เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 11 พลังปราณ!

ตอนที่ 11 พลังปราณ!

ตอนที่ 11 พลังปราณ!


ความกล้าหาญช่วยเพื่มความแข็งแกร่งในขณะที่ความแข็งแกร่งช่วยเพิ่มความกล้าหาญของเขา  ทั้งคู่ต่างช่วยเสริมกันและกัน

 

เมื่อตกเย็น..... หลังจากที่เขาฝึกเสร็จท้องของเขาก็เริ่มหิวอีกครั้ง

 

เขายังคงผอมมาก  ซึ้งแตกต่างกับร่างกายที่แข็งแรงราวกับเสือ เขารู้อย่างแน่ชัดแล้วที่เขากินเลือดกินเนื้อกวางมานั้นไม่ได้เสียเปล่า เขาได้ดูดซับพลังงานเนื้อทั้งหมดเขาไปในร่างกายแล้ว

 

ร่างกายของเขาราวกับหลุมลึกที่ไม่มีวันสิ้นสุด มันได้ดูดกลืนย่อยทั้งเนื้อและไวน์อย่างตะกละ และเปลี่ยนให้พวกมันเป็นพลังแกเขา

 

หลังจากการฝึก หลี่ ฉิงชาน นั่งลงบนพื้นและปิดตาลง เขาสงบจิตสงบใจและรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างข้างในตัวเขา

 

กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นที่ถูกใช้งานมากไปมันทำให้รู้สึกเจ็บปวดมาก เขายังจำวันที่สองที่เขาฝึก หมัดปีศาจวัวได้ มันทำให้เขาเจ็บปวดซะจนเกือบจะลุกไม่ไหว

 

วัวสีเขียวไม่ได้พยายามชักจูงให้เขาฝึก แต่เขายังคงยืนกรานที่จะฝึนและทนต่อความเจ็บปวดต่อไป

 

ด้วยความพยายามอดทนต่อการฝึกอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาสิบกว่าวัน ในที่สุดมันก็ดีขึ้น มันเป็นเพราะความอดทนของเขาที่มันทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นมาเล็กน้อย  ตามปกติ ร่างกายของเยาจะสามารถปรับตัวได้เองหลังจากไม่กี่วันฝึก แต่ความเจ็บปวดนั้นไม่ได้ลดน้อยลงเลยราวกับว่าทุกวันที่ฝึกนั้นเป็นวันแรกที่เขาพึ่งเริ่มฝึก

 

 

การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในร่างกายนั้น มันสะท้อนอยู่ในใจเขา แต่น่าเสียดายที่ เขาไม่สามารถสัมผัสได้ถึงสิ่งที่เรียกว่าพลังปราณเลยแม้แต่นิดเดียว ตามที่วัวสีเขียวบอก ไม่สำคัญว่าจะเป็นทักษะเหนือธรรมชาติไหนก็แล้วแต่ เจ้าต้องสัมผัสได้ถึงการไหลเวียนของปราณและบ่มเพาะค้นหาพลังปราณที่แท้จริง  ก่อนที่จะพูดได้ว่า เจ้าได้เหยียบเข้าไปในเต๋าแล้วอย่างแท้จริง แต่เวลาที่เขาบ่มเพาะนั้นมันสั้นเกินไป

 

 

ในตอนนี้จู่เขารู้สึกว่ามีความเย็นไหลผ่านตรงหลังคอเขาราวกับสายลมโชยมา

 

แต่ในตอนนี้มันไม่ลมแม้แต่นิดเดียว

 

"หรือว่านี้อาจจะเป็น พลังปราณ!!"

 

หลี่ ฉิงชาน รู้สึกดีใจและเพ่งสามาธิทั้งหมดไปที่ความเย็นนั้นจากนั้นเขาค่อยๆรู้สึกว่าความเย็นกำลังซึมเข้าไปในผิวหนัง ค่อยๆลึกลง...ลึกลง... จมเข้าไปในกระดูกและวิญญาณของเขาแปรเปลี่ยนมืดขึ้นและหนาวมาก มันทำให้เขารู้สึกอึดอัดอย่างมาก

 

 

หลี่ฉิงชาน ส่ายหัวแล้วลุกขึ้นยืนและปล่อยหมัดออกไปสองสามครั้ง ความมืดมนก็หายออกไปเล็กน้อย แต่เมื่อเขานั่งลงมันก็มาหมุนวนอยู่รอบๆเขาอีกครั้ง

 

เขาไม่รู้จริงๆว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน จากนั้นเขาเลยเดินไปที่ลำธารแล้วเริ่มล้างเนื้อล้างตัว

 

คืนนี้แสงจันทร์นั้นสว่างสดใส เมื่อเขามองลงไปในน้ำ เขามองเห็นเด็กหน้าซีดคนหนึ่งที่ยึดมั่นในร่างกายของเขาโดยไม่สนสิ่งใด

 

ถึงแม้ว่าเขามีความกล้าหาญอยู่แล้ว เขาก็ยังประหลายใจที่เขายังมีเหงือเย็นๆไหลออกมาอยู่ ในฉากแบบนี้ทำให้เขานีกถึงภาพยนตร์ที่เขาเคยดูมาก่อนในอดีต 'The Grudge'

 

ถ้าหลี่ ฉิงชานเป็นคนธรรมดาเขาคงจะกลัวแต่มันก็มีทั้งดีและไม่ดีที่เขาได้พบปีศาจวัวมานานแล้ว

เขามองตรงไปยังเด็กที่อยู่ในน้ำ"เจ้าเป็นตัวอะไร? "

 

เด็กน้อยเพียงส่ายหัว และในเวลาเดียวกันก็เกิดละลอกคลื่นขึ้นมาบนผิวน้ำภาพสะท้อนเด็กที่อยู่ในน้ำพลัยหายไป แต่บรรยากาศที่มืดมนและหนาวเย็นยังคงอยู่รอบๆตัวเขา

 

หลี่ ฉิงชาน พยายามที่จะทำให้จิตใจเขามั่นคง"ทำไมผีนี้ถึงมาตามรังควานข้า ข้าคงทำได้แค่รอให้พี่วัวกลับมาแล้วค่อยคุยเรื่องนี้ละกัน ยังโชคดีที่มันไม่ได้มาขอเอาชีวิตข้าไป"

 

 

 

เขาไม่มีความมั่นใจและเขาก็รู้สึกกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตัวเขา ในขณะนั้นเองบรรยากาศหนาวเหน็บอันมืดมนเริ่มคลายลง เขาจึงรีบฝึกหมัดปีศาจวัวอีกครั้ง เฉพาะในช่วงเวลานี้เท่านั้นที่ความมืดมนจะหายไป แต่หลังจากผ่านไปสักพักเขาต้องนั่งพักเพราะเขาไม่ใช่หุ่นยนต์ที่ไม่รู้จักเหนื่อยสามารถฝึกได้โดยไม่ต้องพักและเขาพบว่าในช่วงเวลานั้นทำให้ความหนาวเย็นนั้นหนาวซะจนยากที่จะทน

 

เหมือนกับว่าเขาได้เข้าไปสู่ส่วนลึกสุดของความมืดมันเป็นที่ที่บรรยากาศมืดมนแข็งแกร่งที่สุด

 

ความมืดมนได้กล้ำกรายเข้ามาในร่างของหลี่ ฉิงชานมากกว่าครึ่งแล้ว แต่มันไม่มีความรู้เจ็บปวดแม้แต่นิด มันมีเพียงแค่มือกับเท้าของเขาที่ชาและสัมผัสทั้งห้าเขาก็ค่อยๆเริ่มพร่ามั่ว

 

 

มันทำให้เขารู้สึกว่ามันอันตรายสุดๆ และทำให้สมองของเขาทำงานเต็มที่

 

เขาเคยได้ยินคนบอกว่าภายในร่างกายของทุกคนมีปราณหยางที่สามารถยับยั้งหยิน ผีได้

 

เขาคิดว่าในขณะที่เส้นเลือดของเขาเต็มไปด้วยพลังงานในขณะที่เขาฝึกวิชาหมัดมันจึงทำให้ผีตัวเล็กๆไม่กล้าเข้ามาใกล้ ดังนั้นในขณะที่เขากำลังนั่งเขาพยายามที่รับรู้ความรู้สึกเดิมเช่นเดียวกับเมื่อตอนที่เขาฝึก

 

เขาหลับตาลง จัดการความคิด เกร็งกล้ามเนื้อและแน่นอนว่ามันมีประโยชน์อยู่บ้างในการต่อต้านการจู่โจมของบรรยากาศมืดมน

 

เขาอดทนด้วยการใช้วิธีนี้ตลอดทั้งคืน จิตของเขาบ้างครั้งก็มืดมัวบ้างครั้งก็สว่าง เขาพยายามฝึกฝนพลังจิตของเขาอย่างบ้าคลั่งจนกระทั่งความมุ่งมั่นของเขาเกือบจะพ่ายแพ้....

 

 

และแล้วก็มีแสงสว่างจากพระอาทิตย์ มีเสียงไก่เริ่มขัน....

 

หลี่ ฉิงชานลืมตาขึ้น แสงสว่างส่องลงมาผ่านกิ่งไม้ตกลงมายังหน้าเขา ความมืดมนและหนาวเย็นได้ได้หายไปจากร่างกายเขาแล้ว วัวสีเขียวได้มองเขาจากที่ไม่ได้ไกลมากใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความสนใจ

 

หลี่ฉิงชานรีบกล่าว"พี่วัว ท่านไปไหนมา ท่านรู้รึปล่าวว่าเกิดอะไรขึ้นกับข้าเมื่อคืน"

 

"ข้ากลับมาได้สักพักแล้ว เจ้าคงจะพูดถึงผีตัวเล็กๆในร่างของเจ้า?"

 

"เช่นนั้นท่านก็แค่มองดูข้าเฉยๆ?"

 

 

"แล้วเจ้าอยากให้ข้าทำอะไร?"

 

 

หลี่ฉิงชาน ยิ้มและไม่ได้กล่าวอะไร วัวสีเขียวเคยบอกเขาเมื่อนานมาแล้วว่า ถ้าเจ้าเจอเรื่องอันตรายไม่ต้องหวังว่าข้าจะไปช่วยเจ้า มันไม่เคยทำให้เขามีโอกาสที่จะพึ่งพามันตั้งแต่แรก วัวสีเขียวได้ให้ความช่วยเหลือที่สำคัญที่สุดแก่เขาแล้วและเขาไม่สามารถที่จะไปพึ่งพาได้ทุกเรื่อง

 

 

ภายใต้แสงอาทิตย์ที่อบอุ่น หลี่ ฉิงชานยืนขึ้นและยืดกล้ามเนื้อ"โชคดีที่เจ้าผีน้อยมันไม่กล้าออกมาในตอนกลางวันมิฉะนั้นข้าคงทนไม่ได้  พี่วัวมันดีหรือไม่ดีที่ข้ายังคงบ่มเพาะทักษะเต๋าอยู่ ไม่ต้องบอกนะว่าข้าจะรับมือเจ้าผีน้อยไม่ได้"

 

"ถ้าเจ้าไม่ฝึกฝนทักษะเหนือธรรมชาติเจ้าจะไม่รอดพ้นคืนนี้แน่ รอจนกว่าเจ้าจะบ่มเพาะความแข็งแกร่งของวัว1ตัวได้ก่อน ร่างกายของเจ้าจะเต็มไปด้วยเลือดที่สมบูรณ์  โดยธรรมชาติแล้วเจ้าไม่จำเป็นต้องกลัวผีน้องกระจอกๆตนนี้เลย"

 

 

"นานแค่ไหน"

 

"นอกเหนือจากนั้นข้ายังมีวิธีอื่น. "

 

"วิธีไหน?"

 

"ผีหยิน นั้นกลัวกลิ่นอายฆ่าฟันมากที่สุด ถ้ามือเจ้าเปื้อนเลือดของคนสักร้อยคน ข้ารับรองเลยว่าเจ้าจะสามารถขจัดความชั่วร้ายได้ทั้งหมด เจ้าผีน้อยตนนี้จะไม่กล้ามาเข้าใกล้เจ้าเกิน10ก้าว"

 

หลี่ ฉิงชานกลอกตาไปมา"นี้อย่าบอกนะว่าต้องให้ข้าไปฆ่าคนทั้งหมู่บ้านวัวหมอบ!"

 

"จริงๆแล้วแบบนั้นคงจะทำไม่ได้...แล้ว อยากลองมั้ยละ ฮี่ฮี่"วัวสีเขียวขำ

 

 

"ก่อนที่จะทำข้าจะฆ่าเจ้าก่อนแล้วเอาเนื้อเจ้าไปทำสเต๊กกิน!" หลี่ฉิงชาน ทำเป็นไม่สนใจและกินอาหารเช้า  เขาเอาเรื่องนี้เก็บไว้ในใจก่อน เขาต้องทนเหนื่อยใจและเหนื่อยกาย ในขณะที่เขากำลังจะเริ่มต้นการฝึกวันนี้

 

 

แต่ทันทีที่เขาเริ่มบ่มเพาะเขารู้สึกว่าวันนี้มันไม่ได้เหมือนปกติ มันมีปราณอ่อนๆและเบาบางไหลอยู่ในร่างกายของเขา  หากเขาไม่เพ่งสมาธิเขาคงไม่สามารถสัมผัสถึงมันได้

 

ปราณนี้ไม่ได้เหมือนปราณที่แท้จริง ในนิยายกำลังภายใน ที่เก็บไว้ในจุดตันเถียนและไหลผ่านเส้นพลังปราณ แต่มันกระจัดกระจายไปทุกทีราวกับมัจฉาที่แหวกว่ายผ่านไปยังแขนขาทั้งสี่และกระดูกทั้งร้อย เมื่อเขาขยับหมัดของเขาอย่างแรง เส้นพลังปราณก็ไหลไปยังแขนและหมัดของเขา แต่เรื่องนี้นี้มันเร็วเกินไป

 

 

เมื่อเขาผ่อนคลายสมาธิของเขา เส้นพลังปราณก็วิ่งหนีไปราวกับเด็กซนที่แทบจะควบคุมไม่ได้... เขาบอกสถานการณ์นี้กับวัวสีเขียว

 

 

วัวสีเขียวไม่ได้แปลกใจอะไรและพูดอย่างมีความหมายแทน"เจ้าต้องขอบคุณเจ้าผีน้อยตนนั้นที่ทำให้เจ้าสามารถสัมผัสถึงพลังปราณได้รวดเร็วเช่นนี้ เป็นดั่งพรแฝงมา"

 

ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญระหว่างชีวิตและความตาย หลี่ฉิงชานได้รวบสมาธิและพลังจิตทั้งหมดเพื่อใช้ต่อต้านความมืดที่เข้าจู่โจมเขา เจ้าผีน้อยจากไป แต่สิ่งที่เหลืออยู่คือสมาธิและพลังจิตได้กลายเป็นเศษเสี้ยวปราณที่แท้จริง

 

"งั้นมันกลายเป็นปราณที่แท้จริง?"หลี่ ฉิงชาน มองฝ่ามือตนเอง

 

"จริงๆแล้วอะไรคือการใช้ปราณที่แท้จริง"

 

"ปรับแต่งและสร้างพลังปราณ มันคงไม่ใช่ทั้งหมด เจ้าคิดว่ามันมีไว้เพื่ออะไร ถ้าเจ้าไม่สามารถสัมผัสถึงปราณได้แม้เจ้าจะบ่มเพาะตลอดทั้งชีวิตเจ้าคงได้แค่แค่ชาวชนบทที่มีความสามารถมากที่สุดและไม่มีความสำคัญอะไรเลย ถ้าหากให้ข้ากล่าวถึงประโยชน์ ข้าคงไม่มีวันนับได้หมด มีเพียงทางเดียวคือเจ้าค่อยๆหาประสบการณ์จากมันด้วยตนเอง"

 


 

ลงสดเลยผิดตรงไหนบอกได้นะครับ

ติดต่อข่าวสารได้ที่เพจ Legend of the Great Saint ครับ^^

จบบทที่ ตอนที่ 11 พลังปราณ!

คัดลอกลิงก์แล้ว