- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 131. [เนื้อเรื่องเสริม] ก้าวสู่นรก
◈บทที่ 131. [เนื้อเรื่องเสริม] ก้าวสู่นรก
◈บทที่ 131. [เนื้อเรื่องเสริม] ก้าวสู่นรก
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 131. [เนื้อเรื่องเสริม] ก้าวสู่นรก
[ด่านที่ 5]
- เริ่มในอีก 24 ชั่วโมง
เหลืออีกหนึ่งวันก่อนถึงด่านต่อไป
***
ภายในเมืองครอสโรด ค่ายทหาร
ที่พักของกองกำลังทหารรับจ้างดิออน
“เราได้โอกาสแล้ว”
ดิออนยิ้มพลางยืนอยู่หน้าสมาชิกในปาร์ตี้
“ตลอดมาเราไม่ได้รับการปฏิบัติที่ดี เราทำหน้าที่เป็นโล่ห์มาตลอด”
สมาชิกทั้งสี่ยืนพยักหน้าพร้อมเพรียงกัน
ก่อนมาถึงแนวรบแห่งนี้ พวกเขาทั้งห้าคนต้องเผชิญกับความยากลำบากมากมายในฐานะทหารรับจ้าง
ตอนเป็นมือใหม่ พวกเขาถูกส่งไปทำภารกิจฆ่าตัวตาย
แม้หลังจากมีประสบการณ์และรู้จักกลไกของโลกนี้แล้ว พวกเขาก็ถูกมอบหมายให้ทำภารกิจที่ยุ่งยากที่สุด เพราะไม่มีความสามารถและทักษะพิเศษ
“แต่เจ้าชายแอชมองเห็นคุณค่าของพวกเรา”
แอชแตกต่างออกไป
เขาไม่เพียงแต่ให้โอกาสพวกเขาอย่างเต็มใจ แต่หลังจากที่เขามองเห็นศักยภาพของกองกำลังทหารรับจ้างดิออนแล้ว เขาก็ลงทุนอย่างไม่ลังเล
พวกเขาได้รับชุดเกราะที่ดีและดาบเงินราคาแพง และได้รับชุดทหารที่ผลิตขึ้นเพื่อทหารในแนวรบทางใต้โดยเฉพาะ
นี่เป็นการปฏิบัติที่ดีที่สุดในบรรดาการปฏิบัติที่พวกเขาได้รับในฐานะทหารรับจ้างที่เอาตัวรอดไปวัน ๆ
ดิออนภักดีต่อแอชอย่างเต็มหัวใจแล้ว
“แสดงให้พระองค์เห็นในการป้องกันครั้งนี้เถอะ ว่าพวกเราเก่งแค่ไหน”
ดิออนกำมือแน่น
“นี่คือโอกาสที่ดีที่สุด คราวนี้เราจะได้เลื่อนตำแหน่งสักที!”
“เลื่อนตำแหน่ง…”
“ทำให้พวกเขาเห็น ว่าพวกเราทำได้!”
“ทำได้!”
คำว่าเลื่อนตำแหน่งและทำได้ ทำให้ใบหน้าของพวกเขาทั้งห้าคนเบิกบาน ดิออนยิ้ม
“ดี! งั้นบอกเป้าหมายของแต่ละคนดูสิ ถ้ารวยแล้วจะทำอะไร?”
“ฉันจะเก็บเงินเพื่อสร้างกองคาราวาน ฉันฝันอยากจะค้าขายอย่างใหญ่โต”
“ฉันจะเก็บเงินแต่งงาน! สามีของฉันรอฉันอยู่ที่บ้านเกิด!”
“อยากจะส่งเงินให้พ่อแม่ ผมยังไม่เคยทำอะไรให้ท่านเลย…”
“จะส่งน้องชายเข้าเรียนที่ห้องทดลองเวทมนตร์ ถ้าเขาโตแล้ว จะให้เขาเลี้ยงฉัน!”
หลังจากที่แต่ละคนพูดจบ ทุกคนก็มองไปที่ดิออน
ดิออนหัวเราะแห้ง ๆ แล้วชี้ไปที่ตัวเอง
“ผมเหรอ? ผม… อืม มันดูเล็กน้อยไปเมื่อเทียบกับความฝันของพวกนายนะ”
ดิออนเกาหัว
“วันแรกที่เริ่มเป็นทหารรับจ้าง ผมดื่มเหล้าแก้เครียด แต่… ราคาแพงมาก ตอนนั้นมีวิสกี้ยี่ห้อหนึ่งที่ผมอยากดื่ม แต่แพงเกินไปเลยซื้อไม่ได้”
ดิออนยิ้มเขิน ๆ
“ผมเสียดายเงินที่ไม่ได้ซื้อมัน แต่นาน ๆ ทีถึงจะได้ดื่มที แต่ถ้าเลื่อนตำแหน่งได้… ผมจะดื่มมันหนึ่งขวดต่อสัปดาห์เลย”
เมื่อได้ยินเป้าหมายของดิออน พวกทหารรับจ้างที่เหลือก็หัวเราะลั่น
“อะไรกัน ดิออน! เป้าหมายมันเล็กไปแล้วนะ!”
“อย่างน้อยก็หนึ่งขวดต่อวันสิ!”
“พวกนายนี่ ก็แค่อยากเป็นคนเมาเหล้านิ!”
ดิออนที่ส่งเสียงอย่างเด็ก ๆ ก็หัวเราะออกมาบ้าง
“เราจะทำให้เต็มที่ เราทำได้”
ดิออนยกแขนขึ้นสูง
“กองกำลังทหารรับจ้างดิออน ตำนานของเรากำลังเริ่มต้นแล้ว!”
“กองคาราวานของฉันด้วย!”
“งานแต่งงานของฉันด้วย!”
“จะดูแลพ่อแม่ให้ได้”
“เงินบำนาญสำหรับน้องชายฉัน! รอฉันอยู่!”
หลังจากที่กองกำลังทหารรับจ้างดิออนห้าคนตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้นแล้ว ก็หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
***
คฤหาสน์เจ้าเมือง เรือนนอก
ที่พักของกองพลเงา
นักธนูสามคนกระโดดโลดเต้นอยู่บนเตียงของตัวเอง
“วันนี้เราได้พักเหรอ? ไม่ต้องไปดันเจี้ยนเหรอ?!”
“ใช่! ฝ่าบาทบอกให้พักผ่อนให้เต็มที่!”
“ฮิฮิฮิ! สนุกจัง ฉันชอบนอนอยู่บนเตียงที่สุด!”
บอดี้แบ็กลังเลที่จะไปห้ามเหล่านักธนูที่กำลังกระโดดโลดเต้น แต่ก็ตัดสินใจปล่อยให้เป็นไป
ถ้ามีเวลาว่าง พวกเขาก็จะฝึกฝน
นี่เป็นครั้งแรกในรอบนานมากที่พวกเขาได้พักผ่อนอย่างแท้จริง ไม่แปลกที่นักธนูทั้งสามคนจะตื่นเต้น
“?”
บอดี้แบ็กเงยหน้าขึ้น เพราะรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ก็อตแฮนด์หายไป
‘ไปไหน?’
บอดี้แบ็กออกจากห้อง ปล่อยให้นักธนูเล่นกันอยู่ในห้อง
เธอเหลือบมองไปรอบ ๆ แล้วเห็นหลังของก็อตแฮนด์ที่ยืนอยู่ที่สนามฝึกยิงธนูด้านหลังเรือนนอก
ขณะที่บอดี้แบ็กกำลังเดินไปหาก็อตแฮนด์ เธอก็หยุดชะงัก
“……อย่าห่วง ผมจะปกป้องเขาเองครับ…”
ก็อตแฮนด์พึมพำอะไรบางอย่าง
“…ครับ ถ้าผมทำได้…”
บอดี้แบ็กขมวดคิ้ว
เขากำลังคุยกับใครอยู่?
“ก็อตแฮนด์?”
เมื่อบอดี้แบ็กเดินเข้าไปใกล้ ก็อตแฮนด์ก็ตกใจและหันมามองด้วยใบหน้าที่ประหลาดใจ
“บอดี้แบ็ก? ทำไมไม่พักในห้อง มาที่นี่ทำไม!”
“แค่ออกมาสูดอากาศน่ะ…ว่าแต่ก็อตแฮนด์ นายกำลังทำอะไร กำลังคุยกับใคร…”
แต่คู่สนทนาของก็อตแฮนด์หายไปแล้ว
ดูเหมือนจะวิ่งเข้าไปในป่าด้านหลังสนามฝึกยิงธนูอย่างรวดเร็ว
“คุยกับใครเหรอ? เปล่านิ! ผมอยู่คนเดียว ไม่มีอะไรหรอก”
ใบหน้าของก็อตแฮนด์แสดงความประหลาดใจอย่างชัดเจน
บอดี้แบ็กไม่เคยเห็นก็อตแฮนด์เป็นแบบนี้มาก่อน เลยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ทันใดนั้น นักธนูสามคนก็วิ่งออกมาจากห้อง
“อะไร ๆ ๆ ทำอะไรกัน มีของอร่อยเหรอคะ?!”
“เที่ยงแล้ว! ฉันหิวแล้ว!”
ก็อตแฮนด์มองนักธนูที่กำลังบ่นเรื่องท้องหิว แล้วก็ยิ้มบาง ๆ
“ทุกคนหิวใช่ไหม? งั้นไปปล้นอาหารที่ห้องอาหารของฝ่าบาทกันเถอะ!”
“เย้ พี่ก็อตแฮนด์เก่งที่สุด!”
“เห็นด้วย!”
“ฉันเอาแต่น้ำผลไม้!”
“ฉันเอาผลไม้ดอง!”
“เอาถั่วและเมล็ดพืชไปเยอะ ๆ !”
นักธนูทั้งสามคนวิ่งไปยังตัวเรือนใหญ่ด้วยความตื่นเต้น
ก็อตแฮนด์เดินตามพวกเขาไป แล้วหันไปมองบอดี้แบ็ก
“รีบไปกันเถอะ บอดี้แบ็ก เธอก็ต้องกินข้าวเหมือนกันนะ”
“……อืม”
“พรุ่งนี้เป็นวันที่ยากลำบาก วันนี้เราต้องกินให้อิ่ม”
เหล่าเอลฟ์นักธนูเดินห่างออกไปแล้ว ก็อตแฮนด์วิ่งตามไปอย่างรวดเร็ว
“อืม…?”
แม้ยังคงมีความรู้สึกแปลก ๆ อยู่บ้าง แต่เธอก็ตัดสินใจไม่ใส่ใจ
เมื่อสะบัดความคิดทิ้งไปแล้ว บอดี้แบ็กจึงรีบวิ่งตามพวกเขาไป
***
ณ วิหาร ห้องของดาเมียน
“…….”
ดาเมียนมองอาวุธที่อยู่ตรงหน้าด้วยดวงตาที่สงบ
ปืนไรเฟิลหกกระบอก ปืนหน้าไม้หนึ่งกระบอก
ลูกศรเงินศักดิ์สิทธิ์สามกล่อง ลูกศรเงินสองกล่อง
นอกจากนั้นยังมีม้วนเวทมนตร์
ม้วนเวทมนตร์เสริมธาตุใช้ครั้งเดียวที่แอชรวบรวมมา รวมสามม้วน คือธาตุน้ำแข็ง ธาตุไฟ และธาตุลม
แอชให้ม้วนเวทมนตร์นี้กับดาเมียน และบอกให้ใช้เมื่อจำเป็น
ดาเมียนยื่นมือไปลูบปืนไรเฟิลและปืนหน้าไม้ที่เรียงรายอยู่ข้างหน้าอย่างแผ่วเบา
ในทันใดนั้น
คลิก!
นิ้วมือเรียวเล็กของเขายกปืนไรเฟิลขึ้น วางท้ายปืนที่ไหล่ และแนบใบหน้าเข้ากับลำกล้องปืน
คลิก! คลิก!
จัดตำแหน่งสายตา และใช้แท่งเหล็กมองเป้า
“…….”
ดาเมียนค่อย ๆ คลายท่าทางการเล็งที่รวดเร็ว
ตลอดมา ดาเมียนฝึกฝนการเล็งอย่างรวดเร็วซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เพื่อให้สามารถยิงศัตรูได้เร็วขึ้น
จริง ๆ แล้วการเล็งด้วยสายตาเปล่าไม่มีความหมายอะไรมากสำหรับดาเมียน
เพราะ [ตาเหยี่ยว] ไม่ได้ทำงานแบบนั้น
แต่ท่านี้ช่วยในการรับแรงถีบของปืนไรเฟิลได้ดี ดังนั้นเขาจึงฝึกฝนอยู่
‘ถ้าทำได้เร็วกว่านี้… จะช่วยเจ้าชายได้มากขึ้น…’
ดาเมียนรู้สึกวิงเวียน เพราะฝึกฝนอยู่ในห้องมานานทั้งวัน
‘ออกไปสูดอากาศหน่อยดีกว่า…’
ดาเมียนเดินออกจากห้อง กำลังจะไปยังลานกลางของวิหาร แล้วก็พบเข้ากับอะไรบางอย่าง
“…….”
นักบุญหญิงมาร์เกอริต้าคุกเข่าอยู่หน้ารูปปั้นเทพธิดาในลานกลาง
ดูเหมือนกำลังอธิษฐานอยู่ ดาเมียนหยุดเดินและลดเสียงลง
“…….”
มาร์เกอริต้าที่กำลังกอดมือไว้ที่หน้าอก ร่างกายที่กำลังก้มตัวสั่นเล็กน้อย
เธอมองดูรูปปั้นเทพธิดาที่สลักไว้อย่างประณีต
มาร์เกอริต้าหลับตาลง แล้วกระซิบอย่างเบาบาง
“ฉันแค่อยากทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย…?”
มาร์เกอริต้าถอนหายใจยาว แล้วค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
“แล้วยามนี้ ฉันควรทำอย่างไรต่อไปกันคะ…?”
“……?”
ดาเมียนขมวดคิ้ว เพราะไม่เคยเห็นมาร์เกอริต้าเป็นแบบนี้มาก่อน
***
โรงแรมน้ำผึ้งแห่งเอทิ ห้องของจูเนียร์
“ฮ้า ฮ้า… แฮ่ก!”
จูเนียร์อาเจียนเป็นเลือด ขณะใช้พลังเวทมนตร์ลอยอนุภาคธาตุไว้เหนือศีรษะ
“อีกนิดเดียว… ฉันจะควบคุมคาถานี้ได้…”
เลือดไหลออกจากจมูกและปาก รอบตัวเธอมีเวทมนตร์ลึกลับปรากฏขึ้นแล้วหายไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“แค่นี้ไม่ยากหรอก อีกนิด… อีกนิด…!”
มันใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว
ความเข้าใจที่ได้รับจากการถอดรหัสคาถาของจ้าวแวมไพร์กำลังจะเบ่งบาน
ในขณะนั้นเอง
- นี่จะตายก่อนฉันงั้นเหรอ?
เสียงของยายกลับดังก้องอยู่ในหัว
“…….”
จูเนียร์ยิ้มเยาะ
“หนูก็ไม่อยากตายเหมือนกันหรอกน่า…”
แต่ว่า
ถ้าไม่ใช้ชีวิต ก็จะไม่สามารถไปถึงคุณยายได้
จูเนียร์เช็ดเลือดที่ไหลออกมาจากจมูกและปาก แล้วพึมพำ
“มา ลองอีกนิด…!”
***
สมาคมทหารรับจ้าง ห้องของจูปิเตอร์
“แฮ่ก ๆ”
จูปิเตอร์ไออย่างแรง เลือดสีแดงเข้มกระเด็นไปที่หมอน
“ฮ้า แค่ก…”
ผลข้างเคียงจากการใช้พลังเวทมนตร์มากเกินไปยังไม่หายไป
แต่เนื่องจากเธอใช้เวทมนตร์อย่างไม่ยั้ง ร่างกายของจูปิเตอร์จึงต้องรับผลกระทบ
‘นี่เหรอความรู้สึกเธอ หลานสาวของยาย?’
จูปิเตอร์เกาะร่างกายที่สั่นเทา อาเจียนเลือดโดยไม่หยุด แล้วหลับตาข้างเดียวที่เหลืออยู่
‘จะทนทุกข์ทรมานขนาดนี้ทำไมกัน… อยากจะเป็นแม่มดขนาดนั้นเลยเหรอ? อยากตายก่อนฉันเหรอ?’
- แบบนั้นก็ไม่เลวนะ
ใบหน้าของหลานสาวที่พูดแบบนั้นปรากฏขึ้นมาในหัว
“……แบบนั้น มันก็ทำให้ฉันดูแย่มากเลยไม่ใช่หรือไง?”
จูปิเตอร์กัดฟัน
แต่เอาสิ จงเกลียดชัง จงสาปแช่งฉันเลย
‘ไม่ว่าเธอจะเกลียดฉันมากแค่ไหน ฉันจะ…’
แค่ก!
จูปิเตอร์อาเจียนเลือดออกมา แล้วเช็ดเลือดที่มุมปาก ดวงตาเดียวที่เหลืออยู่ก็ส่องประกายอีกครั้ง
“ยังไม่ใช่ อีกนิดเดียว”
ทนอีกนิด ร่างกายบัดซบนี้!
***
คฤหาสน์เจ้าเมือง
ณ สวนหลังบ้าน ลานฝึกเล็ก ๆ
ตั้ก! ตั้ก! พั่ก!
ฉันกับเอวานเจลีนถือดาบไม้ หอกไม้ และโล่ไม้ ดวลกันอย่างจริงจัง
หลังจากวันที่พ่ายแพ้ให้เซเลนดิออน ฉันกับเอวานเจลีนก็ซ้อมดวลกันทุกวัน
ฉันพยายามเจาะผ่านการป้องกันของเธอ ส่วนเธอก็คอยปัดป้องการโจมตีของฉัน
ช่วงแรก ผลัดกันแพ้ชนะพอ ๆ กัน แต่ไม่นานมานี้ เอวานเจลีนกลับชนะตลอด
เธอเชี่ยวชาญในการใช้ ‘สัมผัสพิเศษ’ อย่างสมบูรณ์แบบ สามารถรับรู้และป้องกันทุกการโจมตีของฉันได้โดยไม่มีช่องโหว่
และในวันนี้—วันก่อนหน้าสงครามเพียงหนึ่งวัน—ก็เช่นกัน
ตั้ก! ตั้ก! ตั้ก!
ท้องฟ้าเริ่มมืดลง แสงสุดท้ายของวันกำลังลับขอบฟ้า
เอวานเจลีนเบิกตาสีมรกต สะท้อนแสงระยิบ ปัดป้องทุกดาบของฉันด้วยโล่ของเธออย่างพลิ้วไหว
‘ฉันสัมผัสได้… ‘เส้นทาง’ ทุกสาย ฉันรู้สึกถึงมันผ่านผิวกาย!’
เธอขยับร่างกายไปตามสัมผัสของตน และในที่สุด—เธอก็เข้าใกล้ถึงบางสิ่ง
เพียงก้าวเดียว…
เธอจะสามารถแตะถึง ‘สุดยอด’ ของตระกูลครอสที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน—
ปั๊ก!
ร่างของเธอลอยละลิ่ว!
ดาบไม้ของฉันกระแทกร่างเธอโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้เธอปลิวออกจากลานฝึกไปกระแทกพื้นด้านนอก
“อะ?”
เธอนอนแผ่หลาบนพื้น ดวงตากะพริบปริบ ๆ ด้วยความมึนงง
จากนั้นก็มองฉัน… ผู้ที่เป็นต้นเหตุของการโจมตีนั้น
“แฮ่ก… แฮ่ก…!”
ฉันยืนอยู่กลางลานฝึก หายใจหอบหนัก
ไอร้อนลอยขึ้นจากร่างของฉัน ขณะที่ดวงตาสีน้ำเงินเจิดจ้าเหมือนเปลวไฟของอสูรร้าย
“เมื่อกี้… นั่นมันอะไร?”
เธอก้มมองเกราะฝึกซ้อมที่สวมอยู่ มันบุ๋มลึกอย่างน่ากลัว
ถ้าเธอไม่ได้สวมมัน… เธอคงตายไปแล้ว
“ฉัน… ฉันหลบมันไม่ได้เลยด้วยซ้ำ! แถมยังมองแทบไม่เห็นด้วยซ้ำ! นายทำยังไง?”
“…นี่เหรอ?”
ฉันยกมือปาดเส้นผมสีทองที่เปียกเหงื่อ ยิ้มขึ้นบาง ๆ
แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มแบบปกติของฉัน—รอยยิ้มที่คล้ายลูกสุนัขตัวใหญ่ได้เลือนหายไปแล้ว
แทนที่ด้วยรอยยิ้มดุร้าย… เหมือนหมาป่าผู้กระหายเหยื่อ
“...คงต้องเรียกว่า ‘ความสิ้นหวัง’ ล่ะมั้ง”
***
ทางใต้ของครอสโร้ด
ที่ราบกว้าง
ยามดึกสงัดใกล้รุ่งสาง
ฉับ! ฉับ! ฉับ!
กองทัพพันนายของเซเลนดิออน เดินทัพมาถึงที่นี่แล้ว
อัลฟ่าซึ่งเดินนำอยู่ มองไปยังครอสโร้ดที่ห่างออกไป และเอ่ยขึ้น
“เห็นกำแพงเมืองแล้วครับ ท่านจ้าว”
“……”
“เป็นเมืองของมนุษย์ อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะถึงระยะโจมตี”
“หืม…”
เซเลนดิออนที่นั่งอยู่ในเสลี่ยงเหลือบมองไปทางเหนือ
“ถึงเวลาแล้วสินะ”
สงครามนองเลือด—
การฆ่าฟันเพื่อเอาชีวิตกันและกัน—
ในที่สุด… มันก็จะเริ่มต้นขึ้น
เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน หันกลับไปมองเหล่าข้ารับใช้ที่ยืนอยู่เบื้องหลัง
“เหล่าสาวกของฉัน…”
เขายิ้มให้พวกพ้อง—รอยยิ้มของราชันแวมไพร์ผุดขึ้นบนใบหน้า
ดวงตาสีเลือดเปล่งประกาย ฟันเขี้ยวแหลมคมเผยให้เห็นชัดเจน
“พวกนายพร้อมจะกลบโลกมนุษย์ด้วยกองซากศพและทะเลโลหิตหรือยัง?”
ไม่จำเป็นต้องมีคำตอบ
เพราะนั่นคือจุดมุ่งหมายเดียวในชีวิตของพวกเขา—
เพื่อแปรโลกมนุษย์ให้เป็นนรกที่มีแต่ซากศพและโลหิตหลั่งไหล
***
“มันกำลังมา…”
ฉันพึมพำขณะจ้องมองไปทางทิศใต้
ไม่อาจข่มตาหลับลงได้ตั้งแต่กลางดึก ฉันเลยเดินขึ้นมาบนกำแพงเมือง
และนั่นทำให้ฉันได้เห็น—
กองทัพพวกมัน กำลังเคลื่อนพลมาแต่ไกล
[STAGE 5]
- เวลาที่เหลือก่อนเริ่มต้น : 3 ชั่วโมง
นรกกำลังเคลื่อนตัวมาที่นี่
มันกำลังกลืนกินแนวรบของเราเข้าไปทีละนิด
และตอนนี้—มันอยู่ตรงหน้าแล้ว
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_