เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 391 สังหารอย่างโหดเหี้ยม

บทที่ 391 สังหารอย่างโหดเหี้ยม

บทที่ 391 สังหารอย่างโหดเหี้ยม


บทที่ 391 สังหารอย่างโหดเหี้ยม

ทันทีที่ ฉื่อหยาน ตะโกน การเปลี่ยนแปลงก็เริ่มปรากฏบนจักรวาลสองสายที่ลอยอยู่ในท้องฟ้า

จุดบรรจบของจักรวาลทั้งสองที่ดูงดงามก็มีพลังที่แข็งแกร่งมากกระจายออกมาจากจุดนั้น

ในช่วงกลางของของแสงที่ส่องประกาย , ศพโบราณก็จมเข้าไปในแสงที่ส่องประกายและถูกดึงขึ้นและลงโดยแม่น้ำจักรวาล แม่น้ำดูเหมือนจะมีสมบัติลับ ซึ่งมองเห็นได้ลางๆ และเคลื่อนที่ไปยังจุดที่บรรจบกัน.

" โครม ! "

สายฝนสีเงินตกลงมา ฝนแสงก็กลายเป็นห่าแสงอย่างรวดเร็ว แสงเงินสุทธิเป็นเหมือนกับน้ำที่ไหลจากฝักบัวลงมาจากฟ้าสร้างเป็นทะเลสาปตื้นๆในใจกลางเมืองโบราณ

ที่ทะเลสาบเล็กๆแต่เดิมที่แห้ง  หลังจากที่ฝนสีเงินตกลงมา มันก็ชุ่มชื้น และในช่วงเวลาสั้น ๆทะเลสาบก็เกิดน้ำสูงขึ้นไม่กี่เซน

ทะเลสาบสีเงินปล่อยแสงสีเงินออกมา ครอบคลุมท้องฟ้าทั้งหมด

เมื่อหยาดฝนสีเงินสัมผัสเหล่าสัตว์อสูรเหล่าที่อยู่ใกล้ทะเลสาบ มันก็กรีดร้องออกมาอย่างน่าสังเวชและกลายเป็นเลือดเจือจางหายไปภายในไม่กี่วิชา

อย่างไรก็ตาม มนุษย์นักรบที่รวมกันอยู่กลับไม่เป็นอันตรายเมื่อเม็ดฝนเหล่านั้นสัมพัสพวกเขา

เม็ดฝนสีเงินจากท้องฟ้าดูเหมือนจะเล็งไปที่สัตว์อสูร ในขณะที่พวกมันไม่ทำอันตรายใดๆกับนักรบมนุษย์

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้นักรบรู้สึกยินดี นักรบที่ยังเดินเตร็ดเตร่ไปในทะเลสาบอย่างรวดเร็วและถูกปกคลุมด้วยกกทำร้ายพวกเขา ดังนั้น พวกเขาเพียง แต่อยู่ในขอบเขตของทะเลสาบก็มองเหล่ามนุษย์นักรบ

นักรบที่ย้ายและรวมเข้ากันอยู่ที่ศูนย์กลางของเมืองโบราณ หลังจากที่รู้ถึงความผิดปกติของทะเลสาบ พวกเขาตื่นเต้นและวิ่งสู่ทะเลสาบ

ทุกคนต่างก็เห็นว่าพื้นอื่นในเมืองโบราณต่างก็ไม่ปลอดภัย มีเพียงเฉพาะเขตทะเลสาบที่ศูนย์กลางของเมือง เท่านั้นที่ป้องกันการโจมตีจากสัตว์อสูรได้

ดวงดาวที่นับไม่ถ้วนเป็นประกายบนร่างกายของ ฉื่อหยาน เขามองเห็นอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นและตะโกน " ไป ! "

อายหยา ไชอี้ ทุกคนก็ดูตื่นเต้น พวกเขามองเห็นความหวัง พวกเขารีบวิ่งออกจากปราสาทหิน อายหยา ไชอี้ ที่อยู่ในระดับนภาก็มองฉื่อหยานและพูด " เราต้องรีบไปแล้ส ถ้าสัตว์อสูรมากมายมารวมตัวกัน เรคงไม่สามารถผ่านพวกมันไปได้ . "

" อายหยาและ ไชอี้ เจ้าไปกับลั่วหลันและลั่วหลี่ อาสุโสชิเสี่ยวท่านพาท่านปู่ซั่วและซั่วฉือไปให้เร็วที่สุด ข้าจะอยู่ที่นี่เพื่อสนับสนุนพวกท่านเอง " ฉื่อหยานตะโกน

ชิเสี่ยวไม่พูดอะไร เขาพาซั่วชูและ ซั่วฉือ ที่อยู่ในมือแต่ละข้างบินออกไป ฉื่อหยาน

" ฉื่อหยาน เจ้าจะไม่เป็นไรรึ ?" ซั่วฉือกังวล เมื่อชิเสี่ยวอุ้มนาง นางพยายามจะยืดหัวนางออกมาด้วยสีหน้าตึงเครียด " แม้ว่าเจ้าจะมีระดับการบ่มเพาะที่นภาที่สามระดับรู้แจ้ง แต่เจ้าก็ไม่อาจต้านทานสัตว์อสูรที่มีจำนวนมากเหล่านี้ได้ ถ้าเจ้าประมาท มันจะเป็นอันตรายสำหรับเจ้า”

" เจ้าจะไม่เป็นอะไรใช่ไหม ?  "อายหยาก็ถามเหมือนกัน ใบหน้าของนางไม่แสดงอารมณ์ออกมา นางถามเพียงเพราะว่า นางกลัวว่าถ้าฉื่อหยานไม่สามารถรอดได้ มันก็จะทำให้นางอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

อายหยาและ ไชอี้จริง ๆไม่อยากให้เอาลั่วหลี่และลั่วหลันไปด้วย การแบกมนุษย์อยู่และเจอกับสัตว์อสูรนั้นอันตรายเป็นอย่างมาก มันทำให้พวกเขาไม่สามารถใช้พลังได้อย่างเต็มที่ และยังถ่วงความเร็วของพวกเขาด้วย

" หยุดพูดไร้สาระได้แล้ว " ฉื่อหยาน คำราม " . ก่อนที่เราจะออกจากหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬได้ เราต้องร่วมมือกัน 2 พี่น้องยังไม่ได้อยู่ในระดับนภา จึงไม่สามารถบินได้ ถ้าเจ้าทิ้งพวกเขาไว้ ข้าก็จะทิ้งพวกเจ้า ข้าเห็นว่าทะเลสาปนั้นมีขนาดไม่ใหญ่นัก ถ้าเราไปถึงที่นั่นช้าเกินไป ทะเลสาบจะเต็มไปด้วยคนมากมาย ดังนั้น ถ้าเราต้องการที่จะเข้าไปในทะเลสาปนั้น เราก็จะต้องไปให้เร็วกว่าคนอื่น ถ้าเราไม่ช่วยเหลือกันตอนนี้ เมื่อถึงเวลานั้นกองกำลังของเราก็จะอ่อนแอลง .

ลั่วหลัน และ ลั่วหลี่แสดงออกอย่างชื่นชม

หลังจากฟังฉื่อหยาน พวกนางก็ตกลงอย่างไม่เต็มใจและไม่รอช้า พวกนางรีบคว้าสองพี่น้องลั่วหลี่

" ไป ! "

ฉื่อหยานก็ควบคุมหลุมแรงโน้มถ่วงในขณะที่คำรามออกมาเสียงดัง สามหลุมแรงโน้มถ่วงตอนนี้ก็หมุนอย่างบ้าคลั่งจนสงเสียงเสียดหูออกมา

สามหลุมแรงโน้มถ่วงทันทีเปลี่ยนเส้นทาง , มุ่งไปหาสัตว์อสูรที่เคลื่อนไหวอยู่ใกล้กลุ่มของไชอี้และชิเสี่ยว เพื่อเปิดทางตรงไปยังศูนย์กลางของเมืองโบราณ

กลุ่มของซั่วชูไม่ลังเลและรีบมุ่งไปยังกลางเมืองโบราณ

ฉื่อหยาน ตามมาข้างหลัง ดวงตาของเขาเย็นชาในขณะที่เขาเคลื่อนไหวไปมา . เขาใช้ความคิดของเขาในการควบคุมหลุมแรงโน้มถ่วง เปิดเส้นทางให้กลุ่มของซั่วชู

3 หลุมแรงโน้มถ่วงก็ลอยไปรอบๆกลุ่มของซั่วชู ป้องกันสัตว์อสูรที่เข้ามาใกล้ ด้วยหลุมแรงโน้มถ่วงทั้งสามนี้พวกเขาไม่ต้องกลัวสั่ตว์อสูรที่อยู่ด้านข้าง หรือ ด้านหลัง พวกเขามุ่งออกมาทันที

ฉื่อหยานเป็นคนสุดท้าย เขาควบคุมหลุมแรงโน้มถ่วง รอให้พวกเขาทั้งสามไปก่อน และก็กระตุ้นจิตสำนึกอีกครั้ง สั่งสามหลุมแรงโน้มถ่วงให้มารวมกันที่เดียว เป็นพายุสีเทาขนาดใหญ่ .

หลังจากหลุมแรงโน้มถ่วงรวมกันเป็นพายุทอร์นาโดสีเทาถูกมันก็มีขนาดเกือบร้อยเมตรสูงเท่ากับปราสาท

มากกว่าสิบสัตว์อสูรที่แข็งแรง เมื่อเห็นกลุ่มของซั่วชูบินออกไป พวกมันก็จ้องมองไปที่ฉิ่อหยาน

เห็นสัตว์อสูรจะบุกเข้ามา เขายังคงสงบ เขากลายเป็นประกายแสงดวงดาวและทันทีก็เข้าไปในพายุสีเทาขนาดใหญ่ เขาควบคุมมันและมุ่งไปทิศทางเดียวกับชิเสี่ยว

เป็นฉื่อหยานที่อยู่ในหลุมแรงโน้มถ่วง ทำให้สัตว์อสูนไม่กล้าเข้าใกล้ ทำได้เพียงแต่มองจากระยะไกล

พายุทอร์นาโดสีเทาเคลื่อนไหวใกล้อยู่ด้านหลังกลุ่มของซั่วฉือ สัตว์อสูณที่ต้องกานข้มผ่านทอร์นาโด ก็ถูกบังคับให้ต้องอ้อมออกไป

ขณะที่พวกมันกำลังอ้อมไป ฉื่อหยาน ก็สร้างผนึกแห่งความเป็นความตาย ผนึกที่ทรงพลังก็ระเบิดออกมาจากมือของเขา เกิดเป็นเสียงดังครั้งใหญ๋และโจมตีสัตว์อสุรเหล่านั้นทำให้พวกมันซวนเซ .

ด้วยหลุมแรงโน้มถ่วงที่ถูกสร้างขึ้น เขาไม่อยากจะถูกรัดคออย่างทรมาน เมื่อเขาเข้าไปในหลุมแรงโน้มถ่วง จิตใจของเขาก็ปั่นป่วน เส้นไหมสีทองที่หมุนไปมาด้วยพลังของหลุมแรงโน้มและนั้นก็ทำให้เขาต้องอยู่นิ่งๆไม่ขยับทำอะไร

เส้นไหมทองนั้นคมเป็นอย่างมาก แม้เขาไม่กล้าเสี่ยงให้มันบาดร่างของเขา

ในเวลานี้ เมื่อสถานการณ์คับขัน เขาไม่กล้าที่จะทดทอบพลังของเส้นไหมสีทอง ในหลุมแรงโน้มถ่วง เขาอยู่ๆนิ่ง และมุ่งมั่นควบคุมหลุมแรงโน้มถ่วง ค่อยๆ เคลื่อนเข้าสู่ศูนย์กลางของเมืองโบราณ

ชิ เสี่ยว พุ่งผ่านอากาศ พวกเขาทันทีก็หลีกเลี่ยงสัตว์อสูรที่เข้ามาใกล้ ในกรณีที่พวกเขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงสัตว์อสูรนั้นได้ พวกเขาก็จะร่วมมือกันจัดการสัตว์อสูรและมุ่งไปด้านหน้า

พวกเขาไม่ได้พยายามที่จะฆ่าสัตว์อสูรจำนวนมาก พวกเขาเพียงกำจัดตัวที่ขวางทางเพื่อให้ไปถึงศูนย์กลางเมืองโบรารโดยเร็วเท่านั้น

สิ่งที่อายหยาและชิเสี่ยวทำนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าถูกต้อง

สัตว์อสูรวิ่งมาจากภูเขาทั้งสีรอบๆ ส่วนใหญ่พวกมันอยู่ในพื้นที่รอบนอกของเมืองโบราณ ในทางตรงกันข้ามมันกลับมีจำนวนน้อยลงเมื่อเข้าใกล้ศูนย์กลางเมืองโบราณ

ในศูนย์กลางของเมืองโบราณ นักรบก็ซ่อนอยู่ในทะเลสาปสีเงินเล็กๆ , ทะเลสาบสีเงินกำจัดสัตว์อสูรไปบางส่วนทำให้พวกมันเหลือน้อยลง

ดังนั้นยิ่งเข้าใกล้ศูนย์กลางของเมืองโบราณเท่าใด สัตว์อสูรที่พบเจอก็ยิ่งน้อย ดังนั้น มันจึงปลอดภัยมากขึ้นมายิ่งเข้าไป

ในทางตรงกันข้าม ด้านนอกใจกลางเมือง สัตว์อสูรจำนวนมากกำลังไล่ล่าอย่างบ้าคลั่ง เหล่านักรบที่ยังไม่ตระกหนักถึงสถานการณ์ ก็จมอยู่ในฝูงสัตวอสูรอย่างรวดเร็วและฉีกเป็นชิ้นๆ

หลุมแรงโน้มถ่วงบินไปรอบๆ ด้วยความเร็วปานกลาง ตลอดทาง ฉื่อหยานดูดร่างของนักรบนับสิบเข้ามาในหลุมแรงโน้มถ่วงอย่างต่อเนื่องเพื่อดูดซับ กลิ่นอายพลังของพวกเขา ดังนั้น เขาจึงสามารถเก็บเกี่ยวได้ไม่น้อยเลย

เขายินดีที่จะรับผิดชอบงานป้องกันด้านหลังเพราะเขาเห็นว่านี่ เห็นโอกาสที่จะใช้ประโยชน์จากสถานการณ์วุ่นวาย เพื่อดูดซับกลิ่นอายพลังของนักรบที่ตาย

ด้วยหลุมโน้มถ่วง เขาไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับการถูกล้อมโดยสัตว์อสูรเหล่านั้น ด้วยความมั่นใจเจ้าจึงไม่พลาดโอกาศเก็บเกี่ยวครั้งนี้ไป

ศพนักรบนับสิบทั้ตายถูกดึงให้ลอยขึ้นในสถานที่เดียวกันในหลุมแรงโน้มถ่วงแลถูกหลุมแรงโน้มถ่วงห่อหุ่มอย่างหนาแน่น

ในขณะที่กลิ่นอายพลังของพวกเขากำลังเข้าไปในร่างของเขา เขาก็เอาผลึกอสูรของนักรบเหล่านั้นออกมาและเก็บไว้ภายในแหวนสายโลหิต เค้าควบคุมหลุมแนงโน้มถ่วงอย่างใจเย็นในขณะเคลื่อนย้ายไปยังศูนย์กลางของเมืองโบราณ

ทันใดนั้น ความเปลี่ยนแปลงก็เริ่มเกิดขึ้นในทะเลสาปสีเงินที่ศูนย์กลางของเมืองโบราณอีก

ทะเลสาบที่มีขนาดเล็กอยู่เพียง 10 ตารางเมตร ซึ่งมีขนาดไม่ใหญ่และก็สามารถรองรับนักรบได้น้อย

เหล่านักรบที่เข้ามาไปยังทะเลสาปนั้นได้ พวกเขาก็สนุกกับเวลาที่เงียบสงบของพวกเขาโดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการโจมตีของสัตว์อสูร ดังนั้นเห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่ต้องการที่จะออกมา

อย่างไรก็ตาม นักรบที่วิ่งเข้าสู่ศูนย์กลางของเมืองหลังจากผ่านอันตรายมากมาย ก็อยากจะกระโดดลงไปในทะเลสาบ

แต่ด้วยพื้นที่ ที่มีเพียงนิดเดียว มันก็ไม่พอสำหรับนักรบทั้งหมด นักรบที่เพิ่งเดินทางมาถึงจะต้องแย่งชิงพื้นที่ในทะเลสาปได้หากเขาต้องการเข้าไป หรือไม่พวกเขาก็ต้องถูกทิ้งไว้ด้านนิด

ณเวลานี้ หสัตว์อสูรหลายร้อยเริ่มที่จะรวมกันอยู่ในศูนย์กลางของเมืองโบราณ เมื่อบรรดาสัตว์อสูรรวมกันอยู่ที่ศูนย์กลาง พวกเขาก็คอยจ้องสังหารนักรบที่อยู่ด้านนอกทะเลสาป

เมื่อนักรบเหล่านั้นอยู่ด้านนอกของทะเลสาบ พวกเขาก็จะถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆและไม่สามารถหนีไปไหนได้

ดังนั้น เพื่อที่จะครอบครองตำแหน่งในทะเลสาบ เหล่านักรบจึงเริ่มที่จะต่อสู้กันเองเพื่อปกป้องชีวิตของตน

สิ่งที่แปลกกว่าก็คือนักรบไม่สามารถบินเหนือทะเลสาบได้ แม้ว่าพวกเขาเป็นนักรบระดับนภา พวกเขาไม่สามารถแม้แต่จะลอยอยู่เหนือทะเลสาปได้

ทุกคนต้องการที่จะเข้าไปในทะเลสาบเพื่อหลีกเลี่ยงฝูงสัตว์อสูรที่บุกเข้ามา และนั่นจึงทำให้เกิดการต่อสู้ขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การต่อสู้ของมนุษย์ โหดร้ายยิ่งกว่าสัตว์อสูรนัก จากในหลุมแรงโน้มถ่วง ซึ่งอยู่ห่างไปไม่กี่ร้อยเมตร ฉื่อหยานก็เห็นพื้นที่ที่สมบัติลับจำนวนมากกำลังถูกใช้ออกมาอย่างบ้าคลั่ง . แสงสุกใสสาดส่องออกไปทุกที่ พลังทุกอย่างไม่ว่าจะน้ำแข็งและสายฟ้าต่างก็ระเบิดออกมาตลอดเวลา

ทันใดนั้น สองข้อความก็ถูกส่งผ่านออกมาจากแหวนสายโลหิต " ให้เราออกไป "

ข้อความนั้นมาจากเปลวเหมันเยือกแข็งและแกนเพลิง สองเปลวไฟนภาเคลื่อนไหวไปมาและดิ้นรนอยู่ภายในแหวนสายโลหิตพวกเขาดูเหมือนจะเจอบางสิ่งที่พวกมันสามารถเก็บเกี่ยวได้

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1394 แล้วนะคะ มี 30 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 391 สังหารอย่างโหดเหี้ยม

คัดลอกลิงก์แล้ว