เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10: [ด่าน 0] สิ้นสุดด่านฝึกสอน

บทที่ 10: [ด่าน 0] สิ้นสุดด่านฝึกสอน

บทที่ 10: [ด่าน 0] สิ้นสุดด่านฝึกสอน


บทที่ 10: [ด่าน 0] สิ้นสุดการฝึกสอน

- โห้ พี่!

ในหน้าต่างแชทที่ว่างเปล่า บรรทัดข้อความหนึ่งได้ปรากฏขึ้น

- สุดจัดดดด! นี่พี่ไปทำอีท่าไหนถึงไปชนะมาได้เนี่ย?

ฉันถึงกับพูดไม่ออก

นี่เป็นข้อความแรกที่ฉันได้รับมาจากคนดู ตั้งแต่ฉันเริ่มหันมาสตรีมเกม

ขณะที่ฉันกำลังประหลาดใจ ก็มีบรรทัดหนึ่งปรากฏขึ้นมา

- ผมเพิ่มพี่เป็นช่องโปรดเลยนะ! แล้วเดี๋ยวพี่ก็จะมาสตรีมให้ดูอีกรอบได้ไหม?

แล้วจากนั้น...

...ฉันตอบกลับไปว่ายังไงกันนะ

อ๊ากกก!

ข้าลืมตาขึ้น

ความเจ็บปวดแสบร้อนได้แล่นผ่านแขนและไหล่ของข้า ขณะที่ข้าพยายามบังคับร่างกายส่วนบนให้ลุกขึ้น อึก!

"เจ็บ"

ข้ากลืนเสียงกรีดร้องที่เกือบจะออกมาลงไป จากนั้นข้ามก็ก้มลงไป และข้าก็ได้เห็นสภาพร่างกายของข้า

ผ้าพันแผลถูกพันรอบร่างกายส่วนบนของข้า มือทั้งสองข้างถูกปิดผนึกเหมือนมัมมี่และข้าไม่สามารถยกนิ้วได้เลย

"ตอนนี้เกิดอะไรขึ้นกัน..."

"ฝ่าบาท ทางที่ดีท่านเองก็พักผ่อนไปอีกสักระยะดีกว่านะคะ"

ขณะที่ข้ากำลังตรวจร่างกายที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ข้าก็ได้ยินเสียงผู้หญิงดังขึ้นมาอย่างแผ่วเบา

"เดเมียนได้ทำการรักษาฝ่าบาทด้วยเวทรักษาไปแล้ว แต่ว่าเเผลที่ถูกเผาค่อนข้างสาหัสพอสมควร คงอีกนานกว่าจะหายสนิทแน่เลยเพคะ"

ด้วยความรู้สึกประหลาดใจ ข้ามองไปในทิศทางที่เสียงนั้นดังมา

คนผู้นั้นกำลังนั่งบนเตียงข้างๆ ข้า เป็นนักเวทชุดสีแดงคนหนึ่ง…กำลังเขียนเอกสารลงบนกองเอกสารข้างๆ นาง

ข้าพึมพำชื่อนางด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ

"ลิลลี่?”

"ฝ่าบาท ท่านหลับไปนานถึง 3 วันเลยนะคะ"

ลิลลี่วางปากกาขนนกของนางลงและยิ้มออกมา

"ทั้งที่ฟันฝ่ามาถึงขนาดนั้นจนเอาชนะกองทัพแมงมุมมาได้แล้วแท้ๆ จนทำเอาทางนี้คิดไปว่าท่านจะไม่ตื่นขึ้นมาแล้วซะอีก"

"นี่ข้า...รอดมาได้สินะ"

"ต้องขอบคุณการสั่งการของฝ่าบาทเลยค่ะ"

ลิลลี่ยักไหล่ของนาง โบกกระดาษในมือไปมา

“ฝ่าบาทอยากฟังรายงานไหม? หรืออยากจะพักผ่อนมากกว่านี้ก่อน?”

ข้าอยากจะพักผ่อนต่อเพราะความเจ็บปวดในร่างกาย แต่ตอนนี้การได้ยินรายงานมีความสำคัญมากกว่า ข้าจึงขอให้นางสรุปเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันมาให้ข้าฟัง

"จากการระเบิดครั้งสุดท้ายนั้นทำให้ราชินีแมงมุมของพวกมันได้ตายไป กองทัพแมงมุมดำจึงหยุดการเคลื่อนไหวทันที"

ลิลลี่รายงานผลสั้นๆ

"พวกเราชนะค่ะ ฝ่าบาท"

“......”

“ผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บ แต่โชคดีที่มีเดเมียนเป็นนักบวชที่รักษาได้…ในขณะที่เดเมียนกำลังรักษาผู้บาดเจ็บและคนอื่นๆ อยู่ กำลังเสริมก็มาถึงในวันที่สอง”

ลิลลี่ชี้ไปที่หน้าต่าง ข้าเห็นทหารกำลังยุ่งวุ่นวายที่ข้างนอก

"กองกำลังหนุนได้เข้ามาจัดการเรื่องศพของทางเราและพวกแมงมุมที่หยุดการเคลื่อนไหวกันไป ตอนนี้การจัดการก็ใกล้จะเสร็จแล้วค่ะ”

"...งั้นเหรอ?"

ตอนนั้นเองที่ข้าประหลาดใจพอสมควร

ข้ารอด

จากด่านฝึกสอนที่แสนสาหัสนี้ ด่านที่มันแทบจะเคลียร์ไม่ได้เลย

"ฝ่าบาท ฝ่าบาทเองก็ได้รับแผลไฟไหม้บริเวณมือ แขน ไหล่และลำคอมาด้วยนะคะ"

ลิลลี่บอกข้าถึงอาการบาดเจ็บของข้าด้วยเสียงที่วบายใจนัก

"หากฝ่าบาทกลับไปยัง 'ครอสโรด' แล้ว ก็อย่าลืมแวะไปยังโบสถ์ด้วยนะคะ แม้ว่าฝ่าบาทจะรักษาจนหายแล้ว ก็คงจะยังมีแผลเป็นหลงเหลืออยู่แน่"

"พอเอามาเทียบกับชีวิต แผลเป็นมันก็เป็นแค่เรื่องเล็กน้อย"

ข้าคิดอย่างที่ข้าพูดจริงๆ ถ้านั่นคือสิ่งที่ทำให้มีชีวิตรอด รอยแผลเป็นและรอยไหม้ก็เป็นเพียงเหรียญรางวัลที่ข้ายินดีจะรับไว้

ข้าถอนหายใจด้วยความโล่งอกขณะที่ข้ามองไปยังลิลลี่ ลิลลี่ก็มีผ้าพันแผลพันรอบตัวนาง

"ลิลลี่ อาการบาดเจ็บของเจ้าเองก็...?"

"ตอนที่มานาของทางนี้ได้หมดไปแล้ว ก็โดนแมงมุมสารเลวพวกนั้นเอาขาของมันมาทิ่มจากทางด้านหลัง แล้วหลังจากนั้นราชินีของพวกมันก็มาตายไป ก็เลยไม่โดนเล่นงานอะไรเพิ่มเติมค่ะ"

ลิลลี่ยิ้มอย่างขมขื่นและตบขาของนาง

"บางทีก็คงจะเป็นเพราะว่ามันไปโดนเส้นประสาทแถวๆ เอวเข้า ก็เลยทำเอาไม่สามารถขยับส่วนล่างนี้ได้เลยค่ะ"

“......”

"ฝ่าบาทไม่ต้องกังวลไปหรอก"

ลิลลี่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงใจเย็น จนข้าแทบพูดไม่ออก

"แค่รอดชีวิตมาได้แบบนี้ ก็นับว่าดีแล้วล่ะค่ะ"

“......”

ลิลลี่เปลี่ยนเรื่องคุย เพราะข้าดูจะไม่อยากพูดเรื่องนี้ต่อเลย

"ส่วนจำนวนผู้รอดชีวิตทั้งหมดนั้นหากไม่รวมไปถึงเหล่าพลปืนใหญ่สี่คน ก็มีลูคัส เดเมียน ตัวข้าแล้วก็ฝ่าบาทที่รอดมาได้ค่ะ"

“......”

8 คน

ทั้งที่ตอนเริ่มศึกครั้งก่อนก็มีกันตั้งหลายร้อยคน แต่พอมายามนี้กลับมีเหลือกันแค่ 8 คนเท่านั้นเอง

"เหอะ…"

ข้ากัดฟันและวางฝ่ามือที่พันไว้บนหน้าผาก

นี่มันไม่มีวิธีอื่นแล้วจริงๆ เหรอ?

มีวิธีที่ดีกว่าที่ข้ามองข้ามไปหรือเปล่า?

บางทีอาจมีวิธีที่ข้าจะช่วยคนได้อีกอย่างน้อยหนึ่งคนจากยามนั้นไหม…?

"ฝ่าบาท ท่านไม่ใช่พระเจ้านะคะ"

ลิลลี่กล่าวออกมาเมื่อเห็นข้ากำลังตกอยู่ในห้วงภวังค์

"พอมาอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นแล้ว ก็ไม่มีทางเลยที่จะไปช่วยทุกคนเอาไว้ได้ ฝ่าบาทเองก็ได้ทำทุกอย่างเต็มที่แล้ว จริงไหมคะ?"

"...แต่แรกแล้ว ข้าก็เป็นคนลากทุกคนมาที่นี่เองนะ"

ถึงแม้ตามจริงแล้ว มันจะเป็นไอ้แอสสารเลวบัดซบ ไม่ใช่ตัวข้าก็เถอะ แต่นี่ไม่ใช่เหตุผลที่ข้าจะใช้มันเป็นข้ออ้าง

ในเมื่อข้าได้มาอยู่ในร่างนี้ มันก็เป็นเรื่องที่คนอย่างข้ามีส่วนต้องรับผิดชอบไปด้วย

"ฝ่าบาท ไม่มีใครรู้ว่ากองทัพแมงมุมดำจะปรากฏที่นี่ ไม่มีใครรู้ว่าสัตว์ประหลาดจะเคลื่อนไหวด้วยจำนวนมหาศาลเช่นนี้มานานหลายทศวรรษ ก็เลยไม่มีใครสักคนที่คิดจะมาห้ามการเดินทัพของฝ่าบาทเลยแม้แต่น้อย"

ลิลลี่คิดถึงความรู้สึกของข้าและปลอบใจข้า

“กลยุทธ์ทางทหารของท่านอาจจะเสี่ยง แต่ก็ไม่ใช่ไร้ความหมาย ในช่วงสุดท้ายของการต่อสู้ ท่านแสดงไหวพริบและแผนการอย่างกล้าหาญ และในท้ายที่สุด ก็นำเราไปสู่ชัยชนะ”

“......”

"เพราะอย่างนั้นแล้ว ฝ่าบาทเองก็อย่าโกรธตัวเองไปเลยค่ะ"

ข้ากัดริมฝีปากล่างอย่างแรง

ในยามนั้นเอง ลูคัสก็บึ่งเข้ามาหลังจากเปิดประตู แล้วมองมาที่ข้าด้วยดวงตาเบิกกว้าง

"ฝ่าบาท!”

ลูคัสรีบวิ่งไปข้างของเตียงของข้า

เนื่องจากลูคัสตัวใหญ่ มันจึงรู้สึกเหมือนมีโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ยักษ์วิ่งมาหาข้า

“ลูคัส!”

"เห็นฝ่าบาทฟื้นขึ้นมาเช่นนี้ ข้าเองก็ดีใจสุดๆ ไปเลยขอรับ..."

น้ำตาได้ไหลออกมาจากดวงตาของลูคัส

"คือว่าฝ่าบาท ยังมีตรงไหนในร่างกายที่รู้สึกแปลกๆ บ้างไหมขอรับ? ข้าจะรีบเรียกเดเมียนมาเดี๋ยวนี้เลย"

"ไม่เลย ข้าสบายดี ไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้นแหละ"

ข้ายิ้มและชี้ไปที่ผ้าพันแผลพันรอบร่างกายของเขา

"ไม่ใช่ว่าเจ้าเองก็บาดเจ็บหนักหรือไง? นี่หายดีจนไปไหนมาไหนแบบนี้ได้แล้วเหรอ?"

"ท่านเองก็รู้นี่ว่าความแข็งแกร่งเป็นหนึ่งในจุดแข็งของข้า!”

เฮ้อ ก็จริง เขาเป็นอัศวินระดับ SSR นี่นะ

ข้าโล่งใจที่ได้เห็นเขาไม่เป็นอะไร ลูคัสยิ้มออกมาและดึงเอกสารออกมาจากกระเป๋าของเขา

"ข้าได้รวบรวมรายชื่อผู้เสียชีวิตมาแล้วขอรับแล้วก็มีหลายคนที่พวกเราไม่สามารถหาร่างกลับมาได้ด้วย"

"แล้วตอนนี้ศพพวกเขาอยู่ที่ไหน?”

"ที่ราบทางด้านเหนือของฐานหลักครับ"

"ข้าจะไปดูพวกเขา”

ขณะที่ข้าลุกขึ้นยืนอย่างโซเซ ลิลลี่และลูคัสที่ตกใจก็เข้ามาหยุดข้าไว้

"ฝ่าบาท!”

"ไม่ได้นะเพคะ ฝ่าบาท! ท่านต้องใช้เวลาพักรักษาตัวมากกว่านี้...!"

“พวกเขาเสียชีวิตเพราะคำสั่งของข้า”

ข้ามีอาการปวดทั่วตัว แต่ข้าก็ไม่ยอมแพ้

"ข้าจะไปดูพวกเขา พยุงข้าลูคัส”

ลูคัสไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ลูคัสหันกลับมาและคุกเข่าลงกับพื้นโดยหันหลังมาหาข้า

“ได้โปรดเสด็จบนหลังข้าเถิดฝ่าบาท ข้าจะพาท่านไปที่นั่นเอง”

หลังของลูคัสกว้าง แม้จะมีการโยกไปมาเล็กน้อย แต่ก็ถือว่าสะดวกดี

“ลูคัส เจ้าอยากเป็นพาหนะส่วนตัวของข้าไหม?”

“ถ้านั่นคือความปรารถนาของฝ่าบาท ข้าก็ยินดีจะทำ”

"ข้าล้อเล่น อย่าเอาจริงเอาจังเลยนะ”

ขณะที่ข้าออกจากอาคารโดยนั่งหลังลูคัส ข้าเห็นเด็กชายคนหนึ่งพิงกำแพงอยู่

นั่นคือเดเมียน ผู้รักษาที่มีผมสีน้ำตาลหยิกที่ยามนี้กำลังมองออกไปในระยะไกลด้วยสายตาเปล่า แว่นตาของเขาได้หักลงไปแล้ว เขาจึงถือมันไว้ในมือของเขา

"เดเมียน”

พอข้าเรียกชื่อเขา เขาก็ค่อยๆ หันหน้ามาหาข้า

“ฝ่าบาท ท่านฟื้นแล้ว”

"ตาของเจ้าเป็นยังไง?”

เขามีเลือดออกเมื่อเขาใช้ตาพันลี้มากเกินไป ดังนั้นข้าจึงกังวลว่าเขาอาจมีปัญหากับการมองเห็นของเขา

เดเมียนยิ้มเบาๆ ด้วยใบหน้าขาวซีด

"มันไม่เป็นไรแล้วขอรับ เมื่อวันก่อนเริ่มเห็นเพิ่มอีกนิดหน่อย ตอนนี้ข้าจึงสามารถเห็นสิ่งต่างๆ ได้ตามปกติ”

เขาออกเดินทางทั่วที่นี่โดยใช้เวทย์ฟื้นฟูคอยรักษาผู้อื่น ทั้งที่เขามองไม่เห็นด้วยซ้ำ

ขณะที่ข้ามองดูใบหน้าซีดเซียวและอ่อนเยาว์ของเดเมียน ข้าก็รู้สึกเสียใจแทนเขาจึงได้กล่าวว่า

"เดเมียน ที่แผนในครั้งนี้สำเร็จมาได้ด้วยดี ก็ต้องขอบคุณทางเจ้าเลยนะ"

“......”

"หากเจ้าต้องการ ข้าพร้อมจะตบรางวัลให้อย่างงามจนนานพอสามารถนอนตีพุงใช้ชีวิตได้จนวันตาย เจ้าเองก็จะไม่ต้องมายังสนามรบเหมือนในครั้งนี้อีกด้วย ในเมื่อทางเจ้ามีฐานะเป็นทหารรับจ้าง ก็เชิญทำตามที่เจ้าต้องการได้ตามสบายเลย"

"ฝ่าบาท"

ทว่าเดเมียนกลับส่ายศีรษะเล็กน้อย

"เมื่อยามนั้นฝ่าบาทได้บอกกับข้าเอาไว้ว่าข้าเป็นพลยิงของฝ่าบาท"

“......”

"ข้าเลย...อยากจะรู้"

เดเมียนมองออกไปนอกกำแพงอีกครั้ง

"ว่าพวกสัตว์ประหลาดนั่นมันมาจากไหนกัน...! แล้วมันผู้ใดเป็นคนสร้างพวกมันขึ้นมาแล้วสร้างพวกมันทำไม? แล้วทำไมแวนถึงต้องตายด้วย?"

“......”

"เพราะงั้นได้โปรดเถอะ ให้ข้าได้คอยติดตามแผ่นหลังของฝ่าบาทไปด้วยเถอะขอรับ...!"

ข้ายิ้มออกมาอย่างขมขื่น

"ก็ได้ งั้นจากนี้ไปเจ้าก็คอยติดตามข้าให้ดีก็แล้วกัน เช่นนั้นเรามาแสดงความเคารพให้กับผู้ตาย พวกเรายังต้องมีนักบวชเช่นเจ้าอยู่พอดี"

เดเมียนตามเรามาขณะที่เรามุ่งหน้าไปยังที่ราบทางเหนือ

* * *

ที่ราบทางตอนเหนือของฐานหลัก

ศพถูกจัดเรียงเรียงกันเป็นแถวนับไม่ถ้วน

ผู้ที่พวกเขาพอจะรวบรวมมาได้ก็เอามาวางเรียงที่นี่ แต่ก็มีหลายคนที่ไม่เหลือกระทั่งศพด้วยซ้ำ

พวกเราจุดไฟให้พวกเขา

ไฟศักดิ์สิทธิ์ที่นำมาจากวิหารของครอสโรสได้ลุกโชนอยู่ตรงกลางของที่ว่างเปล่า โดยมีเพลิงจากถ่านสีฟ้า

ข้ามองเข้าไปในเปลวไฟอย่างเงียบงัน เปลวเพลิงเริงระบำราวกับถูกครอบงำด้วยความแค้นของผู้ตาย

“......”

ข้ารู้ดี

ว่ามันไม่มีวิธีไหนที่ดีไปกว่านี้ ไม่มีแผนไหนที่จะรัดกุมยิ่งกว่านี้ การเอาแต่คิดว่า 'ถ้าหาก' กับเรื่องในอดีตมันก็โง่เสียยิ่งกว่าโง่

ข้าได้คิดวางแผนและเลือกตัดสินใจเอามาใช้แล้ว ซึ่งนี่ก็คือผลลัพธ์ของแผนที่ว่านั่น

ถ้างั้นข้าก็มีแต่ต้องทำใจอยู่กับมัน

ข้ามีแต่ต้องแบกรับมันเอาไว้บนบ่าแล้วก้าวต่อไปข้างหน้าต่อไป

"พอพิธีศพตามธรรมเนียมเสร็จแล้ว ไปเก็บรวบรวมร่างของพวกเขามาแล้วเคลื่อนย้ายไปซะ"

"อะไรนะขอรับ?”

ลูคัสเบิกตากว้างหลังจากได้ยินสิ่งที่ข้าพูด

“เราจะไม่ทิ้งพวกเขาไว้ที่นี่เหรอขอรับ?”

ใน 'ครอสโรส' มีผู้เสียชีวิตนับพันรายเกิดขึ้นทุกปี

งานศพมีราคาแพงกว่าชีวิตของคนบนโลกนี้ ชีวิตราคาถูกได้มุ่งหน้าสู่ด้านหน้ากับสัตว์ประหลาดที่นี่ และตายไปไปเพื่อแลกกับการป้องกันรักษด่านหน้านี้เอาไว้

หากมีการสร้างของเช่นสุสานภายในเมือง มันคงจะมีจำนวนหลุมศพมากมายนับไม่ถ้วนทอดยาวออกไป

ในโลกนี้ ความตายมีดาษดื่นทั่วไปมากกว่าดอกไม้ป่าเสียอีก

แต่ข้าวางแผนที่จะเปลี่ยนแปลงโลกนี้

"ทางครอสโรดเองก็มีทุ่งว่างเหลืออยู่ เอาพวกเขาไปฝังไว้ที่นั่นก็แล้วกัน"

ข้าสั่งให้สร้างสุสานในทุ่งทางด้านตะวันตกเป็นอนุสรณ์สถานเอาไว้แล้ว

"แล้วทุกๆ ปีในวันสุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์...พวกเราจะกำหนดให้มันเป็นวันระลึกถึงผู้ที่เสียสละ"

ไม่ใช่แค่คนพวกนี้ที่เสียสละในสงครามครั้งนี้

แต่เพื่อตัวละครทุกคนที่ข้าได้ฆ่าไปโดยไม่มีความสำนึกผิดระหว่างการเล่นหลายร้อยครั้ง นี่ถือเป็นการไถ่บาปของข้า

ลูคัสกลืนสิ่งที่เขากำลังจะพูดและพยักหน้าเล็กน้อย

"ข้าจะทำตามคำสั่งของท่านฝ่าบาท”

หลังจากนั้นไม่นาน พิธีศพแบบเล็กๆ ก็ถูกจัดขึ้น

บาทหลวงของพระวิหารได้ประพรมน้ำศพศพและอวยพรชีวิตหลังความตาย

ถึงแม้งานศพจะไม่เป็นทางการ แต่งานศพก็ใช้เวลามาก เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

ข้าเฝ้าดูทุกช่วงเวลาของพิธีโดยไม่คิดหนีไป

“ลูคัส!”

เมื่อพิธีศพจบลงก็เป็นเวลากลางคืน พระจันทร์ที่กำลังขึ้นได้ส่องแสงอันหนาวเหน็บลงมาเบื้องล่าง

"ข้าจะไม่พลาดอีกเป็นครั้งที่สองแน่นอน"

กลิ่นอายแห่งความตายได้แผ่ความเย็นออกมา ที่นี่กระทั่งความร้อนจากเปลวเพลิงก็ไม่สามารถหยุดมันได้

ข้าตัวสั่นและพิงหลังลูคัสพร้อมกับกัดฟันกรอด

"ข้าจะไม่ยอมล้มเหลวอีกครั้งเด็ดขาด"

“......”

ลูคัสปิดปากและฟังสิ่งที่ข้าจะพูด

"กลับกันเถอะ”

การต่อสู้สิ้นสุดลงแล้ว แต่สงครามเพิ่งเริ่มต้น

หลังจากมองเห็นทหารที่ข้าทิ้งให้ตายในสายตาของข้า ข้าก็พูดออกมา

"กลับไปยังครอสโรด"

[ด่าน 0 เคลียร์!]

[MVP ในด่าน - เดเมียน (N)]

[ตัวละครเลเวลอัพ]

- แอช (EX) เลเวล.5 (↑4) (ผู้เล่นสามารถเลือกอาชีพได้แล้ว!)

- ลูคัส(SSR) เลเวล.27 (↑2)

- ลิลลี่ (R) เลเวล.17 (↑2)

- เดเมียน (N) เลเวล .15 (↑5)

[ตัวละครที่ตายหรือได้รับบาดเจ็บ]

- เคน (N): เสียชีวิต

- ลิลลี่ (R): บาดเจ็บสาหัส

[ไอเทมที่ได้รับ] - อัญมณีเวทมนตร์แห่งกองทัพแมงมุมทมิฬ: 388

- แกนเวทมนตร์ของราชินีแมงมุมทมิฬ (SSR): 1

[ รางวัลถูกส่งไปแล้ว กรุณาตรวจสอบสินค้าในคลังของผู้เล่น]

- กล่องรางวัลระดับ EX: 1

>> เตรียมพร้อมสำหรับด่านต่อไป

>> [ด่าน 1: เมืองแห่งหลุมฝังศพ]

จบบทที่ บทที่ 10: [ด่าน 0] สิ้นสุดด่านฝึกสอน

คัดลอกลิงก์แล้ว