เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 332 ชิหยาน

บทที่ 332 ชิหยาน

บทที่ 332 ชิหยาน


บทที่ 332 ชิหยาน

" วิจิตรเทพอสูรศักดิ์สิทธิ์ ! "

เยว่จางเฟิงก็มองเรือกระดูกขนาดใหญ่ที่ค่อยๆลอยออกมาจากความมืดช้าๆ จู่ๆ เขาก็ร้องออกมาด้วยความกลัวและสีหน้าตกตะลึงอย่างไม่น่าเชื่อ

เมฆดำเหมือนกับน้ำหมึก , มันมีขนาดใหญ่ , แพรวพราว , เรือกระดูกที่สะดุดตาใกล้เข้ามาขึ้นพร้อมกับแผ่นดินที่สั่นสะเทือน ทำลายกลิ่นอายความเย็นในหัวใจของฉื่อหยานทำให้เขารู้สึกอึดอัด

เมื่อเยว่จางเฟิงตะโกนออกมา ดวงตาของเขาก็ส่องประกายแปลกประหลาด เขาลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะรีบไปใกล้หลินหย่าฉีและกล่าวว่า " พี่สาว ข้าว่าเราควรไปกันได้ "

สีหน้าของหลินหย่าฉี ก็กลายเป็นจริงจัง . นางพยักหน้าช้าๆ และพูดเบาๆว่า " ตกลง " .

" อะไรคือวิจิตรเทพอสูรศักดิ์สิทธิ์ ? " ฉื่อหยานไม่สามารถช่วย ที่จะถามออกไปขณะที่สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างมาก

หลังจากเห็นความผิดปกติบนท้องฟ้า เขาก็เดินไปข้างลินดาและลากนางไปรวมกับทุกคน

เมื่อลินดาเดินมารวม นางก็เขินอาย และ มองเซี่ยซินหยานด้วยความกลัว . นางจึงก้มหัวลง ไม่กล้าที่จะพูด

ลินดามาจากตระกูลเคอเร่อ ซึ่งเป็นตระกูลบนเกาะมังกรเหมัน ตระกูลเล็กนี้ไม่ได้เแข็งแกร่งโดดเด่นในทะเลกว้างใหญ่ เป็นเพียงแค่ขุมพลังนอกของพรรคสามเทพเท่านั้น และไม่อาจเปรียบเทียบได้กับตระกูลเซี่ย .

นอกเหนือจากช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างชาติกำเนิดแล้ว เซี่ยซินหยาน นั้นยังงดงามและสวยงามกว่านางมาก ; นางยังมีระดับการบ่มเพาะที่ลึกซึ้ง อีกทั้งยังมีจิตวิญญานจุติ

ด้วยเหตุผลทั้งหมดเหล่านั้น ลินดารู้สึกด้อยกว่ามากเมื่อเผชิญหน้ากับเซี่ยซินหยาน . นางยืนอยู่ข้างๆ ฉื่อหยาน , โดยไม่กล้ามองเซี่ยซินหยาน .

เซี่ยซินหยาน สงสัย ไม่รู้ว่า ฉื่อหยาน รู้จักลินดาได้ยังไง อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานการณ์ที่แปลกประหลาดในปัจจุบัน นางจึงไม่ได้ถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่มองเยว่จางเฟิงด้วยสีหน้าตกตะลึง รอให้เขาอธิบายบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับวิจิตรเทพอสูรศักดิ์สิทธิ์

" วิจิตรเทพอสูรศักดิ์สิทธิ์คือพระราชวังบินของราชาอสูรชิยาน . มันมีอยู่มาเป็นเวลานานแล้ว ราชาอสูรคนอื่นก่อนหน้าชิหยานก็เคยครอบครองพระราชวังบินนี้ บางคนได้กล่าวว่า วิจิตรเทพอสูรศักดิ์สิทธิ์ถูกสร้างมาจากกระดูก เลือด เนื้อ และวิญญาณของสัตว์อสูรระดับ9 ในดินแดนอสูร มันไม่เพียงแต่ใหญ่โต มันยังมีพลังมหาศาลอีกด้วย "

เยว่จางเฟิงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง " วิจิตรเทพอสูรศักดิ์สิทธิ์เป็นที่อยู่ของราชาอสูรชิหยาน ถ้าวิจิตรเทพอสูรศักดิ์สิทธิ์ปรากฏขึ้นที่ทะเลไม่มีสิ้นสุด นั่นหมายก็หมายความว่าราชาอสูรอยุ่ที่นี่แล้ว ชิหยานนั้นมีระดับการบ่มเพาะที่นภาที่สามของระดับพระเจ้า แลอึกครึ่งก้าวเขาก็จะก้าวเข้าสู่ระดับพระเจ้าแท้จริง คนระดับนี้มาปรากฏตัวที่นี่ ผู้คนบนเกาะสุริยันช่างน่าสงสารนัก "

" เป็นไปไม่ได้ ! " หน้า ฉื่อหยาน เปลี่ยนไปอย่างน่าเศร้า เขาพูดออกมาดัง ๆ " ที่ระดับราชาอสูนชิหยานจะ มายังทะเลไม่มีที่สิ้นสุดด้วยร่างกายที่แท้จริงของเขา ก่อนที่สะพานวิญญานจะเสร็จแน่นอนพวกเขาไม่สามารถเดินทางมาที่นี่ได้ด้วยร่างที่แท้จริงของพวกเขา "

" ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน " เยว่จางเฟิงส่ายหน้า " ในตำนาน กล่าวว่าวิจิตรเทพอสูรศักดิ์สิทธิ์ คือที่ๆชิหยานอาศัยอยู่ "

" เราต้องรีบไปแล้ว " เซี่ยเสินชวน ไตร่ตรองซักนิดก่อนตัดสินใจอย่างเร่งรีบ " ไม่ว่าชิหยานจะ อยู่ภายในเรือนั้นหรือไม่ แต่เมื่อเขารู้ว่ามีการชุมนุมเกิดขึ้นที่เกาะสุริยัน เขายังกล้าที่จะบุกมา มันหมายความว่า เผ่าอสูรเหล่านี้ต้องมั่นใจแน่ ; มิฉะนั้นพวกเขาคงไม่กล้าเสี่ยงแบบนี้

ทุกคนพยักหน้าทันที

แม้ ฉื่อหยาน ก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับข้อเสนอแนะของเซี่ยเสินชวน .

อย่างไรตาม ณเวลานี้

วิจิตรเทพอสูรศักดิ์สิทธิ์ค่อยๆแหวกทะลุเมฆดำ เปิดเผยตัวเองออกมา และค่อยๆลอยสู่ภูเขาแสงศักดิ์สิทธิ์

แสงแดดปรากฏขึ้นอีกครั้งบนเกาะสุริยัน เกิดเป็นโดมแสง เพื่อป้องกันการบุกรุก

โดมแสงเหมือนกับคลื่นกระทบกัน , คล้ายกับดอกไม้เบ่งบานอย่างมหัศจรรย์บนท้องฟ้า มันเหมือนกับชามขนาดใหญ่ที่คว่ำลง , ปิดล้อมทุกอย่างภายใน ด้วยสถานการณ์นี้ ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถผ่านมาได้

" แสงศักดิ์สิทธิ์เทียนมู่ ! "

นี้เป็นรูปป้องกันที่อัศจรรย์ซึ่งอยู่มาหลายร้อยปี บนเกาะสุริยัน ในตำนาน แสงศักดิ์สิทธิ์เทียนมู่ เคยถูกทำลายเพียงแค่สามครั้ง แม้ว่านักรบระดับพระเจ้าหากจะทำลายมันก็ต้องโจมตีอย่างต่อเนื่องและใช้พลังเป็นจำนวน ถึงกระนั้นก็ไม่แน่ว่าจะทำลายแสงศักดิ์สิทธิ์เทียนมู่ได้

อย่างไรก็ตาม แสงศักดิ์สิทธิ์เทียนมู่ กำลังจะถูกทำลายเป็นครั้งที่4

เรือกระดูกเป็นเหมือนกับลูกศรที่มีแสงสีดำกระพริบ เส้นสายแสงสีดำนับล้านก็ส่งเสียง' เอี๊ยดออกมา ' และเริ่มควบแน่นและสร้างเป็นเคียวสีดำ ทันทีเคียวครึ่งวงกลมก็ปรากฏขึ้น ท้องฟ้าและพื้นดินสั่นสะเทือนเล็กน้อย

เคียวที่น่ากลัวนี้มีสีดำและมีกลิ่นอายที่เย็นยะเยือกกระจายไปรอบๆ เคียวนี้ประทะโจมตีเข้ากับแสงศักดิ์สิทธิ์เทียนมู่อย่างรุนแรง

ภายใต้การระเบิดจากเคียวใหญ่ แสงศักดิ์สิทธิ์เทียนมู่ ที่ไม่เคยถูกทำลายมานับร้อยปีก็แตกกระจายกลายเป็นจุดแสง , เหมือนกับหิ้งห้อยหลานพันล้านตัวกระจายไปรอบๆ และเป็นเหมือนกับเกล็ดหิมะที่คอยๆ ลอยอยู่ในท้องฟ้าเหนือเกาะสุริยัน

แสงศักดิ์สิทธิ์เทียนมู่ถูกทำลาย เกิดเป็นช่องว่างพอที่กระดูกเรือจะผ่านมา

" ท่านลุงเสี่ยว ! " ร่างกายของ ฉื่อหยาน กระวนกระวาย ขณะที่เขาหวดกลัว เขาช่วยไม่ได้ที่จะตะโกนออกมาดังๆด้วยความกลัว

ใบหน้าของเซี่ยซินหยาน ก็ตกตะลึง นางมองอย่างว่างเปล่า ไปยังคนที่เคลื่อนไหวอยู่บนเรือ

คนๆนั้นคือเสี่ยวฮานยี่ ในปีนั้น เมื่อฉื่อหยานกับเซี่ยซินหยาน เพิ่งมาถึงทะเลกว้างใหญ่ พวกเขาก็ถูกโจมตีและถูกจับโดยกระดูกสีขาว ความจริงนั่นคือร่างกายของราชาอสูรโปวชุน มันเป็นเพราะเสี่ยวฮานยี่ที่ ได้ปกป้องพวกเขาสองคนที่และถูกจับไปยังดินแดนอสูรด้วยกรงเล็บกระดูก

เหตุผลที่จักพรรดิหยางเทียน ถูกกักตัวอยู่ในรูปแบบเทพอสูรวายุ ก็เพราะเขายังต้องการที่จะช่วยเสี่ยวฮานยี่ แต่น่าเสียดาย จักพรรดิหยางเทียนไม่เพียง แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ แต่ยังถูกจับอยู่ในรูปแบบนั้นด้วย

เสี่ยวฮานยี่นั้นสำคัญสำหรับฉื่อหยานมาก ต่อให้วันนี้เขาต้องขึ้นไปยังวิจิตรเทพอสูรศักดิ์สิทธิ์เพื่อช่วยเสี่ยวฮานยี่ เขาก็ไม่กลัว !

ในขณะที่เขายังคงแปลกใจ จู่ๆเสี่ยวฮานยี่ ก็กระโดดออกมาจากเรืออสูร ในขณะที่มือทั้งสองของเขากลายเป็นกรงเล็บที่โหดเหี้ยม เขาใช้พลังเต็มที่ ฉีกกระฉากแสงศักดิ์สิทธิ์เทียนมู่ขนาดใหญ่

ทันทีที่เสี่ยวฮานยี่ปรากฏ กลินอายอสูรที่น่ากลัวก็ไหลเพิ่มสูงขึ้นในขณะที่ดวงตาของเขาแวบขึ้นด้วยแสงสีดำเหมือนกับหลุมดำในจักรวาล ซึ่งดูเหมือนจะสามารถที่จะกลืนกินแสงทั้งหมดได้ . แสงแดดซึ่งแต่เดิมส่องว่างมาจากแสงศักดิ์สิทธิ์เทียนมู่ ตอนนี้หายไปในดวงตาของเขาเรื่อยๆ

เพียงเวลาไม่นาน ดวงตาทั้งสองข้างของเขามีทั้งหมดก็กลืนกินแสงทั้งหมดจากแสงศักดิ์สิทธิ์เทียนมู่ .

ท้องฟ้าและพื้นดินทันทีก็กลายเป็นมืดมิด

" เขาคงไม่ใช่มนุษย์แล้วจริงๆ แม้ว่าเขาจะมีร่างกายเป็นมนุษย์ แต่จิตใจของเขาได้รับการขัดเกลานานเกินไป " เยว่จางเฟิงยกศีรษะมองคนที่อยู่บนเรือแล้วครางเบาๆ " ร่างกายของคนๆ นั้นได้ถูกดับ และวิญญาณก็ถูกลบไปแล้ว เขาได้กลายเป็นร่างทรงของราชาอสูรชิหยาน ราชาอสูรไม่สามารถปรากฏได้จริงในทะเลไม่มีที่สิ้นสุด ดังนั้น เขาจึงใช้ร่างของคนผู้นี้ และเชื่อมต่อวิญญานเข้ากับร่าง .

ร่างกาย ฉื่อหยาน ก็สั่นสะท้าน เขาจ้อง ' เสี่ยวฮานยี่ ' โดยไม่กระพริบตา ใบหน้าของเขาเริ่มสงบ และตาของเขากลายเป็นความรู้สึก

" ฮ๊าาาา ! "

หลังจากโลกสั่นสะเทือน เสียงคำรามก็ดังออกมาจากเรือกระดูก มีสัตว์ประหลาดตัวหนึ่งที่มีหนามยืนออกมาจากผิวหนังและปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวใหญ่ยาวอย่างดุร้ายก็ปรากฏตัวข้างเสี่ยวฮานยี่มันดูเหมือนจะใช้จิตสำนึกติดต่อกับเสี่ยวฮานยี่

สัตว์ประหลาดที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์นี้กลอกตาไปมา , มองไปยังสถานการณ์ข้างล่างด้วยความเย็นชาและคำรามออกมา

ทันใดนั้น สัตว์อสูรหลายตัวจากทะเลรอบๆเกาะสุริยันก็ะเริ่มโจมตีอย่างบ้าคลั่ง

ฉื่อหยาน มองสัตว์ประหลาดในร่างมนุษย์ด้วยความสับสน ราวกับถูกกระแทกด้วยบางอย่าง . ' เสียงกึก 'ก็ดังก้องไปในหัวของเขา มันเป็นเหมือนกับว่าพันธสัญญาจิตวิญญานบางอย่างได้ถูกทำลายเป็น

เป็นเสี่ยวฮานยี่ ที่ดวงตาสีดำเป็นประกายมองลงมาที่ฉื่อหยานอย่างเย็นชา และแสดงออกด้วยลักษณะถากถาง

" เจ้าภูติมนุษย์ตัวน้อย "

ความรู้สึกอันยิ่งใหญ่ไหลเวียนผ่านทุกอย่าง เข้ามาในหัวของฉื่อหยาน . จิตสำนึกที่ไหลเวียนอยู่นี้มีพลังมากจนทำให้การป้องกันวิญญานระเบิดออกและทำให้คนที่อยู่รอบๆได้รับบาดเจ็บในเวลาเดียวกัน

"นายท่าน ระวัง ! " อีเทียนโหมว หยาเมิง , และคาป้า ก็ตกใจ และรีบใช้วิญญาณของพวกเขาสร้างเป็นรูปแบบปกป้องนายท่านของพวกเขา ฉื่อหย่นน .

" ซ่าซ่าซ่า .

เสียงแปลกๆ ดังขึ้เหนือหัว ฉื่อหยาน . ร่างของคนทั้งสามของอีเทียนโหมวก็สั่นสะท้าน ขณะที่พวกเขาได้ใช้พลังวิญญานออกมาเพื่อปกป้องจิตสำนึกวิญญานที่ชั่วร้ายของราชาอสูรไม่ให้เข้าไปในจิตใจของฉื่อหยาน

" อ๊า ! "

เสียงที่โศกเศร้าก็ดังขึ้น สีหน้าฉื่อหยานก็เปลี่ยนเป็นอนาถ ,เขาช่วยไม่ได้ที่จะหันไปมองลินดา

รูทวารทั้งเจ็ดบนใบหน้าของนางก็มีเลือดไหลออกมา ดวงตาคู่สวยของนางโศกเศร้าและซีดเซียว เลือดกำลังไหลจากมุมตาของนาง นางยืแข็งราวกับว่าวิญญานถูกทำลาย

เซี่ยเสินชวน จับหัวของเขากรีดร้องออกมาด้วยความทุกข์ เขาเดินไปข้างหน้าเพื่อไปหาเซี่ยซินหยาน เยว่จางเฟิงและหลินหย่าฉีก็อยู่ที่นั่น รูทวารทั้งเจ็ดบนใบหน้าของเขาก็มีเลือดไหลออกมา เมื่อใดก็ตามที่เขาเดินไปข้างหน้า วิญญานของเขาก็รู้สึกกดดันมากขึ้น

ก่อนที่เขาจะมาถึงเซี่ยซินหยาน ร่างของเขาก็ล้มลงบนพื้นดิน . กลิ่นอายชีวิตของเขาค่อยๆหายไป

ไม่รู้เมื่อไหร่ ที่หลินหย่าฉี ได้ใส่ผ้าคลุมหัวสีม่วงของนางซึ่งมันส่องแสงออกมา ปกปกป้องนางและนายเยว่เฟิง . เพราะเซี่ยซินหยาน ยืนอยู่ด้วยกันกับพวกเขา นางจึงหลีกเลี่ยงอันตรายร้ายแรงได้

ในช่วงเวลานี้เซี่ยซินหยาน ดวงตาคู่สวยก็เต็มไปด้วยน้ำตา นางพยายามดิ้น , พยายามที่จะวิ่งออกนอกม่านแสงทีป้องกันเพื่อลากเซี่ยเสินชวนเข้ามาภายใน แต่เยว่จางเฟิงและหลิงหย่าฉี ก็ได้ห้ามนางไว้ ไม่ให้ออกจากม่านแสงสีม่วง

เยว่จางเฟิงรู้ว่าถ้านางลดการป้องกันของผ้าคลุมหัวลง วิญญาณชองนางจงถูกโจมตีแน่

วิญญาณของนักรบนับร้อยของพรรคสามเทพในคฤหาสน์ก็ถูกทำลายในช่วงเวลาสั้น ๆ แม้ว่าร่างของพวกเขาจะยังคงยืนอยู่กับที่ แต่วิญญานของพวกเขานั้นหายไปแล้ว

พลังปราณลึกลับมหาศาลของลินดา และเซี่ยเสินชวน ก็ไหลเข้าไปในเส้นชีพจรของฉื่อหยาน

" ไม่ ! ! ! ! ! อย่าเข้ามาในร่างข้า . " ฉื่อหยาน ร้องไห้ออกมาโดยไม่รู้ตัว เขาพยายามฉีกเสื้อบนร่างของเขาเพื่อป้องกันไม่ให้พลังปราณลึกลับของลินดาไหลเข้าในร่างของเขา

อย่างไรก็ตาม ,มันก็ซึมเข้าไปในชีพจรเจ็ดร้อยยี่สิบจุดในร่างกายของเขา แล้วเขาจะควบคุมมันทั้งหมดด้วยมือสองข้างของเขาได้อย่างไร ? เพียงเวลาสั้นๆ พลังปราณลึกลับของลินดาทั้งหมดก็ไหลเข้ามาในร่างของฉื่อหยาน

เซี่ยเสินชวนมีระดับการบ่มเพาะที่ระดับนภา พลังปราณลึกลับของเขานั้นไหลช้ามาก แต่ก็ไม่ได้ช้าเกินไป

" หวือหวือ " .

เมื่อ ' เสี่ยวฮานยี่ ' ปรากฏบนท้องฟ้าเกาะสุริยัน วิจิตรเทพอสูรศักดิ์สิทธิ์ค่อยๆเจาะผ่านม่านพลังเข้ามายังภูเขาแสงศักดิ์สิทธิ์ และในที่สุดก็หยุดอยู่ข้างบนภูเขา

" ข้าคือราชาอสูร ชิหยาน . ดินแดนอุดมสมบูรณ์แห่งนี้ไม่ใช่ของพวกเจาอีกต่อไป จากนี้ไป ทะเลไม่มีสิ้นสุด เป็นของเรา เผ่าอสูร . พวกเจ้าจะเป็นแค่ปศุสัตว์ ! "

บนยอดภูเขาแสงศักดิ์สิทธิ์ เสียงที่ไร้อารมณ์ของ ' เสี่ยวฮานยี่ ' ก็ดังก้งองไปทั่วทุกมุมบนเกาะสุริยัน

ทันทีที่เสียงนั้นหยุด ราชาอสูรชิหยาน ก็กระทืบอากาศที่ว่างเปล่าและค่อยๆเข้าไปหา ฉื่อหยาน แล้วกล่าวว่า " เผ่าเสียงอสูร เป็นหนึ่งในเผ่าของดินแดนทมิฬ สามราชาทมิฬจะมาถึงในอีกไม่กี่วัน ในฐานะที่เผ่าเสียงอสูรเป็นหนึ่งในเผ่าของดินแดนทมิฬ เจ้ามีสิทธิที่จะใช้ดินแดนอุดมสมบูรณ์นี้ เพียงแค่เจ้าพยักหน้า , ทะเลกว้างใหญ่นี้ก็จะเป็นของเจ้า "

ในขณะที่เขากำลังพูด เผ่าอสูรที่โหดเหี้ยมหลายตนก็บุกออกมาจากเรือกระดูก กลิ่นอายที่น่ากลัวปกคลุมภูเขาแสงศักดิ์สิทธิ์ และเริ่มโจมตีนักรบระดับพระเจ้าและฆ่าผู้ที่มีระดับการบ่มเพาะต่ำ

" นี่ไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอนของเรา " อีเทียนโหมว ยกศีรษะของเขา มองชิหยานราชาอสูรที่เข้ามาใกล้แล้วกล่าวว่า " เราต้องการกลับไปยังแผ่นดินบรรพบุรุษของเรา ข้าไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับข้อพิพาทนี้ เราจะออกเดินทางในวันนี้”

“3 วันก่อนเผ่าปีกที่อยู่บนเกาะมังกรเหมันก็ได้เห็นด้วยกับเผ่าอสูรแล้ว คนจากเผ่าปีกและเผ่าเสียงอสูรหลายพันคนเองก็เดินทางมากับเราที่นี่ แม้แต่ตี่ฉานและยู่โหลวเองก็มา เจ้าสามคนยังไม่เห็นด้วยอีกรึ ?”

ราชาอสูร ชิหยานก็กล่าวอย่างใจเย็น " ข้าเองก็ชื่นชอบเด็กน้อยทั้งสาม อีฉู่ปี๋ หยาจี่ และ คาตั่ว นะ , ราชาทมิฬเอวี่ได้กล่าวว่า ถ้าเจ้าเห็นด้วย เขาจะรับประกันอนาคตลูกหลานของเจ้า เจ้าคิดว่าไง "

อีเทียนโหมว หยาเมิง , และคาป้าก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง พวกเขาดูราวกับว่าพลังทั้งหมดของพวกเขาถูกสูบออกไปพร้อมกับเลือดเนื้อ สีหน้าของพวกเขากลายเป็นซีดเผือก

อีฉู่ปี่ หยาจี่ คาตั้ว ,เป็นจุดอ่อนของพวกเขา นอกจากนี้ ทั้งเผ่าเสียงอสูรและเผ่าปีกเองก็ถูกนำไปเป็นตัวประกัน พวกเขาควรทำอย่างไร ?

ฉื่อหยาน ตอนนี้ดูเหมือนสัตว์ป่าเลี้ยง เขายกหัวของเขาขึ้นมองไปที่ราชาอสูรชิหยานด้วยความไม่พอใจ

ลินดาถูกฆ่าตาย เสี่ยวฮานยี่ก็กลายเป็นตายทั้งเป็น เกาะมังกรเหมันได้ตกอยู่ในมือของฝ่ายตรงข้าม โลกนี้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ชิหยานได้ทำลายความหวังในอนาคตของเขา

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1394 แล้วนะคะ มี 30 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 332 ชิหยาน

คัดลอกลิงก์แล้ว