เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 398 ลูกศรดาวเหนือ

บทที่ 398 ลูกศรดาวเหนือ

บทที่ 398 ลูกศรดาวเหนือ


บทที่ 398 ลูกศรดาวเหนือ

"เด็กน้อย เจ้าเป็นหนึ่งในนิกายเทพงั้นรึ ? " นักรบวัยกลางคนที่มีใบหน้าแห้งเหลืองก็ มองฉื่อหยาน , ตะโกนเสียงดัง ในขณะที่ดูเหมือนจะตื่นเต้น

ฉื่อหยาน ก็ตกใ สักพัก ในขณะที่เขาอยู่กำลังคิดหาวิธีรับมือกับหายนะเหล่านี้ เขาก็ไม่เข้าใจว่าชายแก่คนนั้นพูดเรื่องอะไรและเขาก็ถาม ' อะไรนะ ? ' .

" เจ้าคือหนึ่งในคนที่มีพรสวรรค์ของนิกายเทพใช่ไหม เจ้าสารเลวน้อย  ? "

ชายร่างยักษ์ก็โกรธแค้น . ทัศนคติของเขาไม่ได้ดีกว่าเดิมเลยเมื่อเขาได้มองฉื่อหยาน เขาไม่พอใจที่เขาฆ่าไม่สามารถฆ่าเขาได้ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าเขาจะสาปแช่งเขาว่าเป็น ' สารเลวน้อยแสบ ' เขาก็ไม่ได้มีเจตนาร้าย .

ฉื่อหยาน ก็เข้าใจ

" ข้ามาจากทะเลไม่มีที่สิ้นสุด , และมีจิตวิญญานแห่งดวงดาว พรรคสามเทพในทะเลไม่มีสิ้นสุดเป็นพรรคสาขาของนิกายเทพ ข้า . . . "

" ข้าเข้าใจแล้ว " โดยไม่ต้องรอ ฉื่อหยาน ก็ตัดประโยคพูดของเขา แล้วชายคนนั้นก็พูดขึ้น" มานี่ เราต้องการพลังดวงดาวจากเจ้า ตราบใดที่เจ้าหลอมรวมลูกศรดาวเหนือได้แล้ว รวมกับพลังแสงอาทิตย์ของข้าและพลังดวงจันทร์ของหลี่เยวา , เราจะสามารถทำลายตราประทับภูเขาและแม่น้ำได้ "

ข้างๆ เป็นนักรบหญิงที่อยู่ในนภาที่สามระดับนภาก็พยักหน้าหน้า

นักรบคนนี้ชื่อ หลี่เยว่ ของนิกายประกายแสงศักดิ์สิทธิ์ ดูธรรมดา ร่างกายของนางค่อนข้างผอม ใบหน้าของนางซีดเล็กน้อย ราวกับว่านางไม่ได้สัมผัสกับแสงแดดเป็นเวลานาน

ในตอนที่นางเห็นฉื่อหยานใช้โล่ดารา เธก็สะดุ้งเล็กน้อย หลังจากที่รู้ว่ามันโล่ดารา นางก็นับฉิ่อหยานว่าเป็นครอบครัวของนาง และยังมีทัศนคติที่ดีต่อเขา

ก่อนที่จะเห็นฉื่อหยานแสดงโล่ดารา นางนั้นได้มองฉื่อหยานด้วยสายตาเย็นชาตลอด

" ตนจากนิกายประกายแสงศักดิ์สิทธิ์ " ไชอี้พึมพำด้วยเสียงต่ำ

ฉื่อหยาน ตะลึง เขาคิดอยู่ซักพัก ก่อนที่เขาจะค่อยๆพยักหน้า เดินมาที่ซั่วฉือ เขาจับมือนางและพานางไปที่ศูนย์กลางของทะเลสาบ

ดวงตาของซั่วฉือก็กลายเป็นตื่นตระหนก ; สีหน้าสับสนขณะที่มองฉื่อหยาน ที่ดึงนางสู่ใจกลางทะเลสาบ

หลังจากสิ่งที่เกิดขึ้น ชิเสี่ยวและ ซั่วชู ก็ดูร่าเริงมากขณะที่มองผ่านฉื่อหยาน

ซั่วฉือเป็นเพียงนักรบระดับหายนะ; นางมีระดับการบ่มเพาะทีี่อ่อนแอที่สุดในที่นี่ ถ้านางยืนอยู่ที่ขอบของทะเลสาบ นางอาจจะไม่สามารถทนต่อหายนะเหล่านั้นได้ แม้ว่าสนามแม่เหล็กรอบทะเลสาบสีเงินชะลอความเร็วขอหงายนะลงได้เ็นอย่างมาก แต่ในที่สุดหายนะนั้นก็จะมาถึงอยู่ดี

ฉื่อหยานก็พาซั่วฉือไปยังศูนย์กลางของทะเลสาบเพื่อที่จะให้นางเป็นคนสุดท้ายที่จะเผชิญกับภัยหายนะเหล่านั้น บางทีเมื่อตอนนั้น อุปสรรคที่อายหยาสร้างขึ้นอาจจะถูกทำลายไปแล้ว แล้วตอนนั้น ก็จะให้นางฉวยโอกาสปีนบันไดขึ้นไปบนท้องฟ้าเพื่อ หลีกเลี่ยงหายนะเหล่านั้น

" ผู้หญิงคนนี้คือใคร ?" นักรบกับหน้าเหลืองขมวดคิ้วถามเมื่อเห็นฉื่อหยานพาซั่วฉือมา

" ภรรยาข้าเอง " ฉื่อหยานเผยรอยยิ้มบางๆ ด้วยใบหน้าปกติของเขาและแอบจับมือซั่วฉือมือไว้แน่น

ซั่วฉือ แต่เดิมที่หวั่นไหวอยู่แล้วก็แอบตำหนิ ฉื่อหยาน อย่างไรก็ตาม เมื่อนางมองไปที่ชิเสี่ยวและ ซั่วชู และเห็นพวกเขาถอนหายใจโล่งอก นางก็เข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

ฉื่อหยานต้องการปกป้องนาง

ซั่วฉือขยับเล็กน้อยและหยุดดิ้นรน นางกลายเป็นประพฤติดีและเชื่อฟังฉื่อหยาน

หลังจากได้ยินฉื่อหยานพูดว่าซั่วฉือเป็นภรรยาของเขา นักรบจากนิกายประกายแสงศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก พวกเขาห้าคนเริ่มขยับไปข้างๆเพื่อเปิดพื้นที่ว่างให้ฉื่อหยานและซั่วฉือเล็กๆ

" เจ้ารู้วิธีใช้ลูกศรดาวเหนือหรือไม่?"  หลี่เยว่ถาม

" ไม่ ข้าไม่รู้ " ฉื่อหยานส่ายหน้า

" แล้ววิธีการใช้ดาราผันแปลสร้างเป็นรูปแบบ เจ้าพอจะรู้หรือไม่ ? หลี่เยว่ถามอีกครั้ง

" รูปแบบดวงดาว ?" ฉื่อหยานดวงตาก็สดใสขึ้น เขาพยักหน้า " ข้ารู้วิธี "

" ดีมาก ใช้มันออกมาเร็วเข้า จ้าวเฟิง และข้าจะจัดการที่เหลือเอง .

" เร็วเข้า " นักรบหน้าเหลืองชื่อ จ้าวเฟิงก็รีบกระตุ้น ฉื่อหยาน

ในศูนย์ของทะเลสาบกลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดอีกสองกลุ่มก็ ดูเหมือนจะจักเคล็ดวิชาลับของนิกายประกายแสงศักดิ์สิทธิ์ หลังจากได้ยินคำว่า ลูกศรดาวเหนือ และรูปแบบดวงดาว พวกเขาดวงตาก็ส่องประกาย และไม่มีใครด่าฉื่อหยานอีกต่อไป พวกเขามองฉื่อหยานด้วยดวงตาที่ตกตะลึง

ภายใต้การพินิจพิเคราะห์ของคนอื่นที่มองฉื่อหยาน ที่กำลังควบคุมจิตใจของเขาเพื่อเปิดใช้งานจิตวิญญาแห่งดวงดาว รวบรวมกลุ่มจุดแสงของดวงดาว เจ็ดกลุ่มแสงดวงดาวก็ปรากฏขึ้นเหนือหัวของเขา และปรากฏเป็นรูปแบบดวงดาวจระเข้ใหญ่

" นี่ใช่หรือมั้ย ?"  ฉื่อหยานถามกับความไม่แน่นอน

" นั่นมัน . . . " จ้าวเฟิงแสดงใบหน้าที่ร่าเริงและระเบิดเสียงหัวเราะออกมา . กระชากพลังเปลวไฟที่รุนแรงให้ไหลออกจากร่างกายของเขาเกิดเป็นแสงส่องสว่าง

แสงแดดเจิดจ้าสาดส้องกระเด็นออกมาและเจาะเข้าไปในจุดดวงดาวทั้งเจ็ด

ในเวลาเดียวกัน แสงจันทร์ก็แผ่ออกมาจากร่างของ หลี่เยว่ แสงที่เป็นเหมือนแสงดวงจันที์นี้ ลอยออกมาจากมือของนางและเข้าไปในจุดดวงดาวทั้งเจ็ด '

" ไม่ต้องเป็นห่วง พวกเราจะจัดการที่เหลือเอง . " หลี่เยว่ พูดกับเขาเพื่อคลายกังวล

ฉื่อหยานพยักหน้า

กลุ่มของแสงอาทิตย์ แสงจันทร์ และเจ็ดกลุ่มแวงดวงดาวก็หลอมรวมกันสร้างเป็นรูปแบบดวงดาว

อยู่ๆก็มีแรงสั่นสะเทือนของพลังกระจายออกมาจากแสงแดดและดวงดาว ความผันผวนนี้ทันทีก็ระเบิดออกมาจากจุดแสงดวงดาวทั้งเจ็กของฉื่อหยาน .

ภายใต้การจ้องมองของทุกคน การเปลี่ยนแปลง ที่แปลกประหลาดก็ปรากฏในเจ็ดกลุ่มดวงดาวที่ฉื่อหยานสร้างขึ้น มันเปลี่ยนเป็นรูปแบบรูปคันธนูและลูกศร

แสงแดดจากจ้าวเฟิงและแสงจันทร์ของ หลี่เยว่ ผสานเป็นรูปแบบลูกศรที่มีประสิทธิภาพ ที่ธนูมีลูกศรเรืองแสงซึ่งถูกสร้างขึ้นจากการควบแน่นของแสงดวงดาว

คันธนูถูกยืดยาวออกไป ความผันผวนพลังที่รุนแรงก็ไหลออกมาจากคันธนู

แสงดาวทันทีก็รวมกับอยู่ที่ลูกศรแสง ลูกศรแสงนี้ก็ปลดปล่อยลำแสงพุ่งไปยังศพโบรารด้านล่าง

" บูม "

เมื่อลูกศรแสงประทะเข้ากับศพโบราณด้านล่าง แสงสีม่วงที่ห่อศพโบราณก็แตกทันที

ตราประทับภูเขาและแม่น้ำที่ปิดกันอยู่เหนือหัวของทุกคน พลังของมันก็กระจัดกระจายหายไป ตราประทับภูเขาและแม่น้ำ กลายเป็นดำมืดและไม่สามารถรักษาคงสภาพแสงสีม่วงที่เหมือนกับสายน้ำไว้ได้อีกต่อไป

สมบัติลับทุกชนิดก็กระเด็นออกมาและชนกับตราประทับภูเขาและแม่น้ำ ตราประทับภูเขาและแม่น้ำสะบัดเล็กน้อยในอากาศและกลิ่นอายของมันก็กลายเป็นว่างเปล่าและในที่สุดมันก็ตกลงมา

" นี้เป็นฝีมือของพวกเรา " จ้าวเฟิงหัวเราะออกมาเสียงดังและตะโกน , " เราเป็นคนทำลายอุปสรรคนี้ิอย่างยากลำยาก ดังนั้นเราต้องไปก่อน "

ใบหน้าของ หลี่เยว่ กลายเป็นเย็นชา นางมองไปที่นักรบข้างๆนางและกล่าวว่า " ทุกคนคงจะเข้าใจกฏนะ "

" ไปเลย! " จ้าวเฟิงจ้องไปที่นักรบนิกายประกายแสงศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ข้างๆและตะโกนบอก

ภายใต้สายตาของจ้าวเฟิง นักรบนี้ก็สะดุ้งและรีบวิ่งไปที่หินบันได

ฉื่อหยาน ก็ตกใจและรีบผลักซั่วฉือไป นางโซเซ เดินไปที่สะพานศพและพยายามปีนในขณะที่ถูกผลักโดยสาวกของนิกายประกายแสงศักดิ์สิทธิ์

เมื่อจ้าวเฟิงและ หลี่เยว่ เห็นฉื่อหยานแล้ว พวกเขาก็ขมวดคิ้วเพียงเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

ในหัวใจของพวกเขา เนื่องจากฉื่อหยานเป็นคนของนิกายเทพ เขาก็เป็นเหมือนคนในครอบครัว ในฐานะที่ภรรยาของเขามีระดับการบ่มเพาะต่ำ และ นางยังอยู่ในทะเลสาบที่อันตรายเป็นอย่างมาก พวกเขาจึงไม่ต่อต้านกับสิ่งที่เขาทำ

" ฉื่อหยาน พวกเขา . . . . . . . "

เมื่อซั่วฉือปีนไปได้ครึ่งทางบนสะพานศพ จู่ๆนางก็นึกอะไรขึ้นมาได้และไม่สามารถช่วยได้ที่จะตะโกนออกมาในขณะที่กำลังมองหาซั่วชูและชิเสี่ยวที่อยู่ไกลๆ

ในตอนนี้หายนะกำลังเข้ามาใกล้ชิเสี่ยวและซั่วชูขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายของเขาตอนนี้ส่องแสงประกายในขณะที่ใบหน้าของพวกเขาทุกข์ทรมาน

ซั่วฉือไม่สามารถทิ้งอาจารย์และปู่ของนาง

" อย่ากังวลมากไป เจ้าขึ้นไปก่อน แล้วเราค่อยคุยกัน " ฉื่อหยานตะโกน

สาวกจากนิกายประกายแสงศักดิ์สิทธิ์ก็ขมวดคิ้วและกระตุ้นซั่วฉือ จากนั้นนางก็ปีนขึ้นไปข้างบนอย่างอิดออด

หลังจากนั้นไม่นาน นักรบทั้งหมดจากนิกายประกายแสงศักดิ์สิทธิ์ก็ได้ปีนขึ้น จ้าวเฟิงและ หลี่เยว่ พร้อมกันก็มองฉื่อหยานและตะโกนพร้อมกัน "เจ้าเด็กน้อย ขึ้นไปซะ อย่าได้เสียเวลาคนอื่น " .

" ข้า . . . "

" อะไร ? คนอื่นรอเจ้าอยู่นะ " จ้าวเฟิงจ้องมองเขา " ถ้าเป็นคนอื่น คงจะขึ้นไปแล้ว เจ้ามีโอกาสแต่กลับยังไม่ขึ้นไป เจ้ารออะไร ? "

นักรบของอีกสองกลุ่มก็มาอยู่ใกล้กับศูนย์กลางของทะเลสาบ

จากระยะไกล ชิ เสี่ยว กับคนอื่นๆ ที่อยู่ในแสงที่ส่องออกมาจากสมบัติลับ เหงือเย็นก็ไหลอกอมาจากหน้าผากพวกเขา พวกเขาดื้นรนกันอย่างลำบาก ถ้าเขาไปตอนนี้ บางทีชีเสี่ยวและ ซั่วชู คงจะถูกฝังอยู่ที่นี่ตลอดไปแน่

" ข้าไม่สามารถทิ้งพวกเขาได้ . " ฉื่อหยาน แสยะยิ้ม และมุ่งไปข้างหลัง เค้ามองจ้าวเฟิงและ หลี่เยว่ กล่าวว่า " พวกท่านตามไปก่อนเถอะ เด๋วข้าตามไปที่หลัง"

จ้าวเฟิงและ หลี่เยว่ ก็รู้สึกตกตะลึงและทันทีเขาก็ด่าฉื่อหยาน โง่เขลาในใจ ในขณะที่ฉื่อหยานพูด ทั้งสองคนก็ก้าวออกมาแล้วปีนขึ้นไปบนหินบันได

" ท่านทั้งสอง !" ฉื่อหยานตะโกน

" เจ้าต้องการอะไรอีก ? น่ารำคาญชะมัด " จ้าวเฟิงพูดอย่างโมโห

ได้โปรดดูแลภรรยาข้าด้วย พวกเราต่างก็มาจากนิกายเทพ ข้าจะจดบุญคุณของท่านไว้ " ฉื่อหยาน ขอร้อง

ซั่วฉือ แต่เขาก็ไม่รู้ว่าสิ่งใดกำลังรอพวกเขาอยู่ เขาไม่ได้อยู่กับซั่วฉือ ดังนั้นจึงกลัวว่านางจะพบอันตรายบางอย่างน เขาเลยได้แต่ขอร้องจ้าวเฟิงและ หลี่เยว่ ช่วยดูแลนาง

จ้าวเฟิงสูดลมหายใจเข้าและแสดงสีหน้าไม่พอใจ " เจ้าตัวแสบ เจ้าพูดเรื่องไร้สาระอะไร ถ้าเจ้าไม่มาโดยเร็ว เจ้าก็สมควรตายไปเพราะความโง่ของเจ้า สมบัติลับไม่ได้มีมากมายนัก และถ้าเจ้ามาช้า จะไม่มีอะไรเหลือให้เจ้า”

ในขณะที่พูด จ้าวเฟิงก็เร่ง และค่อยๆ หายเข้าไปในก้อนเมฆ

ในศูนย์ของทะเลสาบกลุ่มนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดอีกสองกลุ่ม ก็หยิบฉวยโอกาสต่อ และมุ่งไปยังสะพารศพและปีนขึ้นไป

ฉื่อหยานก็หันศีรษะของเขาและปล่อยโล่ดาราปกคลุมร่างกายของเขาทั้งหมด ร่างกายของเขากลายเป็สีแดงขึ้น แล้วเขามุ่งไปเข้าไปในศูนย์กลางของหายนะ

สายฟ้า , เปลวไฟ , พายุ , และน้ำแข็งทั้งหมดก็บุกเข้ามาปกคลุม ครอบคลุมทะเลสาบทั้งหมด พลังแปรกประหลาดเหล่านี้มาจากภูเขาทั้งสี่ลูก ดูเหมือนว่าพลังที่น่ากลัวของมันนั้นสามารถทำลายได้ทุกการป้องกัน โล่ดาราเกิดเสียงร้าวดังออกมาภายใต้ผลกระทบจากพลังของหายนะทั้งสี่ราวกับว่าโล่ดาราของเขาจะระเบิดออกได้ตลอดเวลา

ด้วยพลังของหายนะทั้งสี่ ฉื่อหยานเหมือนกับติดอยู่ในบ่อโคลนลึก เคลื่อนไหวอย่างยากลำบาก .

ในเวลานี้ เขารู้ว่าชิ เสี่ยว และคนอื่นๆ กำลังเผชิญหน้ากับมันอยู่

" ฮ๊าาา ! "

เสียงคำรามที่บ้าคลั่งก็ดังขึ้นมาเป็นพลังที่แปลกประหลาดระเบิดออกมาจากร่างของเขา ฉื่อหยานตอนนี้ก็เป็นเหมือนกับเสือพุ่งไปที่ซั่วชูและจับเขาด้วยมือข้างหนึ่ง

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1394 แล้วนะคะ มี 30 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 398 ลูกศรดาวเหนือ

คัดลอกลิงก์แล้ว