เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

◈บทที่ 131. [เนื้อเรื่องเสริม] ก้าวสู่นรก

◈บทที่ 131. [เนื้อเรื่องเสริม] ก้าวสู่นรก

◈บทที่ 131. [เนื้อเรื่องเสริม] ก้าวสู่นรก


【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】

【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】

【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】

◈บทที่ 131. [เนื้อเรื่องเสริม] ก้าวสู่นรก

[ด่านที่ 5]

- เริ่มในอีก 24 ชั่วโมง

เหลืออีกหนึ่งวันก่อนถึงด่านต่อไป

***

ภายในเมืองครอสโรด ค่ายทหาร

ที่พักของกองกำลังทหารรับจ้างดิออน

“เราได้โอกาสแล้ว”

ดิออนยิ้มพลางยืนอยู่หน้าสมาชิกในปาร์ตี้

“ตลอดมาเราไม่ได้รับการปฏิบัติที่ดี เราทำหน้าที่เป็นโล่ห์มาตลอด”

สมาชิกทั้งสี่ยืนพยักหน้าพร้อมเพรียงกัน

ก่อนมาถึงแนวรบแห่งนี้ พวกเขาทั้งห้าคนต้องเผชิญกับความยากลำบากมากมายในฐานะทหารรับจ้าง

ตอนเป็นมือใหม่ พวกเขาถูกส่งไปทำภารกิจฆ่าตัวตาย

แม้หลังจากมีประสบการณ์และรู้จักกลไกของโลกนี้แล้ว พวกเขาก็ถูกมอบหมายให้ทำภารกิจที่ยุ่งยากที่สุด เพราะไม่มีความสามารถและทักษะพิเศษ

“แต่เจ้าชายแอชมองเห็นคุณค่าของพวกเรา”

แอชแตกต่างออกไป

เขาไม่เพียงแต่ให้โอกาสพวกเขาอย่างเต็มใจ แต่หลังจากที่เขามองเห็นศักยภาพของกองกำลังทหารรับจ้างดิออนแล้ว เขาก็ลงทุนอย่างไม่ลังเล

พวกเขาได้รับชุดเกราะที่ดีและดาบเงินราคาแพง และได้รับชุดทหารที่ผลิตขึ้นเพื่อทหารในแนวรบทางใต้โดยเฉพาะ

นี่เป็นการปฏิบัติที่ดีที่สุดในบรรดาการปฏิบัติที่พวกเขาได้รับในฐานะทหารรับจ้างที่เอาตัวรอดไปวัน ๆ

ดิออนภักดีต่อแอชอย่างเต็มหัวใจแล้ว

“แสดงให้พระองค์เห็นในการป้องกันครั้งนี้เถอะ ว่าพวกเราเก่งแค่ไหน”

ดิออนกำมือแน่น

“นี่คือโอกาสที่ดีที่สุด คราวนี้เราจะได้เลื่อนตำแหน่งสักที!”

“เลื่อนตำแหน่ง…”

“ทำให้พวกเขาเห็น ว่าพวกเราทำได้!”

“ทำได้!”

คำว่าเลื่อนตำแหน่งและทำได้ ทำให้ใบหน้าของพวกเขาทั้งห้าคนเบิกบาน ดิออนยิ้ม

“ดี! งั้นบอกเป้าหมายของแต่ละคนดูสิ ถ้ารวยแล้วจะทำอะไร?”

“ฉันจะเก็บเงินเพื่อสร้างกองคาราวาน ฉันฝันอยากจะค้าขายอย่างใหญ่โต”

“ฉันจะเก็บเงินแต่งงาน! สามีของฉันรอฉันอยู่ที่บ้านเกิด!”

“อยากจะส่งเงินให้พ่อแม่ ผมยังไม่เคยทำอะไรให้ท่านเลย…”

“จะส่งน้องชายเข้าเรียนที่ห้องทดลองเวทมนตร์ ถ้าเขาโตแล้ว จะให้เขาเลี้ยงฉัน!”

หลังจากที่แต่ละคนพูดจบ ทุกคนก็มองไปที่ดิออน

ดิออนหัวเราะแห้ง ๆ แล้วชี้ไปที่ตัวเอง

“ผมเหรอ? ผม… อืม มันดูเล็กน้อยไปเมื่อเทียบกับความฝันของพวกนายนะ”

ดิออนเกาหัว

“วันแรกที่เริ่มเป็นทหารรับจ้าง ผมดื่มเหล้าแก้เครียด แต่… ราคาแพงมาก ตอนนั้นมีวิสกี้ยี่ห้อหนึ่งที่ผมอยากดื่ม แต่แพงเกินไปเลยซื้อไม่ได้”

ดิออนยิ้มเขิน ๆ

“ผมเสียดายเงินที่ไม่ได้ซื้อมัน แต่นาน ๆ ทีถึงจะได้ดื่มที แต่ถ้าเลื่อนตำแหน่งได้… ผมจะดื่มมันหนึ่งขวดต่อสัปดาห์เลย”

เมื่อได้ยินเป้าหมายของดิออน พวกทหารรับจ้างที่เหลือก็หัวเราะลั่น

“อะไรกัน ดิออน! เป้าหมายมันเล็กไปแล้วนะ!”

“อย่างน้อยก็หนึ่งขวดต่อวันสิ!”

“พวกนายนี่ ก็แค่อยากเป็นคนเมาเหล้านิ!”

ดิออนที่ส่งเสียงอย่างเด็ก ๆ ก็หัวเราะออกมาบ้าง

“เราจะทำให้เต็มที่ เราทำได้”

ดิออนยกแขนขึ้นสูง

“กองกำลังทหารรับจ้างดิออน ตำนานของเรากำลังเริ่มต้นแล้ว!”

“กองคาราวานของฉันด้วย!”

“งานแต่งงานของฉันด้วย!”

“จะดูแลพ่อแม่ให้ได้”

“เงินบำนาญสำหรับน้องชายฉัน! รอฉันอยู่!”

หลังจากที่กองกำลังทหารรับจ้างดิออนห้าคนตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้นแล้ว ก็หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน

***

คฤหาสน์เจ้าเมือง เรือนนอก

ที่พักของกองพลเงา

นักธนูสามคนกระโดดโลดเต้นอยู่บนเตียงของตัวเอง

“วันนี้เราได้พักเหรอ? ไม่ต้องไปดันเจี้ยนเหรอ?!”

“ใช่! ฝ่าบาทบอกให้พักผ่อนให้เต็มที่!”

“ฮิฮิฮิ! สนุกจัง ฉันชอบนอนอยู่บนเตียงที่สุด!”

บอดี้แบ็กลังเลที่จะไปห้ามเหล่านักธนูที่กำลังกระโดดโลดเต้น แต่ก็ตัดสินใจปล่อยให้เป็นไป

ถ้ามีเวลาว่าง พวกเขาก็จะฝึกฝน

นี่เป็นครั้งแรกในรอบนานมากที่พวกเขาได้พักผ่อนอย่างแท้จริง ไม่แปลกที่นักธนูทั้งสามคนจะตื่นเต้น

“?”

บอดี้แบ็กเงยหน้าขึ้น เพราะรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

ก็อตแฮนด์หายไป

‘ไปไหน?’

บอดี้แบ็กออกจากห้อง ปล่อยให้นักธนูเล่นกันอยู่ในห้อง

เธอเหลือบมองไปรอบ ๆ แล้วเห็นหลังของก็อตแฮนด์ที่ยืนอยู่ที่สนามฝึกยิงธนูด้านหลังเรือนนอก

ขณะที่บอดี้แบ็กกำลังเดินไปหาก็อตแฮนด์ เธอก็หยุดชะงัก

“……อย่าห่วง ผมจะปกป้องเขาเองครับ…”

ก็อตแฮนด์พึมพำอะไรบางอย่าง

“…ครับ ถ้าผมทำได้…”

บอดี้แบ็กขมวดคิ้ว

เขากำลังคุยกับใครอยู่?

“ก็อตแฮนด์?”

เมื่อบอดี้แบ็กเดินเข้าไปใกล้ ก็อตแฮนด์ก็ตกใจและหันมามองด้วยใบหน้าที่ประหลาดใจ

“บอดี้แบ็ก? ทำไมไม่พักในห้อง มาที่นี่ทำไม!”

“แค่ออกมาสูดอากาศน่ะ…ว่าแต่ก็อตแฮนด์ นายกำลังทำอะไร กำลังคุยกับใคร…”

แต่คู่สนทนาของก็อตแฮนด์หายไปแล้ว

ดูเหมือนจะวิ่งเข้าไปในป่าด้านหลังสนามฝึกยิงธนูอย่างรวดเร็ว

“คุยกับใครเหรอ? เปล่านิ! ผมอยู่คนเดียว ไม่มีอะไรหรอก”

ใบหน้าของก็อตแฮนด์แสดงความประหลาดใจอย่างชัดเจน

บอดี้แบ็กไม่เคยเห็นก็อตแฮนด์เป็นแบบนี้มาก่อน เลยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ทันใดนั้น นักธนูสามคนก็วิ่งออกมาจากห้อง

“อะไร ๆ ๆ ทำอะไรกัน มีของอร่อยเหรอคะ?!”

“เที่ยงแล้ว! ฉันหิวแล้ว!”

ก็อตแฮนด์มองนักธนูที่กำลังบ่นเรื่องท้องหิว แล้วก็ยิ้มบาง ๆ

“ทุกคนหิวใช่ไหม? งั้นไปปล้นอาหารที่ห้องอาหารของฝ่าบาทกันเถอะ!”

“เย้ พี่ก็อตแฮนด์เก่งที่สุด!”

“เห็นด้วย!”

“ฉันเอาแต่น้ำผลไม้!”

“ฉันเอาผลไม้ดอง!”

“เอาถั่วและเมล็ดพืชไปเยอะ ๆ !”

นักธนูทั้งสามคนวิ่งไปยังตัวเรือนใหญ่ด้วยความตื่นเต้น

ก็อตแฮนด์เดินตามพวกเขาไป แล้วหันไปมองบอดี้แบ็ก

“รีบไปกันเถอะ บอดี้แบ็ก เธอก็ต้องกินข้าวเหมือนกันนะ”

“……อืม”

“พรุ่งนี้เป็นวันที่ยากลำบาก วันนี้เราต้องกินให้อิ่ม”

เหล่าเอลฟ์นักธนูเดินห่างออกไปแล้ว ก็อตแฮนด์วิ่งตามไปอย่างรวดเร็ว

“อืม…?”

แม้ยังคงมีความรู้สึกแปลก ๆ อยู่บ้าง แต่เธอก็ตัดสินใจไม่ใส่ใจ

เมื่อสะบัดความคิดทิ้งไปแล้ว บอดี้แบ็กจึงรีบวิ่งตามพวกเขาไป

***

ณ วิหาร ห้องของดาเมียน

“…….”

ดาเมียนมองอาวุธที่อยู่ตรงหน้าด้วยดวงตาที่สงบ

ปืนไรเฟิลหกกระบอก ปืนหน้าไม้หนึ่งกระบอก

ลูกศรเงินศักดิ์สิทธิ์สามกล่อง ลูกศรเงินสองกล่อง

นอกจากนั้นยังมีม้วนเวทมนตร์

ม้วนเวทมนตร์เสริมธาตุใช้ครั้งเดียวที่แอชรวบรวมมา รวมสามม้วน คือธาตุน้ำแข็ง ธาตุไฟ และธาตุลม

แอชให้ม้วนเวทมนตร์นี้กับดาเมียน และบอกให้ใช้เมื่อจำเป็น

ดาเมียนยื่นมือไปลูบปืนไรเฟิลและปืนหน้าไม้ที่เรียงรายอยู่ข้างหน้าอย่างแผ่วเบา

ในทันใดนั้น

คลิก!

นิ้วมือเรียวเล็กของเขายกปืนไรเฟิลขึ้น วางท้ายปืนที่ไหล่ และแนบใบหน้าเข้ากับลำกล้องปืน

คลิก! คลิก!

จัดตำแหน่งสายตา และใช้แท่งเหล็กมองเป้า

“…….”

ดาเมียนค่อย ๆ คลายท่าทางการเล็งที่รวดเร็ว

ตลอดมา ดาเมียนฝึกฝนการเล็งอย่างรวดเร็วซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เพื่อให้สามารถยิงศัตรูได้เร็วขึ้น

จริง ๆ แล้วการเล็งด้วยสายตาเปล่าไม่มีความหมายอะไรมากสำหรับดาเมียน

เพราะ [ตาเหยี่ยว] ไม่ได้ทำงานแบบนั้น

แต่ท่านี้ช่วยในการรับแรงถีบของปืนไรเฟิลได้ดี ดังนั้นเขาจึงฝึกฝนอยู่

‘ถ้าทำได้เร็วกว่านี้… จะช่วยเจ้าชายได้มากขึ้น…’

ดาเมียนรู้สึกวิงเวียน เพราะฝึกฝนอยู่ในห้องมานานทั้งวัน

‘ออกไปสูดอากาศหน่อยดีกว่า…’

ดาเมียนเดินออกจากห้อง กำลังจะไปยังลานกลางของวิหาร แล้วก็พบเข้ากับอะไรบางอย่าง

“…….”

นักบุญหญิงมาร์เกอริต้าคุกเข่าอยู่หน้ารูปปั้นเทพธิดาในลานกลาง

ดูเหมือนกำลังอธิษฐานอยู่ ดาเมียนหยุดเดินและลดเสียงลง

“…….”

มาร์เกอริต้าที่กำลังกอดมือไว้ที่หน้าอก ร่างกายที่กำลังก้มตัวสั่นเล็กน้อย

เธอมองดูรูปปั้นเทพธิดาที่สลักไว้อย่างประณีต

มาร์เกอริต้าหลับตาลง แล้วกระซิบอย่างเบาบาง

“ฉันแค่อยากทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย…?”

มาร์เกอริต้าถอนหายใจยาว แล้วค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น

“แล้วยามนี้ ฉันควรทำอย่างไรต่อไปกันคะ…?”

“……?”

ดาเมียนขมวดคิ้ว เพราะไม่เคยเห็นมาร์เกอริต้าเป็นแบบนี้มาก่อน

***

โรงแรมน้ำผึ้งแห่งเอทิ ห้องของจูเนียร์

“ฮ้า ฮ้า… แฮ่ก!”

จูเนียร์อาเจียนเป็นเลือด ขณะใช้พลังเวทมนตร์ลอยอนุภาคธาตุไว้เหนือศีรษะ

“อีกนิดเดียว… ฉันจะควบคุมคาถานี้ได้…”

เลือดไหลออกจากจมูกและปาก รอบตัวเธอมีเวทมนตร์ลึกลับปรากฏขึ้นแล้วหายไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“แค่นี้ไม่ยากหรอก อีกนิด… อีกนิด…!”

มันใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว

ความเข้าใจที่ได้รับจากการถอดรหัสคาถาของจ้าวแวมไพร์กำลังจะเบ่งบาน

ในขณะนั้นเอง

- นี่จะตายก่อนฉันงั้นเหรอ?

เสียงของยายกลับดังก้องอยู่ในหัว

“…….”

จูเนียร์ยิ้มเยาะ

“หนูก็ไม่อยากตายเหมือนกันหรอกน่า…”

แต่ว่า

ถ้าไม่ใช้ชีวิต ก็จะไม่สามารถไปถึงคุณยายได้

จูเนียร์เช็ดเลือดที่ไหลออกมาจากจมูกและปาก แล้วพึมพำ

“มา ลองอีกนิด…!”

***

สมาคมทหารรับจ้าง ห้องของจูปิเตอร์

“แฮ่ก ๆ”

จูปิเตอร์ไออย่างแรง เลือดสีแดงเข้มกระเด็นไปที่หมอน

“ฮ้า แค่ก…”

ผลข้างเคียงจากการใช้พลังเวทมนตร์มากเกินไปยังไม่หายไป

แต่เนื่องจากเธอใช้เวทมนตร์อย่างไม่ยั้ง ร่างกายของจูปิเตอร์จึงต้องรับผลกระทบ

‘นี่เหรอความรู้สึกเธอ หลานสาวของยาย?’

จูปิเตอร์เกาะร่างกายที่สั่นเทา อาเจียนเลือดโดยไม่หยุด แล้วหลับตาข้างเดียวที่เหลืออยู่

‘จะทนทุกข์ทรมานขนาดนี้ทำไมกัน… อยากจะเป็นแม่มดขนาดนั้นเลยเหรอ? อยากตายก่อนฉันเหรอ?’

- แบบนั้นก็ไม่เลวนะ

ใบหน้าของหลานสาวที่พูดแบบนั้นปรากฏขึ้นมาในหัว

“……แบบนั้น มันก็ทำให้ฉันดูแย่มากเลยไม่ใช่หรือไง?”

จูปิเตอร์กัดฟัน

แต่เอาสิ จงเกลียดชัง จงสาปแช่งฉันเลย

‘ไม่ว่าเธอจะเกลียดฉันมากแค่ไหน ฉันจะ…’

แค่ก!

จูปิเตอร์อาเจียนเลือดออกมา แล้วเช็ดเลือดที่มุมปาก ดวงตาเดียวที่เหลืออยู่ก็ส่องประกายอีกครั้ง

“ยังไม่ใช่ อีกนิดเดียว”

ทนอีกนิด ร่างกายบัดซบนี้!

***

คฤหาสน์เจ้าเมือง

ณ สวนหลังบ้าน ลานฝึกเล็ก ๆ

ตั้ก! ตั้ก! พั่ก!

ฉันกับเอวานเจลีนถือดาบไม้ หอกไม้ และโล่ไม้ ดวลกันอย่างจริงจัง

หลังจากวันที่พ่ายแพ้ให้เซเลนดิออน ฉันกับเอวานเจลีนก็ซ้อมดวลกันทุกวัน

ฉันพยายามเจาะผ่านการป้องกันของเธอ ส่วนเธอก็คอยปัดป้องการโจมตีของฉัน

ช่วงแรก ผลัดกันแพ้ชนะพอ ๆ กัน แต่ไม่นานมานี้ เอวานเจลีนกลับชนะตลอด

เธอเชี่ยวชาญในการใช้ ‘สัมผัสพิเศษ’ อย่างสมบูรณ์แบบ สามารถรับรู้และป้องกันทุกการโจมตีของฉันได้โดยไม่มีช่องโหว่

และในวันนี้—วันก่อนหน้าสงครามเพียงหนึ่งวัน—ก็เช่นกัน

ตั้ก! ตั้ก! ตั้ก!

ท้องฟ้าเริ่มมืดลง แสงสุดท้ายของวันกำลังลับขอบฟ้า

เอวานเจลีนเบิกตาสีมรกต สะท้อนแสงระยิบ ปัดป้องทุกดาบของฉันด้วยโล่ของเธออย่างพลิ้วไหว

‘ฉันสัมผัสได้… ‘เส้นทาง’ ทุกสาย ฉันรู้สึกถึงมันผ่านผิวกาย!’

เธอขยับร่างกายไปตามสัมผัสของตน และในที่สุด—เธอก็เข้าใกล้ถึงบางสิ่ง

เพียงก้าวเดียว…

เธอจะสามารถแตะถึง ‘สุดยอด’ ของตระกูลครอสที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน—

ปั๊ก!

ร่างของเธอลอยละลิ่ว!

ดาบไม้ของฉันกระแทกร่างเธอโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้เธอปลิวออกจากลานฝึกไปกระแทกพื้นด้านนอก

“อะ?”

เธอนอนแผ่หลาบนพื้น ดวงตากะพริบปริบ ๆ ด้วยความมึนงง

จากนั้นก็มองฉัน… ผู้ที่เป็นต้นเหตุของการโจมตีนั้น

“แฮ่ก… แฮ่ก…!”

ฉันยืนอยู่กลางลานฝึก หายใจหอบหนัก

ไอร้อนลอยขึ้นจากร่างของฉัน ขณะที่ดวงตาสีน้ำเงินเจิดจ้าเหมือนเปลวไฟของอสูรร้าย

“เมื่อกี้… นั่นมันอะไร?”

เธอก้มมองเกราะฝึกซ้อมที่สวมอยู่ มันบุ๋มลึกอย่างน่ากลัว

ถ้าเธอไม่ได้สวมมัน… เธอคงตายไปแล้ว

“ฉัน… ฉันหลบมันไม่ได้เลยด้วยซ้ำ! แถมยังมองแทบไม่เห็นด้วยซ้ำ! นายทำยังไง?”

“…นี่เหรอ?”

ฉันยกมือปาดเส้นผมสีทองที่เปียกเหงื่อ ยิ้มขึ้นบาง ๆ

แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มแบบปกติของฉัน—รอยยิ้มที่คล้ายลูกสุนัขตัวใหญ่ได้เลือนหายไปแล้ว

แทนที่ด้วยรอยยิ้มดุร้าย… เหมือนหมาป่าผู้กระหายเหยื่อ

“...คงต้องเรียกว่า ‘ความสิ้นหวัง’ ล่ะมั้ง”

***

ทางใต้ของครอสโร้ด

ที่ราบกว้าง

ยามดึกสงัดใกล้รุ่งสาง

ฉับ! ฉับ! ฉับ!

กองทัพพันนายของเซเลนดิออน เดินทัพมาถึงที่นี่แล้ว

อัลฟ่าซึ่งเดินนำอยู่ มองไปยังครอสโร้ดที่ห่างออกไป และเอ่ยขึ้น

“เห็นกำแพงเมืองแล้วครับ ท่านจ้าว”

“……”

“เป็นเมืองของมนุษย์ อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะถึงระยะโจมตี”

“หืม…”

เซเลนดิออนที่นั่งอยู่ในเสลี่ยงเหลือบมองไปทางเหนือ

“ถึงเวลาแล้วสินะ”

สงครามนองเลือด—

การฆ่าฟันเพื่อเอาชีวิตกันและกัน—

ในที่สุด… มันก็จะเริ่มต้นขึ้น

เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน หันกลับไปมองเหล่าข้ารับใช้ที่ยืนอยู่เบื้องหลัง

“เหล่าสาวกของฉัน…”

เขายิ้มให้พวกพ้อง—รอยยิ้มของราชันแวมไพร์ผุดขึ้นบนใบหน้า

ดวงตาสีเลือดเปล่งประกาย ฟันเขี้ยวแหลมคมเผยให้เห็นชัดเจน

“พวกนายพร้อมจะกลบโลกมนุษย์ด้วยกองซากศพและทะเลโลหิตหรือยัง?”

ไม่จำเป็นต้องมีคำตอบ

เพราะนั่นคือจุดมุ่งหมายเดียวในชีวิตของพวกเขา—

เพื่อแปรโลกมนุษย์ให้เป็นนรกที่มีแต่ซากศพและโลหิตหลั่งไหล

***

“มันกำลังมา…”

ฉันพึมพำขณะจ้องมองไปทางทิศใต้

ไม่อาจข่มตาหลับลงได้ตั้งแต่กลางดึก ฉันเลยเดินขึ้นมาบนกำแพงเมือง

และนั่นทำให้ฉันได้เห็น—

กองทัพพวกมัน กำลังเคลื่อนพลมาแต่ไกล

[STAGE 5]

- เวลาที่เหลือก่อนเริ่มต้น : 3 ชั่วโมง

นรกกำลังเคลื่อนตัวมาที่นี่

มันกำลังกลืนกินแนวรบของเราเข้าไปทีละนิด

และตอนนี้—มันอยู่ตรงหน้าแล้ว

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ ◈บทที่ 131. [เนื้อเรื่องเสริม] ก้าวสู่นรก

คัดลอกลิงก์แล้ว