เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 315 หมอกแม่เหล็กพิษทมิฬ

บทที่ 315 หมอกแม่เหล็กพิษทมิฬ

บทที่ 315 หมอกแม่เหล็กพิษทมิฬ


บทที่ 315  หมอกแม่เหล็กพิษทมิฬ

เกาะสุริยัน

ฉื่อหยาน และเซี่ยซินหยาน ก็เดินมาบ้านหินสามชั้น ในด้านหน้าของบ้าน , มีดอกไม้และพืชที่อุดมสมบูรณ์ขึ้นอยู่ กลิ่นอายธรรมชาติก็หนาแน่น มีดอกทานตะวันบางส่วนเรืองแสงภายใต้แสงจันทร์

เซี่ยเสินชวน ยืนอยู่ท่ามกลางดอกทานตะวันพร้อมกับเอามือไพล่หลังมองแสงจันทร์ราวกับว่าเขากำลังคิดบางอย่างอยู่

ด้วยฐานะหัวหน้าตระกูลเซี่ย เซี่ยเสินชวน ได้รับการยอมรับอย่างมากในทะเลไม่มีที่สิ้นสุด อย่างไรก็ตาม บน เกาะสุริยัน , กลับไม่มีใครมาเยี่ยมเขา

กองกำลังอื่น ๆนั้นไม่มีใครรู้เลยว่าหัวหน้าตระกูลเซี่ยมายังเกาะสุริยัน

มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะรู้ถึงจิตใจของคนว่าดีหรือไม่

ส่วนทะเลเคียร่าเองก็ล่มสลาย , ดินแดนปีศาจมหัศจรรย์ ทรยศ และตระกูลหยางได้หลบหนีไป

มันยากมากสำหรับตระกูลเซี่ยที่จะทนต่อสิ่งกดดันมากมายที่ถาโถมเข้ามาหาพวกเขา ไม่มีตระกูลใดสนับสนุนพวกเขาเลย อีกทั้งบรรพบุรุษคนเดียวของพวกเขาก็กลายเป็นคนสติฟั่นเฟือง ในสายตาของคนอื่น ๆ , ตระกูลเซี่ย ไม่สามารถฟื้นคืนกลับมาเหมือนเดิมได้ และ ไม่สามารถเป็นหนึ่งในสิบห้าขุมพลังที่แข็งแกร่งที่สุดในทะเลไม่มีสิ้นสุดอีกต่อไป

ดังนั้น เมื่อตระกูลเซี่ยเดินทางมาใกล้กับเกาะวายุเมฆา ทั้งดินแดนทะเลสาปเทวาศักดิ์สิทธิ์และตระกูลกู่ ในตอนแรกมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร พวกเขาต้องการสินบนกับกองกำลังของตระกูลเซี่ย เพื่อให้พวกเขาไปเป็นตัวตายตัวแทนจากเผ่าอสูรที่บุกมา

ความทะเยอทะยานของตระกูลเซี่ยมีแต่จะจมลงสู่ก้นแก้ว ถ้าไม่ใช่เพราะฉื่อหยานข่มขู่กู่เฉา และยู่ชิง ให้มอบเกาะคนละห้าเกาะให้ตระกูลเซี่ยเพื่อให้เป็นสถานที่หลบภัย ความขัดแย้งภายในตระกูลเซี่ยก็คงรุนแรงเป็นอย่างมาก ซึ่งนั่นจะนำไปสู่ความไม่ลงรอยกันของพวกเขา

เซี่ยเสินชวน รู้ว่าถึงแม้อันตรายจะอยู่ทั่วทะเลเคียท่าในตอนนี้ มันก็เป็นโอกาสดีที่ทำให้ตระกูลเซี่ยหลบซ่อนและฟื้นคืนอำนาจได้

ก่อหน้านี้เขาไม่รู้ว่าควรทำเช่นไรต่อ อย่างไรก็ตาม หลังจาก ฉื่อหยานได้กลับมายังทะเลไม่มีสิ้นสุด และข่มขู่กู่เฉาและยู่ชิง เขาดูเหมือนจะรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างและตัดสินใจที่จะยึดมั่นกับตระกูลหยางอย่างใกล้ชิด เขาต้องลองเดิมพันดู

" ฉื่อหยาน ตระกูลเซี่ยได้วางเดิมพันของเราไว้ที่เจ้า ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่ปล่อยให้เราล่มสลายนะ"

เซียเสินชวนพึมพัมกับตัวเอง อารมณ์มากมายเต็มอยู่ภายในหัวใจของเขา เขามองดูดวงจันทร์ที่สดใสในท้องฟ้าในขณะที่ถูกจมไปกับความคิดที่ซับซ้อน

เขาได้พบฉื่อหยานล่าสุดเมื่อห้าปีก่อนตั้งแต่ที่เขามายังทะเลไม่มีสิ้นสุด

ก่อนหน้านี้ เซี่ยเสินชวน ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับฉื่อหยานเลย ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เขาจะไม่สนใจเด็กเช่นฉื่อหยาน

อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ เขาเองก็ยังไม่รู้ว่าฉื่อหยานใช้กลวิธีใดถึงข่มขู่กู่เฉาและยู่ชิงได้.

แม้แต่เทพสุริยันถังหยวนหนานเองก็ ดูเหมือนจะเคารพในตัวเขาเช่นกัน นั่นคือเหตุผลที่ถังหยวนหนานส่งจดหมายเชิญมาให้กับตระกูลเซี่ยมาที่นี่เพื่อหารือเกี่ยวกับแผนและวิธีการจัดการเผ่าอสูร .

แม้ว่าเซี่ยเสินชวน ไม่รู้ว่าอะไรกันที่อยู่ในมือฉื่อหยาน แต่เขาก็พอจะเดาได้ว่า ฉื่อหยาน ต้องมีพลังบางอย่างที่แข็งแกร่งแน่นอน

ด้วยเป็นหัวหน้าตระกูลเซีย เขารู้อย่างชัดเจนถึงอุปนิสัยของผู้นำขุมกำลังอื่นในทะเลไม่มีที่สิ้นสุด ดังนั้นเขาจึงสงสัยถึงการแสดงออกของกู่เชาและยู่ชิง.

สามารถทำให้กู่เฉาและยู่ชิงมอบเกาะทั้งห้าให้อย่างเต็มใจ ฉื่อหยานต้องมีพลังยางอย่างที่ทำให้พวกเขาหวาดกลัวแน่นอน

ไม่งั้นกู่เฉาและยู่ชิงมีหรือจะยอมยกให้และเลิกรังแกตระกูลเซี่ย.

ห้าปีหลังจากที่ตระกูลหยางหนีไป ความจริงที่ฉื่อหยาน สามารถทำเช่นนี้ได้ตัวคนเดียว ทำให้เซี่ยเสินชวน มองเขาต่างไปและประเมินเขาใหมอ่กีครั้ง

" เจ้าเด็กนี่ไม่เห็นใครอยู่ในสายตา  ถ้าซินหยานอยู่กับเขาอาจจะเป็นสิ่งที่ไม่ดี . " เซี่ยเสินชวน พูดกับตัวเอง

" ท่านปู่ "

ในขณะที่เขากำลังครุ่นคิด เสียงที่อ่อนโยนของเซี่ยซินหยานก็ดังมาจากลานด้านหน้า

เซี่ยเสินชวน ยกหัวเขาขึ้น มองไปที่หลานสาวของเขาที่เดินมาพร้อมกับฉื่อหยาน

หลังจากที่ไม่ได้เห็นฉื่อหยานมาเป็นเวลาห้าปี เซี่ยเสินชวน ก็สัมพัสได้ถึงกลิ่นอายของฉื่อหยานที่แข็งแกร่งและผู้ใหญามากขึ้น พลังที่มหาศาลลอยออกมาจากร่างของเขาขณะที่เขากำลังเดินอยู่

ในขณะเดียวกันเขาก็ค่อยๆพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม เซี่ยเสินชวน พูดด้วยน้ำเสียงปานกลาง " เจ้าเด็กน้อย รออยู่นี่ก่อน "

ฉื่อหยานยิ้มกว้างออกมา " ข้าดีใจที่ได้พบท่าน เมื่อข้าได้กลับมาที่ทะเลไม่มีสิ้นสุด ผู้คนต่างก็พูดว่าทะเลเคียร่าได้ล่มสลายไปแล้ว . ข้าคิดว่า ข้าจะไม่ได้พบท่านอีกเสียแล้ว "

รอยยิ้มบนใบหน้าของเซี่ยเสินชวน ก็แข็งตึง . เขาส่ายหัว ถอนหายใจออกมา และบอกว่า " ถ้าไม่ใช่เพราะเราหนีได้ทันเวลา เจ้าก็คงไม่ได้เจอเราอีก "

" แค่ก แค่ก ”

ประมาณห้าสิบเมตร เยว่จางเฟิงไออกมาแล้วหัวเราะคิกคัก ในขณะที่โบกมือให้ฉื่อหยาน และถามว่า " ข้าเข้าไปตรงนั้นได้หรือไม่ ? "

ฉื่อหยาน ก็แปลกใจ ไม่รู้ว่าเขาควรจะหัวเราะหรือร้องไห้

เขาไม่รู้ว่าเยว่จางเฟิงและหลินหยาฉีตามเขามาทำไม ถึงแม้ว่าเขาได้บอกให้พวกเขาหยุด พวกเขาก็ยังยืนกรานและตามเขามา

ฉื่อหยาน ไม่รู้จะทำยังไงกับพวกเขา เขาคิดว่าเขาควรจะเลิกสนใจ และบังคับให้พวกเขาถอยไป

" เจ้าสองคน ? " เซี่ยเสินชวน ที่ไม่รู้อะไร เขาก็กวาดดวงตาของเขามองทั้งสองและถามฉื่อหยาน " พวกเขาเป็นสหายของเจ้ารึ ? "

" ฮ่า ฮ่า ฮ่า แน่นอนว่าเราเป็นสหายของเขา " เยว่จางเฟิงพยักหน้าไม่หยุด รีบตอบด้วยรอยยิ้มๆก่อนที่ฉื่อหยานจะได้เปิดปาก " สหายที่ดีของข้า ข้าได้ยินว่า หัวหน้าตระกูลเซี่ยมีความจำที่เป็นเลิศ ข้าได้มีโอกาสเจอท่าน ท่านช่างสมคำล่ำลือนัก "

ฉื่อหยานขมวดคิ้วของเขา

เซี่ยซินหยาน เหลือบมองไปที่พวกเขาทั้งสองและพูดด้วยเสียงต่ำ " พวกเจ้าไปก่อนได้หรือไม่ ? รอจนกว่าเราจะพูดกันเสร็จ แล้วเจ้าค่อยกลับมาพูดล้อเล่น "

ระหว่างทางกลับ เยว่จางเฟิงก็เอาแต่แกล้งนางและ ฉื่อหยาน แม้ว่านางจะไม่ได้สนใจมากนัก แต่บางครั้งเยว่จางเฟิงก็แกล้งนางอย่างน่ารังเกียจ นางทนไม่ได้และรู้สึกหงุดหงิดกับคนๆนี้เป็นอย่างมาก หน้าตาผิวพรรณก็ดีแถมยัง มีเสน่ห์และงดงามเหมือนหญิงสาวอีก นางทั้งชมทั้งด่าเขาในเวลาเดียวกัน

" ข้ามีบางอย่างจะบอกเจ้า"  เขานั่นเห็นว่าคนอื่นนั้นไม่ต้อนรับ แต่พวกเขาก็ยังต้องการที่จะเข้าไป เขารีบยกมือและพูดด้วยท่าทางจริงจัง " มันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ข้าคิดว่าท่านหัวหน้าตระกูลเซี่ยต้องชอบแน่นอน "

เซี่ยเสินชวน ประหลาดใจ . " เรื่องอะไร ? "

" อ่า ข้ามาที่นี่ด้วยความตั้งใจดี หวังว่า เราจะสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรต่อกันได้ " เยว่จางเฟิงเผยรอยยิ้มบางๆ เขาก้าวไปข้างหน้า แล้วกล่าวด้วยใบหน้าเศร้าหมอง " ข้าได้ยินว่าอดีตหัวหน้าตระกูลเซี่ย เซี่ยจิงโห นั้นมีระดับการบ่มเพาะนภาแรกในระดับพระเจ้า อย่างไรก็ตาม เพราะมีบางอย่างที่ผิดปกติเกิดขึ้นกับจิตวิญญานจุติของเขาทำให้ตอนนี้เขาอยู่ในสภาพที่ไม่ค่อยดีนัก นั่นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ? "

เซี่ยเสินชวน ขมวดคิ้วของเขา มองไปที่เขาและกล่าวว่า " ข่าวลือนั่นเป็นเป็นจริง”

ปีนั้น ในทะเลไม่มีสิ้นสุด เซี่ยจิงโหเป็นคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงมาก ถ้าไม่ใช่เพราะมีปัญหาเกิดขึ้นในระหว่างการฝึกบ่มเพาะ และความจริงที่ว่า เขามักจะตกอยู่ในสภาวะจิตฟั่นเฟือง , ตระกูลเซี่ยก็คงไม่ถดถอยเพียงนี้

เซี่ยเสินชวน ถอนหายใจออกมาเงียบๆ เมื่อได้ยินเยว่จางเฟิงพูดถึงเรื่องนี้ ใบหน้าของเซี่ยเสินชวน ก็ดูแย่ลง

เยว่จางเฟิงพยักหน้า มองฉื่อหยาน แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม " ข้าสามารถช่วยท่านบรรพบุรุษเซี่ยจิงโหให้กลับเป็นปกติได้ "

ฉื่อหยานดวยตามทันทีก็กระชับขึ้น

เซี่ยเซินชวน และ เซี่ยซินหยานร่างก็สั่น พวกเขามองเยว่จางเฟิงด้วยใบหน้าสงสัย

หลินหย่าฉีก็งงสักพักก่อนพูดด้วยความตกใจ " เยว่น้อย เจ้ามาที่นี่ได้นานเท่าไหร่กัน ? ทำไมเจ้าดูเหมือนจะรู้อะไรมากกว่าอาจารย์กัน ? เขาได้เตือนข้าว่าให้ข้าห้ามเจ้าไปรบกวนผู้อื่น เจ้าต้องการจะทำอะไรกันแน่ ? "

ในขณะที่เยว่จางเฟิงหัวเราะคิกคักๆแล้วพูดว่า " อาจารย์ ได้กล่าวว่า ข้าสามารถทำอะไรก็ได้ ตราบใดที่ยังไม่ละเมิดกฎ "

เซี่ยเสินชวน ไม่เข้าใจว่าสองคนนี้กำลังพูดเรื่องอะไร ดวงตาของเขาส่องประกายแปลกประหลาดออกมา เขามองดูเยว่จางเฟิงและพูดด้วยเสียงสั่นเครือ " เจ้าเด็กน้อย อย่าพูดเล่นแบบนี้ หลายสิ่งหลายอย่างมันไม่ง่ายอย่างที่เจ้าคิด "

ฉื่อหยาน คุยกับเยว่จางเฟิงด้วยความประหลาดใจ " เจ้ามั่นใจนะว่าเจ้าไม่ได้พูดพล่อยๆ ? "

" พวกเจ้าไม่เชื่อข้ารึ " เยว่จางเฟิงเหมือนเขารู้สึกไม่ยุติธรรม และเขาอธิบายว่า " ข้ามีเจตนาดี ข้าจะเป็นนักกลั่นสกัดที่ดีที่สุดในอนาคต เม็ดยาที่ข้ากลั่นสกัดขึ้นมาสามารถชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นได้และช่วยชีวิตของคนๆนั้น . "

ความภาคภูมิใจของเขาทำให้เซี่ยเสินชวน และ ฉื่อหยาน ยิ่งสงสัยมากขึ้น

หลินหยาฉี เม้มปากและพูดอย่างดูหมิ่น . " แม้แต่อาจารย์ยังหวาดกลัวเม็ดยาที่เจ้ากลั่น ข้าหวังว่ามันจะไม่ฆ่าใครนะ"

" ฉื่อหยาน ทั้งสองคนเป็นใครกันแน่ ? " เซี่ยเสินชวน ถามด้วยความสงสัย

ฉื่อหยาน ก็งงอยู่สักพักก่อนที่จะอธิบาย " ข้าเองก็พึ่งเจอพกวเขา "

ใบหน้าของเซี่ยเสินชวนก็แปลกไป

" ก่อนหน้านี้ข้าเคยอยู่ในดินแดนจิตวิญญานสมบัติศักดิ์สิทธิ์ แต่ข้าถูกขับไล่ออกมาแล้ว ดังนั้นข้าจึงไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขา " เยว่จางเฟิงเ หัวเราะเล็กน้อย เและจับไปยังแหวนบนิน้วของเขา ,และ ขวดหยกก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา

ภายในขวดมีเม็ดยาอยู่เพียงเม็ดเดียวมีนมีขนาดใหญ่เท่ากับเฮเซลนัท ตัวเม็ดยานั้นมีจุดเล็กๆอยู่เป็นจำนวนมาก พร้อมกับมีรังสีความร้อนมากมายแผ่กระจายออกมา.

" ข้าจะให้เม็ดยาเส้นเลือดจิตวิญญานหนึ่งเม็ด ถ้าท่านให้เซี่ยจิงโหกินมัน ข้ามั่นใจว่า เขาจะไม่ตกอยู่ในสภาพปัจจุแน่นอน " เยว่จางเฟิงอมยิ้มกล่าวว่าในขณะที่ยื่นขวดหยก ให้เซี่ยเสินชวน .

เซี่ยเสินชวน รับมันมาในขณะที่เขายังคงสับสนและแปลกใจ เขาจ้องไปที่ขวดหยกอย่างระมัดระวังและตรวจสอบขวดด้วยสีหน้าสงสัย " เม็ดยานี่สามารถรักษาพ่อข้าได้จริงรึ ? "

" แน่นอน " เยว่จางเฟิงอย่างมั่นใจว่า

สายตาของหลินหยาฉีก็ส่องประกายประหลาดออกมา ในขณะที่นางกำลังจ้องมองเยว่จางเฟิงราวกับว่านางจ้องปีศาจ นางก็พูดขึ้น " เยว่น้อย สมองของเจ้าได้รับการกระทบกระเทือนหรือไง ? ทำไมเจ้าถึงเม็ดยาเส้นเลือดจิตวิญญานแก่ผู้อื่น ? เจ้ารู้มั้ยว่ามีสมุนไพรมากมายเท่าใดที่อาจารย์ใช้กลั่นมันขึ้นมา ? และยังมีผลึกอสูรอีกเท่าไหร่ที่ต้องใช้กลั่น ? "

" สมุนไพรห้าสิบแปดชนิด ผลึกอสูรระดับแปดสามก้อน ผลึกอสูรระดับเจ็ดยี่สิบก้อน " เยว่จางเฟิงพูดดังและชัดเจน ราวกับว่าเขากำลังนับสมบัติทั้งหมดที่อยู่ในบ้านเขา เขายักไหล่และพูดว่า " และข้ายังรู้กระบวนการการกลั่นสกัดเม็ดยาเส้นเลือดจิตวิญญานอีกด้วย เพียงแต่ระดับการบ่มเพาะของข้ายังต่ำเกินไปที่จะกลั่นสกัดมัน "

หลังจากที่เยว่จางเฟิพูดเสร็จ ทั้งฉื่อหยานและเซี่ยเสินชวนก็สั่นสะท้าน

" ถ้าเจ้ารู้เช่นนั้นแล้ว ทำไมเจ้ายังให้เขาอีกหละ ? " หลินหยาฉีถามด้วยใบหน้าที่สับสน .

" เยว่จางเฟิง เจ้ามาจากดินแดนจิตวิญญานสมบัติ จริงๆรึ ? " ฉื่อหยาน ครุ่นคิดสักพัก ก่อนระเบิดเสียงหัวเราะ ของเขาออกมา " ข้าไม่ชอบให้ใครมาหลอก "

" นี่ . . . . . . . " เยว่จางเฟิงยิ้มเก้ๆกังๆ เขาลูบมือของเขาในขณะอธิบายอย่างอัปยศ " พูดตรงๆ ข้าถูกไล่ออกจากการเป็นศิษย์ของดินแดนจิตวิญญานสมบัติ ดินแดนจิตวิญญานสมบัจิในทะเลไม่มีสิ้นสุด เป็นเพียงสาชาหนึ่งของพรรคจิตวิญญานสมบัติ "

" เจ้าไม่ได้มาจากทะเลไม่มีที่สิ้นสุด ? " เซี่ยเสินชวน สีหน้าทันทีก็เปลี่ยนไป

" ใช่แล้ว " เยว่จางเฟิงพยักหน้า" ข้าได้ข้ามผ่านหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬมาที่นี่"

เซี่ยเสินชวน และเซี่ยซินหยาน ใบหน้าก็กลายเป็นซีดเซียวเมื่อได้ยิน พวกเขาจ้องเยว่จางเฟิงราวกับว่ากำลังจ้องสัปประหลาด

" หมอกแม่เหล็กพิษทมิฬ ? " ฉื่อหยาน ก็ประหลาดใจ เขาถามเซี่ยเสินชวนพร้อมกับขมวดคิ้ว " ท่านรู้จักงั้นรึ ?"

เซี่ยเสินชวน ด้วยดวงตาที่ดูซับซ้อน เขาก็ยักหน้าและบอกว่า " ข้าเคยได้ยินว่าสุดทางทิศตะวันออกของทะเลไม่มีที่สิ้นสุดเป็นหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬ ตามตำนาน ด้านหลังหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬเป็นศูนย์กลางของแผ่นดินรุ่งเรือง หลายพันปี นักรบระดับสูงมากมายในทะเลไม่มีสิ้นสุด ต้องการที่จะข้ามหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬไป แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครประสบความสำเร็จเลย ส่วนใหญ่พวกเขาจะตกตายภายในหมอก รวมถึงนักรบระดับพระเจ้าด้วยเช่นกัน . "

ฉื่อหยาน ก็ตกใจ

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1394 แล้วนะคะ มี 30 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 315 หมอกแม่เหล็กพิษทมิฬ

คัดลอกลิงก์แล้ว