เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 472 กลุ่มคนที่แข็งแกร่ง

บทที่ 472 กลุ่มคนที่แข็งแกร่ง

บทที่ 472 กลุ่มคนที่แข็งแกร่ง


บทที่ 472 กลุ่มคนที่แข็งแกร่ง

มันเป้นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่ทั้งสามคน จงหลี่ต้วน เสินตู่เจีย และ จั่วเยว่เฟิงก็ถูกทุบตายกลายเป็นเนื้อบด

ฉื่อหยาน ไม่ได้ทำอะไรเลย เขาแค่ยืนอยู่ตรงนั้น และมองไปที่ปีศาจสงครามที่แสดงพลังที่น่ากลัวออกมาด้วยความสนใจ , มันฆ่าสองนักรบระดับพระเจ้าและและจงหลี่ต้วนได้อย่างรวดเร็ว มันรวดเร็วมากพอที่เขาก็ยังไม่ทันได้สนองใดๆ และก่อนที่จะรู้สึกได้ จงหลี่ต้วน เสินตู่เจีย และ จั่วเยว่เฟิง ก็ถูกทุบราวกับเป็นแผ่นกระดาษบางๆแล้ว

ชิงหมิง ราชีนีนภา กู่ฉาวและกษัตริย์ปญพี รู้สึหนาวลงลงไปถึงกระดูกสันหลังของพวกเขา พวกเขาหนีไปท่ามกลางความมืดมิด พวกเขาไม่สามารถทนได้อีกต่อไป  และรีบลอยขึ้นสู่ผิวน้ำทะเลด้วยความเร็วสูงสุด

ฉื่อหยาน ไม่ได้รีบ เขารอจนกระทั่งจั่วเยว่เฟิงถูกฆ่า เขายิ้มและมองไปที่พื้นผิวทะเล จากนั้นเขาก็ส่ายหัว พูดอย่างเย็นชา " พระสงฆ์วิ่งหนีและทิ้งวัดไว้ สุดท้ายถึงแม้ตอนนั้นพวกเขาจะไม่ตาย แต่ในอนาคตความตายก็รอพวกเขาอยู่ "

หลังจากเสินตู่เจีย , จั่วเยว่เฟิงกับจงหลี่ต้วนตาย , แกนพลังปราณก็ออกมาจากร่างกายพวกเขา เป็นไปตามคาด มันลอยไปยังฉื่อหยาน

อย่างไรก็ตาม แกนพลังปราณเสินตู่เจียนั้นอยู่เหนือกว่าที่เขาคิดไว้มาก แกนพลังปราณของนักรบระดับพระเจ้าทำให้จุดชีพจรทั้งเจ็ดร้อยยี่สิบจุดปูดบวม ฉื่อหยานไม่ทันได้ดูดซับแกนแท้พลังปราณจนหมด สัญชาตญานกระหายเลือดก็ถูกกระตุ้นออกมา ก่อให้เกิดความวุ่นวาย

มันไม่ใช่ว่าเขาไม่ได้ต้องการมัน มันก็แค่เขารู้ขอบเขตของเขาดี

แม้ว่าขีดจำกัดของจิตวิญญานต่อสู้ลึกลับของเขาจะเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากหลังจากเขาเข้าสู่ระดับนภา แต่แกนพลังปราณของนักรบระดับพระเจ้านั้นมีมากเกินไป เพียงเสินตู่เจี่ยคนเดียวก็เพียงพอจะทำให้จุดชีพจรเต็มจนบวมเป่ง ถ้าเขาดูดซับแกนพลังปราณของจั่วเยว่เฟิงและจงหลี่จ้วนมาเพิ่ม เค้าเกรงว่าจุดชีพจรของเขาจะระเบิดออก

นั่น ทำให้เขาต้องอยู่ห่าง ๆ และ รอจนกว่าแกนพลังปราณที่ลอยอยู่ในอากาศหายไปเสียก่อน ค่อยเข้าไปอยู่ในบริเวณนั้นอีกที

หยินหุ้ยก็ยืนตกตะลึงอยู่กับที่ ดวงตาของเขาจ้องมองฉื่อหยาน โดยไม่กระพริบตา และใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความกลัว

ในที่สุด เขาก็สามารถยืนยันความน่ากลัวของปีศาจสงครามได้

ด้วยการเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ เขามันได้ฆ่าเสินตู่เจีย จั่วเยว่เฟิงและจงหลี่ต้วนอย่างโหดเหี้ยม พลังที่น่ากลัวของมันเทียบได้กับนู่หลสง , ที่อยู่นภาที่สามระดับพระเจ้า หยินหุ้ยเองก็ไม่กล้าตอแยหอกที่แหลมคมนี้ และเขาก็ไม่กล้สมีเจตนาที่จะยื่นจมูกของตัวเองเข้าไปในการต่อสู้ที่โหดเหี้ยมนี้ จากนั้นเขาก็เริ่มที่จะพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างเผ่าฉลามเงินและตระกุลหยาง

แม้ว่าพลังที่ฉื่อหยานได้ใช้ในเวลานี้จะไม่ได้มาจากร่างกายของเขา แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้หยินหุ้ยหวาดกลัว

สิ่งที่ปีศาจสงครามแสดงออกมาทำให้เขารับรู้ว่าในไม่มีสิ้นสุด มีเพียงฉาวเชี่ยวเต้าและหยางอี้เทียนเท่านั้นที่สามารถเอาตัวรอดจากปีศาจสงครามได้

นอกจากพวกเขาแล้ว ไม่มีของนักรบในทะเลกว้างใหญ่คนได้สามารถรอดชีวิตได้

" ฉื่อหยาน "

หยินหุ้ยลังเลเล็กน้อย  เสียงของเขาแหบแห้ง  เขาฝืนยิ้มแล้วพูด่า   " หุ่นเหล็กสีดำนี่ออกมาจากสุสานมังกรยอดโบราณใช่หรือไม่ ? เจ้าใช่วิธีใดกันจึงนำสิ่งที่น่าหวาดกลัวเช่นนี้ออกมาจากสุสานได้ ใช่ ข้ารู้ว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัว แต่สุสานที่เก่าแก่แห่งนี้เป็นของชนเผ่าทะเล มันเป็นเขตหวงห้าม และเจ้าก็เป็นมนุษย์ เจ้าทำได้อย่างไรกัน ?

" มันคือโชคชะตา " ฉื่อหยานขดริมฝีปากของเขา เขายกศีรษะของเขามองดูพื้นผิวทะเลแล้วขมวดคิ้วเข้าหากัน .

หยินหุ้ยยืนอยู่ต่อหน้าเขา ก็ยังแปลกใจ . มีคนกำลังมา .

น้ำทะเลโดยรอบถูกก็ไหลอย่างรวดเร็ว คลื่นใต้ทะเลกำลังพล่านเหมือนมีใครบางคนกำลังท่องคลื่นมาที่นี่ ด้วยความเร็ว มันรวดเร็วมากจนน้ำทะเลต้านแรงเสียดทานไม่ไหวจนยกตัวสูงขึ้น ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

ร่างสง่าก็ปรากฏข้างหยินหุ้ย

นู่หลาง ประมุขของเผ่ามังกรสมุทรดำ .

เขาได้ใช้พลังของนภาที่สามระดับพระเจ้ามุ่งมาที่นี่ด้วยความเร็ซสูงสุด เขาใช้เวลาเพียงหลายนาทีก็สามารถมาถึงยังสุสานแห่งนี้ได้

ใบหน้าของนู่หลางก็กลายเป็นมืดมน เขาขมวดคิ้วในขณะที่สังเกตสถานการณ์ แล้วเลื่อนสายตาไปยังปีศาจสงครามด้วยสายตาแปลกๆ

ครึ่งนาทีต่อมา นู่หลางค์ก็สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดกับหยินหุ้ย " นักรบระดับพระเจ้าถูกฆ่าที่นี่ใช่หรือไม่ ?"  เขาจ้องมองหุ่นเหล็กสีดำ

" ถูกต้อง " หยินหุ้ยตอบ ด้วยสีหน้าจริงจัง เขาพยักหน้า " มันเป็นเพราะ เจ้าหุ่นเหล็กดำนั่น เขาเป็นนำออกมาจากสุสานมังกรยอดโบราณ "

ของนู่หลาง ตระหง่าน ร่างกายมันสั่นไหว เทพแสงยิงออกมาจากดวงตาของเขา ตามที่เขาจัดฉื่อหยาน

ฉื่อหยานยิ้ม ก้มลงไปทักทายเขา แล้วพูดอย่างมีมารยาท "  ,คารวะประมุขนู่หลาง ฮ่าๆ ข้าไม่คิดว่าเราจะได้พบกันอีกเร็วขนาดนี้ "

" สุสานมังกรยอดโบราณเป็นพื้นที่ต้องห้ามมาเนิ่นนาน หลายปีได้ผ่านพ้นไป นักรบที่แข็งแกร่งมากมายได้ตกตายที่นั่น ไม่มีใครโชคดีพอที่จะกลับมาอย่างมีชีวิตอยู่ " นู่หลางดวงตาทั้งสองก็ส่องประกาย " แล้สทำไมเจ้าถึงสามารถรอดจากที่นั่นและนำสิ่งนั้น สิ่งที่น่าหวาดกลัวเช่นหุ่นเหล็กสีดำนั่น ออกมาได้กัน ?"

" ข้าเพียงโชคดี "  ฉื่อหยาน สีหน้าจริงจัง " สุสานมังกรยอดโบราณและข้ามีความสัมพันธ์กันตั้งแต่ยุคสมัยโบราณ มันเป็นโชคชะตาของข้าที่จะต้องเข้าไปที่แห่งนี้และนำหุ่นเหล็กสีดำออกมา  ทั้งหมดล้วนแต่เป็นโชคชะตาของข้า "

นู่หลาง ก็แปลกใจ หยินหุ้ยก็ส่ายหัวในขณะที่ฝืนยิ้ม เขาทั้งชื่นชมและอิจฉาฉื่อหยาน

นู่หลาง รำพึงสักพักแล้วถอนหายใจ " . มันเป็นโชคชะตางั้นรึ ? สุสานมังกรยอดโบราณได้ฝังบรรพบุรุษของข้ามานักต่อนัก แต่ตอนนี้ปริศนาของมันกลับถูกทำลายโดยมนุษย์ บางที เจ้าคงจะมีความสัมพันธุ์กับชนเผ่าทะเลใช่หรือไม่ ? "

ฉื่อหยาน ก็ประหลาดใจ เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลย เขาลังเล แล้วส่ายหัว " ข้าก็ไม่แน่ใจ อย่างไรก็ตาม , สุสานมังกรยอดโบราณนี้มีอยู่มาตั้งแต่ยุคสมัยโบราณ ข้าไม่สามารถบอกรายละเอียด ข้าพูดได้เพียง ว่าข้าโชคดีเท่านั้น "

นู่หลาง และหยินหุ้ยก็ขมวดคิ้วอย่างจริงจัง พิจารณาความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของเขา

ต่อมา นู่หลางแหงนหน้ามองขึ้นไปบนผิวน้ำ ดวงตาของเขา หลี่ลง . ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่ข้าคนเดียวที่รับรู้เหตุการณ์แปลกๆที่นี่ คาดไม่ถึงเลยว่านักรบที่แข็งแกร่งทั้งสองของพื้นทมี่ทะเลสวรรค์จะมาที่นี่ด้วย   "

น้ำทะเลถูกแยกออก เป็นสองร่างพุ่งลงมาจากด้านบนที่จะร่าง

ราชีนีนภา จักรพรรดิโลก ชิงหมิง กูเสียว พานโจว และฉาวจื่อหลานที่กำลังหลบหนีด้วยความกลัวก่อนหน้านีี้ก็อยู่ด้านหลังพวกเขา   อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่กล้าที่จะก้าวไปข้างหน้า และสังเกตสถานการณ์อยู่ด้านหลังคนที่งสอง

" หยางอี้เทียน เซี่ยชิงโหว ! "

หยินหุ้ยก็จ้องมองแล้วอุทานออกมาด้วยความตกใจ .

ฉื่อหยาดวงตาก็ส่องประกายเขาแหงนหน้ามองขึ้นไป

ชายวัยกลางคนรูปงามเป็นธรรมชาติ สูงศักดฺ์ ก็พุ่งลงมาอย่างเงียบๆสวมชุดสีม่วงที่มีขนสีม่วงพร้อมกับใบหน้าของเขาที่ยิ้มบางๆ

ห้องโถงหลักของพระราชวังจิตวิญญานต่อสู้ หยางอี้เทียน ที่มีประมุขอีกคนของทะเลไม่มีสิ้นสุดอยู่ที่นั่น

ชายสูงอายุสวมเสื้อผ้าป่านและรองเท้าฟางก็ตามเขาไป ผู้ชายคนนั้นดูชราและมีใบหน้าเหี่ยวย่น แต่เขามีกลินอานที่ลึกล้ำ เขาเป็นประมุขคนเก่าของตระกูลเซี่ย เซี่ยซิงโหว

สองนักรบที่โดดเด่นที่สุดของ ของพื้นที่ทะเลสวรรค์ก็ปรากฏที่ใต้พื้นผิวทะเล หลังจากที่พวกเขามาถึง พวกเขาทั้งหมดก็มองไปที่นู่หลางด้วยดวงตาประหลาดใจ ดูเหมือนพวกเขาจะคิดว่านู่หลางจะเป็นคนริเริ่มสิ่งพวกนี้

" ไม่ใช่ข้า " นู่หลาง สูดลมหายใจเข้าอย่างเงียบๆแล้วขยับสายตาไปมองที่ฉื่อหยาน

หยางอี้เทียน เซี่ยชิงโหวดวงตาก็หันตาม . จากนั้นพวกเขาก็มองไปที่ฉื่อหยานด้วยความประหลาดใจ

หยางอี้เทียนจ้องมองสักพัก แล้วรอยยิ้มบนหน้าก็หายไป เขาหลับตาลงเพื่อสัมผัสบางอย่างแล้วตะโกนออกมา " ใครเป็นคนฆ่า เสินตู่เจียและจงหลี่ต้วน ! "

" ข้า " ฉื่อหยานงอร่างกายของเขาเล็กน้อย ยิ้มและกุมมือ " . ข้า ผู้เยาว์ ฉื่อหยาน ,คำนับประมุขอย่าง "

เขาหยุดไปสักพัก แล้วยังคงรอยยิ้มของเขามองเซียชิงฮัว . ลักษณะของเขาแสดงออกอย่างจริงใจมากขึ้น " ในที่สุดเราก็ได้พบกัน ท่านปู่เซี่ย”

ใบหน้าของเซี่ยซิงโหวก็ฉีกยิ้ม ทัศนคติของเขาอ่อนโยนลง เขาเดินไปหาฉื่อหยาน , ดวยดวงตาที่ส่องประกาย " เจ้าคือฉื่อหยานรึ ?

" ครับ " .

" ดีมาก ! เด็กดี ! ดียิ่งนัก ! "

เซี่ยชิงหัวก็พูด ' ดี ' ถึงสามครั้งติดต่อกัน จากนั้นเขาก็ปรากฏตัวขึ้นข้างๆ ฉื่อหยาน ยืนอยู่ตรงข้ามกับหยางอี้เทียน

ตระกูลเซี่ยและตระกูลหยางนั้นมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเสมอมา เซี่ยวชิงหัวและจักพรรดิหยางเทียนนั้นเป็นสหายสนิทกันมานานนับ ร้อยปี เขาก็รู้จักฉื่อหยานและความสัมพันธ์ของเขากับเซี่ยซินหยานจากรุ่นเยาส์ของตระกูลเซี่ย .

หลังจากที่เขากลับมา เขาก็ให้ความสนใจกับฉื่อหยานเป็นอย่างมาก เขารู้ดีว่าในปีที่ผ่านมาฉื่อหยานได้ทำอะไรบ้างในทะเลไม่มีสิ้นสุด

ในสายตาของเขา ฉื่อหยาน นั้นเป็นคนของตระกูลเซีย เขาเป็นคู่หมั้นของเซี่ยซินหยาน . . . . แม้แต่เหตุผลที่เขาสามารถกู้ฟื้นคืนกลับมาได้อย่างรวดเร็วนั้นก็เป็นเพราะฉื่อหยาน แน่นอน ว่าเขาจะต้องอยู่ข้างฉื่อหยาน

" ประมุขน้อยหยาง " เซี่ยวชิงหัวยิ้ม สีหน้าใคร่ครวญ " ดูเหมือนว่าพวกเจ้าได้ส่งคนไปฆ่า ฉื่อหยาน แต่เจ้ากลับไม่โชคดีเลยใช่หรือไม่ ใช่สิ อย่างแรกข้าขอบอกก่อนนะว่า ไม่ว่ายังไง ข้าก็อยู่ฝ่ายเดียวกับ ฉื่อหยาน ถ้าเจ้าต้องการที่จะจัดการกับเขา ข้าจะไม่ทำเพียงยืนมองแน่นอน "

" ประมุข " ฉื่อหยานขดริมฝีปากของเขา” ยกโทษให้กับคำพูดหยิ่งของจากผู้เยาว์เช่นข้าด้วย แต่หากท่านต้องการจะฆ่าข้า มันก็คงจะเป็นเรื่องยากเล็กน้อย

แล้วความคิดของเขาริบหรี่ลง เขาส่งข้อความไปยังปีศาจสงคราม

ปีศาจสงครามยังคงปกปิดกลิ่นอา หลังจากได้รับขข้อความของฉื่อหยาน มันก็เริ่มเคลื่อนไหวไปที่หยางอี้เทียน

จิตสังหาร กลิ่นอายทำลายล้างไม่มีสิ้นสุดก็ทะลักออกมาจากปีศาจสงคราม ทันทีก็ครอบคลุมดินแดนทั้งหมดของเผ่าฉลามเงิน

ใบหน้าของหยางอี้เทียนก็เปลี่ยนไปอย่างมาก

นู่หลสงขมวดคิ้ว .

เซี่ยวชิงหัวดวงตาก็ส่องประกาย

สามวีรบุรุษที่แข็งแกร่งทั้งบนดินและใต้ทะเลก็ มีสีหน้าที่แตกต่างกัน

" ข้าไม่เข้าใจว่า ทำไมพวกท่านถึงต้องการที่จะสู้กับข้านัก เพราะเองก็เป็นนักรบของทะเลไม่มีสิ้นสุดเหมือนกัน . " ใบหน้าของฉื่อหยานก็มืดมน” เมื่อข้าอยู่ที่ทะเลเหิงลั่ว เผ่าก็ได้ต่อสู้กับข้าเพื่อที่จะฆ่าข้า แต่ทำไมพวกท่านถึงอยากข้าฆ่ากัน? มันเกิดขึ้นซ้ำๆหลายครั้ง ทัศนคติของพวกท่านคืออะไร หากข้าไม่ตายพวกท่านก็อยู่ไม่ได้งั้นรึ ? ประมุขหยาง , ท่านอธิบายเหตุผลให้ข้าฟังได้หรือไม่ ?

" คนที่ต้องการฆ่าเจ้า มีทั้ง กู่ฉาว ตงฟางเจี่ย และชิงหมิง " หยางอี้เทียนสูดลมหายใจเข้าพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา " ข้าแค่ดูเฉยๆ แต่ดูเหมือนว่าเจ้าจะมีศักยภาพที่ไม่อาจคาดเดาได้ ข้าไม่ได้เห็นเจ้าอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้มันต่างกัน เจ้าได้ฆ่าเสินตู่เจียและจงหลี่ต้วน แม้ว่าข้าจะเป็นคนง่ายๆ ข้าก็ไม่ปล่อยเจ้าไปแน่ !"

จากนั้น ประกายแสงก็ส่องออกมาจากดวงตาของหยางอี้เทียน กระแสไฟฟ้าหบอมรวมกัน อย่างรวดเร็วมันก็กลายเป็นลำแสงพุ่งไปที่ฉื่อหยาน

" แสงนิพพานเจ็ดสี ! " เซี่ยชิงหัวdHตะโกนแล้วพูดอย่างเย็นชา " หยางอี้เทียน เจ้าช่างกล้านัก !"

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1394 แล้วนะคะ มี 30 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 472 กลุ่มคนที่แข็งแกร่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว