เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 380 พลิกสถานการณ์

บทที่ 380 พลิกสถานการณ์

บทที่ 380 พลิกสถานการณ์


บทที่ 380 พลิกสถานการณ์

" สายลมกระจ่างดาวนี้เป็นสิ่งที่ลึกลับที่สุดในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเรา มันไม่มีผลกระทบต่อร่างกายของนักรบ แต่เมื่อมันซัดเข้ามาในจิตใจของเรา ห้วงจิตสำนึกของเราก็หายไป หลังจากจิตสำนึกวิญญานถูกซัดหายไป , วิญญานหลักจะปรากฏออกมาโดยตรง จากนั้นสายลมกระจ่างดาวก็จะโดนฉีกและบดขยี้ด้วย . " ไชอี้ จ้องมองอย่างตั้งใจไปยังสายลมกระจ่างดาวที่อยู่ด้านหน้า ฉื่อหยานและค่อยๆบินไปที่นั้น ใบหน้าของนางก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนหวาดกลัว

แต่ ลั่วหลี่ และ ลั่วหลัน กับจ้องมองสายลมกระจ่างดาวที่ซัดเข้ามาอย่างหมดหนทาง และพวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้

" พวกเจ้าไม่มีสมบัติลับปกป้องวิญญานงั้นรึ ? " ไชอี้มองไปที่ฉื่อหยานและอายหยา และถามอย่างรีบร้อน " สมบัติลับป้องกันวิญญานสามารถป้องกันผลกระทบจากสายลมกระจ่างดาวได้ . ไม่เช่นนั้น เมื่อจิตสำนึกวิญญาณของเราถูกซัดวิญญานหลักของเราจะแยกออกจากกัน

ถ้าเป็นวิญญานหลักหายไปก็เท่ากับว่าจิตวิญญานถูกกำจัดอย่างสิ้นซาก และไม่สามารถอยู่รอดบนโลกใบนี้ได้

ลั่วหลี่ และ ลั่วหลัน ก็ขมวดคิ้ว . เขาสั่นศีรษะของพวกเขาหลังจาก ไชอี้ ได้ถาม

ไชอี้ มอง ฉื่อหยาน . ดวงตาคู่สวยของนางมีร่องรอยของความคาดหวัง

พวกเขาทั้งสามและไชอี้ก็มองไปที่ ฉื่อหยาน พวกเขาคาดหวังว่า ฉื่อหยาน จะมีเทคนิคลึกลับบางอย่างเพื่อหยุดสายลมกระจ่างดาว

" ทำไมพวกเจ้ามองข้ากัน ? " ฉื่อหยาน ประหลาดใจและก็ยิ้มเหยเก " . เจ้าคิดว่าข้าสามารถช่วยพวกเจ้าได้รึ ? ข้ามาจากทะเลไม่มีที่สิ้นสุด นักรบจากทะเลไม่มีสิ้นสุดต่างก็เป็นผู้แร้นแค้น ถ้าพวกเจ้าไม่มีมัน แล้วข้าจะมีอะไรได้?

" เจ้านั้นต่างออกไปจากนักรบทั่วไปในทะเลไม่มีสิ้นสุด " ลั่วหลี่ ยิ้มอย่างไม่เต็มใจ“ถึงแม้ว่าเจ้าจะอยู่เพียงระดับรู้แจ้ง แต่เจ้ากลับสามารจัดการตัวไหมทองได้ และเส้นไหมทองเหล่านั้นได้ แม้ว่าจะเป็นนักรบในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ก็ใช่ว่าจะมีนักรบมากมายที่แข็งแกร่งเหมือนกับเจ้า .”

อายหยา และ ไชอี้ เองยังสั่นศีรษะของพวกนาง ในเวลาเดียวกันพวกนางทั้งสองดูเหมือนจะเห็นด้วยกับ ลั่วหลี่

ก่อนหน้านี้ ในเวลาวิกฤตเช่นรับมือกับตัวไหมทอง ฉื่อหยาน ได้จัดการกับเส้นไหมทองและตัวไหมทองจากวังสวรรค์และช่วยพวกนางออกจากเงื้อมมือของหนิงเซอ

ฉื่อหยานก็เปิดเผยบางร่องรอยความลับที่ทำให้พวกเขาตกตะลึง ดังนั้น พวกเขาจะไม่ทำกับเหมือนกับว่าเขาเป็นนักรบทั่วไปในทะเลไม่มีสิ้นุดสิด

สายตาของพวกเขาทั้งสี่ที่มองฉื่อหยานได้เปลี่ยนไป พวกเขารู้สึกว่าเขาไม่ใช่นักรบที่จะจัดการได้ง่ายๆอย่างนักรบทั่วไปในทะเลไม่มีสิ้นสุด

" ข้าไม่มีสมบัติลับปกป้องวิญญาน " ฉื่อหยาน ส่ายหัว สายลมกระจางดาว ซึ่งค่อยๆ เข้ามาใกล้ และพูดอย่างไม่เต็มใจ " เราควรจะหาวิธีอื่น”

" แล้วเราจะทำยังไง ?"  ลั่วหลัน ถอนหายใจมองสายลมกระจ่างดาวที่เข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เขาพูดอย่างผิดหวัง " สายลมกระจ่างดาวนี้รุนแรงเป็นอย่างมาก มันทำลายวิญญาณหลักของเรา ก่อนที่เราจะเข้ามาในพื้นที่หมอกแม่เหล็กพิษทมิฬเราไม่คิดเลยว่าจะต้องมาเจอกับมัน ? เฮ้อการเดินทางครั้งนี้ช่างทุกข์นัก ถ้าข้ารู้เร็วกว่านี้ ข้าคงไม่เข้าไมาในหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬหลอก”

" แต่ในเมื่อมาถึงจุดนี้แล้ว เราควรทำอย่างไร" ลั่วหลี่ สูดลมหายใจเข้าและก็นั่งลง " ข้าหวังว่าเราจะสามารถรับมือกับมันได้สักครู่และคิดหาทางออกไปจากที่นี่ มิฉะนั้น , สายลมกระจ่างดาวได้แยกวิญญานหลักของเราแน่ "

อายหยา ไชอี้ ก็มีสีหน้าลังเล มันไม่มีประโยชน์ที่อะไรที่จะเร่งรีบ ในช่วงเวลานี้ พวกนางรู้อยู่แล้วว่าตัวเองไร้ประโยชน์ และไม่สามารถทำอะไรได้

กระแสลมก็ค่อยๆใกล้เข้ามา ไม่ว่าพวกเขาจะต้องการเผชิญหน้ากับมันหรือไม่ พวกเขาก็ต้องอดทนกับมัน

กระแสลมครอบคลุมพวกเขาทั้งหมดจากทุกทิศทาง สายลมกระจ่างดาวนี้ดูเหมือนจะมีความคิด ทันทีที่รู้ว่ามีสิ่งมีชีวิตได้เข้ามา ทันที มันก็พุ่งออกมาจากทุกมุม ต้องการฆ่าคนเหล่านั้นให้หมด และไม่อนุญาตให้ใครรอดไปจากดินแดนสยองได้

มันไม่ใช่ว่า ฉื่อหยาน จะคิดเกี่ยวกับวิธีการหลบหนี อย่างไรก็ตาม เขาเห็นว่า ทั่วบริเวณนี่เต็มไปด้วยสายลมกระจ่างดาวที่รุนแรงซึ่งลอยไปมาอย่างต่อเนื่อง , มันจึงไม่มีประโยชน์ที่พวกเขาจะหลบหนี

หลังจากนั้น ,สายลมกระจ่างดาวก็ครอบคลุมพวกเขาทั้งหมดห้าคนในครั้งเดียว

มันเป็นดั่งที่ไชอี้กล่าว เมื่อสายลมกระจ่างดาวที่ชั่วร้ายมาถึง ร่างกายของ ฉื่อหยาน กลับไม่มีเปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย เขารู้สึกว่าสายลมกระจ่างดาวไม่มีอะไรร้ายแรงราวกับว่ามันไม่ได้มีอะไรเลย

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น เขาก็ตระหนักได้ว่า ความปั่นป่วนในห้วงจิตสำนึกของเขาก็เริ่มปั่นป่วนแรงขึ้น หลังจากวิญญานหลักที่ควบแน่นในห้วงจิตสำนึกปั่นป่วน สักพัก จิตสำนึกวิญญานก็ห่อหุ่มห้วงจิตสำนึกของของเขาไว้เหมือนใยบัวและ ค่อยๆบินลอยออกมาจากห้วยจิตสำนึกเคลื่อนไหวไปตามสายลม

จิตสำนึกวิญญานเชื่อมต่ออยู่กับห้วงจิตสำนึกได้หายไปมาก หลังจากผ่านไปเพียงเวลาสั้นๆ

เมื่อเวลาได้ผ่านไป จิตสำนึกวิญญานของห้วงจิตวิญญาน ก็ค่อยๆจางหายไป ด้วยผลกระทบจากลมและมันปั่นป่วนมากขึ้น ราวกับว่าจิตสำนึกวิญญานที่อยู่นห้วงจิตวิญญานของเขาไม่สามารถทนได้อีกต่อไป

จิตสำนึกวิญญานคือรูปแบบพื้นฐานในห้วงจิตสำนึก เป็นองค์ประกอบของห้วงจิตสำนึก ที่เกิดจากการควบแน่นด้วยเส้นสายวิญญาน

วิญญานหลักเองก็อยู่ในห้วงจิตสำนึก ภายใต้การคุ้มครองของห้วงจิตำสำนึก เมื่อจิตสำนึกวิญญานจางหายไป วิญญานหลักจะถูกเปิดเผยโดยไม่สามารถป้องกันใดๆได้

สายลมกระจ่างดาวนี้จะสลายจิตสำนึกวิญญานก่อน แล้วจึงแยกวิยญานหลักออกจากกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำลายวิญญานของนักรบ เมื่อวิญญาณในห้วงจิตสำนึกวิญญานหายไป ความตายก็จะมาเยือนนักรบคนนั้น

เส้นสายจิตสำนึกวิญญานหายไปทีละเส้น ทำให้ ฉื่อหยาน ไม่สามารถมีสมาธิและคิดอะไรได้ เขากลายเป็นสับสนราวกับว่าถูกควบคุม

สติของเขาหายไปกว่าครึ่ง และจิตใจของเขาอยู่ในสถานะที่ไม่ปกติ เขาไม่สามารถแม้แต่จะทำสิ่งที่ง่ายที่สุดได้

เขามองดูคนอื่น ๆ กล่่มของ อายหยา และ ไชอี้ และตระหนักว่าทั้งสี่ก็ตกอยู่ในสถานะเดียวกับเขา สิ่งที่เขาเห็นตอนนี้คือ จิตสำนึกวิญญานของพวกเขาค่อยๆกระจายออกไปและห้วงจิตสำนึกก็ปั่นป่วนมากขึ้น

มันไม่มีทางแก้เลยรึ

ฉื่อหยาน ขบฟันของเขา ใช้ทุกความพยายามของเขาเพื่อที่จะรวบรวมสติของเรา และพิจารณาอย่างรอบคอบ

เขาต้องใข้สมบัติลับปกป้องวิญญาน ป้องกันจิตสำนึกวิญญานจากสายลมนี้ อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้มีสมบัติชนิดนี้อยู่ เคล็ดวิชาวิญญานต่างๆที่มีส่วนมากจะเป็นการใช้จิตสำนึกวิญญาน เขาไม่สามารถใช้เคล็ดวิชาวิญญานใดๆได้ในขณะที่ห้วงจิตสำนึกของเขาปั่นป่วนอย่างรุนแรง

ปราศจากจิตสำนึกวิยญษน เคล็ดวิชาวิญญานก็ไร้ประโยชน์

สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่เขากำลังค่อยๆ สูญเสียสติของเขาไป นี่ยิ่งทำให้เขาไม่สามารถทำอะไรเกี่ยวกับมันได้เลย

ต้องคิดหาทางแก้ไขให้เร็วที่สุด

เชื่อมั่นในความคิดของตัวเอง ฉื่อหยาน ก็ยังสงบเมื่อเผชิญกับความทุกข์ยาก . เขาเลิกคิดถึงความปั่นป่วนของจิตสำนึกวิญญาน รวบรวมพลังทั้งหมดของเค้า และหาหนทางพลิกสถานการณ์

กระสวยแยกนภา !

ฉื่อหยาน ดวงตาที่แต่เดิมเกือบไร้ร่องรอบวิญญานก็ส่องประกาย ความคิดนี้เกิดขึ้นในใจของเขา เขาจำได้ว่ามันเป็นสมบัติลับที่ได้มาจากหุบเหวสนามรบ

เมื่อเขาได้เข้าไปในหุบเหวสนามรบก่อนหน้านี้ จุดประสงค์ของเขาในตอนนั้น คือกระสวยแยกนภา

ในตำนานกระสวยแยกนภานี้สามารถทำลายรูปแบบและอุปสรรคได้ทุกอย่าง เขาใช้เวลาและความพยายามอย่างมากกว่าจะได้กระสวยแยกนภามา

หลังจากที่ได้รับกระสวยแยกนภามา เขาสื่อสารกับมันและได้รับข้อความจากมันว่า ถ้าเขายังไม่ถึงระดับรู้เข้า เขาจะไม่สามารถใช้มันได้แน่นอน

ใน ทะเลเหิงลั่ว ด้วยพลังของเขา เขาได้ไปทั่วทุกที่ และฆ่านักรบกับเผ่าอสูรไปมากมาย เขามีความก้าวหน้าถึงขนาดบรรลุเข้าสู่ระดับรู้แจ้ง เขาได้ใช้ทุกความพยายามเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเอง ตลอดจนเข้าใตความแข็งแกร่งของชิหยาน ดังนั้น ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่าเขาสามารถใช้กระสวยแยกนภาได้ แต่เขาก็ยังไม่ได้ใช้มันเลย

เขารู้ว่าด้วยระดับรู้แจ้งของเขา ถ้าเขาไปดินแดนสี่อสูรเพื่อหาสถานที่ลับที่จักพรรดิหยางเทียนถูกจับอยู่ มันก็ยังยากสำหรับเขาที่จะใช้มันเพื่อช่วยชีวิตจักพรรดิหยางเทียนออกจากที่แห่งนั้น

ชิหยาน และโปวชุนนั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก แม้ว่าจะมี พลังจากรูปแบบของ จิตวิญญานพระเจ้าศักดิ์สิทธิ์ เปลวเหมันเยือกแข็ง และ แกน เขาก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะช่วยเหลือและหนีพ้นจากร่างกระดูกขาวของโปวชุนได้หรือไม่

ดังนั้น ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่าเขาสามารถใช้กระสวยแยกนภาได้ เขากลับไม่ได้ใช้มันเลย เพราะเขาเข้าใจว่า ด้วยระดับการบ่มเพาะของเขา หากเขาเข้าไปในดินแดนสี่อสูรเขาจะต้องไม่รอดแน่นอน

แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ความคิดต่างๆก็แวบขึ้นมาในหัวของเขา ในที่สุดเขาก็มีวิธีแก้ปัญหา เขาพยายามจะเอากระสวยแยกนภาออกมา ส่งจิตสำนึกเข้าไป และสื่อสารกับจิตวิญญานของกระสวยแยกนภา

" ดูเหมือนว่าเจ้าได้เข้าสู่ระดับรู้แจ้งแล้วสินะ ด้วยระดับรู้แจ้งของเจ้าเพียงพอที่จะใช้ข้าแล้ว เจ้าพร้อมแล้วหรือยัง ?" ข้อความที่บางเบาก็ดังออกมาจากกระสวยแยกนภา " แล้วเจ้าต้องการให้ข้าช่วยอะไร ?

" ออกไปจากที่นี่ " ฉื่อหยาน รีบส่งมาข้อความออกไป

" ย่อมได้ " ประสวยแยกนภาตอบกลับมาสั้นๆ " ถ้าเจ้าส่งพลังของเจ้าเข้ามา แล้วจากนั้นเจ้าก็บอกข้า จากนั้นข้าก็จะพาเจ้าออกจากที่นี่ "

" ส่งพลัง " ?

" ใช่ " .

" จะต้องใช้เท่าใด ?

" ตอนนี้นายเจ้าอยู่ในนภาที่สองระดับรู้แจ้ง เจ้าจะต้องใช้พลังปราณลึกลับสองในสามของเจ้า ข้าจึงจะสามารถทำลายรูปแบบที่เจ้าอยู่ตอนนี้ได้ , ยิ่งรูปแบบแข็งแกร่งเท่าใด ข้าก็ต้องการพลังมากขึ้น รูปแบบที่เจ้าอยู่ตอนนี้ไม่ได้แข็งแกร่งมากดังนั้นเจ้าใช้เพียงสองในสามของพลังปราณลึกลับทั้งหมดก็เพียงพอ .

หน้าฉื่อหยาน ก็ เปลี่ยนไปเล็กน้อย

รู้สึกผ่านจิตสำนึกวิญญาน เขาไม่ได้มีเวลาที่จะคิดเยอะ เขาเพ้งสมาธิไปที่พลังของเขา และถ่ายทอดพลังปราณลึกลับไปยังกระสวยแยกนภาที่อยู่ในมือของเขา

เมื่อพลังปราณลึกลับสองในสามของเขาถูกถ่ายทอดเข้าไปในกระสวยแยกนภา มันก็กลายเป็นแข็งแกร่งมากขึ้น ราวกับว่ามันสามารถฉีกกระปษกทุกอย่างได้ แล้วมันก็บินออกมาจากฝ่ามือของเขา

รูปร่างของมันเหมือนปลาเกล็ดเงิน คลื่นบางอย่างก็พุ่งออกจากกระสวยแยกนภา , เจาะผ่านชั้นของเมฆสีเทาบนท้องฟ้า

กระสวยแยกนภานี้สามารภทำลายรูปแบบทุกอย่างได้จริงๆ ราวกับว่ามันสามารถทำลายอุปสรรคทุกอย่างที่ขว้างกั้นได้ สิ่งที่เป็นเหมือนโคลนตมอยู่เหนือศีรษะของพวกเขาก็แยกออกจากกัน

แสงสีเงินพุ่งลงมาจากเบื้องบน เหมือนจักรวาลสีเงิน มันพรวดพราดเข้าสู่หัว ฉื่อหยาน .

อายหยา ไชอี้ ลั่วหลี่ , และ ลั่วหลัน ที่เหม่อลอย ก็พลันเห็น ช่องว่างสีเงินปรากฏบนท้องฟ้า และได้พุ่งลงมาด้านล่างซึ่งเป็นเหมือนหนองน้ำปกคลุมเหนือหัวของตน พวกเขาทั้งหมดต่างก็มีสีหน้าตกตะลึง ช่วยไม่ได้ที่พวกเขาจะตะโกนออกมาดังๆ

" นี่ . . . . . . . ? "

" เป็นของฉื่อหยานรึ? เขาช่างไม่ธรรมดานัก "

อายหยา ไชอี้ และสองพี่น้องไม่สามารถช่วย ที่จะตะโกนตกใจออกมาเพราะความสามารถ ฉื่อหยาน . พวกเขาไม่ได้รู้ว่าสิ่งนี้ที่ฉีกกระชากดินแดนสยองได้ของฉื่อหยานคืออะไร

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1394 แล้วนะคะ มี 30 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 380 พลิกสถานการณ์

คัดลอกลิงก์แล้ว