เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35: [เนื้อเรื่องเสริม] จงกอบกู้โลก (2)

บทที่ 35: [เนื้อเรื่องเสริม] จงกอบกู้โลก (2)

บทที่ 35: [เนื้อเรื่องเสริม] จงกอบกู้โลก (2)


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 35: [เนื้อเรื่องเสริม] จงกอบกู้โลก (2)

ด้วยความพยายามอย่างมาก การซ่อมแซมกำแพงก็มาถึงวันที่ห้าแล้ว

อีกสองวันด่านจะเริ่มขึ้น

“ยอดเยี่ยมมากทุกคน!”

ข้าตะโกนขณะขึ้นไปที่จุดซ่อมกำแพง

“พักหายใจก่อนแล้วหาอะไรกินเถิด”

ผู้รับใช้ในคฤหาสน์ของตามข้าขึ้นมาบนกำแพงเพื่อแจกเครื่องดื่มและขนม

คนที่ทำงานซ่อมแซมผนังกำแพงต่างส่งเสียงไชโยโห่ร้องออกมา

“ไชโย ได้เวลาพักแล้ว ~!”

“สมกบัเป็นฝ่าบาท! มาได้เวลาเหมาะเจาะเลย!”

“แต่ฝ่าบาท เหล้าอยู่ที่ไหนกัน?”

“เงียบๆ หน่อยไอ้พวกบ้า กินแล้วกลับไปทำงานซะ!”

ผมตะโกนขึ้นมา ซึ่งทำให้ทุกคนหัวเราะคิกคักและก็รีบไปหยิบส่วนแบ่งของพวกเขามา

พวกเขาทั้งหมดพูดคุยกันอย่างมีชีวิตชีวา ดับกระหายด้วยน้ำและเคี้ยวขนมลดความอยากของพวกเขา ข้าสังเกตเหตุการณ์จากระยะไกล

มนุษย์หาใช่เครื่องจักร หากไม่มีการพักผ่อนที่เหมาะสม ประสิทธิภาพก็จะลดลงไปมาก

“การซ่อมแซมคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว?”

ข้าถามสมาคมช่างก่ออิฐขณะที่ยื่นเครื่องดื่มให้เขา เมื่อรับถ้วยด้วยความขอบคุณแล้ว หัวหน้าสมาคมก็ตอบไปว่า

“ด้วยความเอื้อเฟื้อจากกำลังคนของฝ่าบาท โชคดีที่เราจะทำได้ตามกำหนดเวลา การซ่อมแซมกำแพงควรจะเสร็จภายในสองวัน”

แท้จริงแล้วข้าได้ใช้กำลังคนทั้งหมดที่ข้ามีเพื่องานนี้

ข้าได้รวบรวมคนงานทั้งหมดที่ข้าสามารถจ้างได้ แม้กระทั่งต้องจ้างทหารทั้งหมดในเมือง

“อย่างที่ท่าน เห็นรากฐานได้รับการบูรณะอย่างสมบูรณ์ และเรายังได้ติดตั้งโครงเหล็กใหม่ ตอนนี้เราแค่ต้องวางอิฐและติดแผ่นเหล็ก การซ่อมแซมก็จะเสร็จสิ้น”

“ทำได้ดีมาก”

ส่วนที่ยากที่สุดก็ดูจะจัดการเรียบร้อยแล้ว

ข้าชื่นชมหัวหน้าสมาคมช่างก่ออิฐอีกครั้งและเดินจากมา ในบรรดาผู้ที่ตามข้ามาคือหัวหน้าสมาคมนักเล่นแร่แปรธาตุ

“เจ้าค้นคว้ามันมานานมากพอแล้ว เช่นนั้นก็มาติดตั้งมันวันนี้กันเถอะ”

เมื่อได้ยินคำพูดของข้า ดวงตาของหัวหน้าสมาคมนักเล่นแร่แปรธาตุก็เบิกกว้างขึ้น เขาดึงม้วนเวทมนตร์สีน้ำเงินออกมาจากกระเป๋าของเขา

“ในที่สุดเราก็สามารถใช้สิ่งนี้ได้แล้ว!”

ม้วนคัมภีร์อัญเชิญ

สิ่งประดิษฐ์ที่มีค่านี้สามารถอัญเชิญป้อมป้องกันได้ ซึ่งข้าได้มันมาจากการลงดันเจี้ยนก่อหน้านี้

ข้าตั้งใจจะติดตั้งมันทันทีที่การซ่อมแซมฐานรากของกำแพงเสร็จสิ้น ตอนนี้มันใกล้เสร็จแล้ว คงถึงเวลาที่จะลองใช้งานมันดู

ข้ารับม้วนคัมภีร์ที่ถอดอักขระแล้ว จากนั้น หน้าต่างระบบก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าข้า

[' ม้วนคัมภีร์อัญเชิญ: ป้อมป้องกันอัตโนมัติ ’ท่านต้องการใช้มันหรือไม่?]

- ใช่/ไม่

ต้องใช่อยู่แล้วสิ

วู้บบ!

ขณะที่ข้าเลือกใช่ ม้วนคัมภีร์ตรงหน้าข้าก็เกิดประกายไฟสีน้ำเงิน แสงสีน้ำเงินพุ่งออกมาจากเปลวไฟ มันแทรกซึมเข้าไปในร่างกายของข้า

[แอช (EX) ได้รับทักษะผู้เล่น!]

> อัญเชิญเวทมนตร์: ป้อมป้องกันอัตโนมัติ

"สุดยอด!"

ในที่สุดข้าก็สามารถใช้มันได้แล้ว!

ข้ายิ้มกว้างขณะกวักมือเรียกหัวหน้าสมาคมช่างก่ออิฐที่ยืนอยู่ข้างหลังข้า

“หัวหน้าสมาคมช่างก่ออิฐ!”

“ขอรับฝ่าบาท”

“เจ้าช่วยไปรวบรวมวัตถุดิบที่ข้าต้องการมาทีได้ไหม? พวกมันทั้งหมดน่าจะหามาได้จากที่นี่”

“ไม่มีปัญหาเลยฝ่าบาท เพียงแค่ออกคำสั่งให้ข้าก็พอแล้ว”

หลังจากนั้นไม่นาน วัสดุที่ข้าต้องการก็ซ้อนกันอยู่บนกำแพง

มันคือหินและชิ้นส่วนของโครงเหล็ก เศษและชิ้นส่วนต่างๆ ที่เหลือจากการก่อสร้างได้กระจัดกระจายไปทั่ว

’แค่นี้ก็น่าจะพอแล้ว’

เมื่อส่วนผสมที่ตรงตามปริมาณที่ต้องการมีครบ ก็ไม่จำเป็นต้องสนใจเรื่องคุณภาพของมัน

’ส่วนผสมสุดท้ายเป็นแกนเวทมนตร์ระดับ R หรือสูงกว่า’

ข้าดึง ’แกนเวทมนตร์มาตรฐานขั้นสูง (R)' ออกมาจากกระเป๋าของข้า ซึ่งมันเป็นไอเท็มที่ข้าได้รับจากกล่องรางวัลก่อนหน้านี้ ด้วยสิ่งนี้ ส่วนผสมทั้งหมดจึงถูกประกอบเข้าด้วยกัน

’ตรงจุดนี้...น่าจะใช้ได้’

[เวทมนตร์อัญเชิญ: ป้อมป้องกันอัตโนมัติ]

– เตรียมวัสดุที่จำเป็นทั้งหมดแล้ว

– ระดับของการอัญเชิญเหมือนกับระดับของตัวละครที่อัญเชิญออกมา ผู้ใช้สามารถอัญเชิญได้ครั้งละหนึ่งครั้งเท่านั้น

– โปรดระบุตำแหน่งที่จะติดตั้ง

หน้าต่างระบบแสดงทั้งกำแพงเหมือนพิมพ์เขียว 3 มิติ มันบ่งบอกระบุตำแหน่งที่สามารถติดตั้งป้อมปืนได้

จากตำแหน่งทั้งหมด ข้าเลือกตำแหน่งที่ใกล้ที่สุด มันเป็นจุดที่สมบูรณ์แบบแล้ว!

แคร๊ง-แคร๊ง-กึง-!

วัสดุที่ซ้อนกันทั้งหมดตรงหน้าข้าลอยขึ้นมาทันที

ไม่เพียงแต่ช่างฝีมือที่เฝ้าสังเกตการณ์เท่านั้น แต่กระทั่งคนงานกับทหารต่างก็ตกตะลึงและถอยออกไป

แคร๊ง! ปัง! ฟุ๊บ!

หินได้ถูกยกขึ้นและแท่งเหล็กก็แตกเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วตกลงบนกำแพงรวมกันเป็นโครงสร้างเดียว

’มันเหมือนเกมเตตริสไม่มีผิด’

ข้าจับตาดูมันในขณะที่สังเกตชิ้นส่วนเล็กๆ เริ่มประกอบรวมกันเป็นชิ้นใหญ่ มันช่างน่าหลงใหลจริงๆ

ในเวลาเพียงไม่กี่นาที การก่อสร้างป้อมป้องกันอัตโนมัติก็เสร็จสิ้น

เมื่อมองขึ้นไปที่ป้อมปืนขนาดมหึมาที่สร้างเสร็จแล้ว ข้าก็ยิ้มอย่างพอใจ

ทุกคนมารวมตัวกันด้วยความประหลาดใจอย่างพร้อมเพรียง

รูปทรงของมันทำให้นึกถึงภาพปืนใหญ่ของกองทัพเรือที่ติดตั้งอยู่บนเรือรบสงครามโลกครั้งที่สอง ตั้งแต่ลำกล้องปืนขนาดใหญ่ที่ดูไร้สาระไปจนถึงตัวยึดปืนที่แข็งแรงผิดปกติ

“งดงามยิ่งนัก”

ข้าปรบมือให้ในทันที แม้จะยังไม่ได้รับประทานอาหาร แต่ข้าก็รู้สึกอิ่มเอมกับความพึงพอใจอย่างเต็มประดา

“นี่คือ…เทคโนโลยีสถาปัตยกรรมเวทมนตร์ที่หายไปเมื่อหลายร้อยปีก่อน …”

หัวหน้าสมาคมนักเล่นแร่แปรธาตุที่ยืนอยู่ข้างหลังข้ากล่าวออกมาด้วยความชื่นชม ข้าพยักหน้าเห็นด้วย

“ในอนาคตข้าจะไปเอาม้วนคัมภีร์มาเพิ่ม เช่นนั้นเจ้าก็ช่วยศึกษามันต่อไปด้วย”

เมื่อได้ยินคำพูดของข้า หัวหน้าสมาคมนักเล่นแร่แปรธาตุก็โพล่งออกมาอย่างกระตือรือร้น

ฮ่า ถ้าเจ้ารู้สึกเช่นนี้ก็ดี หวังว่าอนาคตเจ้าจะไม่เสียน้ำตาเอานะ

“ทุกคน ต้องขอบคุณพวกเจ้าที่ทำให้การป้องกันของเราแข็งแกร่งขึ้น!”

ข้าแตะป้อมปืนอัตโนมัติเบาๆ พร้อมกับยิ้มออกมาด้วยความยินดี

“ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะทุ่มเทกันอย่างหนักเช่นนี้ต่อไป!”

โอ้-!

ทุกคนส่งเสียงร้องออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน พวกเขายกเครื่องดื่มและของว่างขึ้น

บรรยากาศค่อนข้างมีชีวิตชีวามาก ข้าหวังว่ามันจะยังคงเป็นแบบนี้ไปอีก

***

ณ ร้านของช่างตีเหล็ก

ความร้อนที่พวยพุ่งออกมาจากเตานั้นรุนแรงมาก เมื่อเช็ดเหงื่อที่สะสมอยู่บนหน้าผากของข้าแล้ว ข้าก็สูดลมหายใจเข้า

"พร้อมหรือยัง?"

ขณะที่ข้ากล่าวถามออกมา หัวหน้าสมาคมช่างเหล็กก็โค้งคำนับให้ข้า

“ข้ากำลังรอฝ่าบาทอยู่เลย”

หัวหน้าสมาคมเผยชุดเกราะที่ตั้งอยู่บนขาตั้งชุดเกราะ

"นี่ขอรับ"

มันเป็นชุดเกราะโลหะที่เปล่งประกายสีฟ้าโปร่งแสง

ข้ากลืนน้ำลายและเปิดดูค่าสถานะของมันด้วยความทึ่ง

[ชุดเกราะเงา (SR) ระดับ.30]

-ประเภท: เกราะ

- พลังป้องกัน: 50-55

- ความทนทาน: 12/12

– ความต้านทานทางกายภาพของผู้สวมใส่เพิ่มขึ้น 33%

– ผู้สวมใส่จะได้รับความสามารถ [ร่างเจตภูติ]

ชุดเกราะนี้ถูกหลอมจาก ’แกนมานาของอัศวินเงา’ มันเป็นรางวัลที่ข้าได้รับจากด่านก่อนหน้านี้

ดูท่าจะเป็นการตัดสินใจที่ไม่ผิดเลย การนำมันมาใช้ทำให้ได้รับการป้องกันทางกายภาพเพิ่มขึ้น ทั้งยังมีทักษะพิเศษอย่าง [ร่างเจตภูติ]

[ร่างเจตภูติ ระดับ.1]

– ผู้ใช้จะไม่ได้รับผลจากการโจมตีเป็นเวลา 5 วินาที การโจมตีทั้งหมดจะไม่ส่งผล แต่ผู้ใช้ไม่สามารถโจมตีเป้าหมายอื่นได้

ในร่างนี้ ผู้ใช้แปลงร่างเป็นภูติวิญญาณเป็นเวลา 5 วินาที ตัวผู้ใช้จะป้องกันความเสียหายทุกอย่าง ทว่าไม่อาจโจมตีได้

สิ่งนี้นั้นมีประโยชน์มากกว่าที่ข้าคิดไว้ในตอนแรก

‘แต่ข้าไม่ชอบความทนทานที่มันเปราะบางเหมือนลูกปัดแก้ว’

แม้จะมีค่าสถานะที่น่าทึ่ง แต่ความทนทานของชุดเกราะก็ต่ำมาก หากไม่ได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถัน มันอาจแตกสลายได้เลยในระหว่างการต่อสู้

“ลูคัส!”

หลังจากตรวจสอบค่าสถานะทั้งหมดอย่างละเอียดแล้ว ข้าก็ส่งสัญญาณให้ลูคัส

ลูคัสรู้สึกความตื่นเต้นเมื่อเห็นชุดเกราะที่เสร็จสมบูรณ์ เขารีบวิ่งมาที่ด้านข้างของข้าทันที

ผมยิ้มและมอบชุดเกราะให้แก่เขา

“ลองใส่ดูสิ”

“ขอรับฝ่าบาท!”

ลูคัสรับชุดเกราะด้วยความกระตือรือร้นและสวมใส่มันในทันที

"วู้ววว..."

ข้าถึงกับผิวปากออกมาเมื่อเห็นภาพตรงหน้า

ชุดเกราะที่อยู่บนขาตั้งนั้นแตกต่างอย่างมากเมื่ออัศวินได้สวมใส่มันลงไปจริงๆ ทันทีที่ลูคัสสวมใส่มัน ความงดงามของชุดเกราะก็เด่นชัดขึ้นอย่างน่าทึ่ง

“เป็นอย่างไรบ้าง สบายไหม?”

“ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้วขอรับ”

ลูคัสกำหมัดแน่น

“ข้าจะใช้มันให้เต็มที่เลยขอรับฝ่าบาท”

"แบบนี้สิดี ข้าสั่งตีขึ้นมาให้เจ้าโดยเฉพาะ ถ้ามันเหมาะกับเจ้าก็ดีแล้ว"

ข้ากล่าว อะแฮ่ม

ข้าไม่ลืมที่จะพยักหน้าขอบคุณให้กับหัวหน้าสมาคมช่างตีเหล็ก

“ขอบคุณสำหรับการประดิษฐ์ชุดเกราะที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ขึ้นมา”

“ข้าต่างหากที่รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ทำงานด้วยวัสดุที่มีคุณภาพสูงเช่นนี้”

หัวหน้าสมาคมโค้งคำนับอย่างสุดซึ้ง ความภาคภูมิใจที่เปล่งประกายออกมาจากดวงตาของเขาขณะที่เขาจ้องมองไปที่ชุดเกราะนั้นคล้ายกับกำลังแผดแสงออกมา

“ทางข้ายินดีต้อนรับพวกท่านเสมอ หากท่านต้องการให้สร้างสิ่งใดก็สามารถมาหาข้าได้ตลอดเลยฝ่าบาท”

“ข้าจะมาหาอยา่งแน่นอน”

เครื่องมือประดิษฐ์ของช่างตีเหล็กเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการพิชิตเกม ย่อมเป็นเรื่องปกติที่ข้าจะมาเยือนร้านของเขาบ่อยครั้ง

เมื่อจัดการค่าใช้จ่ายต่างๆ และชุดเกราะเรียบร้อยแล้ว ลูคัสและข้าก็ออกจากโรงตีเหล็ก

ช่างตีเหล็กอำลาเรา เขาโค้งคำนับให้ด้วยความเคารพ

“ไปทางตะวันตกของป้อมปราการกันเถอะ”

ขณะที่งานสุดท้ายเสร็จสิ้นแล้ว ข้าก็กวักมือเรียกคนรับใช้ของข้า

“เรายังมีงานสำคัญที่ต้องทำ”

***

เย็นวันนั้น

บนที่ราบตะวันตกของป้อมปราการ

ตู้ม! ครืน!

เสียงร้องอันโศกเศร้าดังก้องกังวาน เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว

งานศพกำลังดำเนินไป เป็นอนุสรณ์สำหรับเหล่าทหารที่ร่วงโรย

โลงศพที่สร้างขึ้นใหม่ถูกปกคลุมไปด้วยดิน ใต้ป้ายหลุมศพต่างถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ

จำนวนผู้ที่ตายจากด่านก่อนไม่ได้มากเกินไป ข้ารู้สึกได้เลยว่าตัวข้านั้นรู้สึกขัดแย้งยิ่ง ไม่แน่ใจว่ามันเป็นพรหรือคำสาปกันแน่

เพลงสวดดังก้องไปในอากาศ บาทหลวงอวยพรหลุมศพแต่ละหลุมด้วยน้ำศักดิ์สิทธิ์

ข้าเอนศีรษะไปที่หลุมฝังศพแต่ละหลุมที่เพิ่งขุดเสร็จใหม่ๆ

ทุกอย่างได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังเกิดเหตุ ข้าก็พบว่าตนเองอยู่บนเนินเขาสุสานที่แผ่ขยายอยู่ใต้ตัวข้า

แถวหลุมศพที่เรียงรายมากมาย คล้ายเป็นดั่งภาพในงานสยองขวัญ

"...ฟิ้ว"

สายลัมอันแสนรุนแรงได้พัดผ่านมา ข้าไม่ใช่คนสูบบุหรี่ แต่ช่วงเวลาเมื่อครู่ ข้าก็คิดหาทางที่พยายามปลอบประโลมจิตใจของข้า

“จัดสรรงบประมาณจำนวนมากของเมืองไปให้กับการจัดงานศพเหรอ…”

เสียงชราเสียงหนึ่งได้ดังขึ้นจากด้านหลังข้า ข้าหมุนตัวไปมองด้วยความประหลาดใจ

“ยิ่งไปกว่านั้น ยังให้เงินช่วงเหลืออีก ค่อนข้างใจกว้างมากเลยนะ”

“มาร์คกราฟ?”

มาร์คกราฟค่อยๆ เดินเข้ามาหาข้า

ข้าคิดว่าเขาจะกักตัวอยู่ในคฤหาสน์ที่ทรุดโทรมของเขาทั้งวันเสียอีก แต่วันนี้เขากลับมาที่นี่

มาร์คกราฟแห่งตระกูลครอสมองมาที่ข้าด้วยความประหลาดใจ

“แต่ที่นี่เป็นแนวหน้าของสัตว์ประหลาดนะ องค์ชาย ชีวิตมากมายล้วนเลือนหายไปดั่งเศษขยะในฤดูฝน ไม่ว่าท่านจะเมตตาเพียงใดมันก็ไม่อาจเพียงพอ”

“…”

ขณะที่สูญเสียคำพูดไปชั่วขณะ พอตั้งสติได้ ข้าก็ตอบกลับไปอย่างคล่องแคล่ว

“เจ้าเดินทอดน่องมาถึงที่นี่เพื่อมาสั่งสอนข้าเหรอ? หรือเจ้าดื่มเหล้าหมดแล้ว?”

"เหล้านั้นไม่เคยพอหรอก บางครั้งข้าก็ต้องมาซื้อด้วยตัวเอง แต่วันนี้ข้ามีเหตุผลอื่น”

มาร์คกราฟแห่งตระกูลครอสยืนอยู่ด้านข้างข้า มองดูหลุมศพด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

“ข้าตามหาอดีตทหารสหายเก่าของข้า ถามว่าพวกเขาพอจะมารวมตัวเพื่อป้องกันเมืองได้หรือไม่”

“…!”

เขากำลังพูดถึงทหารที่อยู่ภายใต้ตระกูลครอสสินะ ข้ากลืนน้ำลายลงไปในลำคอด้วยความคาดหวัง

"แล้ว? พวกเขาตอบว่าเช่นไร?”

“ทุกคนตกลง พวกเขาจะกลับมาปกปักษ์ป้อมปราการนี้อีกครั้ง”

ข้ายกมือทั้งสองข้างขึ้นโดยไม่รู้ตัว ฮูเร่!

“นี่เป็นข่าวที่น่ายินดีที่สุดที่ข้าเคยได้ยินมาในหนึ่งสัปดาห์เลยมาร์คกราฟ!”

ด้วยเหตุนี้ ปัญหาการขาดแคลนกำลังพลของเราจึงได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว

มาร์คกราฟแห่งตระกูลครอสพยักหน้าเล็กน้อย เขารู้ดีว่าข้าดีใจเพียงใด

“แต่ข้าไม่รู้ว่าสหายเก่าของข้าจะให้ความช่วยเหลือได้มากแค่ไหน… แต่ตอนนี้พวกเขากำลังเตรียมพร้อมกันอยู่ ข้าจะให้พวกเขารับคำสั่งจากเจ้า จงจัดการอย่างชาญฉลาด พวกเขาทั้งหมดก็แก่พอๆ กับข้า”

“ขอบคุณมากมาร์คกราฟ ขอบคุณมากจริงๆ”

เมื่อมาร์คกราฟแห่งตระกูลครอสได้ปฏิเสธที่จะให้ความช่วยเหลืออย่างดื้อรั้น เขาก็คิดว่าจนมุมเสียแล้ว แต่กลับกลายเป็นว่าอีกฝ่ายได้ยื่นมือเข้ามาช่วย

ต้องบอกเลยว่าเขาทั้งตกตะลึงและซาบซึ้งใจอย่างถึงที่สุด

“ไม่มีอะไรต้องขอบคุณข้าเลย ต้องขอบคุณสหายเก่าของข้าต่างหาก”

“ถึงกระนั้นแล้ว มาร์คกราฟ คำพูดของเจ้าก็ก่อให้เกิดเปลวไฟนี้ ต้องขอบคุณเจ้า”

ข้าจับมือมาร์คกราฟและเขย่ามันไปมาด้วยความยินดี มาร์คกราฟค่อยๆ ผละมือของเขาออกไป เขาคงดูอึดอัดเล็กน้อย

“นั่นคือสิ่งที่ข้าช่วยได้มากที่สุดแล้ว”

มาร์คกราฟแห่งตระกูลครอสจ้องมองไปที่เมืองด้วยสายตาอันเหินห่าง

“จงรักษาเมืองไว้ให้ดีท่านเจ้าเมือง ข้าขออวยพรให้ท่านโชคดี”

“ขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือของเจ้า มาร์คกราฟ ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่”

ข้าตอบกลับด้วยรอยยิ้มซุกซน

“ข้าคงต้องขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอย่างเจ้าเป็นระยะๆ”

“คำแนะนำหรือ…เช่นนั้นข้าคงต้องขอเหล้าด้วยสักหน่อย”

“เพื่อสุขภาพของเจ้า ข้าคงจะต้องส่งสมุนไพรจำนวนมากไปให้แทนแล้วสิ”

“หยุดเลย หากท่านคิดจะส่งของเช่นนั้นมาให้ข้าก็ไม่ต้องคิดจะส่งอะไรมาทั้งนั้น!”

มาร์คกราฟแห่งตระกูลครอสยิ้มออกมาให้ข้า ก่อนจะเดินไปยังทางใต้

ดูเหมือนเขาคงกำลังจะกลับไปยังสวนผลไม้ของเขา

ในใจของข้าอยากที่จะให้เขาอยู่ที่นี่ต่อ

เพราะมาร์คกราฟแห่งตระกูลครอสเป็นผู้บัญชาการกร่ำศึกที่ใช้ชีวิตทั้งช่วงชีวิตปกปักษ์แนวรบแห่งนี้ ความเชี่ยวชาญของเขามีมากมาย คงช่วยการรบของเราได้ไม่มากก็น้อย

แต่เขานั้นได้เสียสละมากเกินไปกับเมืองนี้

ดังนั้นข้าจึงไม่อาจรั้งเขาเอาไว้ได้ ทำได้เพียงแค่มองร่างของเขาเดินจากไป

ข้าปลอบใจตัวเองด้วยความคิดที่ว่า ข้าอาจจะมีโอกาสได้พูดคุยและปรึกษาท่านเจ้าเมืองเก่าคนนี้ได้ในครั้งต่อไป

ทว่าข้ากลับไม่รู้เลย ’ครั้งต่อไป’ ที่ว่ามันไม่มีทางจะมาถึงแล้ว

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ บทที่ 35: [เนื้อเรื่องเสริม] จงกอบกู้โลก (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว