เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 279 ถอนราก

บทที่ 279 ถอนราก

บทที่ 279 ถอนราก


บทที่ 279 ถอนราก

ในป่าอันกว้างใหญ่ ต้นไม้นับไม่ถ้วนปกคลุมท้องฟ้าและพื้นดิน แม้แต่แสงแดดตอนเที่ยงก็ไม่อาจแทงทะลุใบไม้เขียวชอุ่มหนาแน่นของต้นไม้เหล่านั้นได้

ผู้คนของเผ่าเสียงอสูรและเผ่าปีกทั้งหมดอยู่ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้อย่างเป็นระเบียบพวกเขายกศีรษะของพวกเขาและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน .

สองผู้นำตี่ฉานและยู่โหลวได้ดึงตั่วมู่มายังใต้ร่มเงาต้นไม้ที่อยู่ข้างๆและกระซิบบางสิ่ง

ตั่วมู่ เห็นได้ชัดว่ากลัวเล็กน้อยเมื่ออยู่ต่อหน้า ตี่ฉาน และ ยู่โหลว เขามักจะบอกตามตรงและพยักหน้ารับคำสั่งจาก ตี่ฉาน และ ยู่โหลวโดยไม่กล้าขัดขืนมัน

คาป้า หยาเมิงก็ปิดตาลงเล็กน้อย ในขณะที่กำลังสื่อสารกับอี้เทียนโมที่อยู่อีกด้านหนึ่งของเกาะมังกรเหมันเพื่อขอความเห็นของฉื่อหยาน หลังจากนั้นไม่นาน คาป้า หยาเมิงก็ได้รับคำสั่งจากเขา จากนั้นก็โบกมือส่งสัญญาณให้กับนักรบเผ่าเสียงอสูรที่อยู่เบื้องหลังพวกเขาเพื่อออกคำสั่ง

สามนักรบระดับสูงระดับนภาของเผ่าเสียงอสูรทันทีก็ก้าวไปข้างหน้าและล้อมรอบนักรบมนุษย์เจ็ดคน การไหลเวียนของวิญญานเป็นเหมือนกับเส้นไหมโจมตีไปยังนักรบมนุษย์ทั้ง 7 คนในพริบตา

ภายใต้คลื่นวิญญาน ที่พุ่งมานักรบทั้งเจ็ดคนก็เอามือจับหัวของพวกเขาและล้มลงกับพื้นและกรีดร้องออกมา แววตาของพวกเขาค่อยๆกลายเป็นมืดมน

" คุณหนู ! " นักรบหัวล้านคนหนึ่งที่อยู่ในหมู่พวกเขาพูดขึ้น มีรอยสักลูกศรเล็ก ๆอยู่บนหัวของเขา เขาจ้องหน้ากู่หลินหลงที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากตรงนั้นด้วยดวงตาสีแดงของเขาและตะโกนว่า " พวกมันเป็นใคร ? "

กู่หลินหลงก็กลัวเล็กน้อยและถอนหายใจออกมา แล้วหันไปพูดกับนักรบระดับนภา " ลุงฮั่วเมิง ท่านไม่ต้องช่วยพวกเราแล้ว อย่าได้เสี่ยงชีวิตเพื่อการต่อสู้ที่มันไม่มีประโยชน์เลย "

" ธิดาศักดิ์สิทธิ์ ? " หญิงชราที่มีริ้วรอยมากมายบนใบหน้าของนางก็ถือไม้เท้าของนางพาดบนลำตัวและร่างของนางก็สั่นสะท้านเมื่อ นางมองไปที่ซูหยานซิงที่อยู่ไกลออกไป

เมื่อถูกมองโดยหญิงชราที่ซูหยานซิงส่ายหน้าอย่างหมดหนทาง ส่งสัญญาณให้นางห้ามลงมือใดๆ

ร่างกายของหญิงชราก็สั่นสะท้าน นางถอนหายใจออกมาอย่างย่อท้อ และเขื่อฟัง และหยุดขัดขืนอย่างไร้ประโยชน์

ในหมู่นักรบทั้งเจ็ดคน ยกเว้นฮั่วเมิงที่มรรอยสักลูกศรขนาดเล็กและหญิงชราจากดินแดนทะเลสาปเทวาศักดิ์สิทธิ์นักรบอีกห้าคนที่เหลือต่างก็อยู่ในระดับรู้แจ้ง พวกเขาทั้งหมดมาจากดินแดนทะเลสาปเทวาศักดิ์สิทธิ์และตระกูลกู่ ขณะที่พวกเขากำลังจะไปที่สาขาหลักของพรรคสามเทพเพื่อหารือเกี่ยวกับแผนการที่จะจัดการกับเผ่าอสูร .

พวกเขาก็ได้รับข้อมูลจากพรรคสามเทพ เมื่อพวกเขาอยู่ในระหว่างเดินทาง พวกเขาได้รับแจ้งว่าเกาะมังกรเหมันกำลังพบกับปัญหาบางอย่างที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถเดินทางมาเกาะนี้ได้

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่พวกเขามาถึงเกาะ , หญิงชราก็ตระหนักว่าได้ในป่าหนานั้นผิดปกติ นางรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของนักรบระดับล่างของเผ่าปีก และตระกูลเสียงอสูร ดังนั้น พวกเขาทั้งเจ็ดคนจึงช่วยไม่ได้ ที่จะมาที่นี่เพื่อตรวจสอบ

หลังจากข้ามผ่านป่าที่หนาแน่นมา พวกเขาก็ได้พบกับคนเผ่าปีก และตระกูลเสียงอสูร และเกือบจะทันทีพวกเขาก็ได้เห็นกู่หลินหลงและซูหยานซิง กู่หลินหลงเป็นความหวังของตระกูลกู่ . ซูหยานซิงเป็นอันดับหนึ่งของดินแดนทะเลสาปเทวาศักดิ์สิทธิ์ พวกนางทั้งสองเป็นนักรบที่ยอดเยี่ยมของขุมพลังของพวกเขา

แม้ว่าฮั่วเมิงและ ฮวงหนาน จะมีระดับการบ่มเพาะที่ระดับนภา อีกทั้งยังมีนักรบระดับรู้แจ้งอีกห้าคน เมื่อต้องเผชิญหน้าพลังของเผ่าเสียงอสูรและเผ่าปีกพวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้

ตี่ฉาน และยู่โหลวไม่ได้ลงมือทำสิ่งใดพวกเขาเพียงชายตามองการกระทำของนักรบทั้งเจ็ดเท่านั้น และพวกเขาก็ยังคงพูดถึงเรื่องที่เกี่ยวตัแหน่งหัวหน้าตระกูลปีกเทากับตั่วมู่ . จากนั้นพวกเขาก็โยนเรื่องของนักรบทั้งเจ็ดให้ คาป้าและหยาเมิง

เป็นคาป้า และหยาเมิงที่ไม่รู้ว่าคนเหล่านี้เป็นใคร พวกเขาทันทีก็ใช้วิญญาณของพวกเขาส่งข้อความไปหา อีเทียนโหมว เพื่อขอความคิดเห็นของฉื่อหยาน

หลังจากได้รับคำตอบ พวกเขาพยักหน้าหน้าและทันที ฮั่วเมิง และฮวงหนานก็กลายเป็นนักโทษของพวกเขา ด้วยความประหลาดในชั่วพริบตา

" ได้โปรดอย่าฆ่าพวกเขา !" กู่หลินหลงนางกัดฟันแน่นจ้องไปที่คาป้า และกล่าวว่า "ข้าได้บอกให้พวกเขาเลิกขัดขืนแล้ว ท่านไม่จำเป็นต้องใช้วิญญานกักขังพวกเขา”

แม้ว่าพวกเขาทั้งเจ็ดจะได้ยอมจำนนแล้ว แต่นักรบระดับนภาของเผ่าเสียงอสูรยังไม่ได้รับคำสั่งจากคาป้าและหยาเมิงให้หยุดกระทำ ดังนั้นพวกเขาจึงกดขี่ข่มเหงอย่างรุนแรงต่อมนุษย์เหล่านั้น

ในช่วงประมาณสิบเมตรรอบๆนักรบทั้งเจ็กคน แรงดันวิญญานยังคงแพร่กระจายอยู่รอบๆ ขณะที่พวกเขากำลังติดอยู่ในแรงดันวิญญานนี้ ร่างกายของฮั่วเมิงและฮวงหนานก็สั่นสะท้าน ขณะที่นักรบอีกห้าคนกลายเป็นทรมานแล้วโลหิตก็พุ่งออกมาจากปากของพวกเขา

เผ่าเสียงอสูร ได้เรียนรู้เคล็ดวิชาวิญญานจากคัมภีร์ของเผ่าเสียงอสูร ด้านวิญญานพวกเขาล้ำหน้ากว่ามนุษย์เป็นอย่างมาก ทันทีที่ห้วงจิตสำนึกได้ขึ้นกับนักรบจากเผ่าเสียงอสูร พวกเขาก็เริ่มฝึกฝนเคล็ดวิชาวิญญานของเผ่าเสียงอสูร การโจมตีของพวกเขาที่ใช้กับศัตรู ส่วนใหญ่มุ่งไปที่ห้วงจิตสำนึกและวิญญาน การโจมตีประเภทนี้เป็นการโจมตีที่น่ากลัวที่สุด และสามารถทำลายวิญญาณของศัตรูได้

ห้านักรบระดับรู้แจ้ง ' สัมพัสได้อย่างชัดเจนว่าห้วงจิตสำนึกของพวกเขากำลังตกอยู่ในอันตราย ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ทั้งห้าคนจะต้องแตกสลายแน่นอน เมื่อการบ่มเพาะของพวกเขาสลาย และวิญญานหลักถูกทำลาย พวกเขาก็จะตายอย่างสมบูรณ์โดย ไม่มีใครช่วยพวกเขาได้

" ฟังคำสั่งข้า ! " คาป้า ก็กระแอมออกมาอย่างเย็นชา แล้วพยักหน้าให้กับนักรบระดับนภา " ตอนนี้ไว้ชีวิตพวกมันไปก่อน ถ้าใครขัดขืน ทำลายวิญญานหลักของมันทันที .

เมื่อคำเหล่านี้ถูกพูดออกมา ฮั่วเมิงและฮวงหนานใบหน้าก็ซีดด้วยความกลัว

พวกเขาต้องการที่จะทำลายร่างของฝ่ายตรงข้ามของพวกเขาอย่างสมบูรณ์ ในทะเลเคียร่านั่นจำเป็นต้องเปนนักรบที่มีระดับสูงกว่าจึงจะสามารถทำได้ ปกติแล้วพวกเขาจะไม่ถูกคู่ต่อสู้ของเขาโจมตีวิญญานเช่นนี้โจมตีการโจมตีวิญญาน . . . . . . . ช่างน่ากลัวนัก

นักรบระดับนภาปกติไม่เพียงแต่จะใช้จิตสำนึกวิญญานได้อย่างอิสระ แต่พวกเขาก็เลือกไม่ใช้มันหากไม่เกลียดชังใครจริงๆ เป็นเพราะเมื่อโจมตีวิญญานออกไปแล้ว มันก็ยากที่จะหยุดได้ ทั้งสองฝ่ายจะสามารถตกอยู่ในอันตรายและวิญญานของพวกเขาก็อาจถูกทำลายได้

ถ้าร่างกายได้รับบาดเจ็บ หรือแม้แต่ จะกลายเป็นชิ้นเล็กขิ้นน้อย ก็อาจจะมีหวังและสามารถฟื้นคืนได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อวิญญานหลักถูกทำลาย ชีวิตก็จะถูกลบออกไปอย่างสมบูรณ์และไม่สามารถฟื้นฟูได้

ดังนั้นการใช้จิตสำนึกวิญญานในการต่อสู้นั้นไม่ค่อยเกิดขึ้นที่ทะเลเคียร่านัก

อย่างไรก็ตาม ฮั่วเมิง และฮวงหนานกลับถูกกดดันด้วยแรงดันวิญญานและถูกโจมตีวิญญานทันทีเมื่อมาถึงเกาะแห่งนี้

ตั้งแต่ต้น ห้วงจิตสำนึกของพกวเขากำลังถูกครอบงำทีละร้อย จริงๆแล้วตระกูลเสียงอสูรไม่โจมตีร่างกายฝ่ายตรงข้ามโดยตรงเลย และเรื่องนี้ก็ทำให้ฮั่วเมิงและฮวงหม่านหัวเสียและหวาดกลัว พวกเขาคิดไม่ออกเลยว่าจะเป็นเช่นไรหากหลังจากนี้คนเผ่าเหล่านี้กระจายตัวกันออกไป

" อย่าแม้แต่จะคิดหนี " หยาเมิงหัวเราะออกมาและ กล่าวว่า " ด้วยการผนึกวิญญานของเจ้าทั้งเจ็ดคน ถ้าเจ้าคิดจะทำอะไร หรือคิดจะหนี เจ้าก็ไม่อาจหนีจากสัมผัสของข้าได้ ข้าขอเตือนเจ้า แม้ว่าเจ้าจะขยับเพียงเล็กน้อย ข้าก็จะทำลายวิญญานของเจ้าทันที พวกเจ้าเองก็คงรู้ หากวิญญานถูกทำลายก็เท่ากับตายอย่างสมบูรณ์' . . . "

ฮั่วเมิงและ ฮวงหนาน ก็หวาดกลัว พวกเค้าไม่กล้าที่จะทำอะไรผลีผล่ามอีก พวกเขาเพียง แต่มองไปที่กู่หลินหลงและซูหยานซิงด้วยความประหลาดใจ และดูเหมือนอยากจะรู้เกี่ยวกับชนเผ่าเหล่านี้ .

" เห้อ , เราไม่สามารถบอกทุกอย่างได้ เราพูดได้บางเรื่องเท่านั้น" เพียงแค่คำพูดไม่กี่คำของกู่หลินหลงสีหน้าของนางก็กลายเป็นดูทุกข์และเต็มไปด้วยภาวะซึมเศร้าและเสียใจ ." ขณะที่เราเข้าไปยังหุบเหวสนามรบครั้งนี้ เราพบเจอแต่เหตุการณ์ร้ายๆ เราทุกคนเกือบจะตาย " กู่หลินหลงบอกฮั่วเมิงและ ฮวงหนาน เกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาได้เผชิญมาเบาๆ

คาป้า หยาเมิงก็มองไปอย่างดูถูก พวกเขาไม่ได้ใส่ใจหรือระวังอะไรมากนัก แต่พวกเขายังคงติดต่อกับอี้เทียนโมที่อยู่อีกด้านหนึ่ง

ที่ตระกูลเคอเล่อ

ฉื่อหยาน และ อีเทียนโหมวนั่งอยู่กับที่โดยไม่ได้พูดอะไรกับอี๋เอิ่น หลังจากที่ได้รู้ว่านักรบระดับนภาจากตระกูลกู่ และดินแดนทะเลสาปเทวาศักดิ์สิทธิ์จะมาถึงเพื่อช่วยเหลือพวกเขา อี๋เอิ่นก็มีความสุขมากและวุ่นวายกับการจัดการเรื่องต่างๆ

3 วันผ่านมา

ทุกอย่างบรเกาะมังกรเหมันในที่สุดเตรียมเสร็จสิ้น เรือพร้อมแล่น ชาวบ้านธรรมดาบนเกาะรวมกันอยู่ที่ดาดฟ้าเรือ

ทุกอย่างพร้อมยกเว้นลมตะวันออก ( สำนวนภาษาจีน : ลมตะวันออก = เวลาที่เหมาะสม )

อี๋เอิ่นและอู๋เค่อก็รอนักรบจากตระกูลกู่ และดินแดนทะเลสาปเทวาศักดิ์สิทธิ์มาถึง พวกเขาได้ส่งคนของพวกเขาออกไปเพื่อค้นหานักรบเหล่านั้น พวกเขาต้องการออกไปจากเกาะนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

พวกเขาอยู่ในช่วงเวลาคับขัน

หลังจากที่ได้รับข้อความจากอีเทียนโหมว คาป้า หยาเมิง และคนอื่น ๆ ที่ซ่อนลึกอยู่ภายในป่า ก็ยังกระตุ้นจิตสำนึกวิญญานของพวกเขาเพื่อใช้เคล็ดวิชาวิญญาน ดังนั้น นักรบบนเกาะมังกรเหมันที่ได้ถูกส่งไปหานักรบของตระกูลกู่ และดินแดนทะเลสาปเทวาศักดิ์สิทธิ์ ก็ต้องกลับมามือเปล่า

อี๋เอิ่นและอู๋เค่อเริ่มเป็นกังวล และไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาส่งข้อความออกไปเพื่อถามพรรคสามเทพ แต่พรรคสามเทพเองก็มีข้อมูลเท่าที่พวกเขาที อี๋เอิ่นและอู๋เค่อจะยังคงรอ

แต่พวกเขานั้นมีเวลารอไม่มากนัก

ในที่สุด อี๋เอิ่นและอู๋เค่อ ก็ต้องหันกลับมาหาฉื่อหยาน และขอให้เขาส่งคนมาช่วยพวกเขา

" ไม่มีปัญหา " ฉื่อหยานก็ตอบทันที " มันต้องใช้เวลาประมาณสิบวัน ถึงจะออกเดินทางจากที่นี่ผ่านทะเลที่ปั่นป่วนได้ เมื่อท่านพร้อม ข้าก็จะส่งคนไปที่ท่าเรือเพื่อช่วยเหลือท่านข้ามทะเลที่ปั่นป่วนนี่อย่างปลอดภัย”

" ฉื่อหยาน ข้าขอบคุณเจ้ามาก " ลินดา หัวเราะ มองฉื่อหยานด้วยความรัก

" ไม่มีปัญหา " สีหน้าของฉื่อหยาน ก็สงบลง

" ท่านควรจะไปได้แล้ว เมื่อท่านไปถึงที่ท่าเรือ ท่านจะเห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่ อ่า ท่านแน่ใจนะว่าไม่มีใครเหลือบนเกาะนี้แล้ว"

" ไม่ ไม่มี ทุกคนออกจากเกาะมาหมดแล้ว " อี๋เอิ่น พยักหน้าตลอดเวลา พร้อมกับนึกในใจ " ใครจะกล้าอยู่ที่นี่ ? ! มีใครที่กล้าต่อสู้กับเผ่าอสูรอยู่ที่นี่ด้วยรึ ? ! "

" ลินดา เจ้าเองก็ควรไปเช่นกัน ข้าจะอยู่บนเกาะมังกรเหมันนี่ชั่วคราว แต่ไม่ต้องห่วง ที่พรรคสามเทพข้าจะไปพบกับเจ้าที่นั่น " ฉื่อหยานปลอบ ลินดา

ลินดาพยักหน้าอย่างอ่อนโยนแล้วหันไปมองอี๋เอิ่น

รอจนกว่าอี่เอิ่นและ, อู๋เค่อและผู้คนของพวกเขาไปถึงท่าเรือ  ฉื่อหยานจึงมองไปที่อีเทียนโหมว พยักหน้าและบอกว่า " ไม่เป็นไรแล้ว เจ้าเรียกพวกเรามาที่นี่ จากนี้ไป , เกาะมังกรเหมันเป็นของเรา "

ครึ่งวันต่อมา

ตี่ฉาน ยู่โหลว และคนจากเผ่าเสียงอสูรและเผ่าปีกก็ออกมาจากป่าที่อยู่ใกล้ๆ เมืองและหมู่บ้านในที่แห่งนี้เป็นของตระกูลเคอเล่อ บ้านที่เคยเป็นของสามตระกูลใหญ่ ตอนนี้กลายเป็นที่พักพิงสำหรับประชาชนของเผ่าเสียงอสูรและเผ่าปีก

หลังจากออกจากดินแดนรกร้าง ในที่สุดพวกเขาก็ได้มีที่พักเป็นของตัวเอง

" พามานี่ " ฉื่อหยาน ยืนอยู่บนชั้นสูงสุดของวัง เขาค่อยๆสั่ง อีเทียนโหมว ที่อยู่ด้านข้างเขา

หลังจากนั้นไม่นาน ฮั่วเมิง ฮวงหนาน และอีกห้านักรบของตระกูลกู่ และดินแดนทะเลสาปเทวาศักดิ์สิทธิ์ก็เดินเข้ามา

กลุ่มของฉาวจื่อหลาน ซูหยานซิง และ กู่หลินหลงก็เดินเข้ามา พวกเขาทั้งหมดมองฉื่อหยานด้วยความเกลียดชังและไม่ได้รู้ว่าตอนนี้เขาต้องการอะไรกันแน่

" ส่งข้อความไปยังผู้นำของพวกเจ้า บอกพวกเขาว่า ตระกูลหยางกลับมาแล้ว ! " ฉื่อหยานมองฮั่วเมิงและ ฮวงหนานและพูดพร้อมกับยิ้มเยาะ เขาชี้ไปที่ ตี่ฉาน อีเทียนโหมว และพูดต่อว่า " นี่เป็นพันธมิตรของตระกูลหยางจากหุบเหวสนามรบ บอกผู้นำของพวกเจ้าว่า หากพวกเขายังต้องการพวกเจ้า ก็ให้พวกเขามาที่เกามังกรเหมัน "

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1394 แล้วนะคะ มี 30 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 279 ถอนราก

คัดลอกลิงก์แล้ว