เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 428 เดินทางกลับ

บทที่ 428 เดินทางกลับ

บทที่ 428 เดินทางกลับ


บทที่ 428 เดินทางกลับ

" อะไรรึ " ฉื่อหยาน ก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออก มองจ้าวเฟิงด้วยสีหน้ามึนงง " ตาเฒ่านั่นมีชื่อเสียงมากรึ ? "

" เจ้าจะรู้เมื่อเจ้ามาถึงดินแดนศักดิ์สิทธิ์ . " จ้าวเฟิงยิ้มอย่างลึกลับ " แม้แต่คนจากดินแดนพิสุทธิ์เองก็เคารพเขาเป็ฯอย่างมาก ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าหนุ่มนี่จะเป็นศิษย์ของตาเฒ่านั่น ไม่สงสัยเลยว่าทำไม... "

ฉื่อหยาน ก็แปลกใจ

" เอาหละ เราหวังว่าอีกไม่นานจะเจอเจ้าที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ตอนนี้เราควรจะกลับได้แล้ว " จ้าวเฟิงยิ้ม พูดกับหลี่เยว่และคนอื่นๆ

" ดูแลตนเองด้วย " ไชอี้ยิ้มแล้วเดินไปและมองฉื่อหยาน ดูเหมือนนางมีหลายเรื่องที่ต้องพูดกับเขา อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้ว นางก็แค่พูดว่า " อย่าลืมไปหาข้า ถ้าเจ้าไม่ไปหาข้า ข้าจะไปหาเจ้า "

" อ่า? " ฉื่อหยาน ยิ้มและไม่ได้ดูเหมือนจะเข้าใจความคิดของนาง " . เจ้ากับข้าต้องมีโอกาสได้พบกันแน่ในอนาคต ยังไงก็ตาม เราก็ไม่มีความจำเป็นต้องพบกัน "

" เจ้าช่างเป็นผู้ชายที่เย็นชานัก " ไชอี้ กระแอม และก็บอกว่า " ไม่เป็นไร ข้าจะไปพบเจ้า เพราะข้ามีบางอย่างจะบอกเจ้า " น้ำเสียงของนางก็ยังไม่ชัดเจน

ทุกคนก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาแสดงสีหน้าครุ่นคิด

" ลาก่อน " ไชอี้ยิ้มแล้วกระซิบ . นางหันไปรอบๆ มองไปยังสองพี่น้องลั่วหลันลั่วหลี่

" ขอบคุณน้องชาย เราจะจดจำความเมตตาของเจ้าไว้ " สองพี่น้องลั่วหลันลั่วหลี่พูดพร้อมกัน

ฉื่อหยานพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม

" ไปกันเถอะ เราจะกลับด้วยกัน ด้วยความเคารพจากฉื่อหยานฉื่อหยาน เราจะปกป้องพวกเจ้าระหว่างกลับเอง " จ้าวเฟิงยิ้มและพูดกับไชอี้และสองพี่น้องลั่วหลันลั่วหลี่

" ลาก่อน " ฉื่อหยานโบกมือของเขามองไชอี้ จ้าวเฟิง และคนอื่น ๆ ค่อยๆ หายไปพร้อมกับกลุ่มของเยว่จางเฟิง

หลังจากนั้นไม่นาน มีแค่ฉื่อหยาน ชิเสี่ยว ซั่วชู และซั่วฉือซ้ายอยู่บนเกาะ

" เจ้าไม่ได้โกหกเรื่องวารีแรกเริ่มชีวิตใช่หรือไม่ ?" รอจนทุกคนออกไปก่อน ชิเสี่ยวก็สูดลมหายใจเข้าลุกและถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

" ใช่ " ฉื่อหยานยิ้มและพยักหน้า " เมื่อท่านเข้าสู่นภาที่สามระดับพระเจ้าได้ อย่าลืมมาหาข้า ข้าจะมอบวารีแรกเริ่มชีวิตให้ท่านหนึ่งหยด ถ้าข้ายังมีมันอยู่หละนะ" หลังจากหยุดไปสักพัก เขามอง ซั่วชู และซั่วฉือ " พวกท่านเองก็ด้วย "

พวกเขาก็เปิดเผยสีหน้ายินดี

" ไปกันเถอะ เราต้องไปจากที่นี่ และไปทะเลไม่มีที่สิ้นสุด . " ฉื่อหยาน ไม่ลังเล อีกอย่างเขาก็จำเหตุการณ์ในทะเลกว้างใหญ่ได้ ซึ่งทำให้เขาไม่ต้องการอยู่ในหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬอีกต่อไป

ชิ เสี่ยว และอีก 2 คนก็พยักหน้า

กลุ่มของของเขาทั้งสี่คนก็ออกจากสถานที่แห่งนี้ กระโดดเข้าไปในหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬและมุ่งหน้ากลับไปยังทะเลไม่มีที่สิ้นสุด

. . . . . . .

ในวันหนึ่ง . . . . . . .

ฉื่อหยาน และอีก 3 คนก็ออกมาจากหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬและในที่สุดก็มาถึงชายแดนของแผ่นดินแล้ว พวกเขาเห็นแสงแดด พวกเขารู้สึกราวกับว่าได้เกิดใหม่

ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว ขณะที่อาบแสงมันก็ซึบซาบเข้าไปในจิตวิญญานต่อสู้ของฉื่อหยานด้วยวิธีลับบางอย่าง

ฉื่อหยานเผยสีหน้าตื่นเต้นดวงตาเต็มไปด้วยความสุข

ไม่รู้ว่าทำไม แต่เขาก็รู้สึกได้ว่า ความเร็วของพลังดวงดาวเจาะเข้าไปในร่างกายของเขาได้เร็วขึ้นกว่าเดิมสามเท่า จากก่อนหน้าที่เขาจะเริ่มเข้าสู่หมอกแม่เหล็กพิษทมิฒ

ไม่สามารถมองเห็นมันด้วยตาเปล่า แต่ก็สัมพัสไปถึงดวงดาวที่ปกคลุมทั่วท้องฟ้า พวกมันไหลลงมา เหมือนน้ำตกแล้วหายเข้าไปในจิตวิญญาณต่อสู้ของเขาเงียบๆ เสริมพลังให้กับจิตวิญญานแห่งดวงดาวของเขา

บางที เมื่อเขาได้บรรลุเข้าสู่ระดับนภา พลังลึกลับก็ได้เพิ่มพลังให้เขาจิตวิญญานดวงดาว เพื่อที่จะสามารถรองรับของดวงดาวได้มากขึ้น

เพียงระยะเวลาสั้นๆ , พลังดวงดาวที่ดูดซับมาก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมันก็มีมากขึ้นกว่าก่อน ซึ่งนี่เป็นข้อเท็จจริงที่ไม่อาจโต้แย้งได้

ทั้งสามคน ชิเสี่ยว ซั่วฉืแ ซั่วชู  ไม่สามารถตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงในร่างกายของ ฉื่อหยาน พวกเขาเพียงแค่เห็นใบหน้าที่มีความสุขของเขาและรู้ว่าเขากำลังรู้สึกดี

" อะไรรึ ? " ซั่วชู ยิ้มและถามว่า " มันเป็นเพราะได้เห็นดวงอาทิตย์อีกครั้งเลย ทำให้คุณรู้สึกเบิกบานใจรึ ? เมื่อได้ออกมาหลังจากที่อยู่ในหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬเป็นเวลานาน มันก็สมควรรู้สึกดี ใช่ไหม ?

ฉื่อหยานไม่ได้พูดอะไร แค่พยักหน้าและยิ้ม

" ทะเลไม่มีที่สิ้นสุด ตอนนี้กำลังปั่นป่วนใช่หรือไม่ ? " ชิเสี่ยวมองไปที่ทิศตะวันตกด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ตาของเขาสว่าง "มีเผ่าอสูรและเผ่าทมิฬอยู่ในทะเลแห่งนั้นใช่หรือไม่ ?

" ใช่ " .

" ช่างน่ากลัวนัก ดูเหมือนว่าเราต้องอ้อมเสียแล้ว เพราะสถานที่แห่งนั้นจะต้องอันตรายเป็นอย่างมากแน่ในตอนนี้ มันจะดีที่สุดถ้าเราสามารถหลีกเลี่ยงและข้ามทะเลไม่มีที่สิ้นสุดไป . " ชิเสี่ยวก็เงียบสักพัก แล้วกล่าวว่า " เราคงต้องแยกจากกันตรงนี้ "

ฉื่อหยานพยักหน้าและบอกว่า " หลังจากกลับไปถึงสมาคมการค้า ช่วยบอกท่านปู่ว่าไปไม่ต้องกังวลเรื่องสถานการณ์ในสมาคมการค้า รอจนกว่าข้าจะทำสิ่งต่าง ๆ ในทะเลไม่มีที่สิ้นสุดเสร็จสิ้นเสียก่อน ข้าจะคิดหาทางช่วยพวกท่านเอง ถ้าเป็นไปได้ ข้าจะส่งคนไปรับพวกท่านและออกจากสมาคมการค้าที่เล็กแคบเช่นนั้น "

ดวงตาของซั่วฉือก็ส่องประกาย

ซั่วฉือพยักหน้าตลอดเวลา และกล่าวอย่างมีความสุขว่า " ดีมาก หลังจากได้เดินทางออกจากสถานที่แห่งนั้นข้าก็ตระหนักได้แล้วว่าสมาคมการค้านักเล็กแคบจริงๆ ระดับการบ่มเพาะของนักรบเช่นเรานั้นต่ำเกินไป มองจากนักรบในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แล้ว แม้ว่าพวกเขาอยู่ในวัยเดียวกับเรา แต่พวกเขากลับอยู่ในระดับรู้แจ้งแลนภาเสียแล้ว ข้าเองก็ไม่อยากเป็นกบในกะลาตลอดไป"

ชิ เสี่ยว เผยรอยยิ้มบอกบุญไม่รับ เขาทนฝืนส่ายหัวและถอนหายใจ .

ในการมาหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬในครั้งนี้ เขาได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง เห็นนักรบหนุ่มที่อยู่ในระดับนภา เขาก็ไม่สามารถช่วยได้ ที่จะรู้สึกคับอกคับใจจนพูดไม่ออก

โดยเฉพาะเมื่องมองฉื่อหยาน

ตั้งแต่เขาออกจากสมาคมการค้าเขาก็สา่มารถเข้าสู่ระดับนภาได้เพียงใช้เวลาแค่ไม่กี่ปี  นี่เป็นการฝึกบ่มเพาะที่รวดเร็วนัก

ชิ เสี่ยว นั้นไม่รู้ว่าเป็นเพราะผลกระทบของจิตวิญญาณต่อสู้ที่ลึกลับในร่างกายของเขา เขาแค่คิดว่ามันเป็นเพราะสภาพแวดล้อมของเขา และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาได้ตระหนักถึงความสำคัญของสภาพแวดล้อมที่มีผลต่อการฝึกบ่มเพาะ

" หลังจากกลับไปคราวนี้ เราจะเตรียมตัวอยู่ที่สมาคมการค้า วางใจเถอะ ข้าจะบอกท่ายปู่ของคุเจ้าเกี่ยวกับสถานการณ์ของเจ้า . " ซั่วชูสูดลมหายใจลึก ยิ้มและกล่าวว่า " ปู่เจ้าคงคิดไม่ถึงแน่วว่าเจ้านั้นอยู่เหนือเขาและอยู่เหนือทุกคนในตระกูลฉื่อไปหมดแล้ว  "

ฉื่อหยาน ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา .

" ท่านต้องสัญญาว่า เมื่อเราเจอกันอีกครั้ง เจ้าจะต้องทำให้เราประหลาดใจยนิ่งกว่านี้" ชิ เสี่ยว มองเขาอย่างลึกซึ้ง และพูดว่า " เจ้าได้สร้างปาฏิหารย์มากมาย ข้าคิดว่าวันนึงเจ้าจะต้องสามารถเอาชนะนักรบระดับสูงทั้งหมด และยืนอยู่บนจุดสูงสุดเหนือพวกเขา ข้าแน่ใจว่าวันนั้นต้องมาถึงแน่ "

" ขอบคุณสำหรับคำชมของท่าน " ฉื่อหยานยิ้ม

ชิ เสี่ยว และอีก 2 คน พวกเขาก็ชมฉื่อหยานสักพักแล้วพูดคุยเกี่ยวกับสถานการณ์ในสมาคมการค้า ในที่สุด พวกเขาบอกลาเมื่อออกมาจากหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬและพาอ้อมไปด้านหลังเพื่อไปยังสมาคมการค้า

ฉื่อหยานมองทะเลที่ไกลออกไป และก็หัวเราะออกมาแล้วกลายเป็นประกายแสงดารา และบินตรงไปยังที่หลบภัยพื้นที่ทะเลสวรรค์

. . . . . . .

ในทะเลไม่มีที่สิ้นสุด

หนึ่งปีได้ผ่านไปอย่างรดเร็ว 5 ทะเลมีสงครามเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เผ่าอสูร เผ่าทมิฬ มนุษย์ และสัต์อสูรต่างก็ปรากฏตัขึ้นทุกที่ เพราะเพื่อทรัพยากรและความเกลียดชังทางเชื้อชาติพวกเขาจึงต่อสู้กันและไม่เคยหยุดต่อสู้เลย

ส่วยทะเลเคียร่าและทะเลเหิงลั่ว ตอนนี้กลายเป็นสถานที่ที่เผ่าอสูรและเผ่าทมิฬอาศัยอยู่ ทะเลเคียร่าถูกปกครองโดยเผ่าอสูร ทะเลเหิงลั่วถูกปกครองโดยเผ่าทมิฬ . ในห้าทะเลใหญ่มรเพียงสามแห่งเท่านั้นที่เป็นสถานที่ของมนุษย์ เพราะการรุกรานครั้งใหญ่ของสองเผ่าพันธุ์ ทะเลกว้างใหญ่จึงเกิดสงครามขึ้นอย่างต่อเนื่อง และดูไม่เหมือนจะไม่สิ้นสุดในเร็วนี้

เขตแดนระหว่าง ทะเลเคียร่าและทะเลเหิงลั่ว เป็นภูมิภาคที่เชื่อมโยงกับสามทะเลใหญ่ที่เหลือ ไม่อาจรู้ได้เลยว่ามีสิ่งมีชีวิตจำนวนเท่าใดที่ได้ตกตายไปแล้ว

เหล่าเผ่าอสูรและทมิฬต่างก็ต่อสู้กับนักรบในทะเลไม่มีสิ้นสุด ทำให้ทะเลไม่มีสิ้นสุดเต็มไปด้วยซพและทะเลเลือด

คนธรรมดาที่ได้รับผลกระทบจากสงครามครั้งนี้ต่างก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว พวกเขาไม่มีความหวังหรือมองเห็นเส้นทางของอนาคต พวกเขากลัวว่าเหล่าเผ่าอสูรและทมิฬจะมายังเกาะของพวกเขาและฆ่าล้างโคตรพวกเขา, เปลี่ยนเกาะของพวกเขาให้เป็นเกาะร้าง

วันนี้ บนเกาะใหญ่ในทะเลทมิฬ , นักรบมนุษย์และนักรบจากเผ่าอสูรและทมิฬยังต่อสู้กันอยู่ หลังจากการต่อสู้นองเลือดได้จบลง ก็เป็นนักรบมนุษย์ที่ถูกตัดหัวและ ไม่มีใครสามารถหนีพ้น

ศพถูกทิ้งไว้ทุกที่บนเกาะ มันเต็มไปด้าวยร่างของมนุษย์ เผ่าอสูรและทมิฬ รวทมถึงสัตว์อสูร

อย่างเงียบๆก็มีร่างปรากฏอยู่ในกองกระดูก เดินรอบเกาะพร้อมกับกลิ่นเลือด เขาขมวดคิ้ว และเผยผิวเข้ม

ไม่มีใครบนเกาะ คนๆนี้ได้ปลเปล่อยจิตสำนึกวิญญาณของเขาและตระหนักได้ว่าไม่มีใครที่มีอยู่บนเกาะ หรือไม่เจอแม้แต่สัมพัสชีวิตใดๆ

บนเกาะอันกว้างใหญ่นี้มีเพียงแร้งที่บินไปทั่วและกินซากศพเท่านั้น เหล่าหนอนแมลงกระจายอยู่ทั่ว และกลิ่นเหม็นฉุน ก็อบอ้วนไปทั่วพร้อมกับฉากที่น่าหวาดกลัว

เขาหยุดมองเกาะนี้ชั่วครู่ จากนั้น ก็ข้ามเกาะ บินไปที่เกาะเมฆาวายุ

เกาะเมฆาวายุตั้งอยู่ระหว่างทะเลเหิงลั่วและทะเลทมิฬ กลิ่นอายธรรมชาตินั้นเบาบางเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงมีนักรบน้อยคนที่อาศัยอยู่ที่นี่ ก่อนหน้านี้ ตั้งแต่คตระกูลเซียออกจากทะเลเคียร่า พวกเขาก็ตัดสินใจมาอยู่ที่เกาะเมฆาวายุชั่วคราว เพราะหลีกเลี่ยงจากนักรบในทะเลไม่มีสิ้นสุด

เมื่อฉื่อหยานกลับมายังทะเลไม่มีที่สิ้นสุด เขาก็ไม่รู้เกี่ยวกับสถานการณ์ของที่นั่น และไม่กล้าที่จะปรากฏตัว เพื่อรับข่าวสารของตระกูลเซี่ย , วิธีเดียวของเขาคือ การสํารวจและแอบฟังสิ่งที่เหล่านักรบในกองกำลังต่างๆพูดคุยกัน

ตลอดทางนั้น เขาจงใจหลีกเลี่ยงเกาะที่มีนักรบรวมตัวกันอยู่เพื่อหลบซ่อน และใช้วิธีพิเศษเพื่อปกปิดลักษณะของเขา เขาไม่อยากให้คนอื่นรับรู้ตัวตนของเขา

สถานการณ์ไม่มีที่สิ้นสุดทะเลกำลังซับซ้อน หลังจากรู้ถึงสถานการณ์อย่างละเอียด เขาก็สามารถคิดได้ว่าจะลงมือเช่นไรต่อ

มาถึงเกาะเมฆาวายุ เขาก็ปล่อยจิตสำนึกวิญญาณของเขาไปทั่วเกาะ ไม่ว่าจิตำสนึกวิญญาณของเขาจะผ่านไปที่ใดก็ไม่มีร่องรอยของชีวิตตอบสนองกลับมา เขาตรวจไม่พบแม้กระทั่งสัตว์อสูรที่อยู๋บนเกาะ สถานที่นี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความคายและดูแห้งแร้งมาเป็นระยะเวลายาวนาน

เดินรอบเกาะ เขายังไม่พบนักรบมนุษย์ตนใด หรือพวกเผ่าอื่นเลย หรือแม้แต่กระดูกมนุษย์ นี่ทำให้คิดได้ว่าเกาะแห่งนี้ร้างมาเป็นเวลานานแล้ว

เห็นได้ชัดว่าเขาไม่สามารถหาคนจากตระกูลเซี่ยได้จากที่แห่งนี้

เมฆดำก็ปกคลุมท้องฟ้า

ในเมฆตรนั้น , กลิ่นอายที่มืดมนก็ค่อยๆขยายออกและพลังแปลกประหลาดก็ถูกปลดปล่อยออกมาตลอดเวลา ฉื่อหยาน ก็สะดุ้ง เขาขมวดคิ้วขณะที่มองเมฆดำ ใบหน้าของเขากลายเป็นเคร่งขรึม ในขณะที่เขาเตรียมรับมือไว้

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1394 แล้วนะคะ มี 30 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 428 เดินทางกลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว