เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27: [สำรวจอิสระ] ไร้นาม

บทที่ 27: [สำรวจอิสระ] ไร้นาม

บทที่ 27: [สำรวจอิสระ] ไร้นาม


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 27: [สำรวจอิสระ] ไร้นาม

ฟึบ!

แสงสว่างได้ผุดขึ้นมา เมื่อข้าเดินผ่านประตูไปก็พบว่าตัวข้ากำลังยืนอยู่บนท่าเรือที่อยู่ใกล้กับริมทะเลสาบ เบื้องหน้าข้า พื้นที่สีฟ้าเข้มของทะเลสาบกำลังกระพริบแสงออกมา

นี่คือบ้านเกิดของพวกสัตว์ประหลาด นรกที่พวยพ่นพวกปีศาจออกมา

ทะเลสาบสีดำซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของโลก

ฟึบ! ฟึบ!

สมาชิกทีมเริ่มโผล่ออกมาจากประตู ดวงตาของพวกเขาเบิกกว้างขณะที่พวกเขากำลังสำรวจทิวทัศน์โดยรอบที่น่าอัศจรรย์

“สถานที่แห่งนี้ … มันคือ ‘ทะเลสาบ’ นั้นจริงๆ ด้วย”

จูปิเตอร์พึมพำ เสียงของนางสั่นสะท้านขณะที่นางกำลังสำรวจพื้นผิวอันกว้างใหญ่ของทะเลสาบ ข้าเหลือบมองไปทางนาง

“เจ้าเคยเห็นที่นี่มาก่อนใช่ไหมจูปิเตอร์?”

"เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว ยามที่กองกำลังจักรวรรดิยังประจำการในครอสโรด พวกเขาพยายามที่จะเติมดินในทะเลสาบแห่งนี้”

เติมดินในทะเลสาบขนาดมหึมานี้งั้นหรือ? ดูเหมือนเมื่อยี่สิบปีก่อน ผู้บัญชาการจะปัญญาอ่อนก็เป็นเรื่องปกติสินะ

“พวกเขาสั่งให้กองนักเวททั้งหมดใช้เวทย์มนตร์เพื่อถมดินเข้าไปในทะเลสาบ แต่...”

“เกิดอะไรขึ้นกัน?”

“มันไม่เคยเต็มเลย ไม่ว่าเราจะทิ้งดินและหินไปมากแค่ไหน ทะเลสาบก็กลืนมันลงไปอย่างไร้ที่สิ้นสุด”

ความกลัวได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของจูปิเตอร์ขณะที่นางหวนนึกถึงอดีต

“มีข่าวลือไปทั่วในหมู่กองทหารของจักรพรรดิยามนั้น กล่าวว่ามันเหมือนจะเป็นเส้นทางลงไปสู่ห้วงอเวจี”

“…”

“หนึ่งสัปดาห์หลังปฏิบัติการ พวกสัตว์ประหลาดเริ่มพุ่งออกมาเป็นฝูง ในที่สุดทั้งกองทัพทั้งหมดก็ต้องล่าถอยไป การดำเนินการนี้ถือว่าล้มเหลว”

จูปิเตอร์ดับซิการ์ลงและจ้องมองไปที่ทะเลสาบ

“นี่คือจุดที่ใกล้ที่สุดที่ข้าเคยเห็นแล้ว”

“ก็คงเป็นเช่นนั้น”

ข้าหันกลับไปมองสมาชิกทีมทุกคน

“แต่เรากำลังจะลงลึกไปอีก”

แม้จะมีบรรยากาศอันแปลกประหลาดตลบอบอวลทั่วทะเลสาบ แต่ภูมิทัศน์โดยรอบก็ค่อนข้างน่าทึ่งพอสมควร

ทว่าเราไม่ได้มาที่นี่เพื่อชมวิวทิวทัศน์ ดังนั้นเลิกประหลาดใจกับสภาพแวดล้อมได้แล้ว

“ไปกันเถอะ”

ข้ากล่าวพร้อมกับเดินนำทั้งทีมไป

ตรงประตูถัดจากทะเลสาบมีท่าเรือตั้งอยู่ แต่ที่นี่ไม่มีเรือ ขณะที่ข้าเดินไปที่ขอบท่าเรือนั้นเอง

[ท่านต้องการเข้าสู่ ’อาณาจักรทะเลสาบ’ หรือไม่?]

>ใช่

>ไม่

ข้อความระบบปรากฏขึ้นจากที่ไหนก็ไม่รู้

แน่นอนว่าต้องใช่อยู่แล้ว

[※ คำเตือน – ท่านจะกลับมาไม่ได้จนกว่าจะปลดล็อก ’จุดปลอดภัย’ ถัดไป ท่านยังต้องการดำเนินการต่อหรือไม่?]

>ใช่

>ไม่

มันยังโยนคำเตือนเพื่อตรวจสอบอีกครั้ง

ข้าไม่สนใจและกด 'ใช่' อีกครั้ง พวกเขาคิดว่าข้าเป็นมือใหม่ในเกมนี้หรือไงกัน?

ฟูมม…!

น้ำในทะเลสาบแยกออกเป็นวงกลม เผยให้เห็นช่องว่างอยู่ตรงกลาง

หากประตูที่เราเดินผ่านไปก่อนหน้านี้นำเราไปยังทะเลสาบ นี่ต่างหากคือประตูจริงไปยังดันเจี้ยน

“เอาล่ะ ดำดิ่งลงไปกันเถอะ!”

ข้าไม่คิดอธิบายและเป็นคนแรกที่กระโดดลงไปในทะเลสาบ

สมาชิกทีมเดินตามหลังมาทีละคนด้วยความประหลาดใจ

ฟู้มม!

เมื่อลงไปในทะเลสาบสีดำสนิทที่ไม่มีเศษเสี้ยวของแสงทะลุผ่าน ข้าก็ถูกดึงเข้าไป

***

[กำลังโหลด…]

[เคล็ดลับ – สาเหตุหลักที่เกมจบส่วนใหญ่เกิดจาก ’ความประมาท’ จงอย่ามั่นใจเกินเหตุ เตรียมพร้อมรับทุกสถานกาณณ์!

***

ความมืด

นั่นคือสิ่งแรกที่รับรู้ ความมืออันไร้อนันต์

มากมายจนมองไม่เห็นมือที่กุมอยู่ตรงหน้า ความมืดที่จับต้องได้ ราวกับว่าใครจะจับมันก็ได้ถ้าพวกเขายื่นมือออกมา มันกำลังกลืนกินสิ่งรอบข้างของเรา

กึก กึก

เสียงดังก้องอยู่ในความมืด

เหล่าแมลงกำลังกัดแทะบางอย่าง

ครืด ครืด...

เสียงดังขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกที่ความมืดกำลังคืบคลานเข้ามายิ่งรู้สึกมากขึ้น

บางทีมันอาจเป็นเพียงจิตใจของข้าคิดไปเอง แต่ข้าสาบานได้ว่าข้ารู้สึกถึงลมหายใจที่กระซิบกระซาบกับต้นคอของข้า

ความหนาวสั่นได้แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายข้า

“องค์ชาย?!”

จากนั้นเสียงอันตื่นตระหนกของลูคัสก็ดังขึ้น

ไม่สิ มันมาจากข้างหลังงั้นเหรอ? หรือด้านข้างกัน? ทิศทางไม่ชัดเจน ประสาทสัมผัสของข้าเหมือนจะผิดแปลกไปชั่วขณะ

“องค์ชาย? ท่านอยู่ที่ไหนองค์ชาย!”

"ตรงนี้ อย่าเพิ่งตื่นตระหนกไป"

ข้ากล่าวกับลูคัสที่กำลังกังวลด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“ทุกคนอยู่ในความสงบ จงทำให้พื้นที่สว่างขึ้นเสีย”

ช่วงเวลาต่อมา แสงก็เริ่มปรากฏขึ้น

ฟูมม ฟูมม

สมาชิกแต่ละคนของทีมจุดแสงและถือคบเพลิงที่พวกเขาพกติดตัวไว้

ลิลลี่เรียกคาถาเปลวไฟออกมาเพื่อปัดเป่าความมืดที่ห่อหุ้มอยู่ด้วยความเร่งรีบของนาง เนางคงต้องกลัวมากแน่ๆ

ครืดด ครืดด...

เมื่อแสงไล่ความมืดกลับไป เสียงกัดแทะของแมลงก็ได้เงียบหายลง

ข้าเองก็ดึงแหล่งกำเนิดแสงจากกระเป๋าของข้าออกมาเช่นกัน

โคมไฟที่ข้านำมามีโครงที่แข็งแรงมาก ดูเหมือนว่าไอเดอร์จะเลือกเจ้าสิ่งนี้ด้วยความระมัดระวังพอสมควร

วู้บบ-

เมื่อจุดตะเกียงและยกขึ้นสูง พื้นที่โดยรอบก็กลายเป็นจุดสนใจ

“นี่มันอะไรกัน...?!”

“โอ้ พระเจ้า นี่มันอะไรเนี่ย?”

เสียงที่ตกตะลึงของสมาชิกในทีมของข้าดังก้องอยู่ในพื้นที่กว้างใหญ่ของถ้ำ ข้ากลืนก้อนน้ำลายแห่งความหวาดกลัวขณะที่สายตาของข้ามองไปโดยรอบ

เมืองศิลาที่กว้างใหญ่และเต็มไปด้วยบรรยากาศคล้ายกับมันเพิ่งจะผ่านหายนะมา

เมืองที่ยิ่งใหญ่นี้จมอยู่ใต้ก้นทะเลสาบที่มืดมิดและเรากำลังยืนอยู่ที่ประตูทางเหนือ

ประตูเหล็กเคลือบสนิมได้ถูกปิดผนึกอย่างแน่นหนา

ครืด ครืดด...

บรรยากาศเป็นลางไม่ดีได้ล่องลอยมาจากในเมือง ลูคัสกลืนน้ำลายอย่างแรงมองมาที่ข้า สีหน้าของเขาตึงเครียดและรู้สึกไม่สบายใจยิ่ง

“องค์ชาย ที่ไหนในโลกมันจะ…”

“นี่คืออาณาจักรทะเลสาบที่จมอยู่ใต้น้ำ มันคือดันเจี้ยนใต้เกลียวคลื่น”

เมื่อมองไปยังประตูเมืองที่ปิดสนิท ข้าก็หัวเราะออกมาอย่างประหลาด

“มันเป็นรังของพวกสัตว์ประหลาดที่เราจะต้องกวาดล้างมัน”

เสียงหัวเราะของข้าเต็มไปด้วยความกังวล เหงื่อเย็นเหยียบได้เกิดขึ้นที่หลังคอของข้า

มันดูน่าขนลุกเล็กน้อยเมื่อมองจากในเกม แต่พอมายืนอยู่ที่นี่ในโลกความเป็นจริงแล้ว มันช่างน่าสะพรึงโดยแท้

รู้สึกราวกับว่าพลังงานที่ชั่วร้ายกำลังไหลออกมาจากในเมือง

เวทมนตร์โบราณห่อหุ้มเมืองไว้ในโดม สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมือนกันกับโลกพื้นผิวเอาไว้ เราหายใจได้และไม่มีอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหวของเรา

ทว่าจงอย่าลืมว่าเรากำลังอยู่ในน้ำกัน พื้นผิวที่เป็นลูกคลื่นของน้ำสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

มีเพียงแสงบางเบาเท่านั้นที่ส่องลงมาจากด้าน

ลิลลี่ตะลึงงันจนถึงกับพูดติดอ่าง

“เมืองอันยิ่งใหญ่เช่นนี้จะมาซ่อนอยู่ใต้ทะเลสาบได้ยังไงกัน? แล้วทำไมเราถึงเคลื่อนไหวแบบนี้ได้…”

"เงียบ!"

ทันใดนั้น ลูคัสก็รีบหยุดลิลลี่อย่างเร่งรีบ

“มีคนกำลังเข้ามาใกล้”

สายตาของทุกคนหันไปในทิศทางที่เขาบอก

ตุ้บ ตุ้บ

ที่ไหนสักแห่งในความมืดที่ห่างไกล เสียงแผ่วเบาของเท้าได้ดังก้อง

ลูคัสปลดดาบของเขาออกมา เดเมี่ยนเตรียมหน้าไม้และจูปิเตอร์ก็รวมพลังสายฟ้าไว้ที่ถุงมือ

“กึก!”

มีเพียงลิลลี่ที่สั่นกลัว นางพยายามถอยกลับด้วยรถเข็นของนาง

เดี๋ยวก่อน นี่เจ้ากำลังคิดจะหนีไหนกัน? ข้าคว้าที่จับรถเข็นของลิลลี่เพื่อหยุดนางเอาไว้

“ทุกคนใจเย็นก่อน คนผู้นี้ไม่น่าใช่ศัตรู”

ตุ้บ ตุ้บ

ตามที่คาดไว้ ร่างที่ใกล้เข้ามาไม่ใช่สัตว์ประหลาดแต่เป็นมนุษย์

ผู้หญิงคนหนึ่งได้ดึงผ้าคลุมศีรษะที่เก่าไปตามอายุของมันขึ้นไป นางเดินเข้ามาหาเรา สายตาของนางประเมินกลุ่มของเราโดยไม่กังวลอะไร

“เจ้าเป็นผู้แสวงหาสมบัติภายในอาณาจักรทะเลสาบอย่างกล้าหาญงั้นหรือ?”

น้ำเสียงของนางชัดเจนและมีชีวิตชีวา น้ำเสียงนั้นดูอ่อนเยาว์อย่างไม่น่าเชื่อ

“ที่นี่ไม่มีอะไรให้พวกเจ้า จงถอยกลับไปสู่ผิวน้ำในขณะที่เจ้ายังหายใจอยู่”

ในห้วงอเวจีนี้ มันช่างน่าแปลกที่เราได้พบกับผู้ที่ยังมีชีวิต

ทั้งทีมชะงักไปแล้ว แต่ข้าก็ยังตั้งสติได้

นี่เป็นกิจกรรมการสอนทั่วไปที่ออกแบบมาเพื่อแนะนำผู้เล่นที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ดันเจี้ยน

’ในดันเจี้ยนแรกจะมี NPC คอยนำทางอยู่’

NPC

ในดันเจี้ยนใต้ทะเลสาบแห่งนี้ ยังมีผู้ที่ไม่ยอมจำนนและยืนหยัดอยู่

บางครั้งก็ช่วยในการสำรวจดันเจี้ยน บางครั้งก็ขัดขวาง

พวกเขาอาจเป็นพันธมิตรกับผู้เล่นชั่วขณะ อาจกลายเป็นตัวละครฮีโร่ให้ได้ หรือบางทีอาจกลายเป็นปฏิปักษ์ก็ได้เช่นกัน

NPC เช่นนี้กว่าร้อยคนกำลังอาศัยอยู่ในดันเจี้ยนนี้ มีโอกาสแบบสุ่มด้วยที่จะพาทีมผู้เล่นไปยังฐานแรกของพวกเขา

’แต่หน้าตาของนางดูไม่คุ้นเคยเลย’

แม้ว่าจะเล่นเกมมาแล้ว 742 ครั้ง แต่ข้าก็ไม่เคยเจอนางมาก่อนเลย

’เกมนี้มี NPC แบบนี้ด้วยเหรอ?'

ข้ามองร่างตรงหน้าด้วยความสนใจ

นางเป็นผู้หญิงที่น่าสนใจมาก

ให้เรียกสภาพนางว่าผ้าขี้ริ้วคงจะดีเกินไปด้วยซ้ำ ตัวนางถูกห่อหุ้มด้วยเสื้อคลุมที่ฉีกขาดคล้ายกับกระสอบ

ใบหน้าของนางถูกปกปิดภายใต้ผ้าคลุมหน้าที่ติดอยู่กับเสื้อคลุมของนาง เรือนผมสีขาวของนางถูกผูกปมและลากไปทั่วพื้น

เท้าของนางเปลือยเปล่า เต็มไปด้วยสิ่งสกปรกและคราบสกปรก ห่างไกลจากรูปลักษณ์ที่สะอาดของนางเป็นอย่างมาก

และบนหลังของนางมีดาบยาวเล่มหนึ่ง

อาวุธของนางน่าสงสัยยิ่ง เพราะมันอยู่ในสภาพที่น่าสังเวชมาก

ใน ’ปกป้องอาณาจักร’ รอบที่ 742 ข้าคิดว่าข้าได้พบกับ NPC แทบทุกคนที่อาจพบในดันเจี้ยนได้แล้ว

แต่ผู้หญิงคนนี้เป็นคนแรกที่ข้าเพิ่งเคยพบมา

ด้วยความไม่สบายใจ ข้าก้าวไปข้างหน้าและพูดกับผู้หญิงคนนั้น

“เรามาจากผิวน้ำ ภารกิจของเราคือการกำจัดแหล่งที่มาของสัตว์ประหลาดที่โผล่ออกมาที่นี่”

“…”

ผู้หญิงคนนั้นจ้องมาที่ข้า แม้ว่าจะถูกคลุมด้วยผ้าคลุมหน้าและผมอันยุ่งเหยิง แต่ข้าก็รู้สึกถึงความรุนแรงของสายตาที่จ้องมองมา

“โลกพื้นผิวต้องทนทุกข์ทรมานภายใต้การโจมตีของสัตว์ประหลาดที่ถือกำเนิดขึ้นที่นี่ เรามาที่นี่เพื่อทำให้เรื่องนี้จบลง”

“…ฝันร้ายของอาณาจักรทะเลสาบยังคงนิทรา ไม่มีผู้ใดสามารถปลุกมันให้ตื่นขึ้นได้ ไม่เคยมี”

หญิงสาวค่อยๆ ส่ายศีรษะไปมา

“นักรบผู้ยิ่งใหญ่จำนวนมากและวีรบุรุษจำนวนนับไม่ถ้วนได้พยายามที่จะทำลายคำสาปของสถานที่แห่งนี้ แต่ทุกคนล้วนร่วงโรยไป เจ้าก็คงจะไม่แตกต่างกัน”

“…”

“จงอย่าเหยียบเข้าไปในความมืดของที่แห่งนี้ ถอยกลับไปบนพื้นผิวในขณะที่เจ้ายังสามารถทำได้ ก่อนที่ขุมนรกจะกลืนกินเจ้า ก่อนที่ความเสียใจจะทำให้เจ้ากลายเป็นบ้า…”

หากเราคล้อยตามคำเตือนเช่นนี้ เราคงกลับไปแล้ว

แต่แทนที่จะถอยกลับไป ข้าก้าวเข้าไปใกล้นาง

“ข้าคือเจ้าเมืองครอสโรด เมืองป้อมปราการที่ต่อต้านสัตว์ประหลาด มันเป็นหน้าที่ของข้าที่จะปกป้องเมืองของข้า ไม่สิ เหล่ามนุษยชาติจากสัตว์ประหลาดพวกนี้”

“…”

“ข้าไม่กลัวความมืด เราต้องเข้าไปในเมืองนี้และกำจัดแหล่งที่มาของพวกสัตว์ประหลาด”

ข้าชี้ไปยังทางประตูที่ถูกปิดผนึกไว้แน่น

“นั่นคือเหตุผลที่เรามาที่นี่ แต่ประตูที่ถูกล็อคอยู่ปิดกั้นทางเข้าของเราเอาไว้”

“…”

“ถ้ามีเส้นทางอื่น เจ้าช่วยชี้ทางให้เราหน่อยได้ไหม?”

หญิงสาวลอบมองข้าอย่างเงียบๆ ในที่สุดก็พยักหน้าตอบกลับมา

“น่าสนใจ ไม่อาจแยกแยะได้เลยว่าคำพูดของเจ้าเกิดจากความกล้าหาญอย่างแท้จริงหรือความประมาทอันบริสุทธิ์กันแน่”

ทันใดนั้นหญิงสาวจึงหันไปทางอื่นอย่างรวดเร็ว

"ตามข้ามา ทางเข้าเมืองอยู่ทางนี้”

เมื่อนางเดินหายตัวไปในเงามืดอย่างมั่นใจ ข้าก็เรียกเธอ

“ข้าควรเรียกเจ้าว่าเช่นไร? เจ้าชื่ออะไรหรือ?”

ข้าหวังว่าจะรวบรวมเบาะแสเกี่ยวกับตัวตนของนางหากข้ารู้ชื่อของนาง

ทว่าคำตอบของนางทำให้ข้าไม่ทันตั้งตัวสักนิดเดียว

“ข้าลืมนามของข้าไปแล้ว”

นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศก

“ถ้าเจ้าต้องการ...ก็จงเรียกข้าว่าไร้นาม”

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ บทที่ 27: [สำรวจอิสระ] ไร้นาม

คัดลอกลิงก์แล้ว