เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 48 : [สำรวจอิสระ] ทวิอัศวิน (2)

บทที่ 48 : [สำรวจอิสระ] ทวิอัศวิน (2)

บทที่ 48 : [สำรวจอิสระ] ทวิอัศวิน (2)


บทที่ 48 : [สำรวจอิสระ] ทวิอัศวิน (2)

พูดตามตรง สำหรับทีมที่มีความสามารถแบบเราแล้ว พวกโกเลมเป็นสิ่งที่ไม่ได้ท้าทายอะไรเลย

“ใครจะไปคิดกันว่าเราจะเคลียร์พื้นที่ทั้งหมดได้ภายในหนึ่งชั่วโมง …”

ในเวลาไม่นาน เราก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องสุดท้ายของพื้นที่ 1 แล้ว

ฉันดันเศษที่เหลือที่กระจัดกระจายของพวกโกเลมที่ตายไปด้วยรองเท้าบู๊ตของฉัน ในใจรู้สึกผิดหวังยิ่ง

สมาชิกแต่ละคนในสี่คนของเราต่างจัดการกับโกเลมด้วยวิธีที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง

ฟู่ม-!

แต่ละครั้งที่จูปิเตอร์ดีดนิ้ว สายฟ้าจะฟาดลงมาทำให้โกเลมกลายเป็นเศษหินหลอมเหลว

ฉึก! ตุ๊บ!

ลูกศรของเดเมี่ยนหาจุดอ่อนของมันและเจาะแกนเวทย์มนตร์ของโกเล็มด้วยความแม่นยำอันไร้ที่ติ

ฉัวะ!

ในจังหวะเดียวกัน พลังดาบอันทรงพลังของลูคัสก็ตัดแกนเวทย์มนตร์ของโกเลม แยกมันออกเป็นสองส่วน

จากนั้นก็มีเอวานเจลีน…

ปั๊ก!

เธอเหมือนกำลังจัดการเศษขยะอยู่เลย

เธอพุ่งเข้าใส่มันอย่างบ้าคลั่ง จากนั้นกระหน่ำแทงด้วยหอกของเธอ และตรึงพวกโกเลมไว้ด้วยโล่

ไม่มีโกเลมตนใดสามารถต้านทานการโจมตีที่โหดร้ายนี้ได้เลย พวกมันพังทลายลงเหลือเพียงเศษซาก

"เย่! เย๊!"

เอวานเจลีนพุ่งไปมา จนร่างเล็กของเธอที่ถือโล่และหอกเลือนหายไปกลายเป็นเพียงภาพเบลอ

ท่าทางของเธอดูแปลกไปมาก ดูคล้ายกับกระรอกน้อยที่กำลังหาอาหารไม่มีผิด

ตู้มม!

“ฮ่าๆๆๆ -!”

เมื่อโกเลมตัวสุดท้ายกลายเป็นเศษซากเพราะโล่ของเธอ เอวานเจลีนก็หัวเราะอย่างมีชัย ใบหน้าของเธอแดงก่ำจากการออกแรงอย่างหนัก เธอดูกระปรี้กระเปร่ากว่าที่เคยเป็นมา

“มีอีกหรือเปล่า! ไม่มีอีกแล้วเหรอ!”

“นั่นเป็นตัวสุดท้ายแล้วรุ่นน้อง”

[พื้นที่ 1: ท่อระบายน้ำอันแห้งเหือด]

– ความคืบหน้าในการกวาดล้าง: ห้องธรรมดา 4/4

จากสี่ห้องแรก เราพบกับโกเลมหินประมาณ 20 ตัวและก็ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลยสักนิดเดียว

’มันง่ายเกินไปแล้ว’

ความยากอยู่ในระดับต่ำมาก จนแทบจะไม่รู้สึกว่าเราได้ประสานงานร่วมมือกันเป็นทีมเลย แต่ละคนต่างสามารถผ่านไปได้ด้วยฝีมือของแต่ละคนล้วนๆ

เนื่องจากพวกมันเป็นเพียงโกเลมระดับต่ำ ดังนั้นของที่ได้มาจึงค่อนข้างธรรมดา

อีกทั้งเรายังจำเป็นต้องทำลายแกนพลังเวทย์เพื่อจัดการพวกมัน แกนทั้งหมดจึงแตกสลายเกินกว่าจะเอามาใช้งานได้ใหม่

“ดูเหมือนพวกเราทุกคนจะอุ่นเครื่องกันเสร็จแล้วสินะ เรามาพักกันสักพักแล้วมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ 2 กันเถอะ”

เมื่อเดินผ่านทางเดินสุดท้ายของท่อระบายน้ำ ฉันก็พูดออกมาทันที

“พื้นที่ 2 จะท้าทายขึ้นมาก ดังนั้นก็ระวังกันด้วย”

พูดตามตรง ในเมื่อทีมเราครบครันและเก่งกาจเช่นนี้ พื้นที่ 2 คงจะง่ายมาก

ฉันเองก็หวังว่ามันจะยากสักหน่อยนะ เพราะหากมันท้าทาย เราก็จะได้ประสบการณ์กันเพิ่มขึ้นด้วย

ในไม่ช้า พวกเขาก็มาถึงปลายทางท่อระบายน้ำที่เป็นพื้นที่โล่ง

[พื้นที่ 2: ตรอกซ่อนเร้น]

เสาไฟกระพริบในตรอกด้านหลังส่งแสงสลัว ทำให้เกิดเงาทอดยาวและริบหรี่

นี่เป็นจุดปลอดภัยที่เรามาถึงในครั้งก่อน

ทิวทัศน์ของเมืองด้านหน้าเต็มไปด้วยตึกระฟ้าสูงตระหง่าน ทอดยาวอยู่ตรงหน้าเรา ด้านล่างมีความมืดเต็มทั่วไปหมด ดั่งมหาสมุทรอันมืดมิด

ขณะที่เธอมองทั้งเมืองที่ปกคลุมไปด้วยเงามืด ปากของเอวานเจลีนก็อ้าออกกว้างด้วยความหวาดกลัว

“น-นี่มันอะไรกันเนี่ย...?”

“จุดหมายปลายทางของเราสำหรับการสำรวจในวันนี้”

ฉันจับโชคกระแทกในมืออย่างกังวล

ในที่สุดก็ถึงเวลาที่จะสำรวจนรกใต้น้ำแห่งนี้แล้ว

’ฉันต้องรีบรวบรวมแกนพลังเวทย์จำนวนมาก’

การฟาร์มไอเท็มอย่างจริงจังกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว!

ก่อนที่จะก้าวเท้าเข้าไปในพื้นที่สอง เราพักผ่อนกันสักพักก่อน

แม้ว่าการต่อสู้จะไม่ได้ท้าทายมากนัก แต่สุดท้ายแล้ว เราก็เพิ่งต่อสู้กับสัตว์ประหลาดมา ความเหนื่อยล้าย่อมเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นอกจากนี้ ยังมีงานที่ต้องทำในระหว่างเราพักผ่อนด้วย ด้วยการประกาศหยุดพัก สมาชิกทีมของเราจึงลงหลักปักฐานในพื้นที่ปลอดภัย ต่างคนต่างหาวิธีผ่อนคลายในแบบของตัวเอง

ฟึบ ฟึบ

เอวานเจลีนและลูคัสกำลังกินอาหารที่เอาออกมาจากถุงเสบียงของพวกเขา สมกับเป็นพฤติกรรมของพวกอัศวินร่างกำยำเสียเหลือเกิน

ลูคัสเป็นพวกที่มีความอยากอาหารมาก ส่วนทางด้านเอวานเจลีนก็คงจะไม่ต่างกันนัก

เมื่อแก้มของเขาพองออกมาเหมือนดั่งกระรอก ลูคัสก็กลืนกินสิ่งที่อยู่ในห่ออาหารของเขาด้วยความิหิวโหย

“อาหารอร่อย~”

เอวานเจลีนจัดการกล่องอาหารกลางวันที่เธอเตรียมมาจนหมดด้วยเวลาไม่นานนัก เธอเขย่าถุงอาหารที่ว่างเปล่าของตนจนเกิดสายลมแรงพัดพามา

“หมดแล้วเหรอ?”

“นี่เธอกินหมดแล้วเหรอ?!”

“ทำหน้าไม่พอใจแบบนั้น อย่าบอกนะว่ายยังไม่อิ่ม?”

เอวานเจลีนเริ่มสำรวจถุงเสบียงของเธอเพื่อหาอาหารในทันที ความหิวโหยที่ไม่รู้จักพอของเธออาจเป็นผลพลอยมาจากที่เธอยังเด็กอยู่กระมัง

"โอ้..."

ลูคัส นายจะรีบร้อนยัดถุงอาหารที่เหลือเข้าปากทำไมกันเล่า เฮ้อ ลูคัส อย่าไปแข่งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้เหมือนกับเด็กสิ

"ฟิ้ว~”

อีกมุมหนึ่ง จูปิเตอร์ก็เหมือนกำลังอยู่ในโลกของตนเอง

เธอถือซิการ์ไว้ระหว่างริมฝีปาก พ่นลมหายใจออกเป็นควัน

การที่เธอพ่นควันออกมาโดยไม่คำนึงถึงผู้เยาว์ในหมู่พวกเรา มันก็สมกับที่เธอเป็นทหารผ่านศึกผู้ไร้ความรู้สึกเสียเหลือเกิน

ขณะที่ฉันเดินผ่านไป ฉันก็อดไม่ได้ที่จะตำหนิเธอ

“เลิกสูบบุหรี่ทีเถอะ จูปิเตอร์”

เรายังอยากให้คุณมีอายุยืนยาวนะ คุณยาย คุณน่ะเป็นองค์ประกอบสำคัญในการต่อสู้นะ

ทว่าจูปิเตอร์ก็เพียงแค่ยิ้มออกมาและนิ่งเงียบไป

อันที่จริงถ้าเธอเป็นประเภทที่จะฟังคำแนะนำคนอื่น เธอคงเลิกดื่มและสูบบุหรี่ไปนานแล้ว ชีวิตของเธอคงจะดียิ่งกว่านี้

หากเป็นเช่นนั้น...คงไม่มีทางที่เธอจะยังเป็นทหารรับจ้างหรอก คงจะไปใช้ชีวิตที่ไหนสักแห่งในวัยเกษียณไปแล้ว

หลังเดินเล่นต่อสักพัก ฉันก็เดินไปทางเดเมี่ยน

“อา ฝ่าบาท!”

ขณะที่เดเมี่ยนจิบน้ำจากขวด เขาก็เหลือบมองมาที่ฉัน ฉันพยักหน้าตอบเขาไป

“เดเมี่ยน นายเป็นยังไงบ้าง?”

"ผมสบายดี ผมไม่ได้ฝืนอะไรตัวเองเลยครับ”

ฉันยื่นกระเป๋าที่ถืออยู่ไปให้เดเมี่ยนที่ดูค่อนข้างกังวลเรื่องอะไรสักอย่าง แล้วจึงหันไปพูดกับเขา

"เอานี้ไปสิ"

"หือ? มันอะไครับเนี่ย...?"

“มันคือปืนเวทมนตร์”

มันคือปืนเวทย์มนตร์ระดับ SR 'การลงทัณฑ์ของนักล่า' ซึ่งเป็นรางวัลจากกล่องของขวัญล่าสุดที่ฉันสุ่มมา

ขณะที่เดเมี่ยนแกะห่อบรรจุภัณฑ์ ปืนไรเฟิลยาวที่ออกแบบเหมือนสมัยยุคเก่าก็ปรากฏออกมา

แกนเวทที่อยู่ในใจกลางของลำกล้องปืนทำให้เกิดแสงสีม่วงที่น่าขนลุก

“มันมีศักยภาพมากกว่าหน้าไม้อย่างมาก ถึงจะไม่รู้ว่าอาวุธนี้มีองค์ประกอบยังไงก็เถอะ แต่มีข้อเสียอย่างหนึ่งคือมันมีกระสุนจำกัด”

เดเมี่ยนยกปืนไรเฟิลขึ้นอย่างระมัดระวังและพินิจพิเคราะห์มัน ดูแล้วเขาคงรู้สึกยินดีที่ได้มันมาก

พอได้ไปแล้วก็คงไม่ต้องสอนอะไรเข้ามาก ต้องขอบคุณดวงตาพันลี้ของเขาเลย มันคงทำให้เดเมี่ยนเข้าใจวิธีการใช้อาวุธที่เขาถืออยู่ในทันที

“ตอนนี้ลองเอาไปใช้มันเป็นอาวุธรองดูสิ”

“แต่มันหนักมากนะครับ หนักกว่าหน้าไม้พอสมควรเลย…”

“มันหนักไปหน่อยงั้นเหรอ?”

แต่อีกไม่นาน นายจะต้องแบกปืนพวกนี้ไปหลายกระบอกเลยล่ะ นายคงต้องเพิ่มแรงกายสักหน่อยแล้ว

เดเมี่ยนที่ลังเลก็ยังคงเหลือบมองทางฉัน

“คือจะให้ผมใช้สิ่งนี้จริงเหรอครับ? มันดูพิเศษมากเลยนะครับ”

"ก็ต้องอย่างนั้นสิ ตอนนี้มันเป็นของนายแล้ว เพราะงั้นใช้มันตามที่นายต้องการได้เลย อยากโยนทิ้งหรือทำลาย ก็ตามใจนาย”

“ม-ไม่มีทางที่ผมจะทำแบบนั้นหรอกครับ!”

เดเมี่ยนที่ลุกลี้ลุกลนวางปืนเวทย์ลง แต่รอยยิ้มกว้างพลันค่อยๆ ปรากฏประดับบนใบหน้าของเขา

“ขอบคุณมากเลยนะครับ ฝ่าบาท ผมสัญญาว่าจะดูแลมันเป็นอย่างดี”

อืม คนที่ควรขอบคุณต้องเป็นฉันมากกว่า พ่อตัวละครนำโชคของฉัน

เมื่อเห็นเขายิ้มออกมาด้วยความยินดี ฉันก็เหลือบมองไปยังสมาชิกในทีมของเรา

เอวานเจลีนและลูคัสกำลังยุ่งอยู่กับการแทะบิสกิตที่พวกเขานำมาเป็นของว่าง (นี่ยังไม่เลิกแข่งกันอีกเหรอ?) ในขณะที่จูปิเตอร์ก็กำลังคว้านหยิบซิการ์ของเธอออกมา

จากนั้นฉันจึงปรบมือเรียก

“ทุกคนพักผ่อนกันพอแล้วใช่ไหม? งั้นพร้อมกันแล้วหรือยัง?”

ทั้งกลุ่มไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว พวกเขาลุกขึ้นและเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ทันที

หลังจากแน่ใจว่าคบเพลิงและโคมไฟของทุกคนพร้อมแล้ว ฉันก็พยักหน้า

“ไปกันเถอะ!”

เราจึงออกเดินทางไปยังพื้นที่สองของดันเจี้ยนเขาวงกตใต้ดินแห่งนี้

ทันทีที่เราก้าวเข้าไปในถนนหลังเขาวงกต ลัดเลาะไปตามแผ่นกระเบื้องหลากสีที่จัดเรียงอย่างประณีตใต้ฝ่าเท้านั้นเอง...

ติ้ง!

หน้าต่างระบบกะพริบ แสดงรายละเอียดของพื้นที่ในดันเจี้ยน

[เขตที่ 2: ด้านหลังตรอกซ่อนเร้น]

– ความคืบหน้าในการกวาดล้าง: ห้องธรรมดา 0/4 ห้องบอส 0/1

– หีบสมบัติที่ได้รับมา: 0/5

มีหีบสมบัติห้าชิ้นให้เก็บ ดูท่าเขตสองจะให้รางวัลงามพอควร

’ถึงเวลาที่เราต้องอัปเกรดอุปกรณ์ของคนในทีมอย่างจริงจังแล้วสินะ!'

ด้วยความคิดที่ต้องการอัปเกรดไอเท็มของคนในทีม ฉันก็พยักหน้าอยู่ตัวคนเดียว

ถ้างั้นก็มาจัดการพวกมันให้สิ้นซากกันเถอะ!

***

พวกเราเดินไปตามเส้นทางที่ล้อมรอบด้วยกำแพงอิฐที่ทรุดโทรมทั้งสองด้าน มันปราศจากสิ่งก่อสร้างใดอยู่ ทว่าทั้งทีมของเราก็มุ่งหน้าต่อไปอย่างระมัดระวัง

ทั้งตรอกมืดสนิท บรรยากาศดูแปลกพิกล

ตรอกด้านหลังนี้ดูน่าขนลุกเหมือนอยู่ในเกาหลีที่แม้มีแสงจากโคมไฟบนถนนก็ไม่อาจช่วย

ทว่าที่นี่ ในถนนสายหลักของอาณาจักรทะเลสาบ ความมืดมิดได้ครอบคลุมพื้นที่ทุกจุดจนไม่อาจมีแสงเล็ดลอดออกมา พื้นที่โดยรอบเป็นสีดำสนิท

มันยิ่งกว่าความน่าขนลุก ทุกย่างก้าวของเราแม้นมีคบเพลิงกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด

’ที่นี่คือรังของพวกสัตว์ประหลาดจริงๆ’

ไม่ใช่แค่วิญญาณหรือสัตว์ประหลาดเท่านั้น สิ่งมีชีวิตที่ไม่เป็นมิตรทุกประเภทต่างแฝงตัวอยู่ในเมืองใต้บาดาลแห่งนี้

โชคดีที่มันมีเพียงประเภทเดียวเท่านั้นที่จะปรากฏขึ้นในตอนที่เราสำรวจ ซึ่งในวันนี้ มันคือโกเลม

’แต่ถึงจะรู้อย่างนั้น มันก็ยังน่ากลัวเมื่อมีโกเลมพุ่งออกมาจากเงามืดอย่างกะทันหัน!'

ลองนึกภาพจู่ๆ โกเลมขนาดเท่าบ้านก็กระโจนออกมาจากตรอกดูสิ…แค่คิดก็ทำให้ฉันเสียวสันหลังว๊าบแล้ว

และจากนั้นเอง

ตู้มม!

ขณะที่ฉันครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ ความคิดนั้นก็กลับกลายเป็นความจริง!

จากด้านขวามือของตรอกที่เราเดินมาอย่างระมัดระวัง โกเลมขนาดมหึมาได้ทะลุผ่านกำแพงอิฐมาหาเรา

“เหวอ เหี้ย!”

ฉันเผลอสบถออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัวเพราะความประหลาดใจ

ดูเหมือนว่าเราจะเข้ามาในดันเจี้ยนห้องแรกแล้ว ไม่มีอะไรนอกจากตรอกซอกซอยดำทะมึน เราจะไปรู้ได้ยังไงกัน!

โกเลมมีลักษณะคล้ายกับเครื่องจักรไอน้ำที่ประดับประดาไปด้วยถุงมือและข้อต่อโลหะ

โกเลมในพื้นที่เริ่มต้นมีขนาดใหญ่น่าเอ็นดู ขนาดมันพอๆ กับรถบรรทุกขนาดใหญ่

กรูวว-!

เสียงคำรามได้ดังก้องไปทั่วเครื่องจักรของมัน พ่นไอน้ำสีขาวออกมาราวกับรถไฟ จากนั้นโกเลมขนาดมหึมาก็กางแขนออกกว้าง

“ผมจะกันมันให้เอง!”

ลูคัสตะโกนพุ่งไปทางขวาและเหวี่ยงดาบตวัดไปทางมัน

แคร๊ง!

แขนของโกเลมที่ถูกดาบของลูคัสโจมตีได้กระเด็นกลับไปอย่างรุนแรง

ติ้ง!

ในขณะนั้นเอง หน้าต่างระบบก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าฉัน

[หลังตรอกซ่อนเร้น – ห้อง 1]

– กำจัดศัตรู!

– โกเลมไอน้ำ <หัวหน้า> ระดับ.15: 2 ตัว

ระดับ 15 โกเล็มไอน้ำ สัตว์ประหลาดยศหัวหน้า ทว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกตกตะลึง

’มาทีเดียวสองตัวเลยเหรอ?’

ฉันได้แต่รีบตะโกนออกมาทันที

“ยังมีอีกตัว…!”

ตู้ม!

คราวนี้มันมาจากทางด้านซ้ายของตรอก

เมื่อทุบกำแพงแล้ว โกเลมตัวที่สองก็โผล่ออกมา

กรูวว-!

เสียงคำรามและไอน้ำได้ดังกระหึ่มจากร่างกายของมัน ทันใดนั้นโกเลมก็พุ่งตรงมาที่เราทันที

ราวกับว่ารถไฟบรรทุกสินค้ากำลังแล่นลงมาหาเราไม่มีผิด!

ตุ๊บ-!

เอวานเจลีนหยุดการพุ่งของมันด้วยโล่เธอ

ขาที่บอบบางของเอวานเจลีนลื่นไถลไปด้านหลัง

เท้าของเธอหยั่งรากแน่น ราวกับยึดติดอยู่กับพื้น มันบดขยี้กระเบื้องที่อยู่ด้านล่างของเธอจนเกิดฝุ่นควันลอยขึ้นมา

“เวรเอ๊ย! นี่มันตัวบ้าอะไรกัน เป็นกระทิงหรือไง…!”

เอวานเจลีนฮึดฮัด ฟันของเธอกัดแน่นด้วยความมุ่งมั่น

"อึก!"

อีกฟากหนึ่ง ลูคัสก็หยุดเสียงฮึดฮัดออกมา

สายตาของฉันจ้องไปที่เขาด้วยความเป็นห่วง เพราะลูคัสตอนนี้กำลังถูกกดดันอย่างหนัก

เขาแทบจะไม่สามารถหยุดยั้งการโจมตีอย่างต่อเนื่องของโกเลมได้ มีแต่ต้องปัดป้องมันด้วยดาบเท่านั้น

ตุ้บ! ตู้ม!

ตาของฉันจับจ้องไปที่ลูคัส เขากำลังกลิ้งเพื่อหลบหมัดโลหะของมันที่เป็นอันตราย จากนั้นเขาก็เห็นฉันที่ส่งสัญญาณให้ด้วยการพยักหน้า

ส่วนสาเหตุที่ฉันยังไม่ลงมือตั้งแต่แรกก็เพราะว่ามีบางสิ่งที่ฉันต้องเตรียมการก่อน

“ได้เวลาจัดการมันแล้ว!”

นั่นคือการออกคำสั่งที่ต้องรวดเร็วและเด็ดขาดยังไงล่ะ!

จบบทที่ บทที่ 48 : [สำรวจอิสระ] ทวิอัศวิน (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว