เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 270 หายนะครั้งยิ่งใหญ่

บทที่ 270 หายนะครั้งยิ่งใหญ่

บทที่ 270 หายนะครั้งยิ่งใหญ่


บทที่ 270 หายนะครั้งยิ่งใหญ่

เส้นแสงสีเงินจำนวนมากก็ส่องออกมาไม่มีสิ้นสุดจากก้อนผลึกสีขาวที่อยู่ศูนย์กลางแท่นหิน แสงสีเงินส่องทะลุออกมานอกแทน่าหิน และ เคลื่อนไหว ไปที่ฉื่อหยาน , ตี่ฉาน และ ยู่โหลวเหมือนกับลูกศระ

ทำให้ตี่ฉานและยู่โหลวตกอยู่ในความกลัว

โดยไม่ต้องคิดอะไรมาก สองผู้นำของเผ่าปีกทันทีก็ยืดปีกสีขาวและสีดำออก คลื่นสีดำและสีขาวกระจายออกมาจากปีกของพวกเขาทีละคนและผสมกับม่านแสงสีฟ้าของผลึกดาวสีคราม

หลังจากแสงสีเงินปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า ลำแสงพราวสีสันทันทีที่ก็ปรากฏขึ้น แสงหลากสันกระจัดกระจายออกไปทุกที่ แสงเหล่านั้นพุ่งไปใกล้กับเหล่าสัตว์อสุร และผนังของถ้ำจนเกิดเป็นระเบิดขึ้น

แผ่นดินสั่นสะเทือนจากการระเบิด สั่นสะท้านไปทั่วภายในถ้ำ ภูเขาสูงประมาณหมื่นเมตรช่วยไม่ได้ที่จะสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง การสั่นสะเทือนผิดปกติเกิดขึ้นไปทั่วพื้นดิน ภูเขาใหญ่สั่นราวกับว่ามันกำลังจะพังทลาย

กลุ่มคนของเผ่าเสียงอสูรและเผ่าปีกที่ยืนอยู่นอกภูเขาเสียงอสูรก็แสดงออกด้วยความหวาดกลัวขณะที่พวกเขามองไปยังภูเขาอันสูงใหญ่

ภายใต้ท้องฟ้าที่ยอดเขาสูงเสียด , เสียงระเบิดบ้าคลั่งสะท้านไปทั่วพร้อมกับหินยักษ์และประกายแสงกระจัดกระจายไปทั่ว

" ตูม ตูม ตูม "

เสียงดังเจาะเข้าไปในแก้วหู ภูเขามหึมาดูเหมือนกับว่ากำลังจะพังทลายลง รอบๆภูเขาสั่นสะท้านขณะเดียวกันก็มีหินที่อยู่สูงนับร้อยเมตรกลิ้งลงไปที่ตีนภูเขา . ทำให้คนจากทั้งสองเผ่าตกอยู่ในความหวาดกลัว

บางคนที่ตอบสนองช้าก็โดนหินยักษ์บดขยี้กลายเป็นเนื้อบด

ภายในภูเขา ตั่วหลง อีเทียนโหมว คาป้า และ หยาเมิง ทุกคนต่างก็แสดงสีหน้าจริงจัง พวกเขาต้องการที่จะไปข้างหน้าเพื่อดูว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้น แต่ในเวลาเดียวกัน พวกเขาก็หวาดกลัวพลังของเปลวไฟกลืนกินเก้าวิญญาน พวกเขาจึงไม่กล้าที่จะทำอะไรและระมัดระวังที่ตรงนั้น

อย่างไรก็ตาม เวลาก็ผ่านไปยาวนาน แต่ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในภูเขาเสียงอสูรก็ยังไม่หยุดลง มันกลับกลายเป็นรุนแรงมากขึ้น

บนท้องฟ้า สายฟ้าที่หนาแน่นก็เริ่มฟาดลงมาอย่างช้าๆ

ภูเขาทรุดตัวลงและมีก้อนหินยักษ์หลายก้อนกลิ้งลงมา คลื่นแสงสีเทาปรากฏขึ้นและหายไป โลกทั้งใบเกิดการเปลี่ยนแปลงเป้นอย่างมากในขณะเดียวกับที่ภูเขาเสียงอสูรถล่มและท้องฟ้าถล่มลงมา

มีเมฆหนาทึบปกคลุมทั่วพื้นดินและท้องฟ้า ดินแดนมืดมนที่รกร้างว่างเปล่าทั้งหมดก็กลายเป็นเหมือนกับว่าถูกกลืนกินด้วยแสงที่สุกใส

จากระยะไกลความวุ่นวายที่เกิดจากแผ่นดินไหวยังคงต่อเนื่อง พื้นดินกลายเป็นมหาสมุทรที่กราดเกรี้ยวและโหมกระหน่ำไม่หยุดนิ่ง

คนจากทั้งสองเผ่าที่อยู่ตีนเขาเสียงอสูรก็รู้สึกได้ว่าหายนะกำลังจะมาถึง นักรบที่มีระดับการบ่มเพาะสูงลอยอยู่ในอากาศ มองไกลออกไปข้างหน้า และมองไปยังกลุ่มก้อนเมฆสีขาวที่ปกคลุมทั่วพื้นดิน

ด้วยการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ในตรงที่พื้นดินแตกระแหง ปรากฏเป็นเหวลึกซึ่งมีกลิ่นอายที่รุนแรงไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง

พื้นที่กลายเป็นแตกร้าว

นักรบชั้นสูงที่มีความรู้น้อยทันทียังรู้ได้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น ใบหน้าของพวกเขากลายเป็นสิ้นหวังขณะมองไปยังยอดภูเขาเสียงอสูรที่อยู่เหนือท้องฟ้า

" ผลึกดาวสีคราม " ภายในภูเขา ใบหน้าที่ปรากฏอยู่ในผลึกก็เริ่มปรากฏคิ้วและตา หน้าตาคล้ายกับบัณฑิต เป็นแสงสีเงินที่ส่องออกมา ใบหน้านั้นอ้าปากพูดออกมาเป็นเสียงมนุษย์อย่างชัดเจน , " ต่อให้เป็นผลึกดาวสีครามก็มิอาจต้านทานได้นานนักหลอก "

" หวือหวือหวือ " .

แสงสีเงินที่เกิดจากก้อนผลึกสีขาวก็ส่องออกมามากขึ้น และประทะเข้ากับม่านแสงสีฟ้าที่ออกมาจากผลึกดาวสีคราม

ม่านแสงสีฟ้ากลายเป็นบิดเบี้ยว และพลังของมันก็อ่อนแอลง เมื่อมันถูกโจมตีด้วยแสงสีเงิน

แม้ว่าผลึกดาวสีครามในมือของตี่ฉานยังคงเปล่งแสงเจิดจ้าออกมา แต่พลังของมันก็กำลังหายไปเรื่อยๆ ผลึกดาวสีคราม หดลงไปหนึ่งในห้าเพียงแค่ชั่วเวลาสั้นๆและยังคงหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง

ตี่ฉาน แววตาก็แสดงออกอย่างเย็นชาและโหดร้าย ในขณะที่เขาเอาแต่มองไปข้างหน้า รอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้าของเขา และเขาก็พูด " ฉื่อหยาน เจ้าบอกว่าเจ้าช่วยข้าได้ ตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้ว " .

ฉื่อหยานก็ตกตะลึงและตกอยู่ในความอึดอัดใจ , " อะไร "

สีหน้าตี่ฉานก็กลายเป็นโกรธ เขาจ้องฉื่อหยาน และตะโกนว่า " งั้น ก็แปลว่าเจ้าหลอกข้าสินะ ? "

ยู่โหลวดูกังวล ในขณะเดียวกันนางก็กระตุ้นพลังจากปีกของนางเข้าไปยังม่านแสงสีฟ้า นางมองไปยังฉื่อหยานอย่างใจจดใจจ่อ " ถึงเวลาคับขันแล้ว ตอนนี้ ถ้าเจ้ามีสิ่งใดที่สามารถจัดการกับเปลวไฟกลืนกินเก้าวิญญานได้ก็ นำมันออกมามา อย่างที่เจ้าเห็น แม้มันจะยังอยู่ภายใต้การควบคุมของผนึก แต่มันก็อันตรายเป็นอย่างมาก ถ้ามันถูกปลดผนึกอย่างสมบูรณ์หละก็ ไม่มีใครสามารถหยุดมันได้แน่นอน อย่าเสียเวลาอีกเลย ทำมันเดียวนี้"

" มันอยู่ไกลเกินไป ข้าไม่แน่ใจว่าจะทำได้หรือไม่ " ฉื่อหยาน ยิ้มออกมาอย่างเสร่แสร้ง" ข้าคิดว่า ข้าสามารถจัดการมันได้ แต่ด้วยระยะทางที่ไกลขนาดนี้ คงเป็นไปไม่ได้ . . . . . . . "

" หยุดลีลาได้แล้ว " ตี่ฉานตะโกนด้วยสีหน้ารำคาญ ." พลังของม่านแสงสีฟ้านั้นลดลงเรื่อยๆ เมื่อมันหายไป วิญญานของ ยู่โหลวและข้านั้นไม่สามารถรับมือกับเปลวไฟกลืนกินเก้าวิญญานได้ เราไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากหนี ถ้าตอนนี้เราไม่สามารถจัดการมันได้ เราก็จะตายด้วยกันที่นี่ ! "

" ข้ารู้แล้ว " ฉื่อหยานพยักหน้า ; ใบหน้าของเขาดูเศร้าหมอง

" นี่ เจ้าไม่บรรลุแม้แต่ระดับนภา ยังกล้าที่จะเผชิญหน้ากับข้าอีกรึ ฝันกลางวัน! "เปลวไฟกลืนกินเก้าวิญญานภายในสีขาวคริสตัลก้อนออกมาเป็นเสียงหัวเราะชั่วร้าย " ไม่ต้องพูดถึงเจ้าเลย แม้แต่นักรบระดับพระเจ้าสามคนก็ไม่สามารถป้องกันวิญญานจากเปลวไฟของข้าได้ ในดินแดนแห่งนี้ ไม่มีนักรบระดับพระเจ้าแท้จริง ดังนั้น จึงไม่มีใครสามารถต้านท้านการโจมตีวิญญานของข้าได้ อย่าได้พยายามเสียเปล่าเลย "

" เจ้ายังมีทางเลือกอื่นอีกงั้นรึ ? " ฉื่อหยาน ไม่ได้สนใจเรื่องคำพูดล้อเลียนของเปลวไฟกลืนกินเก้าวิญญาน เขาสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อสงบตัวลง และสื่อสารกับแหวนสายโลหิต

" รูปแบบชีวิตของข้าพึ่งถูกสร้างขึ้น ดังนั้น ข้ายังคงห่างไกลจากสิ่งอันตรายนั่น วิญญานของมันนั้นแข็งแกร่งอย่างน่าอัศจรรย์ ; พลังของมันเองก็น่าหวาดหวั่นเช่นกัน เปลวไฟของข้าสามารถต้านทานพลังหยินรอบๆได้ แต่ ไม่สามารถ ทำลายผนึกชีวิตได้ . . . . . . . " แกนเพลิงส่งข้อความออกมาอย่างไม่เต็มใจเป็นครั้งแรก

"เปลวไฟกลืนกินเก้าวิญญานเป็นหนึ่งในเปลวไฟนภา ระดับของมันสูงกวาข้ามาก ในหมู่เปลวไฟนภาทั้ง 9 เจ้าเปลวไฟนี่อยู่ลำดับที่ 3 ส่วนข้านั้นอยู่ลำดับที่ 8 จิตสำนึกและรูปแบบชีวิตของมันนั้นพัฒนาอย่างสมบูรณ์มากกว่าข้า นอกจากนี้ พลังของข้ายังอ่อนแอลงเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าแหวนวงนี้จะไม่ได้ปิดผนึกข้า ข้าก็ทำได้เพียงป้องกันตัวเองเท่านั้น เมื่อต้องเผชิญหน้ากับมัน ข้าไม่สามารถรับมือกับมันได้แน่นอน นี่ช่างแย่นัก . . . . . . . " เปลวเหมันเยือกแข็ง ส่งข้อความออกมาเล็กน้อยด้วยความลังเล . " ในหมู่เปลวไฟนภาทั้งเก้า มันคือตัวตนที่รับมือได้ยากที่สุด ข้าไม่เคยได้ยินว่ามีใครที่เคยกำหราบมันได้เลย พลังของมันแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนไม่ว่าจะเป็นใครก็ไม่ชอบอารมณ์หรือนิสัยของมัน ข้าเองก็ไม่ถูกกับมัน . . . . . . . "

คำพูดของแกนเพลิง และเปลวเหมันเยือกแข็งทำให้ฉื่อหยานมีสีหน้าจริงจัง ตอนนี้เขาได้รู้แล้วว่าเปลวไฟกลืนกินเก้าวิญญานนั้นแข็งแกร่งกว่าเปลวเหมันเยือกแข็ง เขาเกรงว่าเขาอาจจะไม่อาจพึ่งพาแกนเพลิงและเปลวเหมันเยือกแข็งได้ในตอนนี้ เขาจะต้องพึ่งตัวเอง

" ลองใช้แหวนจัดการกับมันดู นอกจากนี้ ข้าก็ไม่รู้แล้วว่ามีอะไรที่เจ้าทำได้อีก " เปลวเหมันเยือกแข็งส่งข้อความออกมา . " แต่มันก็ไกลเกินไป ตอนนี้เจ้ายังไม่สามารถควบคุมแหวนวงนี้ได้ ถ้าเจ้าโยนแหวนออกไป ข้าก็ไม่รู้เช่นกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น . . . . . . . "

" นี่เป็นวิธีเดียวเท่านั้น ! " ฉื่อหยาน รูม่านตาหด ขณะที่เขาจะทำอะไร " ท่านสองคนระวังตัวไว้ ข้าไม่รู้ว่ามันอันตรายแค่ไหน หลังจากนี้ ข้าหวังว่าพวกท่านทั้งสองจะไม่เป็นอะไร .

หลังจากพูดคุย ฉื่อหยานก็ดึงแหวนสายโลหิตออกมาจากนิ้วของเขา หลังจากลังเลอยู่สักพัก เขาก็ขว้างไปที่ก้อนหินคริสตัลบนแท่นหิน

จะอยู่หรือตาย ! มาดูกัน !

ฉื่อหยาน อย่างเงียบ ๆ เขาก็ส่งจิตสำนึกของเขาไปยังแหวนสายโลหิต

แสงสีแดงก็แผ่รังสีออกมาจากแหวนสายโลหิต ทันทีที่แหวนสายโลหิตลอยออกไปจากฉื่อหยาน มันก็กลายเป็นประกายแสงรังสีโดดเด่นตรงไปที่แท่นหิน

" บูม "

เมื่อแหวนสายโลหิตลอยไปยังแท่นหิน มันก็ถูกป้องกันด้วยแสงสวรรค์และไม่สามารถผ่านม่านแสงเข้าไปได้

สีหน้าของฉื่อหยานก็เปลี่ยนไปอย่างมาก

" ครึง ครึง " .

เมื่อแหวนสายโลหิตตกลงบนพื้น แสงสีเลือดที่เกรี้ยสกราดก็ พุ่งออกไป และลวดลายที่ละเอียดอ่อนบนพื้นผิวแหวนสายโลหิตก็เริ่มเคลื่อนไหว อักษรโบราณค่อยๆลอยออกมา

" นี่. . . . . . . คือวิธีแก้ปัญหาของเจ้างั้นรึ ? " หน้าตี่ฉานกลายเป็นบิดเบี้ยวรุนแรงและก้าวร้าว เขามองฉื่อหยาน และส่ายหัวอย่างผิดหวัง " เราควรไปได้แล้ว "

ยูโร่วดวงตาสวยก็กลายเป็นมืดมน นางก้มศีรษะ ถอนหายใจ แล้วกล่าวว่า " พระเจ้าต้องการให้เราตายสินะ . . . . . . . "

" ออกไปจากที่นี่ ? " ตี่ฉาน เปิดเผย เยาะเย้ยเยาะเย้ย " แล้วจะไปที่ไหนได้? พื้นที่ด้านนอกเริ่มพังทลายแล้ว มากที่สุดก็อยู่ได้เพียงวันเดียว ดินแดนแห่งนี้จะไม่มีอีกค่อไป ต่อให้ออกไปจากที่นี่ พวกเราก็สลายกลายเป็นเถ้าถ่านอยู่ดี ด้วยพลังที่ฉีกกระฉากท้องฟ้าอยู่ตอนนี้ หากไม่ใช่นักรบระดับพระเจ้าแท้จริงก็คงมิอาจต้านทานพลังนั่นได้ เราจะต้องตายแน่นอนไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในดินแดนแห่งนี้ก็ตาม พระเจ้าคงไม่อยากให้เรามีชีวิตอยู่สินะ . . . "

ผู้นำทั้งสองของเผ่าปีกรู้สึกหดหู่เป็นอย่างมาก ในช่วงเวลานี้ พวกเขาได้สูญเสียความต้องการที่จะต่อสู้ไปหมดสิ้น

อย่างไรก็ตาม พวกเขานั้นไม่ได้สังเกตุเลยว่าหลังจากฉื่อหยานได้โยนแหวนออกไป เปลวไฟกลืนกินเก้าวิญญานที่อยู่ในก้อนผลึกได้หยุดพูดข่มขู่และเยาะเย้ย ใบหน้าของมันค่อยๆกลายเป็นกังวล

ใบหน้าสีเงินที่เหมือนกับบัณฑิตจ้องมาที่แหวนสายโลหิตอย่างดุร้ายโดยไม่กระพริบตา มันดูเหมือนจะรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่ผิดปกติ

" มันมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นในนั้น แปลกมาก เรายังมีหวัง เรายังมีหวัง ! เปลวเหมันเยือกแข็งส่งจิตสำนึกที่บางเบาออกมาจากแหวนสายโลหิต" เปลวเหมันเยือกแข็งในแหวนสายโลหิต พูดอุทานออกมา และดูเหมือนแกนเพลิงจะคิดเช่นเดียวกัน

พระเจ้า นี่มันคือ . . . . . . . มันสร้างม่านพลังใหม่มาภายในแท่นหิน มันคือ . . . . . . . "

" อะไร ? " ฉื่อหยาน ตะลึง เขานั้นไม่รู้เลยว่ามีประกายแสงบางอย่างพุ่งออกมาจากดวงตาของเขา

กลิ่นอายเลือดที่หนาแน่นแผ่ออกมาจากแหวนสายโลหิต แหวนสายโลหิตที่ตกอยู่ด้านนอกแท่นหิน อย่างเงียบๆ ลวดลายที่อยู่บนพื้นผิวแหวนสายโลหิตก็ค่อยๆเปลี่ยนไป และเกิดเป็นรูปแบบลึกลับขึ้น . . . . . . .

อย่างช้าๆ มันก็ก่อตัวเป็นรูปแผนผังจักรวาล [อยากรู้หน้าตาเป็นไงไปหาในกูเกิ้ล Bagua] เส้นแสงสีแดงแวบขึ้นใจกลางรูปแบบที่ก่อตัวขึ้นและจากนั้นมันก็หายไป

หลังจากนั้น ด้ามของดาบยักษ์ที่มีสีแดงลึกลับซ่อนลึกอยู่ภายในแหวนสาบโลหิต ทันทีก็ลอยออกไป

ดาบยักษ์ลึกลับปลดปล่อยกลิ่นอายโลหิตออกมารอบๆ 100 เมตรพร้อมกันกับกลิ่นอายทำลายล้าง แล้วเฉือนลงไปยังรูปแบบแสงสวรรค์ที่อยู่บนแทนหิน

" วุช " .

ดาบยักษ์สามารถฉีกกระฉากม่านแสงสวรรค์ได้อย่างง่ายดาย ราวกับว่ามันเป็นแผ่นกระดาษบางๆ ทันที ผนึกก็แตกออกเป็นชิ้นๆ

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1394 แล้วนะคะ มี 30 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 270 หายนะครั้งยิ่งใหญ่

คัดลอกลิงก์แล้ว