เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 45: [เนื้อเรื่องเสริม] เอวาเจลีน ครอส (3)

บทที่ 45: [เนื้อเรื่องเสริม] เอวาเจลีน ครอส (3)

บทที่ 45: [เนื้อเรื่องเสริม] เอวาเจลีน ครอส (3)


บทที่ 45: [เนื้อเรื่องเสริม] เอวาเจลีน ครอส (3)

ฉันตกตะลึงอย่างมาก

ปากของฉันถึงกับห้อยลงมาเล็กน้อย

“เพราะท่านเป็นองค์ชายที่ชอบสร้างปัญหามากที่สุดในจักรวรรดิ!”

คำตอบของเอวานเจลีนว่าทำไมเธอถึงกลายเป็นแฟนตัวยงของฉันทำให้ฉันพูดไม่ออก

“…”

เธอประชดฉันอยู่หรือไง?

ขณะที่ฉันรู้สึกงุนงงและไม่อาจเข้าใจความคิดของเด็กสาวคนนี้ เอวานเจลีนก็ส่ายมือทั้งสองข้างและอธิบายอย่างละเอียด

“ไม่นะ คือฉันไม่ได้พยายามล้อเลียนหรือประชดประชัน! ฉันชื่นชมท่านจริงๆ ที่เป็นพวกหัวขบถไม่สนกฎ”

“เอ่อ…อะไรนะ? ทำไมกันเล่า?”

“ก็ฉัน… ต้องการท้าทายท่านพ่อ”

เอวานเจลีนยักไหล่อย่างเชื่องช้า

“ฉันปรารถนาที่จะทำให้พ่อเดือดดาลให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ สร้างปัญหา สร้างความวุ่นวายทำให้นามสกุลต้องมัวหมอง ฉันอยากใช้ชีวิตแบบนั้น”

ดูเหมือนการแก้ปัญหาจิตใจที่ซับซ้อนของวัยรุ่นจะไม่ใช่เรื่องง่าย

“แต่ฉันจะว่ายังไงดี…มันดูจะยากกว่าที่ฉันจินตนาการไว้มากโข ในตอนแรกมันได้ผล เพราะพ่อของฉันเกลียดอัศวินจากราชบัณฑิตยสถานแห่งเวทมนตร์ ดังนั้นทันทีที่ฉันหนีไป ฉันก็ลงทะเบียนที่นั่นเลย”

"แล้วจากนั้น?"

“แต่แล้วเมื่อฉันเข้าร่วมสถาบันการศึกษา สิ่งที่พวกเขาให้ฉันทำคือฝึกทั้งวันทั้งคืน ทำให้ตัวฉันห่างไกลจากการหลงผิด ถูกหล่อหลอมให้เป็นนักเรียนต้นแบบ”

นักเรียนต้นแบบ แหม ก็ชมตัวเองน้อยไปนะ

เอวานเจลีนสำเร็จการศึกษาหลักสูตรหกปีราชบัณฑิตยสถานแห่งเวทมนตร์ในเวลาเพียงสามปี จบการศึกษาด้วยระดับสูงสุดของชั้นเรียนของเธอ เธอเป็นอัจฉริยะที่จะได้รับการจดจำในประวัติศาสตร์ของสถาบันการศึกษาแห่งนี้เลยทีเดียว

“สิ่งเดียวที่ฉันสามารถทำได้คือการตัดการสื่อสารทั้งหมดกับพ่อของฉัน”

“นั่นถือเป็นการประท้วงที่มีเสน่ห์ทีเดียว…”

“ในขณะที่ฉันใช้ชีวิตเช่นนี้ ฉันก็ได้ยินเกี่ยวกับท่าน เจ้าชายแอช”

สายตาของเอวานเจลีนหันมามองฉัน ดวงตาของเธอเป็นประกาย

“ความกล้าหาญของท่านที่จะท้าทายจักรพรรดิผู้มีอำนาจสูงสุดของจักรวรรดิ กระทั่งเขาผู้เป็นบิดาของท่านเอง! วิธีที่สร้างสรรค์ของท่านในการปลุกปั่นปัญหาสัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่า! ถึงขั้นฟุ่มเฟือยสร้างน้ำพุจากเหรียญทองและทำลายกำแพงที่ประดับไปด้วยอัญมณีล้ำค่า!”

“…”

“องค์จักพรรดิถึงกับพิโรธท่านจนทรุดเลยไม่ใช่เหรอ? นั่นเป็นสิ่งที่น่าทึ่งจริงๆ! เป็นตำนานที่ควรถูกเล่าขานสืบต่อไป!”

ฉันรู้สึกได้เลยว่าเธอกำลังล้อเลียนฉันอยู่ ใช่ไหมนะ? หรือว่าไม่ใช่กัน?

“ทุกครั้งที่ฉันได้ยินเรื่องข่าวของท่านยามใด ฉันก็รู้สึกใจเต้นทุกครั้ง ท่านเป็นแบบอย่างของฉันเลย!”

"ฉันเข้าใจแล้ว..."

ใครจะคิดกันเล่าว่าวิถีชีวิตที่บ้าบิ่นของฉันจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครบางคนมายกย่องฉันแบบนี้? ชีวิตช่างเต็มไปด้วยเรื่องประหลาดใจมากเสียจริง

’ยินดีด้วยแอช ชีวิตที่เสเพลของนายไม่ได้มีไว้เสียเปล่า’

ฉันหัวเราะกลวงๆ และถามอย่างไม่แน่ใจว่า

“แล้วเธอเกลียดพ่อของเธอจริงๆ ใช่ไหมเอวานเจลีน?”

"อืม...."

เอวานเจลีนหยุดชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้าตอบไป

"ใช่แล้ว ฉัน…เกลียดเขาจริงๆ ”

“แล้วทำไมถึงเกลียดล่ะ?”

“คือว่ามีเหตุผลหลายประการ …”

สีหน้าที่ซับซ้อนปรากฏบนใบหน้าของเธอ แต่เธอรีบปัดมันออก ยืดคอของเธอและมองไปรอบๆ

“แล้วพ่อที่รักของฉันอยู่ที่ไหนกันแน่เนี่ย? แม้ว่าเขาจะเกลียดลูกสาวที่หนีไป แต่อย่างน้อยเขาก็ควรจะมาพบและพูดคุยกับฉันทั้งที่หายไปสามปีไม่ใช่เหรอ?”

“…”

“ฉันวางแผนที่จะจุดดอกไม้ไฟ 100 วิธีที่คิดขึ้นมาได้หลังจากสังเกตการกระทำของท่านมาหลายปี เขาซ่อนตัวเพราะกลัวงั้นเหรอ?”

ฉันกลืนน้ำลายลงไปอย่างเงียบงัน

“นี่เธอเดินทางมาที่นี่โดยไม่รู้ข่าวอะไรเลยเหรอ เอวานเจลีน?”

"เอ๊? มีข่าวอะไรเหรอ? ฉันเพิ่งเรียนจบและกลับบ้านเองนะ”

“…”

"อะไรเล่า? มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นงั้นเหรอ...?"

“…”

คำพูดของฉันติดอยู่ในลำคอ เมื่อสังเกตความเงียบของฉัน ใบหน้าของเอวานเจลีนก็เริ่มเปลี่ยนไป

บางทีเธออาจรู้แล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติ

ฉันไม่สามารถมองสายตาของเธอได้อีกต่อไปและค่อยๆ ก้มศีรษะลง

ความรู้สึกนั้นแปลกประหลาดมาก

การที่ต้องมาเป็นผู้แจ้งข่าวที่น่าเศร้าเกี่ยวกับพ่อของเธอเอง

“ฉันเสียใจที่ต้องบอกเธอเรื่องนี้ด้วย เอวานเจลีน”

ความรู้สึกร้อนและอึดอัดราวกับว่าฉันกลืนชิ้นส่วนโลหะร้อนเข้าไปในท้อง

เมื่อหยุดแรงกระตุ้นที่จะเก็บมันไว้ ฉันก็ฝืนคำพูดที่เป็นดั่งโชคชะตา

“พ่อของเธอเสียชีวิตแล้ว”

“…”

“ไม่กี่วันที่ผ่านมา ในการต่อสู้กับสัตว์ประหลาด เขาเสียสละตัวเองเพื่อช่วยทุกคนในเมือง เขาตายเยี่ยงวีรบุรุษ”

ฉันเล่าถึงการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของชาร์เลส มาร์คกราฟแห่งครอสโรด เอวานเจลีนฟังด้วยใบหน้าอันไร้อารมณ์

“ฉันได้รวบรวมการกระทำของเขาและรายงานต่อราชวงศ์ ด้วยความกล้าหาญของเขา เขาอาจได้รับพระราชทานเหรียญเกียรติยศทางทหาร”

“…”

“งานศพจะจัดขึ้นในอีกสามวันและฉันตั้งใจที่จะให้ความเคารพอย่างสูงสุด”

เอวานเจลีนนั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเตียง แข็งเหมือนดั่งหิน

ฉันตัดสินใจว่ามันคงไม่ใช่เวลาที่จะบอกความปรารถนาสุดท้ายของมาร์คกราฟ ดังนั้นฉันจึงเงียบไปและนั่งอยู่ข้างๆ เธอ

เธอกลับบ้านหลังจากห่างหายไปนาน เพื่อมารู้ว่าพ่อที่เธอทิ้งไปได้เสียชีวิตแล้ว

ฉันไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่าเด็กสาวตรงหน้าฉันจะรู้สึกยังไง

"...ฮ่าฮ่า"

หลังจากเงียบไปสองสามนาที เสียงหัวเราะแห้งๆ ก็ดังออกมาจากเอวานเจลีน

“ฉันอุตส่าห์กำลังจะเริ่มสวมบทบาทเป็นลูกสาวแสนดื้อด้านอย่างจริงจังสักหน่อย แต่เขาดันต่อยฉันเข้าเต็มเปาเลยแฮะ”

“…”

“เขาพูดเสมอว่าจะตายจากการต่อสู้กับสัตว์ประหลาด ฉันไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนั้นจริงๆ”

ใบหน้าของเอวานเจลีนซีดเผือดขณะที่เธอหัวเราะออกมา

“เขาจากไปโดยไม่แม้แต่จะมารับความขุ่นเคืองจากฉัน…”

"ฉันขอโทษด้วย"

เอวานเจลีนมองมาที่ฉันความสับสนที่ฝังอยู่บนใบหน้าของเธอ

“ทำไมองค์ชายต้องขอโทษด้วย?”

“เพราะฉันคือเจ้าเมืองแห่งนี้ ผู้บังคับบัญชาแนวหน้า การตายของพ่อเธอย่อมเป็นหนึ่งในภาระที่ฉันควรแบกรับเอาไว้”

ฉันโค้งคำนับอย่างสุดซึ้งต่อเอวานเจลีน

“ดังนั้นเธอจะตำหนิฉันแทนก็ได้”

“…”

"ฉันขอโทษด้วย"

เอวานเจลีนที่เฝ้าสังเกตฉันอย่างเงียบๆ ก็ได้ถามออกมาด้วยความประหลาดใจ

“… ท่านคือเจ้าชายแอชจริงหรือ?”

"อะไรนะ?"

“ไม่สิ มันก็แค่ …เจ้าชายแอชที่ฉันเคยได้ยินมาคือเหมือนว่าจะมากกว่านี้…”

เอวานเจลีนกลอกตาชั่วขณะ เพื่อค้นหาคำตอบที่ถูกต้อง

“เขาเป็นคนโหดเหี้ยมที่หมกมุ่นอยู่กับตัวเอง บ้าบิ่นและปฏิบัติต่อคนรอบข้างไม่ดีนัก แต่ท่านดู เป็นห่วงผู้อื่นมากเกินไป”

“เลิกเรียกฉันว่าคนบ้าต่อหน้าเถอะ…”

“แต่มันก็จริงใช่ไหมล่ะ? จำสิ่งที่ท่านทำในเมืองหลวงได้ไหม?”

“แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องจริง แต่ฉันก็ยังเป็นเจ้าชายนะ ให้ตายเถอะ! เคยได้ยินเรื่องความผิดฐานดูหมิ่นราชวงศ์ไหม? ทำอย่างนี้ต่อไปเดี๋ยวก็จะมีผลตามมาหรอก”

“อืม ค่อนข้างน่าขันแฮะเมื่อได้ยินคำแบบนี้จากคนที่ถูกเนรเทศมาที่นี่…”

บัดซบ ที่เธอพูดมามีเหตุผลนัก

เด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าฉันเป็นทายาทของตระกูลครอส ซึ่งปกครองเมืองแห่งนี้มาหลายชั่วอายุคน

ในขณะเดียวกัน ตัวฉันแทบจะถูกเนรเทศออกจากราชวงศ์และต้องมาลงหลักปักฐานที่นี่

โดยสรุปแล้ว ส่วนใต้สุดของจักรวรรดินี้ เอวานเจลีนอาจจะมีอำนาจมากกว่าฉันด้วยซ้ำ...

“ยังไงก็ขอบคุณที่เป็นห่วงนะองค์ชาย”

เอวานเจลีนเหมือนกลับมาได้สติอีกครั้ง

“แต่มันเหมือนกับไม่ใช่ความจริงเลย ทุกอย่างดูปลอมราวกับเป็นเพียงความฝัน”

“…”

“คือว่าฉันขอเวลาอยู่คนเดียวสักหน่อยนะคะ”

ฉันค่อยๆ ลุกขึ้นจากที่นั่งทันที

“คนรับใช้จะยืนอยู่ข้างนอกประตู หากต้องการอะไรเพิ่มเติม ก็เรียกได้เลย”

“…”

“พักผ่อนเถอะ”

เอวานเจลีนดึงผ้าห่มขึ้นมาที่ เธอไม่ได้มองมาทางฉันอีกต่อไป

หลังจากเหลือบมองเด็กสาวเป็นครั้งสุดท้ายด้วยความคิดที่ยุ่งเหยิง ฉันก็ออกจากห้องไป

***

เอวานเจลีนที่ฉันพบในเกมเป็นผู้หญิงที่มีความสูงมากพอสมควร แต่เอวานเจลีนที่ฉันพบในครั้งนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นเพียงวัยรุ่น

เมื่อฉันถามไอเดอร์ว่าทำไมมันถึงแตกต่างขนาดนี้ เขาก็อธิบายด้วยรอยยิ้ม

“ก่อนอื่นท่านต้องรู้อายุของเอวานเจลีนก่อน เธอจะอายุสิบหกปีในปีนี้”

“อืม งั้นก็…”

เดเมียนเป็นสมาชิกที่อายุน้อยที่สุดในปาร์ตี้ของเรา อายุเพียงสิบแปดปี ส่วนเธอเป็นรุ่นน้องของเขาถึงสองปี

’แต่ดูจากรูปลักษณ์ภายนอก เธอก็ดูไม่ถึงสิบห้าด้วยซ้ำ’

ฉันส่ายหัวด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

“ฉันไม่ได้คิดเลยว่าลูกสาวของมาร์คกราฟแห่งตระกูลครอสจะยังเด็กนักเมื่อดูจากอายุของเขา…”

“มาร์คกราฟแห่งตระกูลครอสไม่ได้แต่งงานกันจนกระทั่งอายุสี่สิบกลางๆ เขาอายุมากกว่าห้าสิบปีเมื่อลูกสาวของเขาเกิดขึ้นมา”

ไอเดอร์กลั้นหัวเราะเบาๆ

“จะว่าไปแล้ว มาร์คกราฟกับภรรยาของเขามีอายุต่างกันสิบห้าปี ตอนนั้นมีเรื่องวุ่นวายมากเลยทีเดียวล่ะครับ”

“นายอายุเท่าไรกันเนี่ยถึงจะจำเรื่องทั้งหมดนี้ได้ ?”

“อายุของผู้ชายเป็นความลับที่ไม่ควรเปิดเผยนะครับ”

ไอเดอร์หลบเลี่ยงคำถามด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ เป็นผู้อำนวยการเกมที่น่ากระทืบเสียจริง

“ซึ่งก็อย่างที่คุณรู้ เอวานเจลีนจะไม่ปรากฏในเกมจนกว่าจะถึงช่วงครึ่งหลังของปีที่สองหรือต้นปีที่สาม”

"อ๊า!"

ทันใดนั้นฉันก็เพิ่งจำได้

นั่นคือเวลาที่เอวานเจลีนควรจะปรากฏตัวในเกม มันคือประมาณสองปีนับจากนี้

ไม่น่าแปลกใจเลยที่เด็กสาวคนนั้นจะเบ่งบานกลายเป็นวีรสตรีในอีกสองปีข้างหน้า ดูเหมือนสมัยนี้เด็กจะโตกันไวมากเลยนะ...

“ทว่าเนื่องจากสถานการณ์ต่างๆ ในเกม ’นี้’ เธอจึงเข้ามาเร็วกว่าที่คาดไว้มาก”

"ฉันเข้าใจแล้ว"

ฉันดึงหน้าต่างระบบขึ้นมาทันที ข้อมูลของเอวานเจลีนพลันปรากฏขึ้น

[เอวานเจลีน (SSR)] <ตัวละครรับเชิญ>

-ระดับ: 35

-สมญานาม: ผู้สืบทอดไร้ประสบการณ์

-อาชีพ: อัศวินหอกขั้นสูง

-ความแข็งแกร่ง: 35 ความคล่องแคล่ว: 30 ค่าสติปัญญา: 20 ความทนทาน: 35 พลังเวทมนตร์: 20

ว้าว ระดับ SSR...

เพียงแค่เหลือบมองไปที่ค่าสถานะเหล่านี้ คลื่นแห่งความสุขก็ปรากฏบนใจของฉัน

แท๊งค์ล้วนผู้มีโล่และหอกอัศวิน ว่องไวและรุนแรง ช่างน่าประทับใจอะไรเช่นนี้ เธอเหมาะที่จะแทงค์ที่สามารถเข้ากับได้ทุกองค์ประกอบ

แต่สิ่งที่ทำให้เอวานเจลีนแตกต่างในฐานะแท๊งค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเกมนี้ไม่ใช่แค่ค่าสถานะของเธอ แต่เป็นการผสมผสานทักษะร่วมกันของเธอต่างหาก

[ทักษะที่มีอยู่]

> ทักษะติดตัว: เสียงคำรามแห่งสนามรบ

> ทักษะที่ 1: เก็บความเสียหาย

> ทักษะที่ 2: สนองคืน

> ท่าไม้ตาย: ??? (ปลดล็อคหลังจากผ่านการเลื่อนอาชีพครั้งที่ 3)

ทักษะติดตัวเสียงคำรามแห่งสนามรบเป็นแก่นแท้ของอัศวินโล่ มันทำให้ศัตรูปั่นป่วนและสนับสนุนฝ่ายพันธมิตร

ทักษะทั่วไปเช่นนี้อาจแตกต่างกันอย่างมาก มันจะขึ้นอยู่กับอันดับและระดับของตัวละคร เนื่องจากเอวานเจลีนมีระดับ SSR ประสิทธิภาพทักษะของเธอจึงน่าจะยอดเยี่ยมเป็นพิเศษ

เสียงคำรามเพียงครั้งเดียวในสนามรบ คงจะทำให้สถานการณ์ทั้งหมดได้เปลี่ยนไป

‘ทว่าตัวเปลี่ยนเกมที่แท้จริงคือทักษะที่สามารถใช้งานได้ต่างหาก’

ทักษะที่ 1: เก็บความเสียหาย

ทักษะที่ 2: สนองคืน

ความสามารถของพวกมันตรงไปตรงมาอย่างน่าอัศจรรย์ เก็บความเสียหายจะสะสมความเสียหายดูดซับไว้ที่โล่

ส่วนสนองคืนจะส่งความเสียหายที่สะสมไว้กลับไปยังศัตรู

ความสามารถที่แท้จริงของมันคือ แม้ว่าจะได้รับความเสียหาย เธอก็ไม่ได้รับมันเพราะเพียงแค่ ’เก็บ’ มันเอาไว้เท่านั้น

จากนั้นจึง ’สะท้อน’ ความเสียหายที่เกิดขึ้นใส่ศัตรู

‘แน่นอนว่าความจุในการจัดเก็บมีขีดจำกัด และทักษะที่สองไม่สามารถใช้ได้ตลอด’

หากความเสียหายเกินความจุในการเก็บ มันก็จะถูกตัวเธอโดยตรง

เหมือนกับการชก 777 ด้วยหมัดของฉันเมื่อวานนี้ หากการโจมตีที่รุนแรงเกิดขึ้นในครั้งเดียว ความเสียหายก็จะโดนทั้งหมด

และทักษะที่สองจะถูกเรียกใช้เมื่อความจุในการเก็บความเสียหายเต็มในระดับหนึ่งเท่านั้น

หากการโจมตีของศัตรูไม่ได้มีศักยภาพจะไม่มากพอ มันจะทำให้ทักษะที่สองไร้ประโยชน์

‘แม้จะมีจุดอ่อนเล็กน้อยเหล่านี้ แต่มันก็ไม่ได้ลดความจริงที่ว่าเธอมีพลังอันแข็งแกร่งมาก’

ส่วนที่ดีที่สุดคือคือแม้ว่าเธอจะเป็นสายแท๊งค์ล้วน แต่เธอก็สามารถมีส่วนร่วมในการโจมตีได้มากกว่าสายโจมตีทั่วไป

หากเธอเป็นส่วนหนึ่งของทีม เธอจะเป็นได้ทั้งแท๊งค์และตัวสร้างความเสียหาย

เธอเกือบจะเป็นตัวอย่างของแท๊งค์ที่มีความสามารถรอบด้านทั้งโจมตีและป้องกัน ดังนั้นผู้เล่นทุกคนจึงต้องการตัวเธอเป็นอ่ยางมาก

‘แต่มันไม่ได้มีแค่นั้น’

คุณลักษณะที่เอวานเจลีนมีก็เรียกได้ว่าอยู่เหนือทุกคนไประดับหนึ่ง

– คุณลักษณะที่สวมใส่ (2/3)

> ไม่อาจหยุดยั้ง

> เกิดสิ่งผิดพลาดได้ง่าย (ไม่สามารถลบล้างได้)

ไม่อาจหยุดยั้ง

มันเป็นเหมือนดั่งคำพูดของมัน เอวานเจลีน ’ไม่อาจหยุดยั้ง’ เธอมีความต้านทานต่อสถานะที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหว 100% เช่นการจับ การทำให้ช้าหรือแช่แข็ง

ไม่ว่าศัตรูจะพยายามขัดขวางอะไร เธอก็สามารถเพิกเฉยได้ทั้งหมด พุ่งตรงไปเหมือนรถถังนำวิถีและขจัดทุกสิ่งที่ขวางทาง

นี่เป็นทักษะติดตัวที่ทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อ เป็นเรื่องยากสำหรับแท๊งค์ที่จะมีทักษะติดตัวที่มีประสิทธิภาพเช่นนี้

‘เธอเป็นตัวละครที่ขี้โกงจริงๆ เป็นตัวละครที่ขี้โกง… เดี๋ยวก่อนอะไรเนี่ย’

คุณลักษณะที่สองเป็นสิ่งที่ฉันไม่เคยพบมาก่อน

‘เกิดสิ่งที่ผิดพลาดได้ง่าย?'

เอวานเจลีนมีคุณลักษณะแบบนี้ด้วยเหรอ?

เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม ฉันจึงเรียกคำอธิบายขึ้นมา

[เกิดสิ่งผิดพลาดได้ง่าย]

– เนื่องด้วยเพราะยังเยาว์วัย เธอจึงไม่มีประสบการณ์นัก อาจมีแนวโน้มที่จะเกิดข้อผิดพลาดเป็นครั้งคราว โอกาสที่เธอจะทำผิดพลาดทั้งครั้งใหญ่และครั้งเล็กในสนามรบจะสูงขึ้น

(คุณลักษณะนี้จะสลายไปเมื่อได้รับประสบการณ์บางอย่างแล้ว)

คำอธิบายนี้ปรากฏขึ้น

“บัดซบเอ๊ย!”

ฉันได้แต่ก่ายหน้าผาก

แน่นอนว่าคุณลักษณะที่ปรากฏก่อนหน้านี้ของเธอนั้นเป็นประโยชน์ แต่มันดันมาพร้อมกับคุณลักษณะที่เป็นอันตรายเช่นนี้เสียได้

’อืม แต่เธอก็ยังเด็กอยู่เลย...’

ด้วยอายุเพียงสิบหก เธอก็คงยังเป็นเพียงเด็ก

นี่ไม่ใช่สนามรบของเธอ แต่เป็นวัยที่ควรเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและการพูดคุยกับเพื่อนๆ อย่างไร้กังวลมากกว่า

"นายท่าน!"

“…”

แรงสั่นสะเทือนที่ไม่คาดคิดได้พุ่งผ่านปลายนิ้วของฉัน

ไอเดอร์เข้ามาใกล้ฉันมากขึ้นเมื่อฉันนิ่งเงียบไป

“นายท่าน ท่านวางแผนที่จะรับคุณหนูเอวานเจลีนเข้าทีมของเราแล้วใช่ไหม?”

"หือ? อืม...."

ฉันพบว่าตัวเองไม่สามารถตอบกลับไปได้ทันที

มันเหมือนกับมีก้อนทองคำวางอยู่ตรงหน้าฉัน

เอวานเจลีนเป็นแท๊งค์ที่โดดเด่นในเกมนี้อย่างไม่ต้องสงสัยเลย การรับเธอเข้าร่วมทีมเป็นสิ่งที่จำเป็น

ทว่า-

“สัญญากับฉันอย่างหนึ่งนะ องค์ชายแอช”

เสียงสะท้อนของคำวิงวอนสุดท้ายของมาร์คกราฟได้กระซิบเข้ามาในหูของฉันเมื่อหลายวันก่อน ยามที่เขาเสียชีวิตในอ้อมแขนของฉัน มันยังคงดังก้องอยู่ในใจของฉันอยู่เสมอ

ฉันจึงไม่สามารถตอบคำถามของไอเดอร์ได้ทันที ฉันได้แต่กัดริมฝีปากของตนจนเลือดแทบไหลรินออกมา

จบบทที่ บทที่ 45: [เนื้อเรื่องเสริม] เอวาเจลีน ครอส (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว