เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50: [สำรวจอิสระ] หลังตรอกซ่อนเร้น (2)

บทที่ 50: [สำรวจอิสระ] หลังตรอกซ่อนเร้น (2)

บทที่ 50: [สำรวจอิสระ] หลังตรอกซ่อนเร้น (2)


บทที่ 50: [สำรวจอิสระ] หลังตรอกซ่อนเร้น (2)

ฉันได้วางแผนสั้นๆ อย่างรวดเร็ว

แผนไม่ซับซ้อน ฉันจะจงใจไปทำให้มิมิคโกรธ เมื่อมันกลืนฉันลงไป เดเมี่ยนจะเอาชนะมันและช่วยฉันออกมา

เมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้น เอวานเจลีนคงจะรู้สึกตลกขบขันเป็นแน่

พอเห็นฉันที่เป็นถึงองค์ชายทำตัวโง่เขลากว่าเธอที่ลื่นน้ำมัน มันคงจะลดความอับอายของเธอลงไปพอสมควร

“อะฮ่า ผมเข้าใจแล้วครับ”

เดเมี่ยนพยักหน้าตกลงทันที

"แต่ เอ่อ..."

ไม่นานหลังจากนั้น เขาก็เอียงศีรษะด้วยความสับสน

“ทำไมท่านถึงอยากทำแบบนี้งั้นเหรอครับ?”

"หา?"

ฉันหยุดชั่วคราวและชะงักนิ่งไป

“ผมเข้าใจเหตุผลนะครับ แต่มีความจำเป็นที่ท่านต้องทำให้ตัวเองต้องอับอายแบบนี้ด้วยเหรอครับ?”

“…”

เขาพูดถูกมากๆ

ไม่มีใครสั่งให้ฉันทำแบบนี้สักหน่อย เอวานเจลีนเองก็คงไม่เข้าข้างฉันหรอกที่ทำตัวโง่เขลา

แต่หลังจากพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง ฉันก็ยักไหล่และตอบไปว่า

“อืม… ก็การทำให้ใครบางคนหัวเราะเป็นหน้าที่ของฉันนิ!”

ในอดีต การเป็นสตรีมเมอร์เป็นงานหลักของฉัน

ถ้าฉันสามารถสร้างเสียงหัวเราะด้วยการทำอะไรแปลกๆ ด้วยการถ่ายทอดสด มันก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว นั่นแหละคือความคิดของฉัน

“…”

เดเมี่ยนเงยหน้าขึ้น ดูเหมือนเขาจะไม่เข้าใจสิ่งที่ฉันคิดเลย

ฉันยิ้มให้เขา เลียนแบบการกระทำของเขาด้วยการแตะที่หัวเขาคืน ไม่เป็นไรหรอกน่าเจ้าหนู

***

ซึ่งหลังจากนั้นก็ดูเหมือนว่าแผนของฉันจะประสบความสำเร็จมาก

ทันทีที่ฉันสัมผัสกับหีบสมบัติ แขนและขาของมันที่ผุดออกมาจากล่องก็จับตัวฉันไว้

ในขณะที่ตัวกล่องเปิดออก ฟันอันคมกริบเต็มปากก็เปล่งประกายจากภายใน

"ว๊ากก! เวรแล้ว!"

ลิ้นยาวเหยียดได้พุ่งออกมาจากกล่อง ปาดไปทั่วใบหน้าของฉัน เสียงกรีดร้องของฉันเป็นเสียงสยองขวัญจากใจจริงไม่ใช่แสร้งแสดง นี้มันไม่น่ายินดีสักนิดเดียว!

ลิ้นที่ยืดออกของมิมิคได้คลี่ออกราวกับกบ มันขดตัวอยู่รอบๆ ร่างกายของฉัน

มันดึงฉันขึ้นกลางอากาศ นำตัวฉันไปไว้ช่องว่างตรงกึ่งกลางของมิมิคอย่างรวดเร็ว...

กึกกัก! กึกกัก!

...ซึ่งก็ไม่ได้อยู่แบบนี้นานนัก

เดเมี่ยนลั่นไกปืนอย่างรวดเร็ว กระสุนนัดแรกกระทบลิ้นของมิมิค กระสุนนัดต่อมาฝังอยู่ในร่างของมัน

เคี๊ยกก!

มิมิคที่กำลังจะตายส่งเสียงกรีดร้องครั้งสุดท้ายและเงียบลงไป

ร่างที่ตกลงมาของฉันถูกสรับไว้โดยเดเมี่ยน ตุ๊บ!

"เหวอ!"

"อึก!"

เห็นได้ชัดว่าเดเมี่ยนเป็นเพียงพลแม่นปืน หาได้มีกล้ามเนื้อมากมายนัก

ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถรองรับน้ำหนักของฉันที่ตกลงมาได้ จนพากันกลิ้งไปมาบนพื้น

“องค์ชาย?!”

“โอ้ องค์ชาย! ท่านเป็นอะไรไหม?”

ไม่ช้าไม่นานหลังจากที่ฉันล้มลงกับพื้น สมาชิกในกลุ่มก็มารวมตัวกันและมองฉันอย่างเงียบๆ

“โอ๊ย ฉันไม่รู้เลยว่ามันเป็นมิมิคตอนที่พยายามเปิดหีบสมบัติ พอมันโจมตี … เดี๋ยวก่อนนะ ทำไมพวกนายถึงหัวเราะกันเนี่ย?”

ฉันกัดฟันแน่นขู่ใส่เพื่อนร่วมทีมที่พยายามกลั้นหัวเราะกัน

แต่ไม่ใช่แค่จูปิเตอร์และเอวานเจลีน กระทั่งลูคัสก็ไม่อาจกลั้นหัวเราะได้

ลูคัสนี้หนักสุดเลย เขาแตกต่างจากอีกสองคนที่กำลังหัวเราะอย่างไม่หยุดหย่อน เขาเอากำปั้นเข้าปากของตนเองเพื่อพยายามหยุดหัวเราะอย่างสิ้นหวัง เออ ถ้าจะหัวเราะก็หัวเราะออกมาเถอะ...

อืม แต่มันก็ตลกมากจริงๆ แฮะ

พอถูกห่อหุ้มอยู่ในลิ้นของมิมิค ตัวฉันจึงเปียกโชกตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยน้ำลายของมัน

มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลยกับองค์ชายอย่างฉัน

เดเมี่ยนดึงผ้าขนหนูออกจากกระเป๋าแล้วส่งให้ฉัน ขณะที่ฉันทำผมให้แห้งหมาดๆ ฉันก็พึมพำอย่างไม่พอใจ

"นี่ นี่! พวกเธอเองก็ระวังเอาไว้ล่ะ ดันเจี้ยนมันก็เป็นเช่นนี้แหละ! ตอนไหนเราไม่ระวังก็ต้องเจอกับความล้มเหลวหรืออันตรายอย่างใหญ่หลวง ดีที่เรายังอยู่แค่ชั้นแรกๆ นั่นแหละสิ่งที่ฉันจะบอก ดีแล้วที่เรายังปลอดภัยกัน แต่เวรเอ๊ย"

"ค่า ค่า ฉันจะจดไว้นะคะรุ่นพี่”

เอวานเจลีนผู้ซึ่งเคยหัวเราะมาตลอดก็พยักหน้าอย่างจริงจัง

“แต่จะว่าไปท่านก็ดูไม่เหมือนกับที่ฉันคิดเลยนะคะ”

เธอเองก็เหมือนกัน ยัยหนู เธอน่ะยังห่างไกลจากสุดยอดแท๊งค์เอวานเจลีนที่ฉันเคยพบเจอมาเหมือนกัน

’แต่ก็ดีที่ตอนนี้ฉันได้เห็นรอยยิ้มของเธอสักที’

ขณะที่ฉันใช้ผ้าขนหนูถูผมที่เปียกชื้น ฉันก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกอย่างเงียบๆ

ถ้าเอวานเจลีนยังคงอารมณ์ไม่ดี มันคงส่งผลต่อจิตใจของฉันมาก ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขต่อไปนะ เพื่อพ่อของเธอเองด้วย

หลังจากเหตุการณ์มิมิคโจมตีได้ผ่านพ้นไป เราก็ได้แกนเวทมนตร์ (R) คุณภาพสูงมา

เราเลือกที่จะหยุดพักชั่วครู่เพื่อรวบรวมสิ่งของที่เหลือ และก็ฉันต้องพักจากความอับอายที่เกิดขึ้นด้วย

เอวานเจลีนตอนนี้อาจรู้สึกโล่งใจมากขึ้นแล้ว เธอจึงฮัมเพลงเบาๆ ขณะรวบรวมสิ่งของจากซากศพของโกเลม

“…”

หลังจากเช็ดตัวและหยิบขวดน้ำแล้ว ฉันก็รู้สึกถึงสายตาที่กำลังจับจ้องเขม็ง

เมื่อหันไป ฉันก็พบว่าเป็นสายตาของเดเมี่ยน ฉันยิ้มตอบไป

“มีอะไรเหรอเดเมี่ยน? ยังคงสับสนการกระทำของฉันอยู่เหรอ?”

"...ครับ ผมไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่องค์ชายคิดอยู่ในใจได้เลยครับ”

เดเมี่ยนกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมา

“แต่ผมรู้แล้วล่ะครับว่าองค์ชายก็แค่เป็นคนดีเอง”

“…”

ฉันชักมือออกจากขวดน้ำอย่างเชื่องช้า ดูเหมือนแค่การทำให้ฉันกลายเป็นตัวตลกจะทำให้นายมองฉันเป็นคนดีเลยสินะเนี่ย

***

จากนั้นเราก็มุ่งหน้ากันไปต่อ

ตรอกซอกด้านหลังของเมืองที่เต็มไปด้วยเงานั้นดูน่าสับสนยิ่ง แต่เรามีทางเดียวที่จะต้องไป

ตรอกซอกที่พวกเราเดินไปมีเส้นทางแตกแขนงออกจากเส้นทางหลัก แต่ทางพวกนั้นล้วนนำไปสู่ทางตัน

ลูคัสถึงขั้นพยายามปีนกำแพงหินสูงตระหง่านที่ขวางตรอกซอกซอยเอาไว้

"บัดซบเอ้ย!"

แต่ ’ความมืด’ ไม่ยอมให้ทำเช่นนั้น

ความมืดอันหนาแน่นแม้นมันจะกลัวแสงไฟ แต่มันก็พยายามเข้ามาคลุมตัวเราเมื่อเราออกจากเส้นทางที่กำหนดไว้

นอกเหนือจากกำแพงหินแล้ว ทุกอย่างที่นี่ล้วนถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิด

“ดูเหมือนว่าเราจะเบี่ยงเบนไปจากเส้นทางที่กำหนดไม่ได้สินะ เราคงได้แต่ต้องเดินตามทางไปเท่านั้นแหละครับ”

ลูคัสที่เพิ่งปีนกำแพงขึ้นไปฝ่าความมืดก็อธิบายให้ทุกคนฟัง ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ฉันจึงถามไปว่า

"นายสัมผัสความมืดแล้วใช่ไหม? มันรู้สึกยังไงเหรอ?"

“ก็ ถ้าผมต้องอธิบาย…”

ลูคัสตอบกลับด้วยสีหน้าบูดบึ้ง

“มันรู้สึกเหมือนตอนที่ผมเป็นเด็กรับใช้ ต้องถูกกลืนกินโดยสัตว์ประหลาดหนอนทรายยักษ์ ความรู้สึกของการติดอยู่ในท้องของสัตว์ประหลาดตัวนั้นค่อนข้างเหมือนกันมากเลยครับ”

เอวานเจลีนส่ายหัวอย่างไม่คิดจะเชื่อ

“มันดูไม่น่าเป็นแบบนั้นนะ…”

แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง มันทำให้ฉันรู้สึกคุ้นเคยกับสิ่งที่ลูคัสพูดมามาก อาจเป็นเพราะเมื่อครู่ฉันเพิ่งถูกมิมิคกลืนลงไปในท้อง

“มันเหนียว เหนอะและรู้สึกหนักใช่ไหม?”

"ใช่เลยครับองค์ชาย! แบบนั้นเลย!”

“เราน่าจะเดินไปกันต่อได้แล้วนะ…”

ผิวของเอวานเจลีนเปลี่ยนไปเป็นสีซีด เธอเองก็คงต้องนึกภาพออกแล้วแน่ๆ

ตามเส้นทางหินกรวด มีอาคารที่ทรุดโทรมกระจัดกระจายอยู่ตามทาง

มันแตกต่างจากตัวเมืองที่อยู่ไกลๆ ตัวสิ่งก่อสร้างแถบนี้ส่วนใหญ่เป็นกระท่อมไม้ที่แทบพังทลายกันไปแล้ว

แต่มีอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือพวกเขาไม่สามารถเข้าไปในกระท่อมได้

"ประตูมัน..."

เดเมี่ยนพึมพำต่อหน้ากระท่อมหลังแรกที่เราเข้าไปใกล้

“ประตูพวกนี้…มันเหมือนถูกปิดผนึกเอาไว้”

ทั้งประตูและหน้าต่างถูกยึดอย่างแน่นหนาด้วยแผ่นเหล็กและแผ่นไม้

ลูคัสพยายามจะฉีกแผ่นเหล็กออก แต่มันก็ไม่ขยับแม้แต่นิ้วเดียว

“ดูเหมือนว่ามันจะถูกฝังด้วยเวทมนตร์บางอย่าง ใช้เพียงแค่ความแข็งแกร่งคงจะไม่สามารถเปิดประตูนี้ได้”

จูปิเตอร์ตั้งข้อสังเกต เธอมองเข้าไปในหน้าต่างที่ปิดสนิท

เดเมี่ยนเอียงศีรษะของตนเองด้วยความสงสัย

“พวกเขาปิดมันไว้เพื่อป้องกันจากสิ่งที่อยู่ข้างนอกหรือเปล่าครับ? มันจะเป็นอะไรไปได้กันนะ?”

“ไม่หรอกเดเมี่ยน”

ฉันชี้ไปที่ตะปูที่ฝังแผ่นเหล็กและส่ายหัวไปมา

“ของพวกนี้ถูกล็อคจากข้างนอกต่างหาก”

“…!”

“พวกเขาคงพยายามไม่ให้บางอย่างที่อยู่ข้างในหลุดออกมา”

เดเมี่ยนกลืนน้ำลายอย่างแรง ถามฉันด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“ถ้าอย่างนั้นอะไรที่อาจอยู่ในกระท่อมนี้ล่ะครับ…?”

“เอาล่ะ ตอนนี้เราไม่จำเป็นต้องไปสนใจเรื่องนี้หรอก”

ฉันหันหลังจากกระท่อมและเดินไปยังเส้นทางที่อยู่ข้างหน้า

"ไปกันต่อเถอะ"

สมาชิกในทีมเดินตามฉันไปทีละคน เดเมียนที่แอบมองเข้าไปในกระท่อมก็รีบตามพวกเขาไปในทันที

***

[พื้นที่ 2: ตรอกซ่อนเร้น]

– ความคืบหน้าในการกวาดล้าง: ห้องธรรมดา 3/4 ห้องบอส 0/1

– หีบสมบัติที่ได้รับมา: 4/5

กลยุทธ์ในการเคลียร์ทางของพวกเราค่อนข้างง่าย

แต่ละครั้งที่ตรอกแคบๆ ดูเหมือนจะขยายออกเล็กน้อย มันจะมีโกเลมพุ่งเข้ามาใส่

แต่เมื่อเข้าใจรูปแบบการโจมตีของพวกมันแล้ว พวกเขาก็สามารถรับมือมันได้อย่างง่ายดาย

เอวานเจลีนป้องกัน ลูคัสคอยยื้อ จูปิเตอร์ทำลายชุดเกราะและเดเมี่ยนก็ยิง

การทำงานเป็นทีมทำให้พวกเราเริ่มสามัคคีกันมาก ในการเผชิญหน้าครั้งที่สาม แม้ว่าจะมีโกเลมไอน้ำสี่ตัวพุ่งออกมา แต่สมาชิกทีมของเขาก็สามารถล้มพวกมันได้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่นิดเดียว

’มาดูของที่เราได้มากันเถอะ...’

ฉันเปิดกระเป๋าแล้วมองเข้าไปข้างใน

แกนเวทย์มนตร์ระดับ R สามชิ้น มีศิลาเวทมนตร์หลายก้อนเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีถุงมือโลหะที่ไม่อาจทราบแหล่งต้นกำเนิดได้หลายชิ้น

ความทนทานของถุงมือพวกนี้เหนือกว่าเหล็กธรรมดามาก ฉันได้รวบรวมมาบางส่วนเพื่อเอามันไปวิเคราะห์ที่โรงตีเหล็ก

’ไม่เลว แต่ก็เกือบไม่คุ้มแรงที่เสียไป’

แกนเวทย์ระดับ R นั้นดีพอควร แต่ฉันได้มันมาบ่อยแล้วจนอยากจะได้รางวัลที่ดีๆ มากกว่านี้

’บางทีรางวัลห้องบอสอาจเป็นสิ่งที่ฉันกำลังรอคอยก็ได้...’

ขณะที่ฉันพยายามปลอบใจตนเอง ที่โล่งขนาดเล็กก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเรา

"ห้องถัดไปสินะ”

ฉันเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดที่กำลังจะพุ่งเข้ามา

สมาชิกทีมที่เหลือก็เตรียมตัวก้าวเข้าไปในลานกว้างพร้อมกับก้าวเท้าเข้าไปอย่างระมัดระวัง

ใจกลางลานกว้าง มีน้ำพุแห้งเหือด ตรงกลางมีรูปปั้นของบุคคลสามคน

รูปปั้นแต่ละรูปยืนเคียงข้างกัน

ด้วยเหตุผลแปลกๆ อันใดมิอาจทราบได้ ร่างทางซ้ายและขวาหายไป เหลือเพียงรูปปั้นของชายที่อยู่ตรงกลาง

ชายที่อยู่ตรงกลางสวมมงกุฎ ดูเหมือนเขาจะเป็นราชาแห่งอาณาจักรทะเลสาบแห่งนี้

“ทำไมรูปปั้นทั้งสองที่อยู่ด้านข้างจึงได้รับความเสียหายล่ะ…?”

ขณะใคร่ครวญปริศนาอันแสนสับสนนี้เอง

"เหวออ!"

เสียงร้องตกใจของเดเมี่ยนได้ดังขึ้น

ทุกคนหันไปมองเดเมี่ยนด้วยความตกใจเช่นกัน เขาทำท่าทางชี้ไปด้านหนึ่งของลานกว้าง

“ดูนั่นสิครับ!”

ตามนิ้วของเดเมี่ยน ตาของฉันก็เบิกกว้างไปด้วยคน

แหล่งกำเนิดแสงเพียงแห่งเดียวในสถานที่แห่งนี้มาจากคบเพลิงและโคมไฟของเราเท่านั้น

แต่จุดที่เดเมี่ยนชี้ไปที่ปลายสุดของลานกว้าง กลับมีแสงอ่อนๆ ริบหรี่อยู่ นั่นหมายความว่า…

"มีคนอยู่ที่นี่!”

ในขณะที่สมาชิกของทีมต่างกำลังประหลาดใจกัน ฉันก็รู้สึกระวังตัวมากยิ่งขึ้น

“ไปกันเถอะ เตรียมอาวุธให้พร้อมด้วย”

ในเมืองที่เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาด มันย่อมมีบางสิ่งที่น่ากลัวยิ่งสิ่งมีชีวิตด้วยกันเสียอีก

นั่นคือผู้คนของที่นี่

การจะเจอคนธรรมดาที่นี่ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่ง

’เป็นไปได้ไหมว่าจะเป็น NPC ศัตรู? หรือจะเป็น NPC ที่เป็นมิตรกัน? แบบไหนกันแน่นะ?’

ฉันคิดพลางนึกถึง NPC ที่เป็นศัตรูอย่าง ’ผู้เป่าขลุ่ย’ จากด่านก่อนหน้านี้

การแทรกแซงที่ไม่คาดคิดของ NPC ศัตรูเกือบทำลายทั้งด่านของฉันไปแล้ว

’ก้าวผิดครั้งเดียวก็จบ! ฉันจะลดความระวังลงไม่ได้เด็ดขาด’

เรามุ่งหน้าไปยังแสงริบหรี่ที่ปลายสุดของลานกว้างอย่างระมัดระวัง

ภาพตรงหน้าค่อยๆ เผยให้เห็นเมื่อเราเข้ามาใกล้

“…!”

โกเลมไอน้ำประมาณครึ่งโหลได้รับความเสียหายอย่างหนัก บางส่วนลุกไหม้จากน้ำมันที่รั่วไหลออกจากร่างกายของพวกมันเอง

แสงที่เราสังเกตเห็นมาจากไฟเหล่านี้

ซึ่งตรงหน้ามีร่างหนึ่งกำลังหมอบอยู่

"หืม?"

เมื่อได้ยินเสียงของเรา หญิงสาวผู้นี้ก็หันมามองเรา เธอยิ้มออกมาอย่างแผ่วเบา

“อืม นี่มันคณะเจ้าเมืองครอสโรดกับพรรคพวกไม่ใช่หรือ?”

“…!”

หญิงสาวคลุมตัวด้วยเสื้อคลุมที่ดูเก่าแก่ หมวกของเธอถูกดึงต่ำลงมา ผิวกายขาวราวกับหิมะและมีดาบโบราณติดอยู่ด้านหลัง

เมื่อเห็นชื่อของคนตรงหน้า ฉันก็ได้แต่พึมพำอย่างไม่รู้ตัว

"ไร้นามงั้นเหรอ?" .

ไร้นามเป็น NPC ที่ชี้ทางให้เราไปยังอาณาจักรทะเลสาบในระหว่างการเดินทางครั้งก่อนของเรา

ไร้นามมองมาที่เรา น้ำเสียงของเธอดูประหลาดใจเล็กน้อย

“พวกนายกำลังจริงจังกับการสำรวจครั้งนี้มากเลยใช่ไหม? ถึงขั้นได้เสียงมาลึกเพียงนี้”

“ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ ไร้นาม?”

แม้ว่าเราจะรู้จักกัน แต่ฉันก็ไม่ได้ลดความระวังตัวลงไปเลย

คนๆ นี้เป็น NPC ที่ฉันไม่เคยพบมาก่อนในความพยายามทั้ง 742 รอบก่อนหน้านี้ เราจึงไม่มีทางรู้เลยว่าเธออยู่ฝ่ายไหนกันแน่

เพียงเพราะเธอนำทางเราให้ ใช่ว่าเธอจะไม่ได้เป็นศัตรู แต่มันก็ยังไม่มีอะไรรับประกันว่าเธอจะเป็นพันธมิตรเหมือนกัน

“เพียงแค่พักผ่อนชั่วครู่เท่านั้น เพราะการใช้ชีวิตในอาณาจักรทะเลสาบแห่งนี้ค่อนข้างเหน็ดเหนื่อยเลยทีเดียว”

ไร้นามบ่นพึมพำพลางส่งสายตากลับมาหาเรา

“แต่ในเมื่อพวกนายเดินทางมาไกลขนาดนี้ …ฉันย่อมตระหนักดีถึงความพยายามของพวกนายจึงคิดนำเสนอ ’สิ่งนี้' มาให้”

ไร้นามผายมือของเธอเข้าไปในเสื้อคลุมที่เก่าของเธอ

พวกเราทุกคนที่อยู่ในทีมต่างรู้สึกเคร่งเครียดกันถ้วนหน้า เราต่างกำลังเตรียมรับมือหากอีกฝ่ายคิดใช้คาถาเวทมนตร์อะไร

ทว่าสิ่งที่ไร้นามดึงออกมาจากเสื้อคลุมของเธอและวางลงมันบนพื้นก็คือ...

ตุ๊บ!

…ผ้าที่เอาไว้ใช้วางของแลกเปลี่ยน

ต่อมา ไร้นามก็เริ่มจัดเรียงสิ่งของต่างๆ บนผ้าทีละชิ้น

ฉันกับสมาชิกทีมต่างมองดูด้วยความเงียบงัน พวกเราตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นจนไม่อาจประมวลผลความคิดได้

เมื่อแสดงสินค้าของเธอหมดแล้ว ไร้นามก็กางแขนออกอย่างสบายๆ และกล่าวว่า

“ทำไมไม่ใช้ประโยชน์จากการมาเยี่ยมชมของพวกนายมาซื้อขายของกันหน่อยล่ะ?”

“…”

"ฉันจะมอบของสุดแสนพิเศษของฉันให้ในราคาที่ยุติธรรมเอง”

ฉันจ้องมองไปยังไร้นามอย่างว่างเปล่าก่อนที่จะโพล่งออกมาด้วยความตะลึง

“อย่าบอกนะว่าเธอเป็น NPC แม่ค้าเนี่ย!”

"NPC? ไม่แน่ใจหรอกว่ามันคืออะไร แต่ใช่แล้ว ฉันเป็นแม่ค้า”

ไร้นามตอบกลับทันที ก่อนจะกล่าวเสริมว่า

“ตอนนี้ฉันกำลังจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ซื้อหนึ่งแถมหนึ่งอยู่”

“…”

“แถมพวกนายจะยังได้รับส่วนลด 3 ใน 10 ส่วนสำหรับการซื้อครั้งแรกด้วยนะ”

“…”

“ว่าไงล่ะ? พวกนายจะปล่อยให้ข้อเสนอที่น่าทึ่งนี้ผ่านไปเหรอ? บริการสุดยอดเช่นนี้ไม่ได้มาทุกวันหรอกนะ”

ฉันนั่งลงที่หน้าผ้าห่มของไร้นาม ก่อนจะหัวเราะเบาๆ และถามด้วยน้ำเสียงอันเรียบนิ่งไปว่า

“งั้นเธอขายอะไรบ้างล่ะ?”

จบบทที่ บทที่ 50: [สำรวจอิสระ] หลังตรอกซ่อนเร้น (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว