เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 339 ดาบแยกมิติ

บทที่ 339 ดาบแยกมิติ

บทที่ 339 ดาบแยกมิติ


บทที่ 339 ดาบแยกมิติ

ฉื่อหยาน งอเข่า มองหม่าฉีต้วนที่มีร่างกายสูงหนึ่งร้อยเมตรและดาบอสูรไร้เทียมทานขนาดใหญ่พร้อมกับดวงตาสีแดง ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวปรากฏเป็นโหดเหี้ยม กลิ่นอายร่างกายขงอเขาดูเหมือนจะทำให้ท้องฟ้าและผืนดินปั่นป่วน . พายุทอร์นาโดขนาดใหญ่ปรากฏจากทะเลรอบๆเกาะ

เขายืนนิ่งในขณะที่แหวนสายโลหิตส่องแสงสีรุ้งออกมา ดาบยักษ์ลึกลับจากหุบเหวสนามรบ บินวนอยู่รอบๆสิบเมตรเหนือหัวของเขาราวกับว่ามันกำลังรวบรวมพลังทั้งหมด .

"แคว๊กกก แคว๊กกกก แคว๊กกกก" .

โดมสีแดงขนาดใหญ่ ที่ล้อมรอบฉื่อหยาน , ก็ถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องโดยดาบอสูร

โดมขนาดใหญ่นี้บางเท่ากับปีกของจักจั่น มันดูเหมือนจะเปราะบางและไม่สามารถทนได้แม้แต่การโจมตีเดียว อย่างไรก็ตาม มันก็ยังยืดหยุ่นและรับการโจมตีของดาบอสูรได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ถูกทำลาย จนกระทั่งตอนนี้

หม่าฉีต้วน คำราม และหอนออกมาตรงๆ . ลำแสงอสูรมากมายพุ่งออกมาจากร่างกายของเขาแล้วหดลงและรอยลอบๆตัวเขา โดยไม่กระจายกันออกไป .

ดาบอสูรไร้เทียมทาน ซึ่งหนักกว่าหมื่นกิโลกรัม ยังคงปล่อยกลิ่นอายอสูรที่น่ากลัวออกมา ออกมาจากรอยแยกบนเกาะร้าง ; อย่างหนาแน่น กลิ่นอายอสูรที่หนาแน่นก็ทะลักออกมาและค่อยๆไหลเข้าไปในดาบอสูร ทำให้หนึ่งในสามดาบอสูรโบราณกลายเป็นแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

การกลายพันธุ์ในห้วงจิตสำนึกของ ฉื่อหยาน ก็ค่อยๆลดลง วิญญานหลักและเปลวไฟกลืนกินเก้าวิญญานก็ได้ผสานกันเป็นหนึ่ง เปลวไฟกลืนกินเก้าวิญญาน นั้นเป็นเปลวไฟอันดับสามในหมู่เปลวไฟนภา มันกลายเป็นวิญญานหลักดวงที่สามและกลายเป็นตาที่สามของเขา ดวงตาสีเงินส่องสว่างกระจ่ายไปทั่วห้วงจิตสำนึก เพื่อความแข็งแกร่งให้กับห้วงจิตสำนึกอย่างต่อเนื่อง

พลังปราณลึกลับที่บรรจบกันบนหน้าท้องของเขา เปลวเหมันเยือกแข็ง แกนเพลิงแลจิตวิญญานพระเจ้าศักดิ์สิทธิ์ก็ได้หลอมรวมเข้าด้วยกัน เป็นรูปแบบปลาหยินหยาง ต้นไม้โบราณพลังปราณลึกลับลากก็หยั่งลึกลงไปยังพื้นที่แปลกประหลาดที่อยู่กลางวงหมุน  ดูดซับพลังปราณลึกลับอย่างน่าอัศจรรย์ แม้แต่ดวงตาของคนธรรมดายังสามารถมองเห็นการเติบโตได้อย่างชัดเจน ต้นไม้โบราณพลังปราณลึกลับสุดท้ายก็กลายเป็นสง่างามและยิ่งใหญ่

เนื่องจากพลังที่เพิ่มขึ้นถูกระตุ้น ดาบลึกลับที่บินออกจากแหวนสายโลหิตก็ลอยอยู่เหนือของเขา ดวงตาที่ปิดอยู่บนดาบก็ค่อยๆเปิดออกช้าๆ

ทุกครั้งที่ดวงตาเปิด พลังชั่วร้ายของดาบลึกลับดูเหมือนจะทวีคูณขึ้น

" วุช วุช วุช " .

ดาบลึกลับที่ลอยอยู่เหนือหัวของเขาพลังของมันสามารถทำให้มิติบิดเบี้ยวได้ แสงแปลกประหลาดทันทีก็ระเบิดออกมาจากพื้นที่ ที่ดาบลอยอยู่รอบๆ แล้วตอนนั้นเอง รอยแยกมิติก็ปรากฏ , ภายในช่องว่างเหล่านี้ผู้คนสามารถมองเห็นลำธารที่มีสีสันมากมายซึ่งมองดูเหมือนกับดวงดาวระยิบระยับกระจายไปทั่วทั้งจักรวาล

กลิ่นอายชั่วร้ายที่ทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือนก็ค่อยๆไหลออกมาจากดาบ

ฉื่อหยาน ยืนอยู่ภายใต้โดม เขารู้สึกพลังงานมหาศาลของเปลวเหมันเยือกแข็ง จิตวิญญานพระเจ้าศักดิ์สิทธิ์และแกนเพลิงบนท้องของเขา เขารู้สึกว่าพลังวิญญาณในห้วงจิดสำนึกของเขาทะลักออกมาและไหลไปที่ดาบลึกลับ

ในขณะที่ร่างกายของเขามีพลังทะลักออกมา ดวงตาทีละดวงบนดาบลึีกลับก็ค่อยๆเปิดออก

หม่าฉีต้วน คำรามออกมากราดเกรี้ยว ดูเหมือนเขาจะรู้สึกได้ถึงการกลายพันธุ์ของฉื่อหยาน และความรู้สึกที่ไม่มั่นคงก็ปรากฏขึ้นในหัวใจของเขา

ตอนนั้นเองเขาก็เลิกที่จะลังเล ท่ามกลางเสียงคำราม . . หม่าฉีต้วยก็รวบรวมพลังในร่างกายของเขา ส่งพลังอสูรไม่มีที่สิ้นสุดลงในดาบอสูรไร้เทียมทาน , ทำให้มันมีพลังที่สามารถฉีกกระฉากท้องฟ้าแยกออกจากกันได้

เนื่องจากหม่าฉีต้วนได้ใช้ความพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อที่จะควบคุมดาบอสูรไร้เทียมทาน ตอนนี้ดูเหมือนร่างกายใหญ่โตของเขาจะไม่สามารถทนไม่ได้อีกต่อไป เป็นลำแสงอสูรจำนวนมากพุ่งออกมา รอยร้าวเริ่มปรากฏบนร่างกายของเขา

" วุช " .

การฟันครั้งสุดท้ายของดาบอสูรก็หล่นลงไป

โดมสีแดงเรืองแสงที่สร้างขึ้นจากแสงที่ส่องออกมาจากแหวนสายโลหิต ที่รับพลังจากผลึกอสูร ในที่สุดก็ทนไม่ได้อีกต่อไป มันก็แตกออก และเกิดรอยแยกที่น่ากลัวขึ้น

กลิ่นอายอสูรที่หนาแน่นทะลักเข้ามาจากรอยแยก พวกมันจึงไหลเข้ามาทั่วโดม

" ตูม ตูม ตูม "

กลิ่นอายอสูรก็ท่วมไปทั่วโดมและเกิดเป็นเสียงระบัดดังสั่นสะเทือนในทันที

ด้วยเสียงดังที่น่าสะพรึงกลัว, โดมขนาดใหญ่ก็แตกกระจายไปในที่สุด กลายเป็นจุดแสงสว่างนับหมื่นและกลับเข้าไปที่แหวนสายโลหิตบนนิ้วของฉื่อหยาน

หม่าฉีต้วนก็หัวเราะอย่างโหดร้าย ทันทีที่เขาเห็นโดมขนาดใหญ่พัง เขาไม่ลังเลอีกต่อไป เขากวัดแกว่งดาบอสูรอย่างรุนแรงเกิดเป็นแถบสีดำเหมือนกับจักรวาล พื้นที่นอบๆกลายเป็นเหมือนกับโลกสองใบ . เขาฟันอย่างรุนแรงไปที่ฉื่อหยาน พยายามบดขยี้ฉื่อหยานให้เป็นผุยผงและทำลายร่างกายกับวิญญานให้ไม่เหลือซาก

ฉื่อหยาน ทำหน้าบึ้งในขณะที่ดวงตาของเขาส่องประกายออกมาด้วยความบ้าคลั่ง

" อ๊าาาา ! " คำรามออกมา เขาไม่คิดอะไรต่ออีก เขาโคจรพลังทั้งหมดในร่างกายของเขาไปที่ดาบลึกลับ

บนดาบยักษ์ ดวงตาที่น่ากลัวก็ได้ปล่อยลำแสงชั่วร้ายนับพันออกมารวมกัน

เส้นสายพลังลึกลับจากอีกโลกหนึ่งก็ไหลแทรกซึมเข้ามาในดาบลึกลับ

ดาบที่ตอนแรกเห็นได้ชัดว่ามันมีขนาดเล็กกว่าดาบอสูรไร้เทียมทอน ตอนนี้ก็ใหญ่ขึ้น กลายเป็นดาบเทพที่ยาวเหยียดเหมือนกลับภูเขาสูงหมื่นจ้างทันที ดวงตาบนดาบ ซึ่งเป็นเหมือนดวงตาของเทพปีศาจก็เต็มไปด้วยพลังที่โหดร้าย , บ้าลั่ง , และความกระหายเลือด

ดาบเทพก็เล็งไปที่ดาบอสูรซึ่งกำลังฟาดลงมาเหนือหัวฉื่อหยาน โดยที่ฉื่อหยานไม่ได้ควบคุมใดๆ

ไม่มีเสียงใดๆเกิดขึ้น

เมื่อดาบอสูรไร้เทียมทานและดาบลึกลับก็ประทะกัน ท้องฟ้าและผืนดินก็เงียบสงบอย่างฉับพลัน เงียบมาก มันนเงียบจนทำให้ผู้อื่นหวาดกลัว

ฉื่อหยาน เงยหน้ามองขึ้นทองฟ้าด้วยแววตาประหลาดใจ

จุดประกายแสงแปลกประหลาดจากดาบอสูรไม่มีสิ้นสุดและดาบลึกลับก็ประทะกันอย่างช้าๆ มันขยายใหญ่ขึ้นและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ไม่ว่าที่ใดที่จุดประกายแสงผ่านไป ; ท้องฟ้าก็หดตัวอย่างแปลกประหลาด เกาะที่อยู่ใกล้เคียงก็หายไป และ น้ำทะเลรับร้อยล้านตันก็ซัดทุกอย่างให้จมลงไป

แม้แต่เกาะที่อยู่ใต้เท่าฉื่อหยานก็ถูกซัดจม

ที่ก้นทะเล ฉื่อหยาน , ยังคงมองท้องฟ้า บรรยากาศยังเงียบสงบ หลังจากนั้นหม่าฉีต้วน ร่างสูงร้อยเมตรทันทีก็กลายเป็นประกายแสงอสูรจำนวนมาก .สลายหายไป หลังจากที่แสงอสูรเหล่านั้นหายไป ร่างกายอันโหดเหี้ยมที่แท้จริงของหม่าฉีต้วนก็ปรากฏตัวขึ้น

ไม่รู้ว่าทำไมมือขวาของหม่าฉีต้วนที่ถือดาบอยู่ถึงได้ระเบิดออกมา กระดูกของเขาก็กลายเป็นผุยผง ร่างกายครึ่งหนึ่งซีกขวาของเขามีเลือดและเนื้อทะลักออกมา ดูเหมือนว่ามันจะถูกระเบิดอย่างน่ากลัวและบดขยี้ร่างกายซีกนี้ของเขาอย่างสมบูรณ์

ในน้ำสีน้ำเงินเข้ม มันเป็นครั้งแรกที่หม่าฉีต้วน เปิดเผยความกลัวของเขาออกมา เขากรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่มือซ้ายจับดาบอสูรไร้เทียมทานที่เพิ่งหลุดจากมือข้างขวาของเขา ร่างกายของเขากลายเป็นก้อนแสงสีดำ พุ่งไปยังเกาะสุริยันด้วยความเร็วสูงสุด

เขาหนีไปราวกับเป็นสัตว์ป่าที่กำลังถูกล่า

ดาบยักษ์ยาวหมื่นจ้างเหมือนภูเขาสูงลอยอยู่รอบๆบนท้องฟ้า ดวงตาที่อยู่บนดาบจำนวนหนึ่งในสามก็ิปิดลง และยังคงปิดลงเรื่อยๆ ดาบค่อยๆหดตัวและกลับไปเป็นขนาดปกติ

ในเวลาเดียวกัน , ฉื่อหยาน พลังของเขาก็หยุดไหลเข้าไปในดาบลึกลับ

หลังจากมองท้องฟ้า และมองดาบลึกลับที่ค่อยๆเล็กลง ฉื่อหยาน ก็พยายามรีบใช้ความคิดของเขาเพื่อที่จะเรียกดาบมา

ไม่มีการตอบสนองใดๆ

ดาบลึกลับนี่ดูเหมือนจะหยิ่งเป็นอย่างมาก ราวกับมันไม่สนใจเด็กน้อยที่อยู่ในระดับรู้แจ้งเลย ยังคงจมลงไป ตอนนี้เองเมื่อมันหล่นลงไปในน้ำ ดาบเทพก็กลายเป็นสีรุ้งหายเข้าไปในแหวนสายโลหิต

ฉื่อหยาน ใช้จิตสำนึกของเขาดูภายในแหวนสายโลหิตและตระหนักได้ว่าดาบลึกลับได้กลับไปอยู่ที่มุมอย่างเงียบๆ ไม่มีการตอบสนอง หรือกลิ่นอายใดๆ ทุกสายตาบนดาบถูกปิดลงอีกครั้ง

ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพปกติ เหมือนไม่มีอะไรเคยเกิดขึ้นมาก่อน ฉื่อหยาน ยกศีรษะของเขา มองท้องฟ้า เห็นท้องฟ้ายังบิดเบือนและมิติว่างเปล่าเองก็ยังไม่หายสนิท

สิ่งที่เกิดขึ้นอาจไม่หายไปก็เป็นได้ ฉากทั้งหมดนี้ทำให้เขานึกถึงสิ่งที่ดาบยักษ์ทำ

ดาบนี่และดาบอสูรไร้เทียมทานได้ประทะกัน เกิดเป็ฌนแรงมหาศาลที่ทำลายร่างของหม่าฉีต้วน บดขยี้มือขวาของเขาซึ่งถือดาบอสูณไร้เทียมทานไว้และระเบิดเลือดเนื้อของเขาครึ่งร่าง ทำให้เขาบาดเจ็บสาหัส

หม่าฉีต้วน นั้นมีระดับการบ่มเพาะอยู่ที่นภาแรกในระดับพระเจ้าและความแข็งแรงของเขาถูกเสริมด้วยคุณสมบัตของเผ่าอสูน ในดินแดนสี่อสูร เขาถูกจัดให้เป็นนักรบที่แข็งแกร่งรองลงมาจาก โปวชุนและชิหยาน

หลังจากมาถึงทะเลไม่มีที่สิ้นสุด เขาก็ได้ต่อสู้กับดินแดนปีศาจมหัศจรรย์ บังคับให้พวกเขายอมจำนน และลงมือฆ่าทุกคนในทะเลเคียร่า อีกทั้งในทะเลเหิงลั่ว นักรบระสูงมากมายต่างก็ตกตายในมือของเขา

ด้วยความโหดเหี้ยมและความแข็งแกร่งเช่นนี้พร้อมกับมีดาบอสูรไร่เทียมทานในมือเขา เขากลับได้บาดเจ็บสาหัสครึ่งร่างและมือของเขาก็แหลกละเอียด

ฉื่อหยานรู้สึกตกตะลึงที่หัวใจ จิตสำนึกของเขาก็สังเกตุดาบลึกลับอย่างเงียบๆด้วยความรู้สึกดีใจและกลัวในเวลาเดียวกัน

เขากลัวเพราะเขาไม่สามารถควบคุมดาบลึกลับนี้ได้อย่างสมบูรณ์ เขาไม่รู้วิธีการควบคุมมัน หรือ เขาไม่รู้ว่าเขาจะควบคุมมันได้หรือไม่ ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่มั่นใจว่าดาบนี้จะสร้างปัญหาอะไรหรือป่าว

" ฉื่อหยาน ! " ตอนนั้นถังหยวนหนานเสียงของเขาก็ดังเหนือผิวน้ำทะเล บนหัฉื่อหยาน .

เทพสุริยันขี่ยูนิคอร์นอัคคี จ้องมองลงมายังเกาะที่ถูกทำลายด้วยความสับสนไปชั่วขณะหนึ่ง, เขามองคลื่นขนาดใหญ่ที่ซัดอยู่ในท้องทะเลและร้อยแยกของพื้นดินที่กำลังถูกน้ำท่วมอย่างช้าๆ ไม่อาจรู้ได้เลยว่าสิ่งใดกันที่สามารถทำให้พื้นดินเป็นเช่นนี้ได้

เขาไม่แน่ใจว่า ฉื่อหยาน ยังคงรอดอยู่หรือ เพราะเขาไม่สามารถตรวจจับกลิ่นอายของฉื่อหยานได้ แม้ว่าเขาจะส่งจิตสำนึกวิญญานออกไปครอบครุมพื้นที่ทั้งหมดแล้วก็ตาม

ภายใต้ทะเล , ฉื่อหยาน ยกศีรษะของเขาขึ้น มองยูนิคอร์นอัคคีและเมื่อเขามั่นใจว่านั่นเป็นถังหยวนหนานที่อยู่ที่นี่ เขาก็อึ้งไปชั่วขณะ เขาเริ่มลอยขึ้นสู่พื้นผิวน้ำและจากนั้นทันทีร่างกายทั่วทั้งร่างก็รุ้สึกหมดแรง

แหวนสายโหลหิตของเขาหยุดส่องแสงกระพริบและค่อยๆสงบลง

ถังหยวนหนาน ทันทีเมื่อสัมพัสได้ถึงกลิ่นอายของฉื่อหยาน เขาก็พุ่งไปหาทันที

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1394 แล้วนะคะ มี 30 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 339 ดาบแยกมิติ

คัดลอกลิงก์แล้ว