เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 431 อิทธิพลของฉื่อหยาน

บทที่ 431 อิทธิพลของฉื่อหยาน

บทที่ 431 อิทธิพลของฉื่อหยาน


บทที่ 431 อิทธิพลของฉื่อหยาน

ดวงตาทั้งสี่ดวงก็จ้องกัน และทั้งสองคนก็ตกอยู่ในความเงียบงัน

บรรยากาศก็ดูเหมือนจะแปลกประหลาด

" เจ้าเป็นหญิงพรมจาศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนทะเลสาบเทวาศักดิ์สิทธิ์ ตราบใดที่ดินแดนทะเลสาบเทวาศักดิ์สิทธิ์ไม่ล่มสลาย เจ้ายังคงสามารถรักษาตำแหน่งสูที่งส่งและได้รับการบูชาจากคนเหล่านี้ " ฉื่อหยานคิดสักพักแล้วกล่าวอย่างใจเย็น " เหตุผลที่ข้ามาที่นี่อยู่ตรงหน้าเจ้าเช่นนี้ ก็เพราะข้าแน่ใจว่าเจ้าไม่ได้ใจแคบ และบางทีเจ้าอาจจะสามารถบอกข้าเกี่ยวกับสถานการณ์ในทะเลไม่มีสิ้นสุดได้ "

" เจ้าต้องการจะรู้อะไร ?" ซูหยานซิงขมวดคิ้ว แล้วถาม

" ข้ารู้แค่ว่าทะเลเหิงลั่วแลทะเลเคียร่าเป็นที่อยู๋ของเผ่าอสูรและเผ่าทมิฬ แต่ข้าไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับพรรคสามเทพ ตระกูลกู่ และตระกูลตงฟาง ข้าสงสัยว่าทั้งสามกองกำลัง ทำอะไรอยู่ในตอนนี้ เนื่องจากเผ่าอสูรได้ครอบครองทะเลเหิงลั่วไป พวกเขาอย่างเห็นได้ชัดว่าต้องการสถานที่ฝึกฝน "

" ตระกูลตงฟาง ได้อาศัยอยู่ในทะลทมิฬชั่วคราว ส่วนตระกูลกู่ไปยังทะเลตูต้าเพื่อพึ่งพาตระกูลฉาว . ส่วนพรรคสามเทพ . . . . . . . "

ซูหยานซิงลังเลเล็กน้อย แล้วกล่าวว่า " พรรคสามเทพสาวกไม่ได้อยู่ในทะเลไม่มีสิ้นสุด ตามการคาดการณ์ของเรา พวกเขาอาจจะซ่อนอยู่ที่ก้นทะเลและสังเกตสถานการณ์อย่างสุขุมรอบคอบ รอเผ่าอสูรและเผ่าทมิฬและเราตาย ถึงตอนนั้นพวกเขาคงจะออกมาจากก้นทะเล”

" บอกข้าเกี่ยวกับสถานการณ์ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา "

ซูหยานซิงค่อยๆ พยักหน้า และบอกเขาเกี่ยวกับสถานการณ์ที่นางรู้

ฉื่อหยาน ได้อยู่ในที่หมอกแม่เหล็กพิษเป็นเวลาหนึ่งปี ทำให้เขาเสียการเชื่อมต่อกับทะเลที่ไม่มีที่สิ้นสุดและไม่รู้อะไรเกี่ยวกับสถานการณ์ของที่แห่งนี้

เมื่อหนึ่งปีก่อน ไม่นานหลังจากที่เขาได้จากทะเลไม่มีสิ้นสุดไป ประตูสวรรค์ที่อยู่ในทะเลเคียร่าได้เปิดออก ในขณะเดียวกัน ,สะพานวิญญานก็ได้ขยายมายังทะเลเคียร่า

ร่างจริงของราชาอสูรโปวชุน ปรากฏในในทะเลเคียร่า พวกเขายังนำนักรบยอดฝีมือนับพันบุกเข้าไปมา ในเวลาเพียง 1 สัปดาห์ เผ่าอสูรได้บุกไปยังทะเลเหิงลั่วและหวาดล้างทุกสิ่งอย่าง

ในระหว่างนี้โอหยางลู่ซวงของะรคสามเทพ ด้วยความสามารถของนาง นางได้ใช้จิตวิญญานจันทราดูดซับพลังแห่งดวงจันทร์ที่สั่งสมมานับพันปีสู้กับโปวชุนหลังการต่อสู้ผ่านไปครึ่งวัน นางไม่อาจต้านทานราชาอสูรได้อีกต่อไป นางก็พ่ายแพ้

นั่นคือเหตุผลที่พรรคสามเทพถอนตัวออกจากทะเลเหิงลั่ว พวกเขาส่วนหนึ่งได้ไปหลบซ่อนอยู่ที่ก้นทะเล ขณะที่อีกส่วนหนึ่งอยู่ที่ซ่อนอยู่ในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ มันเป็นเวลานานแล้วตั้งแต่ตอนนั้นพวกเขาไม่ได้ปรากฏขึ้นมาเหนือทะเลอีกเลย

แม้แต่โอหยางลู่ซวงกยังพ่ายแพ้ กู่ฉาว และ ตงฟางจื้อสามารถหลีกเลี่ยงการโจมตีของเผ่าอสูรได้ และได้แบ่งกองกำลังของพวกเขาออกไปยังทะเลตูต้าและทะเลทมิฬ

พลเรือนจำนวนมากกลายเป็นเครื่องสังเวย พวกเขาถูกตัดหัวอย่างอนาถโดยเผ่าอสูร . ศพของพวกเขากระจายอยู่ทุกที่

ฉาวเชี่ยวเต้าและหยางอี้เทียนต้องออกมาปกป้องทะเลทมิฬและทะเลตูต้า พวกเขารวบรวมกองกำลังในทะเลไม่มีสิ้นสุด เพื่อรับมือกับการรุกรานของเผ่าอสูร .

โอหยางลู่ซวง มักปรากฏบ่อยๆในช่วงนี้ ความสามารถในการต่อสู้ของนางก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น และพลังของนางก็ยิ่งน่ากลัว  ความแข็งแกร่งของนางเทียบได้กับฉาวเชี่ยวเต้าและหยางอี้เทียน

ใน ทะเลตูต้า ขณะที่เผ่าอสูรกำลังเตรียมการรุกราน , กลุ่มของเผ่าอสูรก็ถูกตัดหัวอย่างลึกลับ

หลังจากนั้นเผ่าอสูรก็ส่งปรมจารย์อสูร หม่าฉีเจี่ย เพื่อทำการตรวจสอบ พื้นที่นิกายซากศพในทะเลตูต้า หมาฉีเจี่ยได้รับบาดเจ็บและเกือบจะไม่มีชีวิตรอดกลับไป

โปวชุนกำลังโกรธ ก็มุ่งไปยังที่นั่น ไปพื้นที่ของนิกายซากศพคนเดียวเพื่อแก้แค้น

ในนิกายซากศพ ศพของราชายักษ์สองหมื่นปีด้วยความเชี่ยวชาญในการใช้พลังธาตุทั้งห้าของสวรรค์และแผ่นดินโลก จึงจัดการกับโปวชุนได้ ทำให้เขากลับไปโดยไม่ได้อะไรเลย ภายใต้การครอบคลุมจากตาข่ายนภาห้าธาตุ นิกายซากศพจึงปลอดภัย และแม้แต่โปวชุนชุนเองวิญญานก็แทบหลุดออกจากร่าง

หลังจากสงครามนี้ นิกายซากศพได้ดึงดูดความสนใจเป็นอย่างมาก

แม้ว่าชิงหมิงจะเป็นประมุขของนิกายซากศพเขากลับไม่ได้มีส่วนร่วมในที่สงครามที่สั่นสะเทือนนี้

หลังจากสงครามนี้ นิกายซากศพเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง สองศพราชันย์หลุดออกจากการควบคุมขิงชิงหมิงและกลายเป็นประมุขของนิกายที่แท้จริง ทาสศพที่ถูกกักขังในตอนแรกกลายเป็นสาวกเสาหลักของนิกายซากศพ และสาวกของเดิมก็กลายเป็นทาสของศพเหล่านี้

สองศพราชันย์ได้ก่อกบฏ และเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของนิกายซากศพ ศพราชันย์และเหล่าทาสศพกลายเป็นเจ้านายของพวกชิงหมิง

ศพราชันย์มีภูมิปัญญาเก่าแก่นับหมื่นปี และตอนนี้ก็ได้ปกครองนิกายซากศพ ทำให้นิกายแข็งแกร่งขึ้นเป็นอย่างมาก

แม้ราชาอสูรโปวชุน ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ด้วยความร่วมมือกันของสองศพราชันย์ นี้ทำให้นักรบในทะเลไม่มีสิ้นสุดได้รู้ถึงพลังของศพราชันย์เป็นครั้งแรก

ตระกูลเซียตกต่ำลง ; ประมุขเก่าของตระกูงเซี่ยจิงโฮวได้ละทิ้งชีวิตที่เงียบเหงาของเขาไปยังพื้นที่ทะเลสวรรค์และต่อสู้กับเผ่าทมิฬที่ชายแดนทะเลเคียร่า

สามราชาทมิฬ ของดินแดนใต้พิภพเจ็ดชั้นได้สู้กับเซี่ยจิงโหว แต่ไม่สามารถฆ่าเขาได้

เซี่ยจิงโหวจึงกลายเป็นโด่งดังหลังจากการต่อสู้นี้ เขารวบรวมเหล่าคนจากตระกูลเซี่ย แล้วลุกขึ้นยืนอีกครั้งในพื้นที่ทะเลสวรรค์ สร้างกองกำลังที่แข็งแกร่งอยู่บนภูเขาอสูรสวรรค์ . หลังจากสงครามนี้ ทุกคนก็ตระหนักว่าเวี่ยจิงโหวได้เข้าเข้าสู่นภาที่สองระดับพระเจ้า การบ่มเพาะของเขานั้นลึกซึ้งเป็นอย่างมาก แม้แต่หยางอี้เทียน ก็ยอมรับว่า ความสามารถทางด้านวิญญานของเขาไม่อาจเทียบได้กับเซี่ยจิงโหว

และตระกูลเซี่ยก็เริ่มรุ่งเรืองอีกครั้งและเจิดจ้ายิ่งกว่าที่เคย

หยางอี้เทียนที่อยู่ในพื้นที่ทะเลสวรรค์ได้รับรู้พลังของเซียจิงฮัว ก็มองพื้นที่ในทะเลให้เขาปกครองและพานักรบระดับสูงต่อสู้กับสามราชาทมิฬที่ทะเลเคียร่า

ศพราชันย์ในทะเลตูต้า โอวหยางลู่ซวงของพรรคสามเทพ และเซี่ยจิงโหวพวกเขาทำให้ทะเลไม่มีสิ้นสุดกลายเป็นตื่นตัว เหล่ายอดฝีมือทั้งสี่ได้ปรากฏ และทำลายแผนการของเผ่าอสูร และเผ่าทมิฬ นอกจากนี้ ฉาวเชี่ยวเต้าและหยางอี้เทียนยังติดต่อและรวบรวมกองกำลังต่อต้านและปราบปรามเผ่าอสูรและเผ่าทมิฬอย่างต่อเนื่อง

เผ่าอสูรและเผ่าทมิฬถูกตามล่าและกวาดล้างเพียงเวลาสั้นๆ อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นยอดฝีมือสี่คนที่น่ากลัวปรากฏตัว พวกมันจึงต้องพิจารณาและทำสิ่งต่างๆอย่างรอบคอบ และไม่กล้าที่จะทำตามแผนการของพวกเขาโดยไม่ไตร่ตรอง พวกมันค่อยๆบุกทะเลทั้งสามอย่างช้าๆ

ปีที่ผ่านมา สองราชาอสูรและ สามราชาทมิฬได้สู้กับฉาวเชี่ยวเต้า หยางอี้เทียน ศพราชันย์ โอหยางลู่ซวง และเซี่ยจิงโหว แต่พวกมันก็ไม่สามารถทำอะรได้ ด้วยการร่วมมือกันของยอดฝีมือเหล่านี้ พวกมันทั้งหมดได้รับบาดเจ็บหลายครั้งและเริ่มอ่อนแอลง

หลังจากนั้น เหล่านักรบระดับต่ำก็เริ่มลุกขึ้นสู้ ตอนนี้สงครามๆเล็กได้เกิดขึ้นทุกสามวัน และสงครามใหญ่เกิดขึ้นทุกๆ 7 วัน

ปีต่อมาภายใต้การรีบมือของฉาวเชี่ยวเต้าและหยางอี้เทียน เผ่าอสูรและเผ่าทมิฬยังไม่สามารถพิชิตทะเลไม่มีที่สิ้นสุดได้ ทั้งสองฝ่ายค่อยๆตกลงไปในสงครามที่แข่งขันด้านกันด้านทรัพยากรและกำลังคน

ซูหยานซิงนั่งบนเก้าอี้ของนาง จิบชาเขียว แล้วกล่าวว่า " ปีที่ผ่านมาพวกชาวเผ่าได้ต่อสู้กับเราตลอดเวลา สิ่งที่ข้าบอกเจ้าคือเหตุการณ์ใหญ่ที่เกิดขึ้นเท่านั้น นอกจากสิ่งเหล่านี้ ก็มีแต่เรื่องเล็กๆๆ และคิดว่าเจ้าคงไม่สนใจ เช่นนั้นข้าขอไม่พูด "

" ศพราชันย์ โอหยางลู่ซวง เชี่ยจิงโหว . . . . . . . " ฉื่อหยานพึมพำ เผยให้เห็นใบหน้าที่แปลก และส่งยิ้มให้

จู่ๆ เขาก็ตระหนักได้ว่า คนพวกนั้นต่างก็มีความสัมพันธ์กับเขา

ถ้ามันไม่ใช่เพราะผนึกแห่งชวีิตของเขาที่ใช้กับศพราชันย์  พวกเขาก็คงยังไม่มีจิตสำนึกและสติปัญญาที่จะหักหลังชิงหมิงหรือต่อต้านราชาอสูรโปวชุนและขึ้นปกครองนิกายซากศพ ทำให้เหล่าทาสศพกลายเป็นสาวกหลัก

อาจกล่าวได้ว่าเขาเป็นคนที่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงกับศพราชันย์

ส่วน โอหยางลู่ซวง ก็เช่นเดียวกัน

ปีนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะเขามีมรดกแห่งดวงดาวและไปทกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงของอุกกาบาต , โอหยางลู่ซวง ก็คงยังไม่ได้ออกมาจากในอุกกาบาต

เพราะการปรากฏตัวของเขา โอหยางลู่ซวง จึงตื่นขึ้นมาเร็วยิ่งขึ้นจากนั้นนางก็เข้าไปทะเลไม่มีที่สิ้นสุดและเป็นนักรบของของพรรคสามเทพ

กรณีของเซียจิงโหวก็เช่นกัน

ฉื่อหยานรู้ว่าเหตุผลที่เซี่ยจิงโหวสามารถฟื้นสภาพได้เร็ว เป็นเพราะเขาได้ประโยชน์จากเม็ดยาเส้นเลือดจิตวิญญาน ของเยว่จางเฟิง เยว่จางเฟิงบอกว่าเซี่ยจิงโหวได้เดินทางมาถึงหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬ และติดอยู่ภายในเป็นเวลาหลายปี นั่นเป็นเหตุผลที่วิญญานของเขาได้รับความเสียหาย

หลังจากได้ดูดซับเม็ดยาเส้นเลือดจิตวิญญานเสร็จสิ้น เขาก็ค่อยๆฟื้นคืนและหลอมรวมวิญญานที่ปั่นป่วนของจิตวิญญานจุติ นี่ทำให้ระดับการบ่มเพาะของเขาสูงขึ้นเข้าสู่นภาที่สองระดับพระเจ้าและได้ฝึกฝนวิชาต่อสู้ลึกลับที่สืบทอดมาจากชาติก่อน ด้วยเหตุนี้ เขาจึงแข็งแกร่งพอที่จะรับมือกับราชาทมิฬทั้งสาม

ศพราชันย์  โอหยางลู่ซวง และเซี่ยจิง โหว . . . . . . .

ฉื่อหยานยิ้มจนเห็นฟัน ด้วยใบหน้าเบิกบานของเขา

กว่าปีที่ผ่านมา แม้ว่าเขาจะไม่ได้อยู่ในทะเลกว้างใหญ่ ทั้งโดยเจตนาและความบังเอิย เขากลับทำให้ทั้งสามคนแข็งแกร่งขึ้น พวกเขาสามารถแทนที่เขาและมีส่วนรวมในการรับมือกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในทะเลไม่มีสิ้นสุก

ด้วยความรู้สึกภูมิใจ อย่างเงียบๆเขาก็แอบหัวเราะ การกระทำของเขามีผลต่อสถานการณ์ของทะเลไม่มีที่สิ้นสุด ถึงแม้เขาจะไม่ได้อยู่ที่นี่ก็ตาม

" หัวเราะอะไรของเจ้า ? " ซูหยานซิงก็ประหลาดใจ

" ไม่มีอะไร " ฉื่อหยานส่ายหัว ลังเลอยู่สักพัก จากนั้นก็พูดต่อ " เจ้าได้ข่าวของตระกูลหยางบ้างหรือไม่ ?มีคนจากตระกูลหยางปรากฏตัวบ้างหรือไม่ตลอดปีที่ผ่านมา ?

" ตระกูลหยางส่วนหนึ่งสมควรอยู่ที่ก้นทะเล ในครั้งนี้ เราได้รับข่าวว่าหยางมู่ และสหายของเขาที่เข้าไปในหุบเหวสนามรบด้วยกันได้ปรากฏตัวที่เมืองบาดาล อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในทะเลกว้างใหญ่นั้นน่าหวาดกลัว จึงไม่มีใครอยากไปหาพวกเขาเพื่อสร้างปัญหามากขึ้น เท่าที่เราเห็น หยางมู่ และคนอื่น ๆสมควรจะออกมาจากหุบเหวสนามรบมาได้แล้ว และอยู่เมืองบาดาล " ซูหยานซิงกล่าว

" เมืองบาดาล ? " ฉื่อหยานดูแปลกใจ

" ใช่ เมืองบาดาลในมหาสมุทรจะถูกเปิดโดยเผ่าทะเล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนสินค้ากับมนุษย์ แม้ว่าทรัพยาในก้นทะเลจะมีมากมาย แต่ทรัพยากรบางอย่างก็ทีเพียงบนพื้นดินเท่านั้น เผ่าทะเลได้เปิดเมืองบาดาลเพื่อให้นักรบบนพื้นผิว สามารถแลกเปลี่ยนทรัพยาบนพื้นดินกับทรัพยาในทะเลกับพวกเขาได้ " .

" หยางมู่ปรากฏตัวที่เมืองบาดาลจริงๆรึ ? " ฉื่อหยานพึมพำขณะที่สายตาของเขาพลันสว่างขึ้น

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1394 แล้วนะคะ มี 30 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 431 อิทธิพลของฉื่อหยาน

คัดลอกลิงก์แล้ว