เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 282 กำหนดการ

บทที่ 282 กำหนดการ

บทที่ 282 กำหนดการ


บทที่ 282 กำหนดการ

"ซินหยานอย่าหยาบคาย! " เซี่ยเหวยชิง ตะคอกออกมาเล็กน้อยด้วยสีหน้าไม่พอใจ . เขาพูดด้วยเสียงเบาๆขณะที่ขมวดคิ้ว“เมื่อเจ้าใช้จิตวิญญานจุติคุณ ทันทีเจ้าก็จะเข้าสู่ระดับนภา ไม่ต้องพูดถึงกู่ยู่ หรือ ฟงไฮ่ แม้แต่ตัวข้าเองก็ไม่ใช่คู่มือของท่าน แล้วมันจะเป็นไปได้อย่างไร ?”

กู่ยู่และฟงไห่ก็รู้สึกอับอาย และยิ้มอย่างขมขื่นและไม่ตอบใดๆ

ทั้งกู่ยู่และฟงไห่รู้เกี่ยวกับความมหัศจรรย์ของจิตวิญญานจุติตระกูลเซี่ยดี เมื่อใช้จิตวิญญานต่อสู้นี้ พลังของเซี่ยซินหยานไม่เพียงแต่เพิ่มขึ้นหลายเท่าจากเดิม แต่ระดับของนางเองก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน

ถึงแม้ว่ากู่ยู่ และ ฟงไห่จะมั่นใจในจุดแข็งของตนเอง แต่พวกเขาก็รู้ว่าพวกเขาไม่สามารถเอาชนะจิตวิญญานจุติได้แน่นอน พวกเขาจึงไม่กล้าที่จะเป็นพระเอกและยอมรับคำท้า

โจวยู่ยืนอยู่ที่ด้านข้างห่างออกไป มองไปที่กู่ยู่ และฟงไฮ่ และนักรบคนอื่นจากตระกูลกู่ด และดินแดนทะเลสาปเทวาศักดิ์สิทธิ์ ด้วยสีหน้ามุ่ย

เซี่ยเสินชวน นั้นไม่ได้มาด้วยตัวเอง เขาแค่เตือนโจวยู่ให้เฝ้าเหตุการณ์ไว้ ถ้าไม่มีปัญหาใดๆเกิดขึ้นน เขาก็จะไม่ปรากฏตัวเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งระหว่างตระกูลกู่และดินแดนทะเลสาปเทวาศักดิ์สิทธิ์

" อืม " เย่เฟิงจากดินแดนทะเลสาปเทวาศักดิ์สิทธิ์ที่ที่อยู่ในระดับรู้แจ้ง ช่วยไม่ได้ที่เขาจะพูดขึ้นขณะที่มองไปยังเซี่ยซินหยาน " ถ้าเจ้าไม่ใช้จิตวิญญานจุติเจ้าคิดว่าเจ้าจะสามารถท้าทายพวกข้าได้งั้นรึ ถ้าเจ้าคิดจะเอาชนะโดยใช้จิตวิญญานจุติ ก็ไม่มีอะไรต้องพูดกันอีก "

" กลิ่นอายธรรมชาติที่อยู่บนเกาะวายุเมฆานั้นเจือจางเป็นอย่างมาก ข้าไม่อยากจะอยู่ที่นี่นาน "สีหน้าของกู่เจิ่นหยานก็กลายเป็นไม่พอใจ " กู่ยู่ และ พลังของตระกูลกู่ก็นับได้ว่าเป็นหมายเลขหนึ่งและหมายเลขสองในทะเลเหิงลั่ว เราได้ลดระดับตนเองและให้ทางเลือกแก่พวกเจ้าแล้วด้วยการเชื่อมความสัมพันธุ์ผ่านการแต่งงานกับเจ้า เจ้าได้พยองจนเกินไป "

สีหน้าของโจวยู่ก็เปลี่ยนแปลง

ใบหน้าของหลายคนจากตระกูลเซี่ยเองก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย พวกเขาดูเหมือนจะขมขื่นและมองไปที่กู่เจิ่นหยางเกรี้ยวกราด .

ถ้าตระกูลหยางยังอยู่ ถ้าเรายังอยู่ที่ทะเลเคียร่า และถ้าท่านบรรพบุรุษของเราไม่กลายเป็นบ้า เราก็คงไม่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ แล้วมีหรือที่ตระกูลกู่จะกล้ากลั่นแกล้งเรา ? เราสามารถทำให้พวกมันทุกคนก้มกราบลงพื้นได้ง่ายๆด้วยซ้ำ

ทุกคนในตระกูลเซี่ยแอบขบฟันแน่น ในขณะเดียวกันพวกเขาก็นึกถึงวันที่พวกเขารุ่งโรจน์ที่เคียร่าทะเลกับตระกูลหยาง ขณะที่พวกเขาออกไปพิชิตทะเลอื่นๆ

น่าเสียดายนักที่ เรื่องเหล่านั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว ความภูมิใจในอดีตของพวกเขาได้หายไปทีละนิด

ในตอนนี้ ตระกูลหยางได้หายไป จักรพรรดิหยางชิงตี้ได้หายไปเนิ่นนานโดยไม่มีข่าวคราวอะไรเลย และคนของตระกูลหยางก็ได้แยกกันไปสถานที่ลึกลับต่างๆมากมาย ส่วนทะเลเคียร่าเองก็ถูกรุกรานโดยเผ่าอสูร ทุกๆอย่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ขณะเดียวกัน หัวหน้าตระกูลใหญ่ของพวกเขาก็กลายเป็นไร้สติมากขึ้น ดังนั้นมันเป็นไปไม่ได้สำหรับพวกเขาเลยที่จะแบกรับความผิดชอบของตระกูลได้

" ฮ๊าย... ! " โจวยู่อยู่ในหมู่ผู้คน เขาสั่นศีรษะของเขาในขณะที่ถอนหายใจยาวออกมา เขามองไปที่เซี่ยซินหยาน อย่างน่าเวทนาด้วยสีหน้าขมขื่น ทันใดนั้น โจวยู่ก็ตกใจราวกับว่าเขาเพิ่งนึกได้ แววตาของเขาสดใสขึ้นและจ้องมองไปที่เซี่ยซินหยานอย่างไม่กระพริบตา

หลังจากเงียบปล่อยจิตสำนึกวิญญานออกไปเงียบๆ โจวยู่อย่างช้าๆก็สัมพัสได้ถึงทุกสิ่งรอบๆตัว ดวงตาของเขาก็สดใสขึ้น ร่างกายของเขาสั่นสะท้านเล็กน้อย .

" ระดับปฐพีสูงสุด เจ้าเข้าสู่ระดับปฐพีสูงสุดแล้วรึ ! "[ระดับปฐพีสูงสุด คือ นภาที่สามของระดับปฐพี]

คนจากตระกูลเซี่ยไม่เคยเห็นใครเลยที่มีระดับเพิ่มขึ้นตลอดสองปีที่ผ่านมา

โจวยู่แอบพยักหน้า ขณะมองไปยังร่างที่ยืนอย่างสงบท่ามกลางผู้คน เขาคิดด้วยรูปร่างที่โดดเด่นนั้น ไม่แปลกใจเลยทำไมเขาเมื่อเขามองไปที่ กู่ยู่และฟงไฮ่ ถึงรู้สึกรกหูรกตา เฉพาะผู้ที่อยู่ในลำดับด้านบนสุดของรายชื่อผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่คู่ควรกับคุณหนูของเขา

แต่ไอ้เด็กเวรพวกนี้กลับกล้ายุ่งกับนาง มันสมควรแล้วรึ !

" ใครบอกว่าข้าจะใช้จิตวิญญานจุติ ?" เซี่ยซินหยานพูดด้วยเสียงเย็นชาและคิ้วของนางก็ขมวด" ข้าจะไม่ใช้จิตวิญญานจุติ แล้วข้าก็จะต่อสู่อย่างยุติธรรมด้วย ถ้าเจ้าสองคนร่วมมือกันแล้วชนะข้าได้ ข้าก็จะพิจารณาคำขอของพวกเจ้าอีก เจ้าว่าดีหรือไม่ ? "

" อะไรนะ ? "

" จะต่อสู้กับทั้งสองคนด้วยตัวคนเดียวรึ ?

" ไม่จริงใช่หรือไม่ ? "

คนจากตระกูลเซี่ยกลายเป็นกังวลและมองนางด้วยความประหลาดใจ พวกเขาสงสัยว่าเหตุใดนางจึงพูดเช่นนั้นออกมา

เซี่ยเหวยชิง ก็สับสนอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา เขาปรบมือมือของเขาและกล่าวว่า " ยอดเยี่ยม ! ข้าเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ เฟิงเกอ กู่เกอ พวกเจ้าคิดเช่นไร ?

เยว่เฟิง และ กู่เจิ่นหยานหัวเราะออกมาอย่างดูถูกและค่อยๆพยักหน้า

" ยู่เอ๋อ อย่าทำให้ตระกูลเราผิดหวัง "กูเจิ่นไห่ตะโกนออกมาเล็กน้อย " เจ้าสู้กับนางก่อน การร่วมมือนั้นเป็นเรื่องไร้สาระ หึ ตระกูลกู่ไม่จำเป็นต้องร่วมมือกับใคร ข้าเชื่อในตัวเจ้า !

กู่ยู่ เผยรอยยิ้มที่ละเอียดอ่อน พร้อมกับเดินไปที่เซี่ยซินหยาน และพูดออกมาเบาๆ ขณะที่ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหวัง " แม่นางเซี่ย ท่านคิดว่าที่ไหนเหมาะแก่การต่อสู้ ?

" เนินเขาว่างเปล่าตรงนั้น " นิ้วชี้ของเซี่ยซินหยานก็ชี้ไปที่เนินเขาโล่งเล็กๆ ต่อมา นางกวาดสายตานางะเลยไปที่กู่ยู่และฟงไห่ และกล่าวว่า " เจ้าสองคนจะต้องร่วมมือกัน มิฉะนั้นเจ้าได้พ่ายแพ้อย่างไม่เป็นท่าแน่นอน แล้วอย่าหาว่าข้าไม่เตือน "

หลังจากพูด นางก็เคลื่อนไหวเล็กน้อย , กระโดดขึ้นแล้วบินออกไปไกลกว่าร้อยเมตรในพริบตา

" ฟงเกอ ข้าขอไปก่อน " กู่ยู่ป้องมือไปที่ฟงไห่ด้วยรอยยิ้มอ่อน จากนั้นเขาก็หายไปทันที กลายเป็นเงาไปยังทิศทางที่เซี่ยซินหยานมุ่งไป

ดวงตาของโจวยู่ เซี่ยเหวยชิง ฟงไฮ่ และ กู่เจิ่นหยาง ทั้งหมดก็ลุกขึ้นและ มองไปทางเนินเขาที่ว่างเปล่า

แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นเป็นเหมือนกับแผ่นดินไหวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจากเนินเขาที่ว่างเปล่า หินลาวาภูเขาระเบิดออกมาอย่างต่อเนื่องกลายเป็นเศษเล็กเศษน้อย

เศษหินกระจายอยู่หนาแน่น . โจวยู่ และคนอื่น ๆที่อยู่ห่างกว่าพันเมตร ก็ยังรู้สึกได้ถึงพลังที่รุนแรงจากเนินเขาว่างเปล่า แต่พวกเขาไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั่น

เสียงระเบิดเกิดขึ้นตลอดเวลาสั่นสะท้านไปทั่วเนินเขาที่ว่างเปล่า

หลังจากผ่านไป 1 นาที ทุกอย่างก็หยุดลง

" วุช "

กู่ยู่ก็ถูกโยนออกมาจากหมอกเศษหินที่หนาแน่นพร้อมกับเสื้อผ้าที่ฉีกขาดและใบหน้าที่สกปรก

เกราะบนตัวของเขาที่ดูเหมือนครีบสีเงินก็เต็มไปด้วยหลุมโหว่ จากหลุมนั้น สามารถเห็นได้ถึงบาดแผลมากมายที่ลึกไปถึงกระดูก

" บูม "

กู่ยู่ร่างก็ทรุดลงบนทุ่งหญ้าและเหยีบพื้นด้วยเท้าเปล่า ลักษณะของเขาดูอนาถเป็นอย่างมาก ใบหน้าของเขาซีดเผือดด้วยแววตาสับสน

" ยู่ เอ๋อ !" กู่เจิ่นหยางก็กังวล ,และ ตะโกนออกมาด้วยความโกรธ , " ไหนเจ้าบอกว่า เจ้าจะไม่ใช้จิตวิญญานจุติไง เจ้าอยากตายจริงๆรึ หากเจ้าพูดปลดเช่นนี้ อย่าได้โทษเราหากเราจะจัดการเจ้า”

เจิ่นหยางตะโกนด้วยความโกรธ เขาอยากจะพุ่งไปยังเนินเขาที่ว่างเปล่าและซัดเซี่ยซินหยานให้ตาย

โจวยู่กระแอมออกมาอย่างเย็นชา ร่างของเขาก็ปรากฏต่อหน้ากู่เจิ่นหยาง . เขาขมวดคิ้วของเขาและกล่าวว่า " ข้าอยู่กับตระกูลเซี่ยเป็นเวลาหลายปีดังนั้นข้ารู้ดีว่าจิตวิญญานจุติถูกใช้หรือไม่ ข้าเฝ้าดูมาตั้งแต่แรกแล้ว คุณหนูของเรายังไม่ได้ใช้จิตวิญญานจุติของเราเลยสักนิด"

" ไม่ได้ใช้จิตวิญญานจุติรึ ? เหอะ ! เจ้าคิดว่าตระกูลกู่โง่มากงั้นรึ  ? " กู่เจิ่นหยางเห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อ เขาเผยรอยยิ้มที่เย็นยะเยือก และพูดว่า " นางใช้วิธีการบางอย่างและก็แอบใช้จิตวิญญานจุติ ข้าไม่เชื่อเจ้าหลอก ! "

" ไม่ . . . . . . . " ในตอนนั้นเอง กู่ยู่ก็ตะโกนอย่างอ่อนล้า เขาเอียงศีรษะอย่างเสียใจและ บอกว่า " นาง . . . . . . . นางไม่ได้ใช้ใช้จิตวิญญานจุติแน่นอน " .

" อะไรนะ ? " กู่เจิ่นหยางตกใจ

" ฟงไห่ . . . . . . . "

เศษฝุ่นที่ลอยอยู่ในท้องฟ้าค่อยๆ หายไป ร่างของเซี่ยซินหยานก็ลอยกลับไป นางยืนอยู่บนภูเขาที่ว่างเปล่า และมองมาทางฟงไฮ่ที่อยู่ไกลออกมาและพูดด้วยเสียงเย็นชา " ตาเจ้าแล้ว "

หน้าของฟงไห่ก็เปลี่ยนไป อยู่ๆเขาก็หัวเราะออกมา แล้วกระโดดพุ่งออกไปยังเนินเขาว่างเปล่า

" ตูม ตูม ตูม "

เสียงระเบิดดังก้องทั่วพื้นปฐพี . เศษหินกระจัดกระจายมากมายทั่วท้องฟ้าและร่างกายที่ผอมแห่้งของฟงไฮ่ก็กระเด็นออกมาเร็วกว่ากู่ยู่

ฟงไห่ล้มลงข้างๆกู่ยู่ เช็ดหยดเลือดจากมุมปากของเขาในขณะที่ส่ายหัวด้วยความอนาถ " แม่นางเซี่ย ท่านช่างน่ากลัวนัก ข้าคิดว่าต่อให้ผู้ที่มีลำดับ 5 ของลำดับรายชื่อผู้แข็งแกร่งขึ้นไปอยู่ที่นี่ พวกเขาก็ไม่สามารถรับมือกับท่านได้ ในวันนี้แม่นางเซี่ยได้แสดงให้เห็นแล้ว ท่านสามารถแม้กระทั่งรับมือกับสามอันดับแรกได้อย่างง่ายดาย ข้า ฟงไฮ่เข้าใจแล้วว่าไม่มีทางเอาชนะแม่นางเซี่ยได้ . ข้าจะยกเลิกความคิดเหล่านั้นไป ข้าจะไม่มารบกวนเจ้าอีก " หลังจากพูด ฟงไห่ก็เดินอย่างโดดเดี่ยวโดยไม่สนใจคำถามของเยว่เฟิง

กู่เจิ่นหยางสีหน้าก็เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เขามองไปยังร่างที่งดงามบนเนินเขาที่ว่างเปล่าเงียบๆด้วยความโกรธ จากนั้นเขาก็พยักหน้าให้แน่น หลังจากนั้นคว้ากู่ยู่ และตะโกนว่า " ไปได้แล้ว ! "

ระดับการบ่มเพาะที่แท้จริงของนางได้อยู่ในระดับสูงสุดของระดับปฐพีแล้ว ด้วยสิ่งที่นางแสดงออกมา นางมีคุณสมบัติพอที่จะติดหนึ่งในสามลำดับต้นของลำดับรายชื่อผู้แข็งแกร่ง . "

ฟงไห่ ก็หยุด แล้วหันไปคุยกับเยว่เฟิงที่ยืนข้างหลังเขา " ข้าได้กลั่นหยดน้ำทมิฬเจ็ดหยด แต่มันก็ถูกนางทำลาย โชคดีที่ข้าได้ล่าถอยออกมาได้ทันเวลา มิฉะนั้น ข้าเกรงว่าข้าจะต้องจบลงด้วยการบาดเจ็บที่ร้ายแรงเช่นกู่ยู่ ไม่คิดเลยว่านางจะแข็งแกร่งเช่นนี้ต่อให้ไม่ใช้จิตวิญญานจุติก็ตาม เราประเมินความแข็งแกร่งของตระกูลเซี่ยต่ำไป "

ใบหน้าของเยี่ยฟงก็กลายเป็นตกใจ

" นางได้ถึงจุดสูงสุดของระดับปฐพีแล้วรึ ?" สีหน้าของกู่ยู่ก็กลายเป็นสีขาวซีดและดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยความกลัว“ข้าเกรงว่าข้าจะไม่ใช่คู่มือของนาง”

" ตระกูลเซี่ยอยากเผชิญกับปัญหาและเลือกที่จะปฏิเสธข้อเสนอดีๆสินะ ยู่เอ๋อ ไม่ต้องคิดมาก ไม่ว่าความสามารถของหญิงสาวคนนี้จะยอดเยี่ยมเพียงใด ยังไงก็คือตระกูลเซี่ย ตระกูลเซี่ยไม่มีนักรบระดับพระเจ้า พวกเขาอ่อนแอลงอย่างมากเมื่อตอนอยู่ในทะเลเคียร่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งตระกูลเซี่ยที่เคยเป็นพันธมิตรกับตระกูลหยาง ที่เคยกดขี่ตระกูลกู่ ตระกู่ของเราทนมานาน ตอนนี้เราจะไม่ปล่อยตระกูลเซี่ยไปง่ายๆแน่  " สีหน้าของกู่เจิ่นหยางก็จริงจัง ประกายแสงเย็นชาปรากฏอยู่ในแววตาของเขา"  ความทุกข์ทรมานของตระกูลกู่จะถูกชำละอีกไม่นาน "

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

ที่เกาะมังกรเหมันท่ามกลางพายุหิมะ

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่ฉื่อหยานเหลือเพียงกางเกงขาสั้นสีฟ้าเท่านั้นร่างกายที่แข็งแกร่งของเขามากกว่าครึ่งกลายเป็นเปลือยเปล่า เขายืนอยู่ภายใต้พายุหิมะที่หนาแน่นอย่างมั่นคง .

ทันใดนั้น ฉื่อหยาน ที่ตอนนี้กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็ง ก็สั่นเทาเล็กน้อยและค่อยๆเคลื่อนไหวทีละนิด

พร้อมกับร่างที่ค่อยๆสั่น แสงระยิบระยับก็ค่อยๆ เคลื่อนไหวใต้ผิวหนังของเขาเป็นเหมือนกับลำธารน้ำเล็ก ๆที่ค่อย ๆรวมหลอมรวมเข้ากับพลังปราณลึกลับบนท้องของเขา

เสียงแปลกประหลาดเคลื่อนไหวออกมาจากใต้ดิน ราวกับว่ามันค่อยๆซึมเข้าไปในร่างของเขาผ่านเท้าของเขา

ร่างกายที่ยืดหยุ่นของเขาก็สั่นสะท้านก็ค่อยขยายใหญ่ขึ้น แสงแพรวพราวกระจายออกมาจากร่างของเขาภายในเวลาสั้นๆ พร้อมกับเสียงสั่นสะท้านที่ดังตามมา

" เจ็ดวัน ผ่านไปไวกว่าที่คิดนัก"  จากภูเขาหิมะที่อยู่ไกลออกไป ยู่โหลวก็ประหลาดใจเล็กน้อย นางเผยรอยยิ้มในขณะที่บ่นพึมพำกับตัวเอง

ไม่กี่ก้าวห่างจากนาง ตี่ฉานก็ตกใจกับพร้อมกับประกายแสงที่สั่นสะท้านในแววตาของเขา

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1394 แล้วนะคะ มี 30 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 282 กำหนดการ

คัดลอกลิงก์แล้ว