เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 433 เผ่าเงือก

บทที่ 433 เผ่าเงือก

บทที่ 433 เผ่าเงือก


บทที่ 433 เผ่าเงือก

เพียงแค่มองอย่างรวดเร็ว ฉื่อหยานทันทีก็รู้ถึงตัวตนของพวกเขาได้

เผ่าเงือกเป็นหนึ่งในเผ่าใต้ทะเล พวกเขามีลำตัวเป็นมนุษย์และช่วงล่างเป็นงูพวกเขาทั้งหมดอาศัยอยู่ในทะเลตลอดทั้งปี มีบ้างเป็นบางครั้งที่พวกเขาจะขึ้นไปเยี่ยมชมพื้นดิน

เผ่าเงือกชอบฝึกบ่มเพาะในที่เย็นๆ , สถานที่ที่มีพิษเจอปน . พวกเขาไม่เคยมีความรู้สึกดีๆกับมนุษย์ เมื่อพวกเขาได้พบกับมนุษย์บนพื้นมหาสมุทร พวกเขามักจะยั่วยุและโจมตีก่อน

เท่าที่เขารู้ เผ่าเงือกดูจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลหยาง จักพรรดินีปัจจุบันของเผ่าเงือกเป็นหญิงสาวที่ชื่อลิซ่า ดูเหมือนนางจะมีความสัมพันธ์ที่น่าสงสัยกับจักพรรดิ์หยางเทียน

ปีนั้น เมื่อจักพรรดิหยางเทียนยังหนุ่ม เขาได้ท่องเที่ยวใต้ทะเล และช่วยชีวิตของลิซ่าไว้

ความจริงที่ว่าตระกูลหยางสามารถตั้งมั่นที่เมืองใต้บาดาลได้นั้นต้องมีอะไรบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับ เผ่าเงือก แม้แต่รูปแบบเคลื่อนย้ายที่เชื่อมต่อกับตระกูลหยางก็ถูกสร้างขึ้นด้วยการสนับสนุนที่แข็งแกร่งของ เผ่าเงือก

สมาชิกของเผ่าเงือกนั้นเป็นปึกแผ่นกัน และแสนเย็นชา ตราบใดที่มีคนรุกรานพวกเขา พวกเขาจะต้องจดจำไว้และแก้แค้น

เผ่าชาวทะเลนั้นมีหลายเผ่าพันธ์ และชนเผ่าเงือกก็เป็นหนึ่งในเผ่าที่แข็งแกร่งที่สุด ความแข็งแกร่งของพวกเขานั้น่ากลัวเป็นอย่างมากและพวกเขาไม่เคยขาดแคลนนักบรบระดับสูงเลบ จักพรรดินีของเผ่าเงือก ลิช่า ดูเหมือนเป็นนักรบระดับพระเจ้าที่มีพลังพิเศษ สมาชิกทั้งหมดเผ่าเงือกต่างก็เคารพนิาง

ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเผ่าเงือกอย่างต่อเนื่องก็ปรากฏในจิตใจของเขา จากนั้นทันทีเขาก็รู้วีธีรับมือกับพวกเขา

หญิงสาวที่สง่างามได้นำชนเผ่าเงือกทั้งห้าคนมาด้วย . นางนั้นอยู่ในนภาที่สามระดับรู้แจ้ง ถือหอกยาวสีเงิน มีลวดลายคล้ายงูสีฟ้า ซึ่งมีความสีเขียวเรืองแสงอยู่ตอดลเวลา พวกเขาเป็นดั่งสายธารที่ไหลอยู่ข้างหอก

เผ่าเงือกช้าๆก็ว่ายมาหาเขาด้วยความระมัดระวัง หญิงสาวที่เป็นผู้นำก็ยกหอกยาวสีเงินในมือของนิาง เมื่อนิางอยู่ห่างจากฉื่อหยานสิบเมตร

อีกห้าคนที่อยู่ในระดับปฐพีก็หยุดเคลื่อนไหว

" เจ้ามนุษย์ เจ้าเห็นปลาไหลอัศนีเขาเงินหรือไม่ ? " เผ่าเงือกหญิงสาวมองอย่างเย็นชาที่เขาและนิางก็ ยกมุมปากเชอร์รี่และพูดขึ้นมาด่วยเสียงคลื่น

" ปลาไหลอัศนีเขาเงิน ? " ฉื่อหยาน ก็แปลกใจ เขาสั่นศีรษะของเขา " ข้าไม่เคยพบมันมาก่อน " .

ปลาไหลอัศนีเขาเงินคือสัตว์อสูรใต้ทะเลระดับหก พวกมันมีพลังสายฟ้าที่แข็งแกร่ง และเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วใต้ก้นทะเล ซึ่งทำให้พวกมันยากที่จัดการได้ ปลาไหลอัศนีเขาเงินมีผลึกอสูรเป็นวัสดุในการหลอมอาวุธ ในเมืองใต้บาดาลเขาของปลาไหลอัศนีเขาเงินนั้นมีค่าเป็นอย่างมาก

" เจ้าไม่เห็นมันเลยรึ ? " เผ่าเงือกหญิงสาวมองอย่างสงสัยไปที่เขาด้วยสายตาเย็นชาและคำรามว่า " มันชัดเจนว่าปลาไหลอัศนีเขาเงินว่ามาทางเจ้า ทำไมเจ้าถึงไม่เห็นมัน ? เจ้าไม่เห็นหรือไม่อยากบอกข้ากันแน่ ? "

คนจากเผ่าเงือกเองก็สงสัยมากเช่นกัน พวกเขาขาดความเชื่อใจในตัวมนุษย์ พวกเขาเชื่อเสมอว่ามนุษย์เป็นคนเจ้าเล่ห์และชั่วร้าย มีเพียงจักพรรดิหยางเทียนที่่ช่วยลิซาเท่านั้นที่ ,เพราะเหตุนี้ปัจจุบันเผ่าเงือกจึงมีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลหยาง

" ข้าไม่เห็นมันจริงๆ . " ฉื่อหยานยิ้มและพูดด้วยท่าทีเป็นมิตร“ถ้าข้าเห็นมัน ข้าจะบอกเจ้า ข้าจะหลอกลวงเจ้าไปเพื่ออะไรกัน”

" เฟยหยา เจ้าชั่วนี้พูดโกหก เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้เป็นคนดี . เขาต้องเห็นปลาไหลอัศนีเขาเงินแน่ แต่ไม่ยอมบอกเรา " เผ่าเงือกร่างผอมและดูอ่อนแอ ผู้ชายที่เหมือนไม้ไผ่พร้อมกับใบหน้าสีเหลือง ถอนหายใจ และเปิดเผยท่าทีไม่เป็นมิตรของเขา

หญิงสาวที่นำคนเหล่านี้ก็มองฉื่อหยานอย่างเย็นชา ในขณะที่ดวงตาของนิางส่องประกายขึ้นเล็กน้อย นิางดูเหมือนกำลังคาดเดาระดับการบ่มเพาะที่แท้จริงของเขา

ตั้งแต่ ฉื่อหยาน ได้มาที่นี่ เขามักจะซ่อนความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขาและทำให้คนอื่นเห็นเขาอยู่เพียงนภาที่สามระดับปฐพี

เมื่อเผ่าเงือกนั้นตระหนักว่าระดับการบ่มเพาะของเขาอยู่ในระดับปฐพี พวกเขาคิดว่าเมื่อเทียบกับพวกเขาแล้ว พวกเขาสามารถจับฉื่อหยานฉีกออกเป็นชิ้นๆได้อย่างง่ายดาย

" ถ้าเจ้าไม่พูดความจริง อย่าหาว่าเราไร้ความเมตตา . " ใบหน้าของเฟยหยาก็เย็นชา ในขณะที่พูด นิางยกมือของนิางและนิางก็แสงที่หนาวเย็นออกมาจากหอกสีเงินยาว ทันทีที่แสงนั้นระเบิดออก น้ำทะเลก็เกิดเป็นคลื่นกระจายไปทั่วด้วยพลังบางอย่าง

ฉื่อหยานค่อยๆมองไปที่นิาง ไม่แสดงความกลัวใด ๆและยิ้ม " ข้าเป็นหนึ่งในคนจากตระกูลอย่าง "

" เจ้าเป็นคนจากตระกูลหยางรึ ? "ใบหน้าของเฟยหยาก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย นิางกล่าวว่า " เจ้าพิสูจน์ได้หรือไม่ ? "

ฉื่อหยานไม่ได้พูดอะไร ยื่นมือออกแต่ไม่ได้ทำการต่อสู้ใดๆ เขาปิดการใช้งานจิตวิญญานกายาแข็งและนำมีดเล็กออกมาเฉือนที่นิ้ว

พลังของจิตวิญญานอมตะก็เริ่มแสดงผล

เลือดจากบาดแผลที่ถูกบาดก็หยุดไหล ภายใต้พลังที่มหัศจรรย์ของจิตวิญญานอมนะ แผลค่อยๆหายไป และในที่สุดก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

" จิตวิญญานอมตะ ? " เผ่าเงือกทั้งหกคนก็อุทานพร้อมกัน

เฟยหยาลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะพูดว่า " เจ้าคือทายาทตระกูลหยางรึ ?

ฉื่อหยานพยักหน้า

" เจ้าชื่ออะไร ? "

" ฉื่อหยาน "

" ฉื่อหยาน ?"  เฟยหยา เปิดเผยใบหน้าสงสัย หันไปมองอีก 5 คนด้านหลังนิาง แล้วถามว่า " เจ้าเคยได้ยินว่าตระกูลหยางมีคนชื่อนี้หรือไม่ ?

ห้าคน สั่นศีรษะของพวกเขา

" หากเจ้าเป็นหนึ่งในตระกูลหยาง เหตุใดแซ่ของเจ้าจึงเป็นฉื่อ ?"  เฟยหยาถอนหายใจ และดูเหมือนจะไม่เชื่อเขา

" ในเมื่อข้ามีจิตวิญญานอมตะ ข้าจะต้องพิสูจน์อะไรอีก ? " ฉื่อหยานชะงักสักครู่และไม่สามารถช่วยที่จะรู้สึกไม่สบายใจ เขาส่ายหัวแล้วพูดว่า " ช่างมันเถอะ มันขึ้นอยู่กับเจ้าว่าเจ้าต้องการที่จะเชื่อหรือไม่ ข้าขี้เกียจพูดมาก ข้าแค่อยากจะรู้ทิศทางที่ไปยังเมืองใต้บาดาล เจ้าสามารถบอกได้หรือไม่ ?

เขาแค่รู้ว่าเมืองใต้บาดาลนั้นอยู่ในทะเลเคียร่า และทะเลแห่งนี้ก็หวาดใหญ่ดังนั้น หากไม่มีทิศทางที่แน่นอนมันก็ยากที่จะหาเมืองพบ

จากก้นทะเล มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเห็นดวงอาทิตย์และดวงดาว , และดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะระบุทิศทาง ถ้าเขายังคงเสียเวลาว่าบๆไปรอบ เขาจะเสียพลังของเขามากเกินไป

แน่นอน นั่นคือเหตุผลที่เขาถามทิศทาง

" เจ้าจะไปเมืองใต้บาดาลทำไม ? " เฟยหยาถาม

" ข้ามีบางอย่างที่ต้องทำ " ฉื่อหยานยิ้มบางๆ " ช่วยบอกที่ตั้งของเมืองใต้บาดาลได้หรือไม่? "

" มันไกลจากที่นี่มาก " เฟยย่าคิดสักพัก "พวกตระกูลหยางกำลังอยู่ที่ศูนย์กลางของเมืองใต้บาดาล . พวกเขาไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่ดีนัก ดังนั้น ถ้าเจ้าไปที่นั่น เจ้าจะไม่ได้รับกาบสนันสนุนใดๆ ข้าได้ยินว่าราชาอสูรได้จับตัวจักพรรดิหยางเทียนไป และทะเลเคียร่ายังถูกยึดครองโดยเผ่าอสูรและเผ่าทมิฬ ตระกูลหยางได้ตกต่ำลง อำนาจของพวกเขาเลวร้ายยิ่งกว่าที่เคย บทบาทของพวกเขาที่สำคัญในทะเลลดน้อยลงเป็นอย่างมาก พวกเขาไม่ถูกเคารพเหมือนเช่นก่อน "

ฉื่อหยานชัดเจนว่ารู้ถึงเรื่องนี้อยู่แล้ว

จนถึงตอนนี้ ตระกูลหยางได้มายังใต้ทะเลและขนส่งทรัพยามีค่าในทะเลเคียร่าลงมา ผ่านรูปแบบเคลื่อนย้ายในเมืองใต้บาดาล พวกเขาแลกเปลี่ยนทรัพยากรบ่มเพาะาที่ไม่สามารถหาได้ในที่ของตน นั่นทำให้ทั้งสองฝ่ายมีความสุข

เหตุผลที่ทำไมตระกูลหยางสามารถจัดการกับขุมพลังมากมายในทะเลไม่มีสิ้นสุดได้ ก็เพราะทพวกเขาสามารถเก็บเกี่ยวทรัพยากรต่างในดินแดนสี่อสูรที่ไม่สามารถหาได้ในทะเลไม่มีสิ้นสุด และยังมีการค้าคายเกี่บวกับทรัพยากรใต้ทะเล นี่จึงเป็นเหตุผลทำให้เขามีทรัพยากรมากมายและหลายอย่าง

เผ่าทะเลเองก็ได้รับทรัพยากรที่ไม่สามารถได้ในใต้ทะเลเพราะเหตุผลนี้ ตำแหน่งของตระกูลหยางจึงสุขสบายภายในเทืองใต้บาดาล

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ มันแตกต่างจากที่ผ่านมา ตระกูลหยางได้รอพยพออกมาจากทะเลเคียร่ามายังเมืองใต้บาดาลโดยมีทรัพยากรไม่มากมายนัก  ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากสำหรับเผ่าทะเลที่จะแบ่งปันทรัพยากรกับตระกูลหยาง นอกจากนี้ ยีงมีข่าวว่าจักพรรดิหยางเทียนถูกคุมขังโดยราชาอสูรได้ถูกกระจายออกไปในเมืองใต้บาดาล ซึ่งทำให้ตำแหน่งของตระกูลหยาง ในเมืองใต้บาดาลค่อยๆ เปลี่ยนไป

ดูเหมือนเพราะจักพรรดิหยางเทียนถูกจับ ทัศนคติของเผ่าเงือกต่อตระกูลหยางจึงเปลี่ยนไป

ฉื่อหยานได้คิดถึงทัศนคติกับเผ่าเงือกอีกครั้ง

หวือหวือหวือ .

ขณะที่เขาพูดคุยกับกับเฟยหยา และคนอื่นๆ กระแสไฟฟ้าที่รุนแรงก็มาจากด้านหลังของเขา

สอง ปลาไหลอัศนีเขาเงินสูงสิบเมตรก็พุ่งมาจากใต้ทะเล ปลาไหลอัศนีเขาเงินทั้งสองนี้ได้แผ่กระจายแสงสีเงิยสวบงามออกจากเขาบนหัวของมัน ในขณะที่สายฟ้าพุ่งมาที่ฉื่อหยาน

" ทำไมพวกมันถึงมีสองตัว " ?

เผ่านาคร่างเล็ก คนที่มีทัศนคติไม่ดีกับฉื่อหยานก่อนหน้านี้ ก็ร้องออกมาทันทีเมื่องปลาไหลอัศนีเขาเงินสองตัวปรากฏ

เสียงร้องของเขาผ่านเล็กแหลมเจาะเข้าไปในหูผู้อื่น มันเป็นเหือมนกับประบี่เล็กๆเจาะเข้าไปในรูหู

ฉื่อหยานรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมากเมื่อได้ยิน เขาไม่สามารถช่วยได้ที่จะปิดหูของเขา ขณะที่เขารับมือกับเสียงนั่น

สำหรับสัตว์อสูรระดับหกทั้งสองตัว พวกมันไม่เป็นอะไรเลย ด้วยระดับดารบ่มเพาะของเผ่าเงือก ไม่อาจเทียบได้กับสัตว์อสุรระดับหก

เผ่าเงือกเหล่านี้ไล่ตามสองปลาไหลอัศนีเขาเงิน . ถ้ามันมีเพียงตัวเดียว ด้วยเฟยหยาที่อยู๋ในระดับรู้แจ้งและพวกเขาอีกห้าคนที่อยู่ในนภาที่สามระดับปฐพี จะสามารถการจัดการกับปลาไหลอัศนีเขาเงินได้ไม่ยากนัก

แต่ถ้าพวกมันอยู่ด้วยกันสองคัว สถานการณ์จะต่างกันออกไป

เฟยหยา สามารถรับมือกับปลาไหลอัศนีเขาเงินได้ แต่ในขณะเดียวกัน แม้ว่าอีกทั้งห้าคนจะร่วมมือกัน พวกเขาก็ไม่สามารถรับมือกับปลาไหลอัศนีเขาเงินอีกตัวหนึ่งได้ เมื่อสองปลาไหลอัศนีเขาเงินร่วมมือกันและจัดการเฟยหยาได้ กลุ่มเผ่าเงือก ถึงตอนนั้นก็คงไม่สามารถต้านทานได้

ฉื่อหยานไม่สนใจมัน เห็นสองปลาไหลอัศนีเขาเงินปล่อยกระแสไฟฟ้าพุ่งมาที่เขาอย่างรวดเร็ว เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยและหลบมัน

ทันทีที่ร่างของเขาเคลื่อนไหว เขาก็เป็นเหมือนสายฟ้าฟาดพุ่งออกไปหนึ่งร้อยเมตรห่างจากเฟยหยา และคนอื่น ๆ

สองปลาไหลอัศนีเขาเงิน , ตัวหนึ่งปรากฏคราบเลือดบนร่างของมัน ดูเหมือนว่ามันจะได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของกลุ่มเฟยหยา ก่อนหนานี้ มันได้ไปเรียกพวกมาช่วยอีกตัว เมื่อมันมาถึงมันก็จ้องมองไปยังกลุ่มของเฟยหยาด้วยสาตาดุร้ายไม่สนใจฉื่อหยาน และพุ่งไปยังกลุ่มของเฟยหยาน

ตาข่ายสายฟ้าก็ปกคลุมพวกเขาทั้งหกคน อย่างรวดเร็วพวกเขาทั้งหกคนก็ตกอยู่ในสถานกาณ์ที่ยากลำบาก .

ฉื่อหยานยืนอยู่ข้างๆด้วยสีหน้าไม่แยแส เขาไม่ได้พูดอะไร มองไปยังคนที่หกที่ถูกไล่ล่าโดยปลาไหลอัศนีเขาเงิน โดยไม่มีเจตนาจะเข้าไปช่วยเหลือใดๆ

เฟยหยา สามารถจัดการกับปลาไหลอัศนีเขาเงินได้ตัวเดียวเท่านั้น นิางเขวี้ยงหอกในมือของนิาง แสงสีเงินก็กระจายอกไปทุกที่ มันแทงปลาไหลอัศนีเขาเงินอย่างไร้ความปราณี

เป็นอีกห้าคนที่ถูกปคลุมด้วยสายฟ้าจากปลาไหลอัศนีเขาเงินอีกตีส พวกเขาร้องเสียงแสบหูออกมาตลอดเวลา . หูของฉื่อหยานได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนัก. เขากำลังคิดอยู่ว่าจะออกไปจากที่นี่ดีหรือไม่

" ช่วยเราด้วย เราสามารถพาเจ้าไปยังที่เมืองใต้บาดาลได้หลังจากเรื่องนี้จบ"เฟยหยา ก็ตะโกน ใบหน้าของนิางดูกังวล และมันไม่ปรากฏร่องรอยของความหยิ่งยโสก่อนหน้าอีกต่อไป

ฉื่อหยานยิ้ม สั่นศีรษะของเขา

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1394 แล้วนะคะ มี 30 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 433 เผ่าเงือก

คัดลอกลิงก์แล้ว