เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 470 ออกมาแล้ว !

บทที่ 470 ออกมาแล้ว !

บทที่ 470 ออกมาแล้ว !


บทที่ 470 ออกมาแล้ว !

ด้านนอกสุสานมังกร นักรบระดับพระเจ้าหกครั้ง  รวมทั้งเสินตู่เจีย ชิงหมิง และฉาวจื่อหลาน พานโจว ,ก้างหลันและจงหลี่ต้วน , กำลังบางอย่างอยู๋เงียบๆ

หยินหุ้ยยืนอยู่ห่างจากพวกเขาสิบคน เขายืนมองอย่างเย็นชา และไม่แสดงร่องรอยของความกลัว

สถานที่นี้คือใต้ทะเล , ดินแดนของเผ่าฉลามเงิน และ หยินหุ้ยก็มีระดับการบ่มเพาะที่นภาที่สองระดับพระเจ้าซึ่งสูงกว่าพวกเขา ถ้าเขาต้องการจะหนี แม้แต่กลุ่มของเสิ่นตู่เจี่ยทั้งหกคนก็ไม่สามารถหยุดเขาได้

เนื่องจากระดับการบ่มเพาะของเขาสูงกว่า หยิหุ้นจึงผ่อนคลายและ เฝ้ามองกลุ่มนักรบ

" เด็กนั่นเข้าไปในสุสานมังกร  บางที เราอาจจะไม่ต้อง . . . . . . . " เสินตู่เจีย มองอย่างเย็นชาไปทางสุสาน . หลายปีที่ผ่านมา นักรบชนเผ่าทะเลมากมายได้บุกเข้าไปยังสถานที่แห่งนี้ แต่ไม่มีใครมีชีวิตรอดออกมาเลย ถึงแม้เด็กนั่นจะโชคดีเป็นอย่างมาก ข้าไม่คิดว่าเขาไม่สามารถรอดออกมาได้

จงหลี่ต้วนพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

ในฐานะที่เป็นคนจากพื้นที่ทะเลสวรรค์ สองคนนี้เคยได้ยินเรื่องที่น่ากลัวของสุสานมามังกรยอดโบราณลึกลับมาบ้าง พวกเขารู้ข่าวลือเกี่ยวกับ พื้นที่แห่งนี้ดี พวกเขาคิดว่าฉื่อหยานคงไม่สามารถรอดชีวิตกลับมาได้แน่นอน

" ถ้าเป็นคนอื่น เราก็คงไม่กังวล " ฉาวจื่อหลาน ขมวดคิ้วเข้าหากัน พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม " แต่ นี่คือแฉื่อหยาน ข้ารู้จักเขามาหลายปี และเขาได้ทำให้ผู้คนแปลกประหลาดใจมามากมาย เขามีบางสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่น ถ้าไม่เช่นนั้น เขาคงไม่ก้าวหน้าเร็วเช่นนี้ ข้าคิดว่าเขาสามารถรับมือกับมันได้ "

" ข้าเองก็คิดว่าเขาจะต้องมีชีวิตกลับมาแน่ . " พานโจวยิ้มอย่างขมขื่น " ไม่รู้ว่าทำไม แต่ข้ารู้สึกเสมอว่าฉื่อหยาน แตกต่างจากคนอื่น ๆ สิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้ ฉื่อหยานมักจะทำเสมอ . "

" เจ้าสองคนเป็นนักรบรุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดในทะเลไม่มีสิ้นสุด พวกเจ้ากลัวฉื่อหยานมากขนาดนั้นเลยรึ ?  ข้าคิดว่าพวกเจ้าสองคนตาบอดแล้วที่ชื่นชมเจ้านั่น ! "จงหลี่ต้วนก็สูดหายใจเข้าและพูดด้วยสีหน้าบึ้งตรึง " . ถ้าเข้าแข็งแกร่งจริง เขาก็คงจะยิ่งใหญ่กว่าสารประมุขของชนเผ่าทะเลสิ ? จริงๆข้าไม่ได้รู้ว่าเขามีพลังพิเศษอะไรที่เขาจะรอดและกลับมาจากสุสานนี่ได้”

" ถ้าเขาไม่มั่นใจ เขาจะไม่เข้าไปที่นั่นแน่นอน . " ฉาวจื่อหลานมองเขาอย่างรวดเร็วและพูดด้วยใบหน้าและน้ำเสียงที่แข็งก้าว“ยกโทษให้ข้าด้วยหากข้าพูดอะไรไม่ถูกใจ แต่ฉื่อหยานนั้นมีวิชาที่อันตรายจนเจ้าคิดไม่ถึงเชียวหละ เจ้าเป็นนักรบที่อยู่ลำดับต้นๆของรายชื่อนักรบที่แข็งแกร่ง  และเป็นนักรบหนุ่มที่โดดเด่นที่สุดของทะเลไม่มีที่สิ้นสุด แต่ตัวตนของฉื่อหยานทำให้เจ้าเสียชื่อเสียง ไม่ว่าเจ้าจะยอมรับหรือไม่ เขาก็แข็งแกร่งกว่าเจ้า” จงหลี่ต้วนสีหน้าก็มืดมน . แสงประกายในดวงตาของเขาที่เขาไม่ยอมรับคำพูดว่านาง

" ข้ายอมรับว่าข้าดูถูกเจ้า " ฉาวจื่อหลาน " ยังคงเสียก็คงไม่แตกต่างกัน  ข้าเองก็ไม่ได้อยากดูถูกเจ้า แต่ข้าขอบอกตรงๆเลยว่าเจ้า จงหลี่ต้วน นั้นนับได้ว่าอ่อนแอมากเมื่อเทียบกับฉื่อหยาน ! จงหลี่ต้วน ถ้าเจ้ามีความสามารถจริง ทำไมเจ้าต้องให้ผู้อาวุโสมาสู้กับฉื่อหยานด้วย ? ข้าคิดว่า ถ้าฉื่อหยานต้องการฆ่าเจ้า เพียงแค่วินาทีเดียวเจ้าก็ตายแล้ว  "

จงหลี่ต้วนดวงตาก็เย็นชา ใบหน้าของเขาเริ่มดุร้ายและเป็นอันตรายมากขึ้น

" เอาล่ะ " เสินตู่เจีย ขมวดคิ้ว“ฉื่อหยานนั้นนับได้ว่าอันตรายจริงๆ ไม่อย่างนั้น เราคงไม่ต้องรวบรวมคนมามากมายเพื่อจับเขาแน่ ยังไงก็ตาม อย่าได้ท้อใจไป . ไม่ว่าเขาจะแข็งแกร่งเพียงใด ครั้งนี้เขาจะต้องตายแน่นอน หลายปีมาแล้วที่ทะเลกว้างใหญ่ไม่มีดวงดาวที่โดดเด่น แต่หลายคนที่ปรากฏตัวก็มักจะถูกกำจัดก่อนที่จะได้เติบโต ฉื่อหยานเองก็จะเป็นไปตามนั้น”

" ข้าก็หวังให้เป็นเช่นนั้น " ฉาวจื่อหลาน ส่ายหน้าแล้วถอนหายใจเล็กน้อย หัวใจที่เต็มไปด้วยความเสียใจ

สิ่งที่ทำให้นางเสียใจที่สุดคือวิสัยทัศน์ที่คับแคบของนาง ถ้านางเชื่อ ฉื่อหยานและผูกมัดตระกูลฉาวเข้ากับฉื่อหยาน สถานการณ์ปัจจุบันคงจะแตกต่างจากตอนนี้

นางภูมิใจที่เป็นคนที่โดดเด่นที่สุดของตระกูล . . นางมีความภาคภูมิใจ แต่ความภาคภูมิใจกลับถูกฉีกขาดออกจากกัน หลังจากที่นางได้รู้จักฉื่อหยาน

การมีตัวตรของฉื่อหยานได้เตือนให้นางว่ารู้ว่ายังมีใครอีกหลานคนที่แข็งแกร่งกว่านางในด้านอื่นๆ นั่นทำนางไม่พอใจ และบางทีนางก็ไม่อยากจะยอมรับมัน ดังนั้น หลังจากนางได้รู้จักเกี่ยวกับชนเผ่าอื่น และความเสื่อมโทรมของตระกูลหยาง นางก็ตัดสินใจที่จะทิ้งฉื่อหยานและหันหลังให้กับตระกูลหยาง

มันกลับกลายเป็นว่านางตัดสินใจผิด

คนเหล่านี้ยังคงรอซุ่มโจมตีอยู่ด้านนอก สุสานมังกร

5 วันผ่านไป ไวเหมือนโกหก

พลังที่วุ่นวายภายในสุสานก็ได้หายไปอย่างสมบูรณ์ พลังที่นักรบระดับพระเจ้าต่างก็หวาดกลัวเปลี่ยนไปจนทำให้พวกเขาตกใจ

โดยเฉพาะหยินหุ้ย

เขาได้เห็นกับตาว่า สองวันหลังจากที่ฉื่อหยานได้เข้าไปยังสถานที่แห่งนี้ , พลังแปลกประหลาดที่ชั่วร้ายอยู่มานับร้อยปีภายในสุสานได้เปลี่ยนไป  เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ พวกมันทั้งหมดก็หายไป

ปรากฏการณ์นี้ไม่เคยเกิดมาก่อน

เขาได้อาศัยอยู่ที่นี่มาเวลาหลายปีที่ใต้ทะเล แต่เขาไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับปรากฏการณ์ประหลาดนี้จากสุสานมังกรยอดโบราณลึกลับนี่เลย เห็นได้ชัดว่า มันต้องเกี่ยวข้องกับฉื่อหยานแน่นอน

อย่างช้าๆดวงตาของเขาค่อยๆส่องประกาย

ตอนแรกเขาก็ไม่ได้คาดหวังอะไร แต่ตอนนี้ เมื่อมีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นภายในสุสาน ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนับพันปี บางที ฉื่อหยานอาจจะมีชีวิตรอดกลับมาจริงๆก็เป็นได้

อีกวันก็ผ่านพ้นไป

กระแสอากาศมืดมนที่ลอยอบอวลอยู่ในน้ำอย่างรวดเร็วก็กลายเป็นแหว่งและจางลง พลังแปลกประหลาดลอยออกมาจากรอยแหว่งนั้น

เพียงพริบตาเดียว รอยแหว่งหลายพันจุดก็ปรากฏ แล้วอากาศที่มืดมนก็ค่อยๆรวมตัวกันกลายเป็นก้อนยักษ์บวมเป่ง อย่างไรก็ตาม มันก็หายไปในอากาศ ราวกับว่ามีสิ่งมีชีวิตบางอย่างกลืนกินมันเข้าไป

สักพักต่อมา เงาก็โผล่ออกมาจากสุสาน ค่อยๆ ลอยมายังทิศทางนี้ ด้านหลังเขามีหุ่นสีดำสูงสามเมตรเดินตามมา

หุ่นยักษ์ที่หนีกอึ้งเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคลว จนเกิดเป็นภาพหลอนติดตา

หนึ่งคน และหนึ่ง หุ่นเหล็กสีดำลอบตรงมายังเหล่าคนที่อยู่หน้าสุสาน

หยินหุ้ย ดวงตาก็เปล่งประกาย

นักรบระดับวิญญานหกคนก็สวมใบหน้าเย็ฯชา ดวงตาของพวกเขาส่องประกายออกมา เมื่อมองไปที่ฉื่อหยาน

" เขากลับมาแล้ว . . . . . . . " หยินหุ้ยพึมพำด้วยการแสดงออกที่ซับซ้อน . เขาอึ้งสักพักก่อนที่จะขยับไปมองกลุ่มของเสิ่นตู่เจียทั้งหกคน เขาทำหน้ามุ่ยพิจารณาวิธีการจัดการกับการต่อสู้ครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น

"คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะออกมาจากสุสานมังกรยอดโบราณลึกลับได้ " ใบหน้าของจงหลี่ต้วนก็มืดมน . ดวงตาของเขาคมเหมือนกับดาบขณะที่กำลังยิ้มเยาะขึ้นมา " แต่สุดท้ายก็ต้องตายอยู่ดี "

ชายหนุ่มเดินไป  ไม่คิดที่จะหลบเลี่ยงใคร เขาเดินมาที่ด้านหน้าของพวกเขาและจากนั้นขดริมฝีปากของเขา“นี่ช่างเป็นรูปแบบที่ยิ่งใหญ่นัก”

" อืม เพียงไม่ถึงสิบวันเจ้าก็ออกมาจากสุสานมังกรยอดโบราณได้แล้วรึ ? " หยินหุ้ยฝืนยิ้ม " ข้ายอมรับเลยว่าข้าดูถูกเจ่าเกินไป แต่ข้าก็ไม่คิดว่าเจ้าจะทำในสิ่งที่เราชนเผ่าทะเลทำไม่ได้ ฉื่อหยาน ข้าเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่าเจ้านั้นมีศักดยภาพไม่มีสิ้นสุดจริงๆ "

ฉื่อหยานยิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไร

" ใช่ แล้วข้าก็ไม่คิดว่าเจ้าจะอยู่อย่างมั่นคงได้ภายใต้แรงกดดันของนักรบระดับพระเจ้าทั้งหกเช่นนี้ " หน้าหยินหุ้ยเป็นเคร่งขรึม ทันใดนั้น ลำแสงสีขาวก้พุ่งยิงออกมาจากดวงตาของเขา เชื่อต่อไปยังวิญญานของฉื่อหยาน , ข้อความก็ถูกส่งไปยังฉื่อหยาน " ถ้าเจ้าต้องการความช่วยเหลือ เจ้าเพียงต้องพยักหน้ารับ และข้าจะพาเจ้าออกจากการล้อมของพวกเขาทั้งหก "

ระดับการบ่มเพาะของหยินหุ้ยนั้นสูงกว่ากลุ่มของเสิ่นตู่เจี้ย ข้อความนี้ถูกส่งโดยวิญญาณของเขา ติดต่อกับวิญญานฉื่อหยานโดยตรง ทำให้คนอื่นๆไม่ได้ยิน

ภายใต้ดวงตาที่ส่องประกายของหยินหุ้ย  ฉื่อหยาก็ยิ้มแล้วส่ายหัว แสดงว่าเขาไม่ต้องการความช่วยเหลือ . . . หยินหุ้ยก็แปลกใจทั้งสงสัย  เขาไม่รู้ว่าทำไมฉื่อหยานถึงมีความมั่นใจและปฏิเสธเขาเช่นนั้น

เด็กคนนี้มีวิธีการหลบหนีแล้วงั้นรึ ?

หยินหุ้ยคิดต่างๆมากมาย  เขาอยู่ข้างๆเพื่อสังเกตสิ่งมหัศจรรย์ที่ฉื่อหยานจะทำ เขาไม่กล้าคิดว่า ฉื่อหยาน จะสามารถฆ่านักรบระดับพระเจ้าทั้งหกคนได้

ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงนภาแรกระดับพระเจ้า แต่ ถ้าหกของพวกเขาเข้าร่วมมือ แม้แต่หยินหุ้ยก็ยากที่จะเอาชนะ

" เสินตู่เจีย , จั่วเยว่เฟิง กู่ฉาว ชิงหมิง ราชินีนภา และกษัตริย์ปฐพี . . . . . . . " ฉื่อหยานมองพวกเขาและตะโกนเรียกชื่อของพวกเขา เขาพยักหน้าและยิ้ม " คนที่สมควรมา ก็มาแล้วดูเหมือนพวกเจ้าจะรีบร้อนอยากฆ่าข้ากันเสียจริง   ไม่เลว . . . ไม่เลวเลย มันช่วยประหยัดเวลาของข้าดี "

" ฉื่อหยาน " ดวงตาคู่สวยของฉาวจื่อหลาน ก็เศร้า นางพูดด้วยเสียงนุ่ม " ถ้าเจ้ายอมแพ้อย่างเต็มใจและทำลายการบ่มเพาะของตนเอง ข้า . . . ข้าสามารถช่วยชีวิตเจ้าได้ "

" แม่นางฉาว ! "

ชิงหมิง เสินตู่เจี้ย กู่ฉาวและจางหลี่ต้วนก็ตะโกนออกมา สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยน " . สิ่งที่เดียวที่เขาจะได้รับคือความตาย  ไม่มีทางที่เขาจะรอดจากความตายได้ ข้าคิดว่าเราคุยเรื่องนี้กันอย่างชัดเจนแล้วนะ "

ฉาวจื่อหลาน ขมวดคิ้ว " . เราจะฆ่าเขาจริงๆหรือ ? ถ้าเขาไม่ได้เป็นภัยต่อเรา เราก็ควรไว้ชีวิตเขา . "

" เจ้าอย่าได้พูดอีก ! เสียงของเสินตู่เจียก็แข็งก้าว“เค้าจะต้องตาย ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ได้ !”

กลุ่มของชิงหมิงก็พยักหน้าอย่างจริงจัง

ฉาวจื่อหลาน ถอนหายใจขมวดคิ้ว และปิดปาก

"ฮ่าฮ่า . . . . . . . ดูเหมือนพวกเจ้าจะมั่นใจเสียจริงว่าจะฆ่าข้าได้ เอ๋ ? "ปากฉื่อหยานก็ฉีกยิ้ม. ดูเหมือนเขาไม่ได้ร้อนรนใดๆ " มีเพียงนักรบระดับพระเจ้าหกคน ช่างมั่นใจกันเสียจริง พวกเจ้าคิดว่าจะฆ่าข้าได้จริงๆงั้นรึ  ? "

" เจ้าคงจะประหลาดใจหละสิ ?" จงหลี่ต้วนยิ้มเย้ยหยัน

" ข้าว่า . . . . . . . ก็คงเป็นเช่นนั้น " ฉื่อหยานยิ้ม“ข้าประหลาดใจจริงๆ . . . . . . . บางที สุดท้าย คนที่จะต้องร้องขอชีวิตอาจจะเป็นพวกเจ้า หาใช่ข้าไม่ !”

ดวงตาที่มืดมนและเย็นชาของเขาก็จ้องมองจงหลี่ต้วนราวกับเป็นดาบน้ำแข็งที่มีจิตสังหารซึมซ่านออกมา

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1394 แล้วนะคะ มี 30 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 470 ออกมาแล้ว !

คัดลอกลิงก์แล้ว