไหลอาบร่าง หอบหายใจแรง ก่อนทรุดตัวลงนั่ง

ไหล่และข้างลำตัวถูกกรงเล็บของมนุษย์หมาป่ากรีดเป็นแผลฉกรรจ์

จูเนียร์ตัวสั่นเทาไปทั้งร่าง ตกตะลึงกับการโจมตีที่รวดเร็วปานสายฟ้าแลบ

เรน่าที่ยืนขวางทางไว้ยิ้มอย่างขมขื่น

“…ไม่ดีเลย”

มนุษย์หมาป่ากว่ายี่สิบตัวล้อมแม่มดทั้งสองไว้แน่นหนา

ทหารจำนวนมากเกือบสองเท่าของฝ่ายอื่น ๆ ดูเหมือนพวกมันจะรู้ว่าแม่มดเป็นกำลังหลักจึงโจมตีอย่างหนักหน่วง

แต่ที่นี่มีแม่มดเพียงสองคน

เป็นไปได้หรือไม่ที่แม่มดเพียงสองคนจะต่อสู้ได้โดยไม่มีกองหน้าคอยสนับสนุน?

‘แน่นอนว่าเป็นไปได้’

เรน่าหัวเราะเบา ๆ เสียงแผ่วเบาแฝงไปด้วยความมั่นใจ

เธอยอมอุทิศชีวิตให้กับกองทัพ ไม่ว่าการต่อสู้รูปแบบไหน เธอก็ผ่านพ้นมาหมดแล้ว บนบก บนทะเล หรือแม้กระทั่งบนท้องฟ้า… พูดไปก็เสียเวลา

เรน่ามั่นใจว่าตัวเองสามารถจัดการกับพวกมนุษย์หมาป่าไร้ประโยชน์พวกนี้ แล้วรอดชีวิตกลับไปได้

แต่…

“…”

เธอกลับไม่แน่ใจว่าจะสามารถปกป้องแม่มดน้อยที่อยู่ด้านหลังได้หรือไม่

ไม่มีการต่อสู้ครั้งไหนที่ทำให้เรน่ารู้สึกไม่คุ้นเคยเท่ากับการต่อสู้เพื่อปกป้องใครสักคน

‘ถ้าไม่สนใจเด็กที่อยู่ข้างหลัง โอกาสชนะก็ 100% แต่ถ้าต้องปกป้องเด็กคนนี้…’

ดวงตาที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลาของเรน่าเริ่มพร่ามัวลง

‘…ฉันจะรอดไหมเนี่ย?’

ตุ๊บ!

ยามนั้นเอง มนุษย์หมาป่ากว่ายี่สิบตัวก็กระโจนเข้าใส่แม่มดหญิงชราที่กำลังครุ่นคิดอยู่พร้อมกัน

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ ◈บทที่ 220. [ด่านที่ 9] การบุกรุก

คัดลอกลิงก์แล้ว