เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 404 ซัดจนร่างเบี้ยว

บทที่ 404 ซัดจนร่างเบี้ยว

บทที่ 404 ซัดจนร่างเบี้ยว


บทที่ 404 ซัดจนร่างเบี้ยว

" เจ้าเด็กน้อย เจ้านี่ทรงพลังยิ่งนัก  เจ้าจะต้องเป็นคนที่มีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมของนิกายประกายแสงศักดิ์สิทธิ์ " เสี่ยวหลิงยิ้ม " นี่ไม่ใช่สิ่งที่ข้าอยากเห็น การฆ่าเจ้าก็เพื่อลดพลังของนิกายเทพในอนาคต ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าเดิบโตแน่นอน . "

ร่างกายทั้งหมดของเสี่ยวหลิงที่ถูกเคลือบพุ่งไปยังฉื่อหยานที่อยู่ตรงข้าวอย่างเกรี้ยวกราด ในขณะที่ระเบิดแก่นแท้เจตจำนงโลหะออกมา

ฉื่อหยาน ดูเหมือนจะไม่รู้หรอกว่าเสี่ยวหลิงได้เคลือบร่างกาย . กล้ามเนื้อทั้งร่างกระตุกไปมา แต่เขาก็เริ่มที่จะต่อสู้กลับ

ทั้งคู่ไม่ได้ใช้วิชาใดๆหรือสมบัติต่อสู้กันพวกเขาใช้แรงและร่างกายต่อสู้กันเท่านั้นทำให้ดูเหมือนสองสัตว์ป่ากำลังต่อสู้กันเอง

เมื่อจิตวิญญานกายาแข็งที่กลายพันธุ์ประทะกับจิตวิญญานเพชรของเสี่ยวหลิง ราวกับก้อนหินประทะกัน คาดไม่ถึงเลยว่าจิตวิญญานกายาแข็งนั้นจะไม่ได้ด้อยกว่าเลย

ปัง ปัง ปัง !

เสี่ยงโลหะประทะกันดังก้องไปจากร่างของพวกเขาทั้งสอง

เสี่ยวหลิงเข้าต่อสู้อย่างกระชันชิด ด้วยร่างกายที่เคลือบของเขา อย่างไม่คาดคิดภายใต้การโจมตีของฉื่อหยานร่างกายของเขากลับเกิดเสียง ‘เก้ง’ พลังที่รุนแรงได้ประทะเข้ามาในร ' ร่างกาย ' ของเขาและทำให้เลือดเนื้อในร่างกายของเขาปั่นป่วน  ร่างที่ถูกสร้างขึ้นจากหโลหะนับสิบชนิดอที่แตกต่างกันกลับไม่สามารถทนได้

ในการต่อสู้ แม้ว่าร่างของเสี่ยวหลิงจะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่น่าก็ตกใจที่ใบหน้าของเขาเกิดหลุมเลือดเจ็ดจถดขึ้น และใบหน้าของเขาก็ดูดุร้ายมากขึ้น

ในทางตรงกันข้าม ภายใต้ สภาวะถูกควบคุมโดยปีศาจ ฉื่อหยานดูเหมือนจะไม่ได้พบเจอกับอะไรที่ผิดปกติเลย ใบหน้าของเขาไม่มีรอยเปื้อนเลือด ราวกับว่าเขาไม่ได้รับความทุกข์ทรมานจากความเมื่อยล้าหรืออาการบาดเจ็บใดๆ โดยใช้สัญชาตญานเขาใช้หมัดของเขาเพื่อต่อสู้และโจมตีไปยังเสี่ยวหลิงที่เคลือบร่างกายไว้

ใน สภาวะถูกควบคุมโดยปีศาจ  ฉื่อหยานก็เต็มไปด้วยความปรารถนาที่จะทำลายอย่างไม่รู้จบ ความปรารถนาที่ไร้ขีดจำกัดขยายปกคลุมทั่วจิตใจ ทำให้เขาเสียสติ และกลายเป็นคนที่รู้จักแต่การ ฆ่าและทำลายล้างตามสัญชาตญาน

นี้เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ใช้ระบายอารมณ์เชิงลบ

เสี่ยวหลิงเป็นเพียงกระสอบทรายเพื่อให้ฉื่อหยานระบาย . ด้วยการโจมตีที่บ้าคลั่ง ฉื่อหยานยังคงปล่อยตัวไปด้วยความปรารถนาที่ต้องการทำลาย และดูเหมือนว่าเข้าเพิ่งจะเข้าสู่แก่นแท้เจตจำนงลึกลับบางอย่าง

ในขณะที่ ฉื่อหยาน สู้กับเสี่ยวหลิง จุดชีพจรเจ็ดร้อบยี้สิบจุดในร่างกายของเขาก็กลั่นพลังเชิงลบและเปลี่ยนมันเป็นพลังลึกลับที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของเขา

ไม่อาจรู้ได้ว่าการต่อสู้นี้จะยาวนานไปถึงเมื่อไหร่ แต่พลังเชิงลบที่วิ่งอยู่ในจุดชีพจรของเขาเริ่มถูกชำระล้างออกไป

กลุ่มก้อนพลังรั่วไหลออกมา และในเวลาไม่นานนัก ฉื่อหยานก็กลายเป็นได้สติชั่วครู่ ในขณะที่สายตาของเขา ส่องประกายแสงแห่งความรู้แจ้ง

พลังลึกลับไหลทั่วร่างกายของเขา พร้อมกับพลังปราณลึกลับ มันชนเข้ากับแหวนสายโลหิต อุปสรรคภายในแหวนสายโลหิตถูกทำลาย และความทรงจำ ก็ลอยออกมาจากแหวนสายโลหิตและเข้าไปในหัวของเขา

ในทันที ในดินแดนลึกลับนี้ ร่างกายของเขาก็สั่นสะท้าน จิตใจของเขาปั่นป่วน ห้วงจิตสำนึกของเขาหใุนวน และการไหลของวิญญานก็เติบโตขึ้น

ขนาดของห้วงจิตสำนึกของเขาขยายขึ้นสามเท่าในช่วงเวลาสั้นๆ

การเปลี่ยนแปลงของห้วงจิตสำนึกเป็นสัญลักษณ์ของการทะลวงเข้าสู่ระดับใหม่ ซึ่งไม่อาจรู้ได้ ฉื่อหยานได้โดยทะลวงเข้าสู่นถาแรกระดับนภาและต้นไม้ภายในประกายแสงพลังปราณลึกลับก็ขยายขึ้นเป็นสองเท่า

ความรู้ที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับสัญชาตญาณก็ส่องเข้าไปในหัวใจของเขา ฉื่อหยานก็บ้าคลั่งอีกครั้ง เลือดในร่างกายของเขาไหลเวียนอย่างรวดเร็ว และหลอมเข้ากับพลังเชิงลง

ร่างกายของเขาที่เคยขยายตัวเพราะจิตวิญญานกายาแข็งที่กลายพันธุ์ ตอนนี้ก็แห้งเหี่ยว ร่างกายของเขาเดิมทีที่เป็นสีม่วงก็กลายเป็นสีแดง

หลายหยดเลือดสีแดงสด ผสมกับพลังเชิงลบโดยไม่คาดคิดหยดเลือดนั้นก็ออกมาทางรูขุมขน อย่างไรก็ตาม พวกมันไม่ได้หยดลงไปแต่ปกคลุมร่างกายของเขาแทน

มันดูเหมือนกับรังไหมเลือด

จากที่ไกลๆ ฉื่อหยาน ดูราวกับว่าถูกปกคลุมด้วยเลือด ภายในเลือดเต็มไปด้วยกลิ่นอายที่ชั่วร้าย

ใบหน้าของเสี่ยวหลิงก็เปลี่ยนกระทันหัน

ใครก็ตามที่ได้เห็นการต่อสู้ระหว่างเสี่ยวหลิงและฉื่อหยานก็ตระหนักได้ว่า มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในร่างกายของฉื่อหยานอย่างรวดเร็ว ในช่วงเวลานี้ กลิ่นอายจากร่างกายชื่อหยานก็เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

พลังที่รุนแรง กราดเกรี้ยว ก็เพิ่มขึ้น พลังชั่วร้ายที่สามารถทำลายสวรรค์และแผ่นดินโลกได้ ก็ไหลออกมาจากร่างกายของ ฉื่อหยาน

บูม !

ฉื่อหยานระเบิดพลังไปบนหน้าอกของเสี่ยวหลิง ที่เคลือบไว้ และหน้าอกของเสี่ยวหลิงก็บุบลงไป

เสียงกระดูกหักก็ดังเกิดขึ้นจากหน้าอกของเสี่ยวหลิง กระดูกของเขาซึ่งประกอบไปด้วยโลหะนับสิบประเภทดูเหมือนจะไม้สามารถทนต่อการโจมตีโดยตรงของพลังที่ระเบิดออกมาได้

เสี่ยวหลิงไม่สามารถช่วยได้ที่จะส่งเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความทรมาน จิตใต้สํานึกของเขานั้นอยากจะหลบ

แต่มันสายไปแล้ว

ฉื่อหยานพลังก็ระเบิดขึ้นเหมือนสัตว์ดุร้าย เขารีบกระชาก เสี่ยวหลิง ในขณะที่ซัดหมัดอย่างรุนแรงไปที่ร่างงของเขา

เสี่ยวหลิงร่างที่ถูกเคลือบก็กลายเป็นบิดเบี้ยว ดูเหมือนกบัชิ้นส่วนของโลหะที่ถูกกระแทกจนงอหัก

เสี่ยวหลิงก็ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดแต่ก็ไม่สามารถหลบการโจมตีของเขาได้ เขาถูกซัดจนเลือดกระเซ็นเต็มไปหมด และร่างกายของเขาก็บิดเบี้ยว และร่างของเขาก็ค่อยๆกลายเป็นลับเรียว เขาดูเหมือนกับก้อนเหล็กที่กำลังถูกหลอมเป็นดาบ

นักรบคนอื่น ๆรอบๆที่กำลังจัดการกับศพโบราณทั้งหมดตกตะลึงจนพูดไม่ออก มองฉื่อหยานด้วยสายตาที่ไม่อบากเชื่อราวกับมองอสูรร้าย

กระดูกสันหลังของเขาเย็นเยียบ พวกเขามองฉื่อหยานด้วยความกลัว แต่พวกเขาก็ตระหนักได้ถึงพลังชั่วร้ายที่ระเบิดออกมา

ร่างของเสี่ยวหลิงที่ได้เคลือบไว้ด้วย จิตวิญญาณเพชร ซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่าแข็งแกร่งทนทานจนไม่อาจทำลายได้ ตอนนี้ก็กลายเป็นบิดเบี้ยวและไม่สามารถทนได้

แสงในดวงตาของเสี่ยวหลิงก็ค่อยๆกลายเป็มืดมัว ดวงตาส่องแสงสีทองและสีเงินอื่น ๆก็กลับมาเป็ฯเช่นเดิม

" เขาถูกฆ่าตายแล้ว .

" ใช่ เสี่ยวหลิงตายแล้ว”

" เจ้าเด็กนี่เป็นมนุษย์จริงรึ จิตวิญญานเพชรของเสี่ยวหลินั้นได้ขึ้นชื่อว่าเป็นจิตวิญญานต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในพระราชวังจิตวิญญานต่อสู้ ไม่ใช่รึ ? เขาสามารถเอาชนะนักรบทั่วไปในระดับเดียวกันได้เพียงแค่ใช้พลังจากร่างกาย , คนทั่วไปไม่สามารถทำลายจิตวิญญานเพชรได้ แล้วนี่คือพลังเช่นใดกัน ?"

" นักรบระดับเดียวกันรึ ? หึ เห็นได้ชัดว่าเจ้าเด็กนี่อยู่เพียงระดับรู้แจ้งเท่านั้น”

" เสี่ยวหลิง อ่อนแอเกินไป หรือว่าเจ้าเด็กนั่นแข็งแกร่งเกินไปกันแน่ ?

" เจ้าคิดว่าไง ?

" ข้าคิดว่าเจ้าเด็กนั้นแข็งแกร่ง”

นักรบทั้งหมดต่างก็พูดคุยกัน พวกเขาทั้งหมดมีสีหน้าขมขื่น และพวกเขาก็รู้ว่าพวกเขาไม่สามารถเอาชนะฉื่อหยานได้

เสี่ยวหลิงนั้นได้ตานแล้ว แต่ ฉื่อหยาน รู้เหมือนจะไม่รู้ เขาเอาแต่จ้องร่างขอเสี่ยวหลิงที่ตาไปแล้วและซัดเขาอย่างต่อเนื่องราวกับนวดเส้นบะหมี่

" ต้าเกอ " เสี่ยวไห่ ดวงตาก็ปูดบวมที่ใบหน้าของเขาแสดงออกทุกข์ทรมาร เขารีบพุ่งไปที่เสี่ยวหลิง และคำรามออกมา .

" สมน้ำหน้า " จ้าวเฟิง แสยะยิ้ม เย็นชาและรู้สึกปลื้มกับความคิดที่ถูกต้องของเขา . เด็กคนนี้ ฉื่อหยานนั้นพิเศษจริงๆ เขาอาจจะเป็นดวงดาวที่สว่างสดใสของนิกายประกายแสงศักดิ์สิทธิ์ ตราบใดที่เขาแนะนำฉื่อหยานเข้านิกายได้ ตำแหน่งของเขาในนิกายประกายแสงศักดิ์สิทธิ์ในอนาคตจะต้องรุ่งเรืองแน่นอน

บูม !

ร่างของเสี่ยวหลิงถูกแยกเป็นส่องส่วนจากส่วนท้อง เนื้อหนังและเลือดกระเซ็นไปทั่ว

ฉื่อหยานก็หยุดลงเมื่อเสี่ยวหลิงถูกแยกเป็นเสี่ยงๆ เขายืนงงไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น . เขาดูเหมือนเขากำลังคิดและสงสัยตัวเอง

ไม่มีใครกล้าตอแยเขา

ทุกคนมองเขาจากระยะไกล ต่อให้เค้าอยู่ในสภาวะสับสน ก็ไม่มีใครกล้าที่จะใช้โอกาสนี้โจมตีเขา

ทุกคนก็ตกใจดูจากแสดงออกของเขา

หัวของ ถูเค่อ ถูกระเบิด ร่างที่เคลือบจิตวิญญานเพชรของเสี่ยวหลิถูกแยกเป็ยสองส่วน ด้วยการโจมตีที่โหดเหี้ยมของ ฉื่อหยาน ทำให้คนที่พบเห็นรู้สึกเย็นถึงกระดูกของพวกเขาและเต็มไปด้วยความกลัว

หลายคนหยุดต่อสู้กับศพโบราณ และมองฉื่อหยาน จากที่ไกลๆ ด้วยใบหน้าที่ระมัดระวัง พวกเขากลัวว่าหากเคลื่อนไหวแม้แต่นิดเดียวจะไปกระตุ้นความกราดเกรี้ยวในร่างของเขา

ใครก็ตามที่ตกเป็นเป้าหมายของเขาจะต้องจบลงด้วยชะตากรรมอนาถ นี้ถูกพิสูจน์แล้ว ด้วยการตายของถูเค่อและเสี่ยวหลิง

ไม่มีใครกล้าที่จะเคลื่อนไหว .

ซั่วฉือขยับเล็กน้อง นางต้องการที่จะดูสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม ซั่วชูกลับจับนางไว้แน่น ไม่ยอมให้นางเข้าใกล้ ฉื่อหยาน

ไชอี้ ที่ฆ่านักรบนภาแรกระดับนภาไปแล้ว ก็จ้องเขาในขณะที่มีสีหน้าขมขื่น

ลืมมันเสียเถอะ...

ไชอี้นั้นพยายามหาโอกาสฆ่าเหยียนฉื่อหยานก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ นางจึงตัดสินใจที่จะยกเลิกความคิดบ้าๆ และลืมสิ่งที่เกิดขึ้นกับนางที่ด้านล่างของทะเลสาบ

" ต้าเกอ , ฉื่อหยาน เด็กหนุ่มคนนี้แข็งแกร้งเกินไป เขาดูเหมือนว่าจะน่าหวาดกลัวกว่าสายเลือดของเราเสียอีก”

ลั่วหลันก็ก็ตกใจแล้วพูดกับลั่วหลี่

ลั่วหลี่พยักหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม " เขาช่วยพวกเราไว้มาก ไม่มีเขา เราควรจะตายหลายครั้งแล้ส ถึงแม้ว่าจะไม่มีมิตรภาพที่แท้จริงในหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬ เราก็ควรปฏิบัติต่อเขาอย่างจริงใจ และเชื่อใจเขา นี่เป็นศีลธรรมนี้เป็นพื้นฐานที่สุด หากใครช่วยเรา เราก็ตเองตอบแทน "

" ข้าเข้าใจแล้ว"

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เด็กดี ข้าคิดไม่ผิดเลยที่จะพาเจ้าไปกับข้า " จ้าวเฟิงระเบิดเสียงหัวเราะออกมา ไม่สนเรื่องเสี่ยวไห่ที่ร้อง ตะโกนพุ่งไปหาฉื่อหยาน " รอจนกว่าการเดินทางในหมอกแม่เหล็กทมิฬจะสิ้นสุดเสียก่อน ข้าจะรายงานกับบรรพบุรุษของเรา บอกพวกเขาว่า มีเมล็ดพันธุ์ที่ดีแห่งนิกายเทพของเราในทะเลไม่มีที่สิ้นสุดมา "

สาวกจากนิกายเทพก็ดูตื่นเต้น และพบร่องรอยของความสุข

ฉื่อหยานร่างกายก็สะดุ้งเล็กน้อย . หลังจากได้ระบายออกไป , ดูเหมือนเขาจะค่อยๆ ฟื้นฟูจิตใจ ร่องรอยของความสับสนปรากฏขึ้นในดวงตาของเขาเล็กน้อย

ครึ่งวันต่อมา ฉื่อหยานก็หันศีรษะของเขามองรอบๆ ดวงตาทั้งสองของเขาได้กลับมาสู่สภาพปกติ  ความชั่วร้ายและโหดเหี้ยม กลิ่นอายเหล่านี้ได้หายไป

" นางสารเลวอายหยาอยู่ไหน ? " นเค้ามองไชอี้และถาม

ใต้การพินิจพิเคราะห์ดู นางก็ค่อยๆส่ายหน้าและกล่าวว่า " หลังจากที่ข้ามาที่นี่ข้าก็ไม่รู้ว่านางอยู่ที่ใดแล้ว . "

" ถ้าข้าเจอนางข้าจะสั่งสอนนางเสีย" ลั่วหลันพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

" ฉื่อหยาน " ซั่วฉือในที่สุดร้องออกมาด้วยความชื่นชมยินดี" เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่ ? เจ้าตื่นแล้วรึ ? เจ้ารู้มั้ยว่าข้าเป็นใคร ? " นางสะบัดแขนของนางอย่างหนักและมีใบหน้าที่ร่าเริงเต็มไปด้วยตวามตื่นเต้น

ฉื่อหยานสแยะยิ้มและพยักหน้ากับนาง , " ดีแล้วที่พวกเจ้าปลอดภัย ข้ากลัวว่าข้าจะทำร้ายเจ้า แม้แต่ตัวข้าเองก็ไม่สามารถควบคุมได้หากตกอยู่ในสภาพนั้น”

" ไม่ต้องเป็นห่วง เราทุกคนปกติดี "ซั่วชูยิ้มเขินเช็ดเหงื่อของเขาและแอบถอนหายใจโล่งอก

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1394 แล้วนะคะ มี 30 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 404 ซัดจนร่างเบี้ยว

คัดลอกลิงก์แล้ว