เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 320 ลองดู

บทที่ 320 ลองดู

บทที่ 320 ลองดู


บทที่ 320 ลองดู

ทันทีที่อีเทียนโหมวได้ดึงวิญญาณของเขาออกมา ห้าปีศาจก็หยุดไล่ตาม พวกมันไม่ได้ออกมาจากห้วงจิตสำนึกและอยู่ภายในเช่นเดิม

ฉื่อหยานยังคนอนนิ่ง มันแปลกประหลาดมากราวกับว่าเขากำลังหลงอยู่ที่ใดสักแห่ง . ถึงแม้ว่าห้วงจิตสำนึกของเขากำลังสั่น แต่ลมหายใจกลับปกติ ยกเว้นความจริงที่ว่าพลังปราณลึกลับทั้งหมดของเขาได้หายไป นอกจากนั้นร่างกายของเขาก็ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ

สีหน้าอีเทียนโหมวก็แสดงออกแปลกใจเล็กน้อย และจริงจังขึ้นหลังจากที่ดึงจิตสำนึกวิญญาณของเขากลับมา

" เป็นไงบ้าง ? " คาป้า และหยาเมิงก็ถามพร้อมกันด้วยใบหน้าสงสัย

" มีปัญหาแล้ว " อีเทียนโหมวยืดมือของเขาวางไว้บนมือของฉื่อหยานฉี ส่งพลังปราณลึกดลับเข้าไปในร่างกายของเขา

พลังปราณลึกลับที่อ่อนไหว เส้นใบที่ระเอียดอ่อนก็ลอยไหลไปในหน้าอกของฉื่อหยานและค่อยๆแผ่กระจายไปทั่วร่างของเขา

อย่างไรก็ตาม เมื่ออีเทียนโหมว โคจรพลังปราณลึกลับไปที่ข้างขวาของฉื่อหยานเข้าก็พบเขากับพลังบางอย่าง พลังปราณลึกลับที่เขาปล่อยออกมาก็ถูกปิดกั้นด้วยม่านพลังมากมาย ทำให้ไม่สามารถที่จะเจาะเข้าไปได้

อีเทียนโหมว ก็ส่งพลังปราณลึกลับเข้าไปอย่างต่อเนื่อง ไหลไปตามเส้นเลือดกระจายไปทั่วร่างกายของฉื่อหยาน ยกเว้นแขนข้างขวาของเขา จุดอื่นภายในร่างกายของเขาก็ถูกกุยโปร่ง

อีเทียนโหมวคิดสักพักก่อนการถ่ายทอดเส้นใยพลังปราณลึกลับจำนวนมากเข้าไปที่แขนขวาของเขา

7 กระแสของพลังปราณลึกลับก็กระจัดกระจายและประทะเข้ากับม่านพลังที่มองไม่เห็น

" บูม "

เกิดเสียงระเบิดเสียง สั่นสะท้านไปทั่วแขนขวาของฉื่อหยาน

แสงสีม่วงเข้ม ส่องประกายออกมาจากแขนของเขาอย่างแปลกประหลาด อีเทียนโหมวจู่โจมม่านพลังด้วยแรงระเบิดพลังปราณลึกลับแตาก็ถูกกลืนหายไปโดยไม่ทิ้งรอย

ฉื่อหยาจากแขนของเขากลิ่นอายแปลกประหลาดก็พุ่งไปที่มือของอีเทียนโหมว

หน้าอีเทียนโหมวก็เปลี่ยนไปเพราะความกลัว เขารีบหดมือเล็กน้อยและตะโกนว่า " แปลกนัก "

หยาเมิง และ คาป้า ก็ประหลาดใจ และพูดขึ้นทันที " เฒ่าอี เกิดอะไรขึ้น ?"

" ไม่มีอะไร " อีเทียนโหมวถอนหายใจออกมาอย่างหมดหนทาง และกล่าวว่า " ดูเหมือนข้าจะไม่สามารถปลุกนายท่านขึ้นมาได้ ข้าไม่รู้ว่าทำไมอาการปัจจุบันของเขาคล้ายกับ ' ครอบครองโดยปีศาจ ' อย่างไรก็ตาม หลังจากที่คิดอย่างรอบคอบ มันดูแปลกออกไป บางที อาจจะเป็นเพราะเคล็ดวิชาบ่มเพาะของเขา เขาถึงได้กลายเป็นเช่นนี้  "

หลังจากฟังที่อีเทียนโหมวพูด หยาเมิงและ คาป้า ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ

หยาเมิง และ คาป้า ความรู้ด้านพลังต่างๆของพวกเขาไม่อาจเทียบได้กับ อีเทียนโหมว ดังนั้น พวกเขาจึงรู้ว่า พวกเขาไม่สามารถช่วยหรือทำอะไรได้จริงๆ

พวกเขาสามคนกำลังใคร่ครวญมองฉื่อหยานด้วยที่ขมวด พวกเขารู้สึกหมดหนทาง ตอนนี้พวกเขารู้สึกกดดันเป็นอย่างมากในสถานการณ์เช่นนี้

เซี่ยซินหยาน เยว่จางเฟิง และหลินหยาฉีก็รอคอยมาเป็นเวลานาน แต่ก็ยังไม่เห็นฉื่อหยานออกมาสักที ดังนั้น พวกเขาจึงช่วยไม่ได้ที่จะเข้าไปตามเขา

ทันทีที่เข้ามาในห้อง เขาก็เห็นฉื่อหยาน นอนอยู่บนพื้นด้วยร่างกายที่แข็งทื่อ พวกเขาทั้งหมดตะโกนออก ด้วยความตกใจ.

ทั้งสามคนยืนอยู่รอบ ๆฉื่อหยาน แต่อีเทียนโหมวก็กันไม่ให้พวกเขาเข้ามา

แม้แต่เซี่ยซินหยาน ก็ถูกห้ามเช่นกัน

เซี่ยเสินชวน ก็มาถึง หลังจากที่เขาได้รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาก็มองแปลกๆไปที่ฉื่อหยาน ก่อนจะมองคนทั้งสามที่ยืนอยู่รอบๆตัวเขา ในขณะที่ถามอย่างสงสัย " เกิดอะไรขึ้น ? "

เยว่จางเฟิง หลินหยาฉี และ ฉาวจื่อหลานก็เต็มไปด้วยความสงสัย ฉื่อหยานหน้านี้วันหนึ่งเขายังปกติดีอยู่ แต่ทำไมเขาถึงได้กลายเป็นแบบนี้ เพียงเวลาแค่คืนเดียว ?

ไม่มีใครสามารถอธิบายได้

" พวกเรามาที่นี่เมื่อเช้านี้ และได้พบเขาในสภาพหมดสติ มันเหมือน . . . เหมือน กับตกอยู่สภาวะ ถูกครอบครองโดยปีศาจ " หลังจากพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา อีเทียนโหมวก็บอกพวกเขาถึงความจริงเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น " ข้าได้สืบค้นเข้าไปในวิญญานของนายท่านและตรวจพบบางอย่างที่ผิดปกติ นอกจากพลังปราณลึกลับที่หายไปจากร่างของเขาทั้งหมดแล้ว ดูเหมือนทุกอย่างจำปกติ มันเหมือนกับว่าเขาได้ใช้พลังปราณลึกลับทั้งหมดของเขาต่อสู้กับใครบางคน "

" มันเป็นไปได้ยังไง ? " เซี่ยเสินชวน ประหลาดใจ " ที่นี่สงบมากในคืนที่ผ่านมา ไม่มีการต่อสู้กันแน่นอน จริงๆแล้วเขาสมควรตกอยู่สภาวะ ครอบครองโดยปีศาจ "

ถึงแม้ว่าทุกคนจะเป็นกังวล แต่พวกเขาก็ไม่ได้กังวลมากเกินไป เพราะพวกเขาเห็นฉื่อหยานยังคงหายใจและหัวใจยังเต้นเป็นปกติ

อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ใช่เรื่องดีถ้าเขาไม่ฟื้นขึ้นมา

เป็นอีเทียนโหมวที่ยอมรับว่าไร้หนทาง ทุกคนเองต่างก็ไม่พูดอะไร

" ให้ข้าลองดูหน่อย . " หลังจากคิดสักพัก เยว่จางเฟิงก็พูดออกมา " แม้ว่าข้าจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น กับเขา แต่ด้วยความรู้ของข้าเกี่ยวกับ ' ครอบครองโดยปีศาจ   ' บางทีข้าอาจจะช่วยได้ก็เป็นได้ . "

อีเทียนโหมวขมวดคิ้วแน่น

เซี่ยเสินชวนก็ขทวดคิ้วเช่นกัน

ทุกคนรู้ว่า ฉื่อหยานและเยว่จางเฟิงเจอนั้นพึ่งเจอกันได้ไม่นาน จึงไม่ถือว่าพวกเขาสนิทสนมกัน ถ้าเยว่จางเฟิง มีความตั้งใจชั่วร้ายและอยากจะใช้โอกาสนี้เพื่อฆ่า ฉื่อหยาน ฉื่อหยานก็คงหนีไม่พ้นจากความตาย

ไม่มีใครมีพยักหน้า ทุกคนต่างก็กำลังคิด

" ให้เขาลองดู พวกเราอยู่ที่นี่หลายคน ถ้าเขามีเจตนาไม่ดี เขาก็คงไม่สามารถทำอะไรได้ . " ในเวลาที่สำคัญเช่นนี้ เซี่ยซินหยานก็พูดขึ้น " มันก็ยังดีกว่าเสียเวลาไปโดยเสียเปล่า ถ้าฉื่อหยานตกอยู่ในสภาวะ ครอบครองโดยปีศาจ จริง เราก็ต้องช่วยกันแก้ปัญหาให้ได้เร็วที่สุด . "

" เจ้าเด็กนี่ที่มาจากหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬใช่หรือไม่ ? " อีเทียนโหมว หันหลังไปถามเซี่ยเสินชวน หลังจากพิจารณาสักพัก

เมื่อคืนก่อนหน้านั้น กลุ่มของอีเทียนโหมวทั้งสามคน ได้พูดคุยกับ เซี่ยเสินชวน และได้บอกข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับเยว่จางเฟิง

พวกเขาสามคนสนใจศูนย์กลางของแผ่นดินรุ่งเรืองที่อยู่หลังหมอกแม่เหล็ดพิษทมิฬเป็นอย่างยิ่ง จากที่คุยกับ เสี่ยเซินชวน อีเทียนโหมวก็ ได้รู้ว่า เซี่ยเสินชวนนั้นเป็นหัวหน้าตระกูลเซี่ย และเขายังรู้สึกว่าเซี่ยเสินชวน น่าจะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อเขาได้

ระหว่างการสนทนากับกลุ่มของอีเทียนโหมวทั้งสามคน เซี่ยเสินชวนก็ประหลาดใจเช่นกัน เท่าที่เขาจำได้ เยว่จางเฟิงและหลินหยาฉี อยู่ๆก็ปรากฏออกมาจากที่ไหนไม่รู้ และเขาก็บอกทุกสิ่งที่เขารู้แก่อีเทียนโหมว

กลุ่มของอีเทียนโหมวทั้งสามคนก็แสดงออกสนใจอย่างชัดเจน พวกเขาได้ถามคำถามมากมายเกี่ยวกับเยว่จางเฟิง และพวกเขาก็มีความตั้งใจที่พวกจะต้องถามเยว่จางเฟิงด้วยตัวเองที่หลังด้วย

" ใช่แล้ว เขาพูดเช่นนั้น " เซี่ยเสินชวน พยักหน้า

สายตาของทั้งสามผู้นำเผ่าเสียงอสูร - อีเทียนโหมว หยาเมิง และ คาป้าดวงตาก็สว่างขึ้นพร้อมกับมองไปที่เยว่จางเฟิง .

" ศูนย์กลางของแผ่นดินรุ่งเรืองมีสถานที่ที่ชื่อว่า เนินหยินสวรรค์โบราณ หรือไม่? " อีเทียนโหมวสูดหายใจลึกก่อนจะถาม

เยว่จางเฟิงและหลินหยาฉี ใบหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก " ท่านรู้จัก เนินหยินสวรรค์โบราณด้วยรึ ? "

ประกายแสงที่เหมือนกับแสงสวรรค์ก็ประกายอยู่ในดวงตาของเยว่จางเฟิง " เนินหยินสวรรค์โบราณเป็นหนึ่งในสามดินแดนแห่งความตาย มันมีชื่อเสียงและลึกลับเป็นอย่างมาก มีการกล่าวว่า เนินหยินสวรรค์โบราณได้ถูกปิดผนึกและที่ไม่มีใครสามารถเข้าไปได้ แล้วท่านรู้จักสถานที่แห่งนั้นได้อย่างไร ? "

หลังจากที่ได้ยินดังนั้นกลุ่มของอีเทียนโหมวทั้งสามคนก็มองไปที่เขาอย่างรวดเร็ซ พวกเขาค่อยๆพยักหน้า และยืนยันแล้วว่าเยว่จางเฟิงมาจากที่นั่นจริงๆ.

" ตอนนี้เจ้าลงมือได้ แต่อย่าได้คิดทำอะไรโง่ๆเด็ดขาด " อีเทียนโหมวไม่ตอบเยว่จางเฟิง เขาเพียงแต่หลี่ตาลงและบอกเยว่จางเฟิง " ระวังให้ดี อย่าได้ส่งวิญญานเจ้าไปในห้วงจิตสำนึกของเขา มิฉะนั้น วิญญาณของเจ้าไม่ได้กลับมาแน่ นอกจากนี้ มีบางอย่างผิดปกติในร่างกายของเขาตรงแขนขวา เจ้าต้องระวังให้ดี .

เยว่จางเฟิง จ้องหน้าเขา และถามอีกว่า " ท่านรู้เกี่ยวกับเนินหยินสวรรค์โบราณได้อย่างไรกัน ? "

" จากบรรพบุรุษและใน ' คัมภีร์  "อีเทียนโหมวตอบกลับหลังจากคิดสักพัก

เยว่จางเฟิง ดวงตาก็ส่องประกาย และมองพวกเขาทั้งสามอย่างรอบคอบ ดูเหมือนเขาจะรู้เรื่องบางอย่าง แต่เขาไม่ได้พูดอะไรต่อไปอีก เขาเดินมาอยู่ข้างๆ ฉื่อหยาน หลังจากนั้น เขาก็เหยียดมือของเขาจับแขนของฉื่อหยาน

ลูปบอลไฟก็พุ่งออกมาจากฝ่ามือของเยว่จางเฟิง

เปลวไฟที่เหมือนกัลเกล็ดก็ปกคลุมด้านหลังฝ่ามือของเขา เพียงพริบตาเดียว เยว่จางเฟิงมือของเขาตอนนี้ก็เหมือนกับสวมถุงมือสีเหลือง เปลวไฟยังคงสะบัดไปมาไม่หยุดราวกับมีชีวิต

ใบหน้าของกลุ่มของอีเทียนโหมวทั้งสามก็กลายเป็นซีดเซียว ช่วยไม่ได้ที่พวกเขาจะเป็นเช่นนั้น พวกเขาถอยหลังไปไม่กี่ก้าวและพูดเสียงดังออกมาด้วยความประหลาดใจ " เปลวไฟนภา "

ทั้งสามคน ฉาวจื่อหลาน , เซี่ยซินหยาน และ เซี่ยเสินชวน อย่างรวดเร็วก็ถอยไปด้านหลังด้วยความตกใจพวกเขากลัวที่จะสัมพัสกับเปลวไฟนภา

" ไม่ต้องกังวล ข้าสามารถควบคุมเปลวไฟนภานี่ได้อย่างสมบูรณ์ ข้าจะไม่ปล่อยให้ความร้อนของมันส่งผลต่อพวกท่านแน่ "

สีหน้าของผู้น้ำทั้งสามของเผ่าเสียงอสูรก็ดูไม่ดีนัก พวกเขาใช้พลังของตนตรวจสอบอย่างเร่งด่วนและตระหนักได้ว่าไม่มีกลิ่นอายของเปลวไฟนภาอยู่ในห้อง

พวกเขาแอบแปลกใจและมองไปที่เยว่จางเฟิงด้วยความประหลาด

ความร้อนของเปลวไฟนภานั้นน่ากลัวเป็นอย่างมาก ด้วยความสามารถในการปลดปล่อยเปลวไฟนภาและควบคุมกลิ่นอายทั้งหมดได้ในเวลาเดียวกัน แสดงให้เห็นว่าเยว่จางเฟิงได้เข้าถึงระดับที่สามารถควบคุมเปลวไฟนภาได้อย่างใจนึก

พวกเขารู้ได้ทันทีว่าเยว่จางเฟิงนั้นแข็งแกร่งกว่าฉื่อหยาน ในแง่ของการใช้และการควบคุมเปลวไฟนภา .

ฉาวจื่อหลานก็หวาดกลัว ดวงตาที่สวยงามของนางเต็มไปด้วยความประหลาดใจขณะที่นางแอบเดาถึงสถานะของเยว่จางเฟิง

ในทางตรงกันข้ามในขณะที่เซี่ยเสินชวน กับเซี่ยซินหยานรู้จักตัวตยของเยว่จางเฟิงอยู่แล้ว ด้วยเรื่องว่าเขานั้นมาจากหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬ ก็ทำให้เรื่องเปลวไฟนภากลายเป็นเรื่องปกติไป

ภายใต้สายตาทุกคนที่จ้องมา เยว่จางเฟิงก็หลับตาลง และหยดน้ำประกายหลายหยดก็ปรากฏบนใบหน้าของเขาที่ขาวราวกับหญิงสาว มือของเขาที่จับแขนฉื่อหยานอยู่ก็สั่นเล็กน้อยราวกับว่าเขากำลังใช้พลังจำนวนมาก

หลินหยาฉีก็ตกใจและงงงวยเล็กน้อยเมื่อเห็นเยว่จางเฟิงทำเช่นนั้น

นางรู้อยู่แก่ใจ เยว่จางเฟิงนั้นมีความสามารถมากกว่าใคร นางคิดว่าเยว่จางเฟิงนั้นไม่ควรสิ้นเปลืองพลังเช่นนี้ให้กับฉื่อหยานที่เป็นคนแปลกหน้าและตกอยู่ในสภาวะ ครอบครองโดยปีศาจ มากเกินไป '

อย่างไรก็ตาม นางนิดตกใจเมื่อเห็นเยว่จางเฟิงแสดงออกเช่นนั้น ;และ นางก็มองฉื่อหยานด้วยความสงสัย

เหงื่อออกมากมายบนใบหน้าของเยว่จางเฟิง สีหน้าของเขากลายเป็นอึมครึมมากขึ้น เขายังหลับตาโดยไม่พูดอะไร ไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดหรือทำอะไรอยู่

ในห้องพัก ทุกคนก็เงียบ มองเยว่จางเฟิงและฉื่อหยานที่อยู่ในสภาวะผิดปกติ

สีหน้าอีเทียนโหมวเปลี่ยนไปกระทันหัน เขายกหน้ามองขึ้นและกล่าวด้วยใบหน้าที่เย็นชา " เจ้านี่อีกแล้วรึ . . . "

หยาเมิง และ คาป้า ดวงตาก็กลายเป็นเย็นชา เขารีบนั่งลง ปลดปล่อยวิญญาณของพวกเขาเป็นรูปแบบวิญญานเพื่อขัดขวางและสร้างเป็รเกราะคุ้มกัน

" พวกเจ้าอย่าได้ก้าวหรือส่งวิญญานออกไปจากวงนี้เด็ดขาด "

สีหน้าของ อีเทียนโหมวก็กลายเป็นโหดร้าย . ห้านิ้วมือของเขาปรากฏเส้นแสงมากมายขึ้น และเกิดเป็นโดมแสงขึ้นบนพื้นดินครอบคลุมทุกคนที่อยู่ภายใน

หลังจากสร้างรูปแบบวิญญานเสร็จสิ้น อีเทียนโหมวก็นั่งหลับตาลง เตรียมพร้อมที่จะรักมือกับศัตรู

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1394 แล้วนะคะ มี 30 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 320 ลองดู

คัดลอกลิงก์แล้ว