เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 467 อำนาจที่เหลือล้น

บทที่ 467 อำนาจที่เหลือล้น

บทที่ 467 อำนาจที่เหลือล้น


บทที่ 467 อำนาจที่เหลือล้น

หลังจากการต่อสู้ ฉื่อหยานก็ได้เข้าสู่นภาที่สองระดับนภา

ผ่านการต่อสู้กับจั่วเยว่เฟิงและเสินตู่เจี่ย เขาก็มีความมั่นใจเพิ่มขึ้น เขารู้ว่าแม้แต่นักรบนภาที่สองระดับพระเจ้าก็ไม่สามารถฆ่าเขาได้ ดังนั้น เมื่อเขาอยู่กับหยินหุ้ย เขาก็ไม่จำเป็นต้องกลัวอีกต่อไป หยินหุ้ยนับได้ว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่เหมาะสมกับฉื่อหยาน ซึ่งอาจจะทำให้เขาพัฒนาระดับสูงขึ้นไปอีก

ดังนั้น เมื่อเขาได้พูด กับหยินหุ้ย เขาไม่จำเป็นต้องกังวล เขาจะพูดอะไรก็ได้ที่เขาต้องการ โดยไม่ต้องกังวลว่าเขาจะทำให้หยินหุ้ยไม่พอใจ

เหตุผลที่เขาเลือกต่อสู้ที่ด้านหน้าของป้อมปรากรหินเงิน ก็เพื่อแสดงความสามารถของเขาให้เหล่าชนเผ่าทะเลเห็น นี้จะทำให้คนเหล่านั้นตระหนักถึงความสามารถที่แท้จริงของเขา ที่อาจจะช่วยให้เขาตอบโต้นักรบที่แข็งแกร่งจากชนเผ่าอื่นๆ ให้พวกเขารู้ว่า เขานั้นสามารถเอาชนะได้

เผ่าหยางตอนนี้แตกต่างจากที่ผ่านมา ตอนนี้สถานการณ์ของพวกเขาไม่มั่นคง เขาต้องการที่จะพิสูจน์ว่าเขาแข็งแรงพอที่จะขู่เผ่าทะเล เขาต้องการที่จะทำให้พวกเขาตระหนักว่า แม้จักพรรดิหยางเทียนจะไม่อยู่ แต่ตราบใดที่ ฉื่อหยาน ยังอยู่ที่นี่ เผ่าหยางก็ยังสามารถอยู่ในเมืองใต้บาดาลอย่างสงบสุข

เขาต้องการทำให้ชนทะเลเผ่าที่ไม่ซื่อสัตย์เห็นพลังของเขา เขาเชื่อว่า รายละเอียดของการต่อสู้นี้จะถูกกระจายไปทั่วทุกเผ่าใต้ทะเลแน่นอน ตอนนี้ หยางจั่ว ที่อยู่ในเมืองใต้บาดาลก็คงรู้ว่าเขากำลังจะไปยังสุสานมังกรยอดโบราณลึกลับ เขาอาจจะเบาได้ใจ

" จริงๆท่านไม่ต้องพาข้าไปเองก็ได้นะ "

ลอยอยู่ในน้ำ ฉื่อหยานก็จ้องมองหยินหุ้ยที่ลอยอยู่ข้างๆเขา เขาขมวดคิ้ว และกล่าวว่า " ท่านเป็นประมุขของเผ่า ท่านต้องมีธุรกิจมากมายที่ต้องดูแล ทำไมคุท่านถึงต้องเสียเวลาไปส่งข้าด้วยตัวเอง ? "

" ข้าเองก็ต้องการที่จะตรวจสอบสถานการณ์ในสุสานมังกรยอดโบราณลึกลับ  หยินหุ้ยพูด " ที่อยู่ของชนเผ่าฉลามเงินเราอยู่ระแวกนี้ ข้าเคยไปที่สุสานมังกร แต่ข้าไม่กล้าที่จะเข้ามาในพื้นที่แห่งนั้ ฮ่าฮ่า . . . . . . . มันยากที่จะหาคนที่ไม่กลัวตาย แน่นอน ว่าข้าก็ต้องการเห็นสิ่งที่เจ้าทำได้ด้วย . "

ฉื่อหยาน ก็แปลกใจ " ท่านเคยไปมาก่อนรึ ? ท่านไม่ได้พูดหลอกรึว่าใครที่เคยไปที่นั่นไม่มีรอดกลับมา ? "

หยินหุ้ยก็รู้สึกอับอาย "  ข้าบอกว่า ข้าสังเกตอยู่ห่างๆ ข้าไม่กล้าที่จะเข้าไปในสุสาน เจ้ากล้าล้อเลียนข้ารึ ? "

" ป่าว " ฉื่อหยานยิ้ม“แล้วมันอยู่ที่ไหนรึ ?”

" ข้ากำลังพาเจ้าไปที่นั่น มันไม่มีประโยชน์ที่จะตอบคำถามนั้น เจ้าจะได้เห็นด้วยตัวเองแล้วจะรู้ว่ามันจริงไม่จริง. " หน้าหยินหุ้ยก็เริ่มจริงจัง เขาลังเลอยู่สักพัก ก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง " ฉื่อหยาน , ข้าคิดว่าข้าควรจะเตือนเจ้า ถ้าเป็นไปได้ อย่าไปที่นั่น "

" เอ๋ ? "

" สุสานมังกรยอดโบราณลึกลับถูกคุ้มครองด้วยพลังบางอย่างของชนเผ่าทะเลเรา แม้แต่เราก็ไม่สามารถมีชีวิตรอดกลับไปมาได้หากเข้าไปยังพื้นที่แห่งนั้น อย่าว่าแต่เด็กน้อยเช่นเจ้าเลย " หยินหุ้ยพูดออกมาจากใจของเขา . " หนุ่มน้อย , ระดับการบ่มเพาะของเจ้านั้นโดดเด่น เห็นได้ชัดว่าต่อไปเจ้าจะอยู่บนจุดสูงสุดของทะเลไม่มีสิ้นสุด ทำไมเจ้าถึงต้องไปเสี่ยงชีวิตของตนด้วย ? "

" ถ้าข้าไม่เสี่ยง ข้าก็ไม่สามารถบรรลุระดับได้ถึงทุกวันนี้ . " ฉื่อหยานหัวเราะ " ที่ท่านสามารถเข้าสู่นภาที่สองระดับพระเจ้าได้ ข้าแน่ใจว่า ท่านต้องได้รับสถานการณ์ที่ร้ายแรงมาเช่นกัน ถ้าเราไม่มีความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความตาย เราจะสามารถทำลายขีดจำกัดของตนได้อย่างไร ?

" ช่างเถอะ มันก็ไม่เป็นไรถ้าเจ้าคิดจะไม่ฟังคำแนะนำของข้า" หยินหุ้ย แน่นอนว่าเข้าใจว่าคำพูดของเขาและไม่คิดว่ามันเป็นคำพูดที่ไร้สามรถ นักรบจะแข็งแกร่งขึ้นได้นั้นจะต้องรับรู้ขอบเขตความเข้าใจผ่านการต่อสู้ที่ร้ายแรง ถ้าพวกไม่เฉียดความตายพวกเขาจะไม่รู้ว่ามีสิ่งใดที่ต่างออกไปจากตอนที่พวกเขาใช้ชีวิตปกติ

" มันไม่ใช่ว่าข้าจะเจอกับอันตรายเหมือนคนอื่น เมื่อข้าเข้าไปสุสานมังกรยอดโบราณลึกลับเสียหน่อย " ฉื่อหยานหัวเราะ .

" อะไร ? "

" บอกมา เจ้าคิดว่าข้าโง่งั้นรึ ?

" ป่าวท่านไม่ได้โง่ . "

" ดี งั้นก็เชิญเจ้ามั่นใจต่อไป "

" เจ้าเคยไปหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬมาก่อนใช่ไหม ข้าได้ยินเจ้าพูดก่อนหน้านี้ แต่ข้าก็ได้ยินรายระเอียดไม่ชัดเจนนัก   มีอะไรข้างในหมอกแม่เหล็กพิษ ? เท่าที่ข้ารู้จัก มีสมบัติที่ยิ่งใหญ่อยู่ที่นั่น . . . . . . . เช่น วารีแรกเริ่มชีวิต ?

หน้าฉื่อหยานก็เปลี่ยนไปเป็นประหลาดใจ ดวงตาของเขาส่องประกาย

" ดูเหมือนว่าท่านจะรู้เรืองเกี่ยวกับหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬดีนะ ?

"ไม่ใช่ข้า  เป็นบรรพบุรุษเผ่าของข้าที่รู้อะไรเกี่ยวกับหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬ " หยินหุ้ย พิจารณาไตร่ตรองแล้วพูดอีกครั้ง " เผ่าฉลามเงินของเราอาศัยอยู่ใต้ทะละพื้นที่ทะเลสวรรค์ และทิศตะวันออกของพื้นที่ทะเลสวรรค์ก็คือหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬ ใช่ จุดศูนย์กลางของที่อยู่ชนเผ่าฉลามเงินเราอยู่ใกล้กับที่แห่งนั้น มีบรรพบุรุษของเผ่าขเราได้ไปยังที่แห่งนั้น แต่ที่สุดของพวกเขาได้สูญหายไป แต่พวกก็มีบางส่วนที่กลับมา พวกเขานั้นไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรเกี่ยวภายในพื้นที่แห่งนั้น มีเพียงประมุขของเราในตอนนั้นเท่านั้นที่ได้พบกับมนุษย์ในที่แห่งนั้น และด้วยเหตุนี้ เขาจึงรู้บางสิ่งบางอย่างที่ยิ่งใหญ่ในสถานที่แห่งนั้น."

" ท่านรู้หรือไม่ว่า วารีแรกเริ่มชีวิตทำอะไรได้ ?" ฉื่อหยาน ตะลึง

" มันช่วยให้นักรบนภาที่สามระดับพระเจ้ามีโอกาศสูงที่จะบรรลุเข้าสู่ระดับพระเจ้าแท้จริง ช่วยลดความเป็นไปได้ที่จะเกิดความล้มเหลวและความเสี่ยง " หยินหุ้ย ดวงตาสดใส เขาตะโกนว่า " ข้าคิดว่าไม่มีนักรบระดับพระเจ้าคนใดที่ได้ยินเรื่องของวารีแรกเริ่มชีวิตแล้วจะลืมได้ ถ้าเขาได้สิ่งนี้ ข้าคิดว่าตอนนี้นู่หลางคงจะแยกตัวออกไปฝึกบ่มเพาะและทะลวงเข้าสู่ระดับพระเจ้าแท้จริงโดยตรงแล้ว นู่หลางเองก็รู้เรื่องนี้ แต่เขาไม่กล้าที่จะฝันต่อไป .

ฉื่อหยานเคลื่อนไหว

" เจ้าบอกว่าเคยเข้าไปในหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬ . . . . . . . เจ้าเคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่ ? " หยินหุ้ย ดวงตาสดใสเหมือนไฟฉายเขายิ้มจนเห็นฟัน แล้วกล่าวว่า " ประมุขของเราตอนนั้นบอกเราว่าวารีแรกเริ่มชีวิตนั้นมีสัตว์อสูรระดับสูงเฝ้าอยู่ ถ้าข้าเดาไม่ผิด เจ้าสัตว์อสูรนั่นคงจะเป็นราชาแมลงอสูรกลืนกินใช่หรือไม่ ? "

ฉื่อหยานขมวดคิ้ว ในที่สุดเขาก็รู้เหตุผลที่หยินหุ้ยอยากพาเขาไปที่สุสานมังกรด้วยตัวเอง

เขาต้องการวารีแรกเริ่มชีวิต !

ถ้สนักรบในระดับพระเจ้า รู้เรื่องเกี่ยวกับวารีแรกเริ่มชีวิต ก็คงไม่มีใครห้ามความปรารถของตนเองได้

เผ่าฉลามเงินอาศัยอยู่ใกล้หมอกแม่เหล็กพิษ บรรพบุรุษของเผ่าฉลามหลายเงินได้เคยไปยังสถานที่แห่งนั้น พวกเขาต้องรู้เกี่ยวกับวารีแรกเริ่มชีวิต ฉื่อหยานกลับจากความหมอกแม่เหล็กพิษ และเขาก็นำราชาแมลงอสูรกลืนกินกลับมาด้วย

เมื่อเขาได้นำข้อมูลมาเชื่อมต่อกัน ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าหยินหุ้ยคิดอะไรอยู่ ?

" เมื่อข้าอยู่ในที่หมอกแม่เหล็กพิษทมิฬ ข้าเคยได้ยินเกี่ยวกับวารีแรกเริ่มชีวิตมาบ้าง อย่างไรก็ตาม ข่าวลือที่ข้ารู้จัก นั้นไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับราชาแมลงอสูรกลืนกิน " ฉื่อหยานสวมใบหน้าที่สงบ และพูดเบาๆ " เท่าที่ข้ากังรู้ ,ราชาแมลงอสูรเองก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับวารีแรกเริ่มชีวิตเช่นกัน ข้าคิดว่าท่านคิดมากเกินไปแล้ว ”

" ข้ารึ ? " หยินหุ้ยตอบกลับ ดวงตาของเขาลุกโชนเหมือนเปลวไฟ มองฉื่อหยาน " ฮ่าฮ่า . . . . . . . บางทีข้าอาจจะคิดมากไปเอง . ที่คิดว่าเจ้าได้วารีแรกเริ่มชีวิต ใช่ ถ้าเจ้าวารีแรกเริ่มชีวิต ก็ให้มันกับข้าแค่คนเดียวพอ ถึงแม้นู่หลางจะยินดีทำธุรกิจกับเจ้า แต่การให้วารีแรกเริ่มชีวิตแก่นู่หลางหยดนึงนั้นมีค่ายิ่งกว่าทะเลไม่มีสิ้นสุดเสียอีก "

ฉื่อหยานขมวดคิ้วเข้าหากัน ยิ้ม แต่ไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรเลย

" ถ้าข้าได้รับวารีแรกเริ่มชีวิจสักหยก ข้า หยินหุ้ยก็สามารถทำตามตัวเองได้”

" น่าเสียดายที่ข้าไม่มี เจ้าก็ไม่ควรคิดเกี่ยวกับมันมาก .

" เสียใจด้วย "

. . . . . . .

ในเมืิองใต้บาดาล

จากชนเผ่าทะเล หยางจั๋ว ได้รู้เกี่ยวกับการต่อสู้ครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นที่ป้อมปราการหินเงิน ในท่ี่สุด เขาก็สามารถยืนยันได้ว่า ฉื่อหยานต้องการไปที่สุสานมังกรยอดโบราณลึกลับ

" ท่านพ่อ ทำไมฉื่อหยานถึงทำให้จั่วเยว่เฟิงและเสินตู่เจียบาดเจ็บได้กัน ?และ เขายังทำให้พวกเขาหนีด้วยความยากลำบาก นี่มันเกิดขึ้นจริงๆรึ ?"   หยางมู่ถาม ด้วยความตื่นเต้น ใบหน้าของรุ่นเยาว์ตระกูลหยางก็กลายเป็นสีแดง ราวกับว่าพวกเขาเป็นคนต่อสู้ในเหตุการณ์นั้นเอง

" ถูกต้อง ชนเผ่าทะเลต่างก็พูดกันเช่นนั้น สมาชิกหลายคนของชนเผ่าที่ทะเลที่อยู่ป้อมปราการสีเงินได้เห็นการต่อสู้ในครั้งนั้น หลังจากนั้น ชนเผ่าทะเลจำนวนมากก็สนใจเขาและ . พวกเขาจะปฏิบัติต่อเราด้วยความเคารพยิ่ง"

" เจ้าเด็กฉื่อหยานคนนี้ช่างเหลือเชื่อยิ่งนัก ฮ่าฮ่า . . . . . . . ข้ารู้อยู่แล้วว่า เขาจะต้องไม่เชื่อฟังใครแน่ ท่านเห็นหรือไม่ เพียงไม่กี่วันเขาก็สามารถทำให้คนที่อยู่ป้อมปราการหินเงินเคารพได้ " หยางมู่หัวเราะ

" อย่าพึ่งมีความสุขไป ยังไงเสีย เขาก็ยังโง่เง่า ตอนนี้เขากำลังไปที่สุสานมังกรยอดโบราณลึกลับ "

" ข้าคิดว่าเขาน่าจะไม่เป็นไร " ดวงตาคู่สวยของหลี่เฟิงก็ส่องประกาย  “ไม่รู้ว่าทำไม แต่ข้าสัมผัสได้ถึงความสามารถในตัวเขา ถ้าใครไปสุสานมังกร ข้าแน่ใจว่าเขาจะตาย แต่ถ้าเป็นฉื่อหยาน ข้าคิดว่า จผลที่ออกมาจะแตกต่างกัน”

" ข้าก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน " หยางซู่หยิ้ม .

รุ่นเยาว์ของตระกูลหยางหลายคนต่างก็ไว้ใจฉื่อหยาน หลังจากที่พวกเขาได้สัมพัสกับความประหลาดใจมากมายที่ฉื่อหยานสร้างขึ้น

" พวกเจ้าช่างไม่รู้จักท้องฟ้าและพื้นดินที่กว้างใหญ่จริงๆ " หยางจั๋ว ฝืนยิ้ม

. . . . . . .

ภายใต้ทะเลของพื้นที่ทะเลสวรรค์ ภายในแนวปะการังหลากสีสัน . . . . . . .

คนสี่คนค่อยๆลงมาข้างๆ ด้วยสีหน้าจริงจัง

" ป้าเซียง " ฉาวจื่อหลานก็เรียก " ในที่สุดพวกท่านก็มา ."

หลังจากที่พวกเขาได้รับข่าวการต่อสู้ ชิงหมิง ราชินีนภา , กษัตรีย์ปฐพี แลกู่ฉาวทันทีพวกเขาก็จากการชุมนุมที่ทะเลไม่มีสิ้นสุดและมายังใต้ทะเลพร้อมกัน

" พวกเจ้าเองก็ได้รับบาดเจ็บจากเขางั้นรึ  ? " กู่ฉาวถามกลุ่มทั้งหกด้วยสีหน้าเย็นชา

" เขาอันตรายขนาดนั้นเชี่ยวรึ ?" กู่ฉาวมองเสินตู่เจี่ย  แล้ว ชิงหมิง ราชีนีนภา และกษัตริย์ปฐะีก็ขมวดคิ้ว "ถึงขนาดต้องให้พวกเราร่วมมือกันเลยหรือไง ? "

" ถ้าเราไม่กำจัดเขา ตอนนี้ ภายหลังเราไม่มีโอากาสแน่ " เสินตู่เจีย ส่ายหัวและถอนหายใจ " . เจ้านั่นการโจมตีทางวิญญานไม่สามารถทำอะไรได้ ปัจจุบันเขาอยู่ในระดับนภา แต่ข้าไม่รู้ว่าพลังจากภายนอกที่เขายืมนั้นจะอยู่อีกนานเท่าใด ด้วยพลังนี้ เขาราวกับอยู่ในนภาที่สองระดับพระเจ้า นอกจากนี้ เขายังมีสัตว์อสูรระดับ 8 และ สัตว์อสูรชั้นโลหะ พวกมันอันตรายเป็นอย่างมาก .

" เพียงแค่ปีเดียว เขากลับก้าวหน้าเพียงนี้เลยรึ ? " ราชีนีนภา ฟางเซียงหยุนก็ ฝืนยิ้ม ." เราไม่สามารถสู้กับเขาได้ในการต่อสู้ในปีนั้น ตอนนี้ เขากลับอันตรายมากขึ้น ตอนนี้คงไม่ง่ายดายแน่นอน . "

" ถ้ามันง่าย ข้าก็ไม่ต้องเรียกพวกท่านมาที่นี่หลอก " จั่วเยว่เฟิงถอนหายใจ

" แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนเดิม ด้วยการมีพวกท่านอีก 4คน เราจะต้องชนะแน่นอน " เสินตู่เจีย ใบหน้าของเขาก็มืดมนและเขาก็พูดอย่างรุนแรง " ครั้งนี้ มันต้องตาย ! "

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1394 แล้วนะคะ มี 30 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 467 อำนาจที่เหลือล้น

คัดลอกลิงก์แล้ว