เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14: [เนื้อเรื่องเสริม] สู่ดินแดนศัตรู

บทที่ 14: [เนื้อเรื่องเสริม] สู่ดินแดนศัตรู

บทที่ 14: [เนื้อเรื่องเสริม] สู่ดินแดนศัตรู


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 14: [เนื้อเรื่องเสริม] สู่ดินแดนศัตรู

“ต่อจากนี้ พวกเจ้าอาจต้องตายในแนวหน้า!”

ข้ากล่าวออกมาตามจริง

“ทุกสัปดาห์จะมีหลุมศพใหม่ในสุสานแห่งนี้ และเสียงของคณะนักร้องประสานเสียงก็จะดังก้องกังวาน”

ไม่ว่าจะพยายามเสียสละให้น้อยที่สุดแค่ไหน ก็จะมีผู้คนที่ต้องตายเสมอ เพราะไม่มีแนวหน้าใดที่ปราศจากการเสียสละ

ทว่า-

“ข้าจะขอกล่าวอย่างชัดเจน การตายของเจ้ามีค่ากว่าชีวิตของเจ้า!”

ค่าใช้จ่ายในงานศพและค่าชดเชยผู้เสียชีวิต ทั้งหมดนี้มีราคาที่แพงมาก

เงินเกือบครึ่งหนึ่งที่ข้าได้รับจากการขายผลึกเวทมนตร์ล้วนต้องนำไปใช้เป็นค่าชดเชย

นอกจากนี้ข้ายังต้องใช้เพื่อเพิ่มเงินเดือนของทหารและทหารรับจ้างทั้งหมด แต่ก็เทียบไม่ได้เลยกับค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ

ถูกต้องแล้ว ความตายไม่ควรเป็นเรื่องธรรมดาเฉกเช่นนี้ ความตายจะต้องมีค่าและมีราคาแพงมาก มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นได้โดยง่าย

“เพราะฉะนั้นเราจะรักษาเจ้าให้มีชีวิตอยู่ให้นานที่สุด ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อให้เจ้ามีชีวิตอยู่และให้สามารถทำงานในแนวหน้าได้”

ด้วยเหตุผลทางการเงินของข้าส่วนหนึ่ง และเพื่อตัวทหารเองด้วย

เราต้องไม่ตาย

เราต้องมีชีวิต

เราต้องรอด

“พวกเจ้าทุกคน จงอย่าตายโดยง่ายกันเด็ดขาด”

ข้ามองไปทางจูปิเตอร์และทหารรับจ้าง จูปิเตอร์มองมาที่ข้าด้วยตาข้างเดียวและปิดปากของนาง

“จงใช้ชีวิตต่อยู่อไปและรับเงินเดือนให้ได้มากที่สุด จงอย่าตายและทำให้ข้าต้องจ่ายค่าทำศพให้พวกเจ้า”

นั่นคือจุดสิ้นสุดของคำพูดของข้า

ขณะที่ข้าลงมาจากแท่น ลูคัสก็เหวี่ยงแขนไปทางทหารปืนใหญ่

วู้บบ! ตู้ม…!

เหนือท้องฟ้ายามเย็น ปรากฏแสงสีแดงขึ้น และเสียงคำรามของปืนใหญ่ที่ดังขึ้นคล้ายสวดภาวนาให้แก่ผู้ตาย   ข้าสงสัยเหลือเกินว่าประชาชนจะคิดยังไงกับคำพูดของข้า

ข้อแก้ตัวที่มาจากผู้บัญชาการที่ไร้ความสามารถ? เจ้าเมืองน่ารังเกียจที่เสียดายเรื่องความมั่งคั่ง?

ไม่ว่าจะยังไง มันก็ไม่สำคัญสำหรับข้าหรอกว่าพวกเขาคิดยังไง

ข้าจะพิสูจน์มันผ่านผลลัพธ์ในอนาคต ว่าข้าเป็นมนุษย์ที่มีความสามารถมากกว่าใครๆ ตราบใดที่ข้ายืนอยู่ในแนวหน้ากับสัตว์ประหลาดพวกนี้

"เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้น..."

แกร่ก แกร่ก ข้าหักนิ้วและยิ้มออกมา

“คงถึงเวลาเคลียร์ด่านที่ 1 กันแล้ว”

* * *

วันรุ่งขึ้น จูปิเตอร์และทหารรับจ้างจำนวนหนึ่งก็ตัดสินใจเข้าร่วมอยู่ภายใต้คำสั่งของข้า

“ขอแสดงความยินดีด้วย…! ท่านได้คัดเลือกทหารที่ยอดเยี่ยมมากเลยนะ!”

ไอเดอร์กล่าวขึ้นเมื่อเขาเข้ามาพร้อมกับใบรับสมัครของทหารรับจ้าง หุบปากไอ้หมอนี้

ที่นี่คือห้องทำงานของเจ้าเมือง

เนื่องจากมีหลายเรื่องที่ต้องจัดการ ข้าจึงต้องอยู่ที่นี่ด้วย ในเกมต้นฉบับ การบริหารเมืองก็เป็นส่วนหนึ่งของงานที่ข้าต้องจัดการด้วย...

'เหตุใดข้าจึงต้องจัดการเรื่องอะไรมากมายขนาดนี้กัน ทั้งๆ ที่ข้าเป็นเพียงเจ้าเมืองคนใหม่เองนะ? ไอ้เจ้าเมืองคนก่อนมันทำอะไรกัน?

ข้าพึมพำขณะทำงานเอกสารตรงหน้า ทว่าสิ่งสำคัญในตอนนี้คือการเตรียมพร้อมสำหรับด่านต่อไปต่างหาก ข้าจะต้องเอาชีวิตรอดก่อน จึงจะสามารถมาทำงานบริหารเมืองได้

“ทหารรับจ้างทั้งหมดที่มีอยู่ในเมืองได้ถูกว่าจ้างแล้ว! สรุปรวมยอดทั้งหมดคือ 114 คน!”

สำหรับด่านที่ 1 ซึ่งจะเริ่มเร็วๆ นี้ เราต้องการนักสู้มากที่สุด

พวกเขาจึงได้จ้างทหารรับจ้างทั้งหมด โดยไม่สนใจเงินที่พวกเขาร้องขอเลยด้วยซ้ำ

“ข้าใส่ค่าสถานะทั้งหมดของพวกเขาไว้ในระบบแล้ว! เพื่อให้ท่านสามารถตรวจสอบจากฝั่งของท่านได้อย่างสะดวก”

เมื่อไอเดอร์กล่าวจบ เขาก็โยนแผ่นกระดาษทั้งหมดที่เขามีในอ้อมแขนลงถังขยะทันที แล้วเจ้าจะเอามันมาที่นี่ตั้งแต่แรกทำไมกัน?

"ไหนขอข้าดูหน่อยซิ..."

ข้าเปิดหน้าต่างระบบและตรวจสอบราชื่อทหารรับจ้างที่เพิ่งจ้างใหม่

ในกองทัพมีอยู่สองประเภทหลัก

แบ่งเป็น 'วีรบุรุษ' และ 'ทหาร'

'วีรบุรุษ' คือผู้มีความสามารถพิเศษ สามารถใช้ทักษะและสามารถจัดเข้ามาในกลุ่มของผู้เล่นได้

เรียกได้ว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในเกมป้องกันเมือง

แม้แต่วีรบุรุษระดับ N ที่ถูกมองข้ามก็ยังทรงพลังมากเมื่อเทียบกับทหารธรรมดา

ส่วน 'ทหาร' ไม่สามารถใช้ทักษะได้และไม่สามารถเข้าร่วมทีมได้ แต่หากไม่มีพวกเขา แนวหน้าก็ไม่สามารถคงสภาพรักษาแนวหน้าไว้ได้

ทหารจะแข็งแกร่งขึ้นตามประสบการณ์ ดังนั้นจึงต้องเพิ่มขวัญกำลังใจและดูแลพวกเขาอยู่เสมอ

'ในบรรดาทหารรับจ้างที่ได้รับการว่าจ้างในครั้งนี้ มี...วีรบุรุษห้าคน'

ข้าจ้างคนมามากกว่า 100 คน และมีเพียงห้าคนเท่านั้นที่เป็นวีรบุรุษ

ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องระดับความสามารถของอีกห้าคนที่ได้มาก็มีความน่าจะเป็นที่จะได้ระดับต่ำพอสมควร เฮ้อ ไอ้เจ้ากาชานี้มันบัดซบเสียจริงนะ

“SSR เถอะนะได้โปรด!”

ข้าตะโกนขณะที่ข้าเปิดรายชื่อของวีรบุรุษที่เพิ่งได้รับมา

* * *

. .

. .

.

.

* * *

ฟึบ!

สีที่ปรากฏในภาพของสมาชิกใหม่ทั้งห้าคือ...หนึ่งสีม่วงและสี่สีเทา

นั่นหมายถึงมีระดับ SR หนึ่งและระดับ N อยู่สี่คน

“บัดซบเอ้ย”

ข้าตะโกนออกมาด้วยความผิดหวัง แต่ข้าก็คาดหวังผลลัพธ์เช่นนี้ไว้แล้ว

ที่นี่คือเมืองแห่งหลุมศพที่มีเงินหมุนเวียนอยู่เพียงน้อยนิด เบื้องหน้ามีสัตว์ประหลาดมากมายคอยดาหน้าเข้ามา

ผู้มีความสามารถระดับสูงจะเริ่มรวมตัวกันหลังจากชื่อเสียงของเมืองและรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งอย่างน้อยก็คงเป็นหลังจากช่วงกลางของเนื้อเรื่อง

สำหรับตอนนี้ ข้าก็ถือว่าดีแล้วที่มีตัวละครระดับ SR อยู่หนึ่งคน

หลังจากตรวจสอบวีรบุรุษระดับ N สี่คนคร่าวๆ แล้ว จากนั้นข้าก็เปิดดูค่าสถานะของจูปิเตอร์

[จูปิเตอร์ (SR)]

- ระดับ: 35

สมญานาม: ทหารผ่านศึกผู้โกงกิน

- อาชีพ: แม่มดสายฟ้าขั้นสูง

- ความแข็งแกร่ง 8 | ความคล่องแคล่ว 18 | ค่าสติปัญญา 30 | แรงกาย 10 | มานา 35

มีระดับ 35 ตั้งแต่เริ่มต้น อีกทั้งยังมีอาชีพขั้นสูงแล้ว! ยอดเยี่ยมเหลือเกิน!

[ทักษะที่ได้เรียนรู้]

> ทักษะติดตัว: อัสนีตระการ

> ทักษะ 1: พื้นที่แห่งการชำระ

> ทักษะ 2: ชะล้างมลายหาย

> ท่าไม้ตาย: ??? (ปลดล็อคหลังจากการเลื่อนอาชีพเป็นขั้นที่สาม)

อัสนีตระการเป็นทักษะติดตัวของนางที่ทำให้นางสามารถควบคุมสายฟ้าได้

ทักษะติดตัวของนางจะเป็นการเปลี่ยนมานาของนางไปเสริมพลังให้ธาตุไฟฟ้า

ทักษะที่ 1 คือ เวทมนตร์ไฟฟ้าประเภทพื้นที่ ฟาดสายฟ้าโจมตีศัตรูและทิ้งสัญลักษณ์เอาไว้

ทักษะที่ 2 เป็นทักษะที่สามารถต่อเนื่องจากทักษะที่ 1 ได้ มันจะปลดปล่อยการโจมตีเป็นสายฟ้าออกมาใส่ศัตรูที่ถูกทำสัญลักษณ์ไว้ พลังของมันมหาศาลมาก

ก็อย่างที่เห็น นางมีทักษะที่เน้นไปที่ทักษะหมู่และความเสียหายมหาศาล

จูปิเตอร์เป็นทีมหลักของข้าในเกม เพราะมีความสามารถที่เรียบง่ายและทรงพลัง

ปัญหาคือหญิงชราคนนี้…นิสัยของนางบางครั้งมักทำให้เรื่องยุ่งเหยิง

[คุณลักษณะที่มีอยู่  (1 / 3)]

- แมลงบ้าทอง (ไม่สามารถถอดได้)

คุณลักษณะที่ไม่สามารถถอดได้ แมลงบ้าทอง

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ มันเป็นนิสัยของพวกที่บ้าเงินเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะทอง

เมื่อพบหีบสมบัติในดันเจี้ยน หากตัวละครมีคุณลักษณะนี้ ก็มีโอกาสที่จะสูญเสียการควบคุมและเผลอไปเปิดกล่องตามใจชอบ

แต่ถ้ามันเป็นกับดักล่ะ?

ด้วยคุณลักษณะนี้ ในการเล่นช่วงท้ายเกมรอบก่อนๆ ของข้า ตัวละครที่มีมันมักจะไปเปิดกล่องโดยไม่สนใจอะไรและถูกมิมิคที่แสร้งทำเป็นกล่องสมบัติฆ่าตาย

'...ข้าคงต้องพยายามระวังเจ้าสิ่งนี้ดีๆ'

สถานที่แห่งนี้เป็นไปตามกฎของเกม แต่ก็ยังเป็นโลกความจริง

ถ้าเกิดนางวิ่งเข้าไปยังกล่องสมบัติ ข้าคงต้องรีบหยุดให้ได้ทันที…ไม่อย่างนั้นมันคงแย่แน่

ข้าไม่ต้องการที่จะสูญเสียนักเวทย์ระดับ SR ที่ข้าได้รับมาด้วยความยากอย่างรวดเร็วเช่นนั้นหรอกนะ

[ตัวละครวีรบุรุษใหม่]

- ระดับ 35 จูปิเตอร์ (SR)

- ระดับ 14 เทน (N)

- ระดับ 14 รอน (N)

- ระดับ 12 จิยะ (N)

- ระดับ 11 เป๊ก (N)

นี่คือวีรบุรุษทั้งห้าที่เพิ่งได้มาใหม่

นอกนั้นก็มีลูคัส เดเมียน ข้าและลิลลี่ที่กำลังจะเกษียณ

'ข้าจะจัดทีมยังไงดีนะ…'

ข้าไตร่ตรองอยู่พักหนึ่ง

เป็นการดีที่จะเปลี่ยนองค์ประกอบของทีมอย่างยืดหยุ่นขึ้นให้อยู่กับรูปแบบของศัตรู

มันจะมีประสิทธิภาพอย่างมากหากวางแผนตอบโต้ตามชนิดและประเภทของศัตรู

'เพื่อทำเช่นนั้น ข้าจำเป็นต้องมีข้อมูลเพิ่มเติมของศัตรูเสียก่อน'

ข้าเหลือบมองระยะเวลาที่ลอยอยู่ในหน้าต่างข้อมูลของด่าน

[ด่าน 1]

- เวลาที่จะเริ่มต้น: 3 วัน 1 ชั่วโมง

เหลือเวลาอีก 3 วันก่อนที่ด่านจะเริ่มขึ้น

ข้าไม่รู้เลยว่าเวลามันจะไวขนาดนี้

'ข้าคงต้องรีบตรวจสอบข้อมูลของศัตรูก่อน'

ข้อมูลด่านทั้งหมดสามารถดูได้หลังจากเผชิญหน้ากับศัตรูเท่านั้น

ย้อนกลับไปในด่านฝึกสอน ข้าสามารถตรวจสอบข้อมูลศัตรูได้ทันทีเนื่องจากข้ากำลังต่อสู้กับศัตรูอยู่ ทว่ายามนี้ หน้าต่างข้อมูลของศัตรูถูกปกคลุมไปด้วยเครื่องหมายคำถาม การลาดตระเวนจึงเป็นสิ่งสำคัญ

โดยปกติแล้ว การส่งหน่วยสอดแนมไปอาจเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่ก็มีวิธีหนึ่งอยู่

“ลูคัส”

ข้าเรียกลูคัสที่ยืนเฝ้าอยู่นอกประตูห้อง ลูคัสพุ่งตรงเข้ามาหน้าข้าทันทีที่ข้าเรียกเขา

"ขอรับ! องค์ชาย ท่านเรียกหาข้ามาทำไมงั้นหรือขอรับ?”

“ไปสูดอากาศบริสุทธิ์กับข้าสักหน่อย”

ลูคัสนำเสื้อคลุมของข้ามาทันทีแล้วถามต่อ

“วันนี้ท่านมีแผนจะไปไหนเหรอขอรับองค์ชาย?”

“ทะเลสาบ”

ข้าสอดแขนเข้าไปในเสื้อคลุมที่ลูคัสถืออยู่แล้วกล่าวอย่างใจเย็น

“เราจะไปเยือนฐานทัพของศัตรูกัน”

"...ขอรับ?"

ข้าคล้ายกับเห็นเครื่องหมายคำถามลอยอยู่รอบๆ ใบหน้าของลูคัส ดูแล้วเขาคงไม่เข้าใจสิ่งที่ข้าเพิ่งพูดไป ข้ายิ้มเล็กน้อย

“เดี๋ยวเจ้าก็จะรู้ว่าข้าหมายถึงอะไร”

* * *

หลังจากนั้นไม่นาน ณ สวนหลังบ้านของคฤหาสน์ครอสโรด

ข้ากับลูคัสยืนอยู่หน้าซากปรักหักพัง ลูคัสยังคงไม่เข้าใจสิ่งที่ข้ากล่าว แต่เขาก็เดินตามข้าไปอย่างเงียบๆ

ข้าเอื้อมมือไปที่กองหิน จากนั้นหน้าต่างระบบก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าข้า

[ท่านต้องการเปิดใช้งานประตูเคลื่อนย้ายหรือไม่]

- ใช่/ไม่

แน่นอนว่าข้ากดใช่

ครืน!

เสียงแปลกประหลาดได้ดังขึ้น กองหินพลันลอยขึ้นไปในอากาศ หมุนไปรอบๆ เพื่อสร้างประตูเวทย์มนตร์

ลูคัสถามออกมาด้วยความประหลาดใจ

“นี่คืออะไรงั้นหรือ?”

“ประตูที่นำไปสู่ดันเจี้ยนใต้ทะเลสาบ”

ข้าบอกลูคัสที่กำลังสับสนอยู่

“มันเป็นบัตรผ่านที่นำไปสู่นรกอันเต็มไปด้วยสัตว์ประหลาด นั่นแหละคือสิ่งที่ข้ากล่าว”

เกมนี้มีระบบผสมผสานอยู่สองประเภท

ป้องกันเมืองและลงดันเจี้ยน

นี่คือกฎของเกม เนื้อหาหลักของเกมนี้ ซึ่งก็คือ 'ด่าน' จะอยู่ในรูปแบบของการป้องกันเมือง

มันเป็นสงครามที่้ต้องปะทะกับสัตว์ประหลาดที่มาจากทะเลสาบที่พยายามรุกเข้าสู่ครอสโรด เหล่ากองทหารเองก็ต้องพยายามหยุดยั้งพวกมันไม่ให้เข้าไปในเมืองไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม

ส่วนในระหว่างด่าน

เมื่อศัตรูไม่โจมตี ผู้เล่นสามารถสำรวจดันเจี้ยนใต้ทะเลสาบที่เป็นฐานของศัตรูได้

สิ่งนี้เรียกว่า 'การสำรวจฟรี'

ผู้เล่นสำรวจดันเจี้ยนด้วยทีมขนาดเล็กเพื่อรับคำใบ้ของด่านต่อไป เก็บค่าประสบการณ์และไอเท็ม รวมทั้งยังต้องค้นหาความลับของดันเจี้ยน

นี่คือโครงสร้างพื้นฐานของโครงเรื่องภายในเกม โดยการสลับระหว่างการป้องกันและการโจมตี

ประตูเคลื่อนย้ายเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำรวจการสำรวจฟรี

ในเกมต้นฉบับ ระบบนี้จะเปิดขึ้นหลังจากเคลียร์ด่านที่ 1 แต่ข้าลองมาที่นี่ดูก่อน ปรากฏว่าข้าสามารถทำให้มันใช้งานได้ทันที

“แม้จะเป็นเกมที่ยากเกมหนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่เกมที่ไม่ยุติธรรมเสียทีเดียว”

นอกจากนี้ ข้ายังรู้วิธีเอาชนะสัตว์ประหลาดเกือบทุกตัวในเกมแล้ว

และข้าก็ยังเชี่ยวชาญองค์ประกอบและลูกเล่นของดันเจี้ยนใต้ทะเลสาบจนหมด

ในการป้องกัน ข้าแค่ต้องแทะแนวหน้าของพวกมันและรวมพวกมันไว้ในจุดเดียว จากนั้นก็ขจัดมันออกจนสิ้น

ส่วนการบุกอย่าง—การสำรวจฟรี— ข้าจะรวบรวมทุกสิ่งที่เป็นไปได้ที่จะช่วยในการป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นค่าประสบการณ์หรือไอเท็ม

'ดูเหมือนว่าแผนนี้จะใช้ได้เดียว ที่จริงมันใช่ได้เลยแหละ!"

แม้ระหว่างด่านฝึกสอนข้าจะต้องผ่านความยากลำบากมากมาย แต่ตอนนี้ก็ถือว่าเริ่มต้นได้ดีมาก

ข้าเริ่มต้นด้วย เดเมียน ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นตัวละครโกงที่สุดและจูปิเตอร์ ตัวละครรดับ SR ที่มีทักษะหมู่

อีกทั้งตอนนี้ข้ามีเงินทุนค่อนข้างมาก

ความมั่นใจที่ข้าจะสามารถเคลียร์เกมนี้ได้อย่างปลอดภัยทำให้ข้ารู้สึกยินดียิ่ง

“เอาล่ะ ลูคัส ข้าจะเล่าสรุปรวบย่อให้ฟังเอง”

ข้าอธิบายกฎของเกมให้ลูคัสฟังและบอกเขาว่าเรากำลังเดินทางไปสอดแนมศัตรูในด่านต่อไป

"เป็นเช่นนั้นเอง ข้าเข้าใจแล้ว”

ลูคัสไม่ได้ถามอะไรอีก เขาเพียงแค่จับชุดเกราะของตนและกระชับอาวุธของเขาไว้แน่น

“......”

ข้ากลืนน้ำลายแห้งเผือด

ที่จริงลูคัสควรเป็นคนที่มีคำถามมากมายในหัวมากที่สุด

เพราะข้า เจ้าชายที่เขารับใช้มาทั้งชีวิตกลับเปลี่ยนไปในพริบตา และข้ายังดูเหมือนรู้องค์ประกอบของเมืองนี้ทั้งที่ข้าเพิ่งมาถึงครั้งแรก อีกทั้งยังทราบการมีอยู่ของดันเจี้ยนและอื่นๆ อีกมากมาย

คงจะเข้าใจได้มากถ้าเขามีคำถามในใจ แต่ถึงกระนั้นเขากลับทำตามคำสั่งของข้าโดยไม่เอ่ยถามอะไรออกมาเลย

“เฮ้ เจ้าไม่มีอะไรจะถามข้าหน่อยเหรอ?”

เมื่อข้าออกมา ลูคัสก็มองมาที่ข้าด้วยดวงตาสีฟ้าอันกระจ่างใส

“......”

“......”

ความเงียบได้ปรากฏขึ้นมาครู่หนึ่ง ข้าถึงกับกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว

หลังจากลังเลอยู่พักหนึ่ง ลูคัสก็หันกลับมามองและเปิดใจพูดอย่างเชื่องช้า

"ข้า..."

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ บทที่ 14: [เนื้อเรื่องเสริม] สู่ดินแดนศัตรู

คัดลอกลิงก์แล้ว