เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 449 จักพรรดินีเผ่าเงือก

บทที่ 449 จักพรรดินีเผ่าเงือก

บทที่ 449 จักพรรดินีเผ่าเงือก


บทที่ 449 จักพรรดินีเผ่าเงือก

หลังจากที่หยินหุ้ยจากไป เปาเค่อและ เปาเหวินพี่น้องจากเผ่าแมงป่องน้ำก็ไม่รอช้า พวกเขามองฉื่อหยานแล้วก็จากไป

เหล่านักรบที่รวมกันอยู่ที่ตระกูลหยาง หลังจากเห็นว่าไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นแล้วพวกเขาก็ค่อยๆจากไป  หลังจากนั้นไม่นาน ชนเผ่าทะเลและนักรบมนุษย์ทั้งหมดก็จากไปเหลืออยู่เพียงความเงียบสงบ  ฉื่อหยานเดินไปยังคนในตระกูลหยาง ยิ้มและพูดกับหยางจั่ว“ท่านลุง เท่านี้เพียงพอแล้วหรือไม่ ? สี่คนที่มายุ่งกับเราได้ถูกกำจัดไปแล้ว สำหรับผู้ติดตามของพวกเขา ข้าคิดว่ามันไม่จำเป็นที่จะค้องไล่ล่าและฆ่าพวกเขาทั้งหมด ยังไงเสีย อนาคตของเมืองใต้บาดาลก็ยังขึ้นอยู่กับพวกเขา .” หยางจั๋วหยักหน้าตลอดเวลา " เด็กดี , เจ้านั้นช่างวิเศษนัก ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะสามารถทำให้เปาเค่อก้มหัวยอมรับเราได้ ฮ่าๆ ดูเหมือนการคำนวณของท่านปู่ใหญ่จะไม่ผิด เมื่อเจ้าได้มาที่ตระกูลหยางที่นี่ , เหตุการณ์วุ่นวายต่างๆในเมืองใต้บาดาลกลับถูกแก้ไข " หยางมู่ หยางจั่วและคนอื่น ๆ ของตระกูลหยางก็ยิ้มและยกย่องวิธีการแปลกๆของเขา

" เผ่ามังกรสมุทรดำงั้นรึ ? " ฉื่อหยานขมวดคิ้วคิดสักครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อว่า " ผมได้ยินว่าเผ่ามังกรสมุทรดำเป็นตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุดในชนเผ่าทะเลไม่ต่างจากเผ่าฉลามเงิน พวกเขาเขามีกองกำลังที่น่าเกรงขามมากกว่าเผ่าเงือก เผ่าแมงป่องน้ำนัก .ประมุขเผ่ามังกรสมุทรดำนั้นอยู่ในนภาที่สามระดับนภา และเขาก็เคยเป็นนักรบไร้เทียมทานในใต้ท้องทะเล นั่นจริงงั้นรึ ? "

หยางจั่วไม่สามารถช่วยได้ที่สีหน้าจะเปลี่ยนไป เมื่อได้ยินเขาพูดถึงเผ่ามังกรสมุทรดำ เขาพยักหน้าก่อนจะถอนหายใจ " . นั่นเป็นความจริง "

" วิธีการเกี่ยวและทัศนคติของเผ่ามังกรสมุทรดำนั้นไม่ค่อยเป็นมิตรกับตระกูลหยางเราใช้หรือไม่ ?

" ใช่ มันเป็นเรื่องจริง "

" ทำไมรึ ? "

" ปีนั้นเมื่อท่านปู่ใหญ่ของเจ้าได้มาถึงก้นทะเล และต้องการครอบครองเมืองใต้บาดาล เผ่าฉลามเงิน เผ่าแมงป่องน้ำ และเผ่าเงือกได้เห็นด้วยกับเรา แต่นู่หลางจากเผ่ามังกรสมุทรดำกลับไม่เห็นด้วย ซึ่งนี่ แม้แต่ลิซ่า กับหยินหุ้ยเองก็ไม่สามารถช่วยได้ เพื่อที่จะได้รับการยินยอมจากนู่หลาง ท่านปู่ใหญ่ของเจ้าถึงกลับต้องไปที่เผ่ามังกรสมุทรดำด้วยตัวเอง   มีข่าวลือว่าเขามีสถานการณ์ที่ตึงเครียดกับนู่หลาง แต่ ไม่รู้ว่าทำไมตอนนั้นนู่หลางในที่สุดถึงได้ตกลง อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่ได้สนิทสนมกับตระกูลหยางนัก ข้าคิดว่ามีบางอย่างผิดปกติกับการกระทำของท่านปู่ใหญ่ของเจ้า " ฉื่อหยาน ก็ตกใจ " นู๋ลางบอกว่าเขาจะใตระกูลหยางพิสูจน์ว่าเราสามารถปกครองเมืองใต้บาดาลได้หรือไม่ ถ้าเราสามารถมอบประโยชน์ให้กับเผ่าทะเลได้เขาจะยินยอมให้ตระกูลหยางปกครองเมืองใต้บาดาล ท่านปู่ใหญ่ของเจ้ามีวิธีที่เฉียบขาด เขาจึงสามารถปกครองเมืองใต้บาลได้ หลังจากตระกูลหยางได้ยึดครองอำนาจในเมืองใต้บาดาล เราได้จัดการนำทรัพยาที่ดีที่สุดมายังเมืองนี้ และทำให้ทุกๆเผ่าได้รับผลประโยชน์ ด้วยการนี้ นู่หลางจึงได้ยอมรับให้ตระกูลหยางปกครองเมืองอย่างไม่เต็มใจ "

" แล้วตอนนี้ ดูเหมือนว่านู่หลางเองก็ยังไม่พอใจอยู่ ? "

" ใช่ หลังจากที่ท่านปู่ใหญ่ของเจ้าได้ถูกกักขังอยู่ในดินแดนอสูร เราได้สูญเสียการปกครองในทะเลเคียร่าไป หลังจากนั้น ตระกูลหยางก็ไม่สามารถหาทรัพยากรได้เพียงพอต่อเมืองใต้บาดาล นี้ทำให้นู่หลางไม่พอใจเป็นอย่างมาก บางทีนั่นอาจจะคือเหตุผลที่เขาต้องการให้ตระกูลหยางสูญเสียอำนาจในเมืองใต้บาดาล "หยางจั่วสีหน้าก็มืดมน . เขารำพึงสักพักก่อนที่จะพูดอีกครั้ง " ถ้านู่หลางไม่ได้ใีทัศนคติเช่นนี้ ผมว่าหมิงไห่ หยานเฟิงและ ฟู่ฮาวคงไม่กล้าตอแยกับตระกูลหยาง แม้ว่าตอนนี้นู่หลางจะไม่ได้ออกมาเอง เพียงแค่ทัศนคติของเขาก็เพียงพอที่จะทำให้คนเหล่านั้นเหิมเกริมได้แล้ว "

" ไม่แปลก " มันง่ายสำหรับฉื่อหยาน ที่จะเข้าใจ นู่หลาง การที่เขาได้ยินยอมให้ตระกูลหยางมีอำนาจในปีนั้นทั้งหมดก็เป็นเพราะผลประโยชน์ เมท่ินู่หลาง ได้เห็นถึงประโยชน์มากมายสำหรับเผ่าทะเลเขาจึงยอมให้ตระกูลหยางปกครองเมืองใต้บาดาล แม้ว่าเขาไม่อยากจะยอมรับมัน เขาก็รู้ว่าในฐานะที่เป็นประมุขของชนเผ่าทะเลเขาควรตัดสินใจเช่นไร

พวกเขาได้รับมากมาย ส่วนตระกูลหยางสูญเสียลงเรื่อยๆ และตอนนี้พวกเขาเองก็ไม่สามารถหาทรัพยากรที่เพียงพอต่อเมืองใต้บาดาลภายใน3-5 ปร แน่นอน นี้จึงทำให้เกิดความไม่พอใจขึ้น จึงไม่แปลกใจทำไมถึงได้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น

ถ้าเขาเป็นนู่หลางและไม่เห็นด้วยกันจักพรรดิหยางเทียน และเมื่อเขาพบว่า ตระกูลหยางไม่สามารถทำประโยชน์ให้ได้ เขาก็จะทำแบบเดียวกัน

"ดูเหมือนว่าข้าต้องคิดเกี่ยวกับวิธีที่จะจัดการกับนู่หลางแล้ว เขาเป็นนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดในเผ่าทะเล ถ้าเขาบังไม่ลงมือ มันแปลว่า เขาต้องการที่จะรอดูก่อน . " ฉื่อหยานรำพึงสักครู่ แล้วขมวดคิ้ว เขาค่อนข้างเป็นกังวล " ถ้าตระกูลหยางสามารถแสดงพลัง ก่อนหน้า และยังจัดหาทรัพยากรให้กับเผ่าทะเลได้ ต่อให้นู่หลางไม่พอใจ เขาก็ไม่พูดอะไร แต่ . . . . . . . "

ทะเลไม่มีสิ้นสุดสถานการณ์พิเศษในปัจจุบันนั้นวุ่นวายเป็นอย่างมาก เผ่าทมิฬและเผ่าอสูรได้บุกมาที่ทะเคเคียร่าและทะเลเหิงลั่ว . การต่อสู้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในทะเลไม่มีสิ้นสุด การรักษาธุรกิจไว้ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้มันไม่ใช่เรื่องที่ยากจริงๆ ประเด็นหลักที่นี้คือตระกูลหยางไม่สามารถปกครองทะเลเคียร่าได้และพวกเขาก็ไม่กล้าพอที่จะกลับไป ดังนั้น มันเป็นเรื่องยากนะที่จะหาทรัพยากร

ต่อให้เขาสามารถแก้ปัญหานี้ให้นู่หลางได้ แต่การที่จะทำให้เขาเห็นด้วยนั้นมันไม่ง่ายเลย " เนื่องจากสถานการณ์นั้นซับซ้อนเป็นอย่างมาก เราไม่สามารถขนส่งทรัพยากรที่อยู่บนทะเลมายังเมืองใต้บาดาลได้ นี่จึงทำให้เกิดความแค้นระหว่างชนเผ่าทะเลกับตระกูลหยางเรา และมันก็คือเหตุผลที่เรามาอยู่ที่เมืองใต้บาดาล " หยางจั๋วถอนหายใจ " ข้ารู้ถึงปัญหา แต่สิ่งที่ต้องทำเกี่ยวกับมันนั้นข้าไม่รู้ว่าควรทำเช่นไร  ท่านปู่ใหญ่ของเจ้ายังอยู่ในดินแดนสูร เขาคงไม่สามารถกลับมาได้ภายในเวลาอันสั้นนี้แน่ อีกทั้งทุกกองกำลังได้จับตาดูเราอยู่ ดีแล้วที่พวกเขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อฆ่าเรา และนี่จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะทำธุริกิจอะไรได้. "

กลุ่มของหยางมู่ หยางซู่ หลี่เฟิง และ คนอื่น ๆก็ส่ายหน้าอย่างสิ้นหวัง ฉื่อหยานถอนหายใจแล้วมองไปที่กลุ่มของนักรบจากเผ่าเงือก เขากล่าวอย่างประหลาดใจ " ทำไมพวกเจ้าถึงยังไม่ไปรึ ? " กลุ่มของหยางมู่เองก็หันมาสนใจเช่นกัน เขาเห็นกลุ่มของเฟยหยายังไม่ไป เขาจึงถามออกไป แต่จักพรรดินีเผ่าเงือกก็เดินเข้ามาเขาพร้อมกับสวมหมวกไม้ไผ่และเสื้อคลุมสีดำ หางของนางแหว่งไปมาพร้อมกับเดินไปที่อาคารตระกูลหยาง นางก้าวมาอย่างอ่อนโยน นางมองหยางจั่วแล้วพูดเบาๆ " ข้าขึ้นไปพูดคุยได้หรือไม่ ? " หยางจั่วก็แปลกใจ หลังจากนั้น เขาพยักหน้าและตอบกลับด้วยท่าทางจริงจัง " จักพรรดินีลิซ่าอุส่ามาที่นี่ มันเป็นเกียรติของเราแล้ว เชิญเข้ามา ! "องค์รักษ์ที่อยู่ข้างร่างเมื่อได้ยินดังนั้น เขารีก็บเปิดประตูรั้วหิน และไขว้แขนของเขา ก้มหัวลง ลิซ่ายิ้มและพูดกับเฟยยา " มากับข้า " ผู้หญิง 2 เผ่าเงือกก็เดินขึ้นตึกมา หลังจากนั้นไม่นาน ก็ขึ้นมาอยู่กับกลุ่มของหยางจั่ว . เมื่อลิซ่ามาถึง นางถอดหมวกไม้ไผ่และที่ปิดหน้าออกเส้นผมนุ่มลื่นสยายลงเหมือนน้ำตก นี่ดูมีเสน่ห์เป็นอย่างมากบวกใบหน้ากับริมฝีปากสีแดงสดใส ดวงตาส่องประกายคลับกับผิดสีหยก สมแล้วที่ลิซ่าได้ขึ้นว่าเป็นหญิงงามที่สุดในหมู่ชนเผ่าทะเล นางงดงามเป็นอย่างมาก เสน่ห์ของนางนั้นสามารถสะกดจิตใจข และวิญญาณของทุกคนได้ นางเป็นเหมือนกับลูกพีชสุกที่หวานกลมกล่อม ไม่ว่าผู้ใดก็อยากลิ้มลองหญิงงามนี้

นางได้ถอดหมวกไม้ไผ่ของนางออก ทันทีทั้งชั้นก็ส่องประกาย ผู้ชายจากตระกูลหยางทั้งหมดรวมถึงหยาจั่วเองก็ยังสั่นสะท้านและช่วยไม่ได้ที่จะมองนางอย่างเชยชม ฉื่อหยานยังแอบชื่นชมนางอยู่ในจิตใจ ขณะที่เขากำลังตะลึงในความงามที่น่าอัศจรรย์ของนาง นางเป็นหญิงงาม เป็นสาวรุ่นใหญ่สูงศักดิ์คล้ายกับยู่โหลวจากเผ่าปีกขาว เสน่ห์ในร่างกายของนางถูกคลับออกมา นางเป็นศัตรูของเหล่าชายโดยแท้จริง  นางสามารถสะกดชายหนุ่มได้ทุกคน ทำให้พวกเขาต้องการจะชื่นชมนางและอยากจะเข้าไปกอดรัดนาง

" จักพรรดินีลิซ่า " หยางจั๋วคำนับนางด้วยสีหน้าเศร้าหมอง "  จักพรรดินีลิซ่า " หยางมู่ , และคนอื่น ๆก็สูดลมหายใจของพวกเขาจ้องไปที่นางตาไม่กระพริบ แต่พวกเขาทั้งหมดก็ปฏิบัติกับนางเคารพ พวกเขาเคยได้ยินว่าจักพรรดินีลิซ่า และ จักพรรดิหยางเทียนนั้นมีความสัมพันธ์บางอย่างร่วมกัน ถึงแม้ว่าจักพรรดิหยางเทียนจะไม่เคยยอมรับมัน แต่สมาชิกของตระกูลหยางก็ไม่กล้าละเลยผู้หญิงคนนี้

ลิซ่าเท่าจ้องมองหยางจั่ว แล้วเลื่อนสายตาไปมรา ฉื่อหยาน พูดด้วยเสียงนุ่ม " วีรบุรุษหนุ่มผู้เยาว์วัย เมื่อครั้งที่จักพรรดิหยางเทียนอายุเท่าเจ้า เขาไม่อาจทำได้เช่นเจ้า ตระกูลหยางก็ยังคงเป็นตระกูลหยาง ทุกรุ่นที่ผ่านมาล้วนแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม .

ฉื่อหยานยิ้ม " ขอบคุณสำหรับคำชม " ลิซ่าพยักหน้าไปที่เฟยยาข้างๆนางและพูดว่า " ขอบคุณเจ้าที่ช่วยพวกเขา และยังให้เขาเงินและผลึกอสูรของปลาไหลอัศนีแก่พวกเขา . "

ตระกูลหยางและ เผาเงือก มีไมตรีที่ดีต่อกันมานาน  สมควรแล้วที่ข้าจะช่วยพวกเขา จักพรรดินีลิซ่า ท่านไม่ต้องสุภาพกับข้าก็ได้ " ฉื่อหยานยิ้มและพยักหน้าไปที่ เฟยหยา ดวงตาของเฟยหยาก็ส่องประกายสดใสประหลาด นางยิ้ม " เจ้าทำให้พวกข้าแปลกใจนัก การที่ข้าดูถูกเจ้าก่อนหน้านี้เป็นเพราะข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะสามารถช่วยเมืองใต้บาดาลไว้ได้จริง   ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเจ้าจะสามารถฆ่า หมิงไห่ , ฟู่ฮาว หยานเฟิง และ จิ่วหลัยซินได้ อีกทั้งเจ้าบังทำให้ เปาเหวินและเปาเค่อยอมรับแล้วตระกูลหยาง  ข้าประเมินเจ้าต่ำไปจริงๆ "

ฉื่อหยานส่ายหัวและหัวเราะออกมาแล้ว " เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าเองก็ต้องขอบคุณเจ้าเช่นกัน ตลอดทาง ถ้าเจ้าไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับพวกของหมิงไห่แก้ข้า , ข้าก็คงไม่มั่นใจ ใช่ เพราะเจ้าข้าจึงตัดสินใจทำทุกอย่างได้ ข้าควรจะขอบคุณเจ้า .

" เจ้าสุภาพเกินไปแล้ว " เฟยหยาหัวเราะคิกคัก " . ไม่ต้องสุภาพเช่นนั้นก็ได้ " ลิซ่าพูดอย่างอ่อนโยนว่า . " ตระกูลหยาง และเผ่าเงือกของเรามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด ข้าต้องการที่จะยืนมือเข้าช่วยตระกูลหยางอยู่แล้ว ในเหตุการณ์นี้ เพียงแต่ข้าต้องแน่ใจว่า หากข้ามาที่นี่ อย่างน้อยหากไม่สามารถรักษาตระกูลหยางไว้ได้ แต่ผมข้าจะต้องแทรกแซงเพื่อรักษาชีวิตของ เมื่อหมิงไห่และเหล่าคนจากตระกูลหยาง ข้าได้พูดกับชนเผ่าอื่น ๆ แล้วแต่ก็ไม่มีใครฟัง พวกเขาเพียงบอกว่าไม่ต้องการตระกูลหยางอีกแล้ว แต่ข้าก็ได้บอกพวกเขาว่า ยังไงก็ต้องไว้ชีวิตพวกเจ้าและนั่นคือทั้งหมดที่ข้าสามารถทำเพื่อพวกเจ้าได้ . "

หยางจั่วก็หวั่นไหว ดวงตาของเขาเปล่งประกาย

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1394 แล้วนะคะ มี 30 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 449 จักพรรดินีเผ่าเงือก

คัดลอกลิงก์แล้ว