เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 348 การกลายพันธ์อีกครั้ง

บทที่ 348 การกลายพันธ์อีกครั้ง

บทที่ 348 การกลายพันธ์อีกครั้ง


บทที่ 348 การกลายพันธ์อีกครั้ง

พื้นที่แนวปะการัง

มองเห็นซากศพมัมมี่นอนอยู่บนเรือที่ของดินแดนสมบัติจิตวิญญานศักดิ์สิทธิ์ที่พัง ใบหน้าของนักรบห้าคนจากดินแดนสมบัติจิตวิญญานศักดิ์สิทธิ์ต่างก็ดูแห้งเหี่ยวและมืดมน .

ผู้นำ ซูฮาว ผู้เป็นผู้อาวุโสของดินแดนสมบัติจิตวิญญานศักดิ์สิทธิ์ก็ถอดแหวนบนนิ้วของ เฉินตั้ว ทีละวง

แล้วพึมพำว่า " เฉินตั้ว , เจ้าแม้ไม่กระทั่งจะหลบหนีจากเผ่าอสูรได้เลยรึ ?

เป็นหนึ่งในผู้อาวุโสดินแดนสมบัติจิตวิญญานศักดิ์สิทธิ์ , ซูฮาว รู้ว่า เฉินตั้ว นั้นมีสมบัติลับมากมาย พวกมันบางชิ้นสามารถช่วยให้ผู้ใช้หนีออกไปจากสนามต่อสู้ไกลนับพันไมล์ได้ทันที เฉินตั้วเป็นคนระมัดระวัง ถ้าเขาไม่เห็นว่าเขาจะชนะ เขาจะใช้สมบัติลับของเขาให้หนีทันที

นอกจากนี้ เขายังเห็นศพตงฟางเห้อ ของตระกูลตงฟางที่มีชื่อเสียงเรื่องความโหดเหี้ยม และยังมีสมบัติลับที่สามาถช่วยชีวิตได้ ทั้งสองคนต่างก็มีสิ่งนั้น ซูฮาวจึงตกใจมาก หลังจากมีการตรวจสอบสถานการณ์อย่างรอบคอบ เขาก็รรายงานสถานการณ์ผ่านหินสื่อสาร

ว่าตอนนี้พวกเขาได้ตายไปแล้ว . . . . . . .

ถึงแม้ว่ามันเป็นทะเลไม่มีสิ้นสุดแต่ข่าวการตายของ เฉินตั้ว ก็ได้ส่งไปอย่างรวดเร็วถึงดินแดนจิตวิญญานสมบัติศักดิ์สิทธิ์ที่ทะเลทมิฬ หลังจากที่ได้รับข่าว ที่ตำหนักหลักของดินแดนสมบัติจิตวิญญานศักดิ์สิทธิ์, เซียชุนน ทันทีก็ติดต่อ กู่เฉา .

" เป็นฝีมือฉื่อหยาน " บนยอดภูเขาพันดาบตระกูลกู่ เมื่อ กู่เฉา ได้ยิน เซียชุน อธิบายสถานการณ์เขาก็พูดขึ้นทันที ฉาวจื่อหลาน ทันทีก็มีปฏิกิริยาและพูดด้วยความประหลาดใจ " ท่านรู้ได้อย่างไรว่าเป็นเขา ? "

กู่เฉา ลูบดาบยาว 3 บุ ( 1 บุจะเท่ากับ 1.66 เมตร ) และมองกลุ่มเมฆสีขาวบนท้องฟ้า เขาเคลื่อนไหวสองนิ้วเล็กน้อย และ ดาบสีฟ้าทันทีก็พุ่งเข้าไปในดาบอีกเล่ม

ดาบเทพที่ยอดภูเขาหันดาบก็กลายเป็นเหมือนกับมีชีวิต, ระเบิดเสียงแปลกๆออกมา

ประกายแสงดาบแวบขึ้นภายใต้แสงจันทร์ ดาบส่องแสงในท้องฟ้าเหนือภูเขาพันดาบ แต่ละเล่มก็หลอมรวมกัน สร้างเป็นม่านดาบที่แข็งแกร่ง เกิดเป็นกลิ่นอายดาบทีแหลมคม สามารถสั่นสะเทือนแผ่นดินได้

ท่วงทำนองดาบศักดิ์สิทธิ์ !

" เมื่อตอที่เราเข้าไปยังหุบเหวสนามรบ เราก็ได้สู้กับฉื่อหยาน .นักรบที่ตาย ในมือของเขต่างก็กลายเป็นเหี่ยวแห้ง กลิ่นอายพลังในร่างของพวกเขาหายไปกลายเป็นศพแห้งเหี่ยว"

ฉาวจื่อหลาน ค่อยๆถอนหายใจออกมาเบาๆ ดวงตาคู่สวย นางปรากฏความตรึงเครียด แต่ในที่สุดก็พูดขึ้น " นี่อาจเป็นเคล็ดวิชาชั่วร้ายบางอย่าง หรืออาจจะเกิดจากสมบัติลับบางอย่าง เฉินตั้ว และตงฟางเหอก็เคยขัดแย้งกับเขา เมื่อพวกเขาอยุ่บนเกาะสุริยัน ถ้าถังหยวนหนานไม่ห้ามปลามเข้า ฉื่อหยาคงจะลงมืออย่างไร้เมตตาแล้วฆ่าฝ่ายตรงข้ามไปแล้ว. "

มองรูปแบบที่ปรากฏบนยอดภูเขาพันดาบ กู่เฉา ก็พยักหน้า " ได้ ข้าจะแจ้งข่าวเรื่องฉื่อหยานให้กับขุมพลังอื่นในทะเลไม่มีสิ้นสุดและบอกให้พวกเขารู้ถึงที่อยู่ของเขา ถ้าเกิดมีนักรบระดับพระเจ้าอยู่หละก็ ตราบใดที่เส้นทางของเขาถูกเปิดเผย เขาจะต้องไม่สามารถหลบหนีไปไหนได้แน่นอน ไม่พูดถึงความจริงที่ว่าเผ่าอสูรเองก็ตามล่าเขาเช่นกัน "

ฉาวจื่อหลาน ทำอะไรไม่ถูก และต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจที่จะเงียบ มีเพียงเปลือกตานางที่เริ่มสั่น

มองดูดวงดาวในค่ำคืน นางก็รู้สึกขมขื่นในหัวใจนาง ด้วยคำสั่งของตระกูลนาง , ทำให้นางต้องตระหนักถึงความจริงและเหตุผลกับหน้าที่ในการต่อสู้ ดังนั้น นางจะต้องจัดการอย่างเด็ดขาด

ในนั้นเศษซากหิน

มีหินสีแดงเข้มที่มีรูปร่างแปลกประหลาดกระจายอยู่ทั่ว ภายใต้แสงจันทร์ และ แสงดวงดาว หินพวกนี้เป็นเหมือนกับผีที่ซ่อนอยู่ในหัวใจของนักรบ

สองร่างหญิงสง่างามนอนบนหินที่แบนเรียบ เสื้อผ้าของพวกนางถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ นางนอนบนหิน ด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ . พวกนางตกตะลึงในความแข็งแกร่งและหอบออกมาในขณะที่จ้องมองท้องฟ้าด้วยดวงตาที่มึนเมา

สิบเมตรห่างจากที่นั่น , ฉื่อหยาน นั่งอยู่บนหินสี่เหลี่ยมด้วยร่างกายที่ท่อนบยเปลือยเปล่า เขาค่อยๆ หลับตาลง ในขณะที่บางแสงสีแดงเคลื่อนไหวอยุ่ในร่างของเขา

ระหว่างเขาและหญิงสาวทั้งสองของจากดินแดนหยินหยางมหัศจรรย์มีกองเสื้อผ้าฉีกขาดอยู่

ภายใต้แสงดาว ฉื่อหยาน ดูเคร่งขรึม ในขณะที่เขากำลังจมอยู่ในห้วงสมาธิไม่ได้สนใจสถานการณ์รอบ ๆตัวเขา ไม่มีใครรู้เลยว่าเขากำลังควบแน่นพลังทั้งหมดของเขาอยู่

อย่างคลุมเครือ หมอกสีขาวก็ลอยออกมารอบเขา โดยกระจายไปตามสายลม เหมือนเมฆลอย

สักพักต่อมา

สองหญิงสาวสาวกของดินแดนหยินหยางมหัศจรรย์ก็ได้สติและเรี่ยวแรงคืนท่เล็กน้อย , พวกนางนั่งพิงหลังกับหิน มองดูร่อยรอยบาดและรอยขีดข่วนที่อยู่ตรงส่วนหน้าอกและที่ต่างๆ อย่างไรก็ตาม พวกนางไม่ได้รู้สึกเขินเลย เพราะนี่เป็นสิ่งปกติ และไม่ใช่เรื่องที่ควรโกรธ

ฉากที่ดุเดือดก่อนหน้านี้แวบผ่านจิตใจของพวกนาง ฉื่อหยานเป็นเหมือนสัตว์ร้ายหื่นกระหาย กระทำพวกนางอย่างรุนแรง ดวงตาของเขาเรืองแสงสีแดงทำให้พวกนางกลัวเป็นอย่างมาก

พวกเขาสองคนมอง ฉื่อหยานที่นั่งสมาธิจากระยะไกลอย่างเงียบๆ แม้ว่าพวกนางจะไม่ได้พูดอะไร แต่พวกนางก็สามารถสื่อสารกันด้วยตา .

เป็นร่องรอยของความโหดเหี้ยมปรากฏในสายตาของพวกนาง พวกนางรู้สึกว่า นี่เป็นโอกาสเดียวของพวกนาง หนึ่งในพวกนางสังเกตุการเคลื่อนไหวของฉื่อหยาน ขณะที่อีกคนกำลังนั่งรวบรวมพลังปราณลึกลับเพื่อฟื้นคืน คืนความแข็งแรงของแขนขาที่ชาของนาง แล้วค่อยๆลุกขึ้นยืน

ทันใดนั้น สองสาวdHกระโดดขึ้นบนฟ้า กริชหยกและเข็มกลัดทองเหลืองก็กลายเป็นแสงพุ่งไปที่ ฉื่อหยาน .

เมื่อการโจมตีของพวกนางเกือบจะถึงฉื่อหยาน , แสงดวงดาวก็ปรากฏ ควบแน่นเป็นโล่ดารา จุดดวงดาวนับไม่ถ้วนเคลื่อนไหวอย่าลึกลับจากโล่ดารา แล้วมาบรรจบกันเป็นรูปกำปั้น

การโจมที่เฉียบคมของสองสาวก็กลายเป็นจุดแสงเล็กๆ

จุดดวงดาวก็ระเบิดการโจมตีกลับมา เป็นจุดประกายแสงเล็กๆ

กริชและเข็มเจาะร่างกายพวกนางทั้งสอง

" บูม "

ร่างกาบที่บอบบางของทั้งสองสาวจากดินแดนหยินหยางมหัศจรรย์ก็สั่นสะท้านเป็นกระดูกของพวกนางที่ระเบิกออกมาเหมือนกับประทัด ทุกอย่างถูกทำลาย แม้แต่อวัยวะภายในแตกกระจาย

พวกนางกลายเป็นหยุดนิ่งร่างกายหล่นลงบนพื้น ความโหดเหี้ยมในสายตาพวกนางก็หายไป ความกลัวจากจิตใจพวกนางกระจายหายไป พร้อมกับกลิ่นอายพลังในร่างกายที่กลายเป็นว่างเปล่า ร่างทั้งสองก็เหี่ยวแห้ง

ฉื่อหยาน ซึ่งนั่งอยู่ตรงบนหินสี่เหลี่ยม จู่ๆ ก็ลืมตาขึ้นมา แล้วเขาก็เหลือบไปมองศพสองสาว 'และค่อยแสยะยิ้มอย่างดูถูกที่มุมปากของเขา จากนั้นเขาก็ค่อยๆหลับตาลงอีกครั้ง และตั้งสมาธิต่อ

ประกายแสงสีม่วงแดงมากมายบนแขนซ้ายของเขาก็ไหลอยู่ภายในกล้ามเนื้อของเขาทำให้แขนซ้ายหนัก ราวกับว่ามันถูกมัดไว้กับหินหนึ่งพันกิโลกรัม

แสงสว่างสีม่วงแดงบนแขนซ้ายของเขาก็ส่องสว่างมากขึ้นและสวยงามมากขึ้น ฉื่อหยาน ร่างกายก็สั่นสะท้านเล็กน้อย แม้แต่ห้วงจิตสำนึกของเขายังได้รับผลกระทย

ภายในแขนซ้ายของเขาเป็นสีม่วงแดง อย่างแปลกประหลาด พลังลึกลับและพลังปราณลึกลับ ในร่างกายทั้งหมดของเขาก็หลอมรวมเข้าด้วยกันเปลี่ยนแปลงแขนทั้งสองของเขา

จิตวิญญานต่อสู้กลายพันธุ์

เมื่อมันเริ่มต้นขึ้น มันก็หยุดไม่ได้  เว้นเสียแต่ว่ามันจะได้ดูดซับพลังลึกลับและพลังปราณลึกลับของเขา มิเช่นนั้นมันก็ยังคงไม่วงบ

พลังลึกลับและพลังปราณลึกลับก็ไหลออกมาจากจุดชีพจรทั้ง720จุดอย่างบ้าคลั่ง แล้วกลายเป็นเส้นสายแสงมากมายเคลื่อนไหวราวกับสายฟ้าฟาดอย่างรวดเร็วหลอมรวมเข้ากับแขนทั้งสองของเขา และการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ก็เกิดขึ้น

ต้นไม้โบราณพลังปราณลึกลับที่อยู่กลางวงหมุนพลังปราณลึกลับตอนนี้ก็กลายเป็นที่คลุมเครือ และสูญเสียพลังปรารลึกลับไปมากมาย จนมันกลายเป็นโปร่งใสค่อยๆและค่อยๆจางลงจนหายไปในที่สุด

ฉื่อหยาน ยังคงเงียบ และเฝ้าสังเกตุการณ์เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการกลายพันธ์ของจิตวิญญานต่อสู้

. . .

ภายใต้แสงจันทร์ เทพจันทรา โอหยางลู่ซวง ที่เป็นเหมือนเทพธิดาจันทรา แสงจันทร์ก็ปกคลุมร่างกายทั้งหมดของนาง ในขณะที่นางนั่งสมาธิอยู่เงียบ ๆท่ามกลางแสงสว่าง

บนเกาะจันที่ เผ่าอสูรมากมายอยู่บนเกาะด้วยสี่หน้าโหดร้ายกระหายเลือด ดวงตาของพวกมันทุกตนมองขึ้นไปบนฟ้า

สองปรมจารย์อสูร ซินดราและเอริดก็ยืนอยู่บนเรือกระดูก ' วิจิตรเทพอสูรศักดิ์สิทธิ์ ' พวกมันมาจากเกาะสุริยัน

ภายใต้แสงจันทร์ เทพจันที่ดูเหมือนกำลังอยู่ในฉากมหัศจรรย์ และไม่รู้ว่าศัตรูกำลังเข้ามาใกล้ แสงจันทร์แนบร่างกายของนาง นางปล่อยวางราวกับว่าตัวเองเป็นอมตะ

กระดูกสีขาวของวิจิตรเทพอสูรศักดิ์สิทธิ์ก็ส่ายอย่างรุนแรง

ที่ด้านล่างของเรือ ร่างของเสี่ยวฮานยี่ ซึ่งอยู่ในโลกศพผลึกน้ำแข็ง ก็ถูกห่อด้วยกลิ่นอายอสูร วิญญานหลักของราชาอสูร ชิหยาน ได้แทรกเข้ามาในร่างของเสี่ยวฮานยี่และใช้ร่างกายนี้เข้าสู่ทะเลไม่มีที่สิ้นสุด

กระแสของประกายแสงอสูรก็แวบขึ้น โลงศพก็มาหยุดต่อหน้าเทพจันทรา โอหยางลู่ซวง

ชิหยานมองไปที่เทพจันทรา ที่ถูกแช่อยู่ในแสงจันทร์ และไม่ได้พูดอะไร ในขณะที่มือของเขาทั้งสิบนิ้วกดลงไปบนอากาศที่ว่างเปล่า

" ตาข่ายพันธนาการอสูรศักดิ์สิทธิ์ "

พร้อมกับที่ชิหยานตะโกนออกมา นิ้วมือทั้งสิบของเขาก็ขยายออก นิ้วมือสิบกลายเป็นเป็นตาข่ายใหญ่สิบอันซึ่งแต่ละอันดูเหมือนราวกับว่าทอมาจากเส้นเอ็นมังกรอสูร มันส่องแสงสีดำที่ปกคลุมท้องฟ้า ตาข่ายเหล่านี้เป็นเหมือนกับดวงอาทิตย์สีดำสิบดวงที่ปกคลุมแสงจันทร์ มันมาจากทุกทิศทางล้อมรอบโอหยางลู่ซวง .

พระจันทร์ก็สว่าง แต่แสงที่งดงามเหล่านั้นกลับถูกบดบังโดยตาข่ายทั้งสิบ

บนวิจิตรเทพอสูรศักดิ์สิทธิ์ เมื่อทั้งสองปรมจารย์อสูร เอริกและซินหราเห็นฉากที่เกิดขึ้นของ" ตาข่ายพันธนาการอสูรศักดิ์สิทธิ์ " ของชิหย่น ทันที พวกเขาก็รู้สึกปล่อยวางและคิดว่า เทพจันทราคนใหม่อีกไม่นานต้องถูกกำจัดแน่นอน

แสงจันทร์กลายเป็นเหมือนกัยน้ำสีเงิน โดยทีโอหยางลู่ซวงเป็นศูนย์กลาง มันกระจายรอบๆ ตาข่ายของชิหยาร

แสงสีเงินและประกายแสงอสูรประทะกัน . เกิดประกายแสงงดงามเจิดจ้าในค่ำคืนที่มืดมิด มันเป็นเหมือนดอกไม้ไฟที่ถูกจุดขึ้นบนฟ้าเหนือเกาะจันทา แสงไฟหลากสีสันก็ระเบิดออกมา

แสงไฟประหลาดส่องทั่วท้องฟ้า สิบตาข่ายของชิหยานก็รวมกันและพยาพันธนาการฝ่ายตรงข้ามอย่างแน่นหนา

หลังจากตาข่ายทั้งสิบปิดกั้นท้องฟ้าอย่างสมบูรณ์ ชิหยานก็ตั้งสมาธิอย่างระมัดระวัง แล้วเปลือกตาของเขาก็สั่นเล็กน้อย

เทพจันทรา โอหยางลู่ซวงก็ได้หลบหนีจากการปิดล้อม และหนีจากตาข่ายพันธนาการอสูรศักดิ์สิทธิ์

" นายท่านชิหยาน ผู้หญิงคนนั้น . . . . . . . " ซินดราก็บินมาจากตาข่ายพันธนาการอสูรศักดิ์สิทธิ์ ยืนอยู่ข้างหลัง ชิหยานและช่วยไม่ได้ที่จะถามออกไป

" นางหนีไปได้ "

ชิหยานก็ ขมวดคิ้วของเขา หันกลับมามองซินดราและพูด " จากนี้ไป ในทะเลกว้างใหญ่ นอกจากทั้งสามคน ฉาวเชียวเต้น หยางอีเทียน และ จักพรรดิ์หยางเทียน ก็ยังมีอีกคนหนึ่งที่อาจเป็นภับคุกคามแผนใหญ่ของเรา จำไว้ว่าถ้าเจ้าเจอนางคราวหน้า ตราบใดที่เจ้ารู้สึกได้ถึงสถานการณ์ไม่ดี เจ้าต้องหลบหนีทันทีอย่าได้ลังเล " ซินดราก็ตกตะลึง .

" สะพานวิญญานเหลือเพียงอีกขั้นตอนเดียวก็จะเสร็จสมบูรณ์ เจ้าต้องใช้ความพยายามทั้งหมดของเจ้าเพื่อที่จะกำจัดตัวปัญหา เจ้าต้องค้นหาร่องรอยของ ฉื่อหยาน และฆ่าเขาเป็นอันดับแรก " ชิหยาน กล่าว

" นายท่าน , ฉื่อหยาน สำคัญด้วยรึ ? " ซินดราที่สับสยก็ถาม " เขาได้อาศัยพลังจากสิ่งอื่น เพื่อทำร้ายหม่าฉีต้วน . ดังนั้น เมื่อไม่มีพลังจากสิ่งนั้นแล้ว เขาก็จะไม่มีอะไรเหลือ และกลายเป็นเด็กธรรมดา มันสำคัญขนาดต้องให้ท่านสนใจเชียวรึ ?

" ดาบอสูรไร้เทียมทานเป็นสุดยอดดาบโบราณหนึ่งในสาม  แต่มันกลับถูกทำลายโดยดาบของเจ้าเด็กนั่น ถ้าวันหนึ่งเข้าบรรลุเข้าสู่ระดับพระเจ้าและหลอมรวมเข้ากับดาบได้ ก็คงไม่มีใครในทะเลกว้างใหญ่สามารถหยุดเขาได้ " ชิหยานสูดลมหายใจเข้าและพูด

หลังจากหยุดพูดสั้นๆ ชิหยานก็ กล่าวต่อว่า " แม้แต่ข้าก็ไม่หยุดได้เช่นกัน ."

ซินดราก็ตกใจเขาคุกเข่าลงกับพื้นและกล่าวด้วยความกลัว " ข้าเข้าใจแล้ว "

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1394 แล้วนะคะ มี 30 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 348 การกลายพันธ์อีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว