เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 267 เปลวไฟกลืนกินเก้าวิญญาน

บทที่ 267 เปลวไฟกลืนกินเก้าวิญญาน

บทที่ 267 เปลวไฟกลืนกินเก้าวิญญาน


บทที่ 267 เปลวไฟกลืนกินเก้าวิญญาน

ในถ้ำหินที่มืดมิด ฉื่อหยานจ้องไปที่จักพรรดิ์นีเของตระกูลปีกขาวที่กำลังโกรธด้วยแววตาใสซื่อ นางนั้นอยากจะชกเขาเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อคิดถึงสิ่งที่อยู่ภายในภูเขา นางก็ต้องยับยั้งการระคายเคืองของนาง นางจ้องเขาด้วยสายตาเร่าร้อนของนาง หญิงสาวดึงมือของเขา และพาเขาไปยังศูนย์กลางของภูเขา

ด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธที่อยู่ภายใน การกระทำของยู่โหลวนั้นไม่อ่อนโยนเลย มือเล็กของนางเป็นเหมือนกับคีมบีบไปที่มือของฉื่อหยาน

" โอ้ ! ? "

แม้ว่ายู่โหลวจะเพิ่มแรงบีบไปอย่างต่อเนื่อว นางก็ตระหนักได้ว่า ฉื่อหยานไม่ได้พูดหรือร้องออกมาเลยราวกับว่าเขาไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่นิด กับความประหลาดใจของนาง นางก็เอาแต่บีบไปที่มือของเขา

ยู่โหลวก็แปลกใจ แรงที่นางใช้นั้นเพียงพอที่จะบดกระดูกของนักรบระดับรู้แจ้งด้วยซ้ำ แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่า ฉื่อหยานจะอยู่เพียงแค่นภาที่สองของระดับหายนะ เขากลับทำเพียงขมวดคิ้วเล็กน้อยเท่านั้น

" ท่านพอใจแล้วหรือยัง ?"  เมื่อยู่โหลวบีบแรงขึ้น ฉื่อหยานจึงเริ่มพูดออกมา " ถ้าท่านยังทำเช่นนี้อยู่ ก็ช่วยไม่ได้หากข้าจะร้องออกมา หากท่านได้ปลดปล่อยความโกรธแล้ว ก็อย่าได้ทรมานข้าเลย . "

" เจ้าเด็กบ้า เจ้านั้นไม่ธรรมดาจริงๆ เส้นชีพจรของเจ้าดูเหมือนจะเปลี่ยนไปอย่างต่อเรื่อง พวกมันแต่ละเส้นนั้นประหลาดเป็นอย่างมาก เหมือนกับว่ามีพลังบางอย่าง ช่วยต้านรับและหลอมรวมอยู่ภานใน . . . . . . . "

ยู่โหลวยังคงบีบมือของเขาไว้แน่น นางไม่คิดที่จะลดแรงที่นิ้วมือของนางลงเลย นางยังคงพูดด้วยเสียงที่อ่อนโยนและจ้องมองอย่างประหลาดใจ " ฉื่อหยาน , ร่างกายของเจ้านั้นไม่เหมือนกับคนทั่วไป ข้ามีความรู้สึกว่าเส้นชีพจรในร่างกายของเจ้าทั้งหมดดูเหมือนจะแตกต่างออกไปเป็นอย่างมาก เมื่อเทียบกับคนปกติ เจ้าทำอะไรกันแน่ ? "

นางนั้นยังต้องการที่จะสำรวจความลับทั้งหมดภายในร่างกายของ ฉื่อหยาน ครั้งสุดท้ายเมื่อนางได้กลับไปยังเมืองโบราณ นางก็ได้พบว่ามีพลังยางอย่างอยู่ในเลือดและเส้นเลือดของฉื่อหยานซึ่งมันได้กดขี่โลหิตอมตะอยู่ นางนั้นรู้เรื่องเกี่ยวกับเรื่องราวโบราณมากมาย ดังนั้นนางจึงนึกไม่ออกเลยว่าพลังอะไรกันอยู่เหนือกว่าพลังในสายเลือดของพระเจ้าราชันย์อมตะ

นางเดาว่าฉื่อหยาน ยังคงปกปิดความลับบางอย่างอยู่ นางตระหนักได้ว่ามีอำนาจลึกลับบางอย่างกำลังกดขี่โลหิตอมตะอยู่ในเลือดภายในร่างกายของเขา มิฉะนั้นโลหิตอมตะคงไม่สงบเช่นนี้

" ไม่มีอะไร . . . . . . . " ฉื่อหยานส่ายหัว .

เขาต้องเก็บทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณต่อสู้ลึกลับของเขาให้มิด . เขาจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้กับใครเด็ดขาด ไม่ต้องพูดถึงมันยู่โหลว แม้จะเป็นเซี่ยซินหยานเขาก็ยังคงไม่บอกนาง

" ฉื่อหยาน , บางทีเจ้าอาจจะยังไม่รู้ แต่ข้าได้บอกเล่าเกี่ยวกับสถานการณ์ของเจ้าให้ ตี่ฉานฟังแล้ว . " ยู่โหลวก็พูดขึ้นหลังจากคิดสักพัก " ตี่ฉาน เป็นคนหยิ่ง ไม่มีใครที่มีระดับการบ่มเพาะที่สูงและโหดร้ายเช่นเขา ในเผ่าเสียงอสูรและเผ่าปีก ตี่ฉานถือได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งของนักรบระดับสูง แม้แต่ข้าก็ยากที่จะเป็นคู่แข่งของเขา ถ้าเจ้าสามารถได้รับการสนับสนุนจากตี่ฉาน และเมื่อเขาตัดสินใจที่จะทำตามคำแนะนำของบรรพบุรุษ เขาก็จะยอมรับเจ้าเป็นนายเหนือหัว จากนั้นเขาก็จะปกป้องชีวิตของเจ้า ดังนั้นเจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของเจ้า หลังจากออกจากดินแดนรกร้างแห่งนี้ได้ เจ้าจะมีขุมกำลังมหาศาลคอยสนับสนุน . ด้วยความร่วมมือของตี่ฉาน และข้า รวมถึงเปลวไฟนภา ซึ่งเป็นศัครูตามธรรมชาติของเผ่าเสียงอสูร บางทีเจ้าอาจจะสามารถกำหราบเผ่าเสียงอสูรได้ เจ้ารู้ใช่หรือไม่นั่นหมายความว่าเช่นไร? "

" อะไรนะ ? " ฉื่อหยานก็มองไปด้วยความตกใจ ตาของเขาสว่างขึ้น เห็นได้ชัดว่าเขาประหลาดใจเพียงใด

" อย่างไรก็ตาม ตี่ฉาน หยิ่งยโสโอหังมาก ถึงแม้ว่าเจ้าจะเป็นลูกหลานของพระเจ้าราชันย์อมตะ เจ้าก็ยังเป็นแค่นักรบระดับปฐพี มันไม่ง่ายเลยที่จะทำให้เขาเชื่อฟังเจ้า "ยู่โหลว พูดอย่างต่อเนื่อง " ดังนั้น ถ้าเจ้าต้องการที่จะให้ตี่ฉานร่วมมือด้วย เจ้าจะต้องแสดงความสามารถของเจ้าออกมาให้มากกว่านี้ เจ้าไม่ควรเก็บซ่อนมันไว้ นอกจาก ตี่ฉาน จะได้เห็นความสามารถที่แท้จริงของเจ้าแล้ว เขาจะไม่นับถือหรือปฏิบัติตามเจ้าเด็ดขาด " ยู่โหลว ค่อยๆ อธิบายให้เขาฟัง

ฉื่อหยาน ฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ หลังจากที่ยู่โหลวพูดจบ เขาก็พยักหน้าช้าๆ และกล่าวว่า " ข้าเข้าใจแล้ว "

ฉื่อหยาน ดูเหมือนว่าเขาจะรู้แล้วว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นเช่นไร ยู่โหลวไม่ได้พูดอะไรต่อและยิ้มให้ จู่ๆ นางพุ่งออกไปและกลายเป็นรัศมีสีขาวสาดไปที่ตรงกลางของภูเขา

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

" แตร๊ก แตร๊ก”

" แคว๊กก แคว๊กกก " .

ลึกภายในภูเขา เสียงคำรามของสัตว์อสูรเสียงดังก้องไปอย่างต่อเนื่อง พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ด้วยเสียงที่บาดหูและเสียงสายฟ้าที่อยู่นอกภูเขา

ยู่โหลว กับฉื่อหยานืั้ถูกจับก็บินตรงเข้ามาในภูเขาพร้อมกัน ตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้เขาก็ยังอยู่่ในถ้ำมืดที่มืดมิด

อย่างไรก็ตาม ยู่โหลวรู้ทุกเส้นทางบนภูเขาดี นางตามไปยังทิศทางที่ ตี่ฉาน อีเทียนโหมวไป นางไล่ตามพวกเขามาอย่างรวดเร็ว

ไม่แน่ใจว่าเวลาได้ผ่านไปนานเท่าไหร่ , ฉื่อหยาน พลันได้ยินเสียงคำรามของสัตว์อสูรเสียง , เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ที่เป็นการโจมตีพิเศษมุ่งมา

ในเวลาเดียวกัน , ร่างของยู่โหลวก็เคลื่อนไหวช้าลง แสงสีเงินจางๆเข้ามาใกล้พวกเขา แสงสว่างนี้สว่างขึ้นในถ้ำมืด

" ตี่ฉาน !" ยู่โหลวตะโกนตกใจ นางปล่อย ฉื่อหยาน และบุกไปข้างหน้า

" ตูม ตูม ตูม "

พลังที่น่ากลัวอย่างเหลือเชื่อประทะกันและเกิดระเบิดขึ้นในถ้ำ หินลาวาขนาดใหญ่ทันทีก็กลายเป็นชิ้นๆ กระจายทั่วในถ้ำหลังจากที่ถูกโจมตีด้วยพลังเหล่านั้น

ฉื่อหยาน ยืนอยู่บนก้อนหินลาวาที่แข็งแรงก้อนหนึ่ง เขาต้องการที่หามุมที่สามารถมองเห็นฉากที่ิอยู่่ด้านหน้าของเขาได้อย่างชัดเจน แต่ฝุ่นสีเทาหนาก็ปิดกั้นวิสัยทัศน์ของเขาไว้ ฝุ่นละอองจำนวนมากได้ลอยเข้าไปในดวงตาของเขา ทำให้เกิดอาการคันระคายเคือง .

หลังจากที่เขาได้ปลดปล่อยจิตสำนึกวิญญานของเขาออกไป เขาก็พบว่ามีสนามแม่เหล็กวิญญานหมุนอยู่ภายในถ้ำ

สนามแม่เหล็กวิญญานทันทีก็กดทับลงมาที่จิตสำนึกวิญญษนของเขา มันได้สลายจิตสำนึกวิญญานของเขาอย่างไม่เหลือร่องรอย

ทันทีเขาก็ตกใจด้วยความกลัว เขาไม่กล้าที่จะส่งจิตสำนึกวิญญานของเขาออกไปอีกครั้ง แต่เขาก็ได้โคจรพลังปราณลึกลับไปที่ดวงตาของเขา และพลังปราณลึกลับของเขาก็ได้รวมกันกลายเป็นม่านแสง

แม้ว่าเขาไม่สามารถเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในถ้ำ หรือปล่อยจิตสำนึกวิญญานของเขาออกไป มันไม่ได้หมายความ ว่า เขาจะไม่สามารถมองเห็นมันได้

พลังที่กราดเกรี้ยวได้ทำลายก้อนหินที่อยู่บนภูเขาเสียงอสูรไปหลายก้อน ก้อนหินแตกกระจาย เกิดเป็นฝุ่นเต็มไปหมด ด้วยแรงสั่นสะเทือน เขามั่นใจว่า นักรบยอดฝีมือกำลังต่อสู้กันอยู่ในถ้ำ

ยู่โหลวได้ร้องตะโกนออกไปทันที เมื่อนางเห็นว่าตี่ฉานกำลังต่อสู้อยู่ ดังนั้น นางจึงปล่อยฉื่อหยานและมุ่งไปที่ ตี่ฉาน

แม้ว่า ตี่ฉาน จะเป็นนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดทั้งในเผ่าเสียงอสูรและเผ่าปีก ไม่ว่าสถารการณ์จะเลวร้ายเพียงใดหรือ คู่ต่อสู้ของเขาคือสัตว์อสูรเสียงที่อยู่เหนือสัตว์อสูรเสียงทั้งปวงและยังเป็นปีศาจที่กระหายเลือดมากที่สุด ไม่ว่าคนๆมันจะเป็นอะไร มันก็คงไม่สามารถชนะตี่ฉานได้อย่างแน่นอน

ดังนั้น ฉื่อหยานจึงยืนอยู่ที่เดิมอย่าง , สงบเงียบ และ รอ

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

แสงแดงระเรื่อที่ปรากฏอยู่ในถ้ำมืด ค่อยๆริบหรี่ลง ฝุ่นและเถ้าถ่านที่กระจายอยู่รอบๆและบังวิสัยทัศน์ของเขาก็ถูกซัดปลิวไปด้วยพลังที่มองไม่เห็น ฝุ่นและเถ้าถ่านรอบๆ ฉื่อหยานก็หายไป

" โอ้ ! " ฉื่อหยาน ก็ตกใจเป็นอบ่างมาก จู่ ๆเขาก็มองไปยังแหวนสายโลหิตบนนิ้วของเขา เขาเห็นแสงสีแดง ส่องออกมาจากแหวนสายโลหิต

ด้วยแสงสีแดงที่ส่องออกมา วิสัยทัศน์ของฉื่อหยานก็กลายเป็นชัดเจน ทุกอย่างรอบๆตัวเขากลายเป็นชัดมากขึ้น

นี่เป็นถ้ำขนาดใหญ่ แสงสีแดงยังคงส่องประกาย ชำระล้างขี้เถ้าและฝุ่นออกไป ฉื่อหยานก็เริ่มเห็นเส้นทางของถ้ำที่ยาวไม่รู้จบ

มีหยกสีน้ำตาลแขวนอยู่เหนือหัวของเขา 30 เมตร พื้นผิวเต็มไปด้วยหลุมขนาดใหญ่เท่าปลานนิ้ว ทั้งท้องฟ้าและพื้นดิ้นหยาแน่นไปด้วยกลิ่นอายพลังหยิน

สถานที่แห่งนี้ แน่นอนว่าย่อมเป็นแกนหลักของภูเขาเสียงอสูร

เขามองตามแสงสีแดงที่ส่องออกไป จนแสงสีแดงครอบคลุมเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่กว้างเท่ากับห้าสนามฟุตบอลรวมกัน เขาก็เริ่มเห็นดวงตาหลายคู่ที่มีสีแตกต่างกันกระพริบไปมา ในขณะที่แสงสีแดงยังคงส่องแสงอยู่ดวงตาเหล่านั้นก็ปรากฏขึ้น

สัตว์อสูรเสียงปรากฏตัวขึ้นทุกที่ พวกมันมีจำนวนหลายร้อยหลายพันตัว จากระยะไกลออกไปพวกมันแต่ละตัวจ้องมองมาที่เขาด้วยความเกลียดชัง

ฉื่อหยานเห็นได้ชัดว่าไม่หวาดกลัว เขาเผยรอยยิ้มอ่อน เปลวไฟสีแดงก็โผล่ออกมาจากฝ่ามือของเขา และพลังของเปลวไฟนภาก็หลั่งไหลออกมาจากร่างของเขา สัตว์อสูรเสียงที่เห็นก็ตกอยู่ในความหวาดกลัว พวกมันขยับถอยไปหลังทีละนิด

" ที่นี่ที่ไหน ? "

จิตสำนึกของเปลวเหมันเยือกแข็งก็ลอยออกมาจากแหวนสายโลหิตทันีท เป็นเปลสเหมันเยือกแข็งที่ส่งข้อความออกมา . ท้องฟ้าและพื้นดิน เต็มไปด้วยกลื่นอายพลังหยินที่หนาแน่น ภายในที่แห่งนี้เต็มไปด้วยพลังหยินที่เย็นยะเยือกจนสามารถทำลายวิญญานได้ นี่ นี่ . . . . . . . "

" แหวนสายโลหิตปลดผนึกให้เจ้าแล้วงั้นรึ ? " ฉื่อหยานตอบกลับทันทีด้วยความสุข

แหวนสายโลหิตคงจะตระหนักได้ว่าอันตรายกำลังจะมาถึงตัว นอกจากนี้ เพราะจิตสำนึกตอนนี้ของแกนเพลิงได้ถูกสร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว มันจึงไม่ผนึกข้าอีก . " เปลวเหมันเยือกแข็งรีบตอบเขา แล้วมันก็พูดกระตุ้นฉื่อหยาน " ออกไปจากสถานที่นี้ซะ ที่นี่มันอันตรายเป็นอย่างมาก กลิ่นอายพลังหยินนี้สามารถทำลายวิญญาณของมนุษย์ได้ . มันคือ . . . . . . . "

" อะไร ? "

" มันคือเปลวไฟกลืนกินเก้าวิญญาน หนึ่งในเปลวไฟนภา , มันเป็นหนึ่งในตัวตนที่อันตรายที่สุด เปลวไฟของมันนั้นไม่ใช่เปลวไฟที่มวลสารที่แท้จริง มันสามารถทำลายวิญญาณของสิ่งมีชีวิตได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าสิ่งมีชีวิตใดก็แทบจะไม่สามารถต้านทานพลังไฟของมันได้เลย ทันทีปลวไฟกลืนกินเก้าวิญญานสัมผัสกับร่างกายของเจ้า มันก็จะเผาวิญญานของเจ้าเป็นเถ้าถ่านทันที "

" เจ้าบอกได้หรือไม่ว่ามันอยู่ที่ไหน "

" มันอยู่ตรงนั้น ข้ารู้สึกถึงมันได้ เจ้าควรจะไปซะเดี๋ยวนี้ "

" ตูม ตูม ตูม "

เสียงต่อสู้ที่เกรีั้ยวกราดพร้อมกับเสียงร้องของยู่โหลวก็ดังขึ้นมาจากพื้นดินที่สั่นสะเทือนและเสียงคำรามโหยหวน .

หน้าฉื่อหยานเปลี่ยนไปอย่างมาก เขาก็มองไปยังทิศทางนั้น

แสงที่ส่องออกมาจากแหวนสายโลหิตก็ส่องออกไป มันพัดฝุ่นและเถ้าถ่านรอบๆ ฉื่อหยาน และเปิดวิสัยทัศน์ของเขาให้ค่อยๆชัดเจนขึ้น

จ้องมองไปอย่างระมัดระวัง เขาก็ตระหนักได้ว่ามีร่างหนึ่งกำลังต่อสู้กับสัตว์อสูรเสียงหลายตัวพร้อมกับเกิดระเบิดที่รุนแรงขึ้น . นี้ฝูงสัตว์อสูรเสียงที่ก้าวร้าวเป็นอย่างมาก พวกมันไม่เกรงกลัวความตาย ร่างยักษ์ของพวกมันปกคลุมไปด้วยเกล็ด ซึ่งดูน่ากลัวและดุร้ายเป็นอย่างมาก

สัตว์เหล่านั้นปล่อยกลิ่นอายพลังหยินที่รุนแรงออกมา สีตาของเขาเป็นสีเงิน สายตานั้นแนบติดกับร่างกาย ร่างกายของพวกมันดูราวกับถูกหล่อขึ้นมาจากเหล็กที่แข็งแกร่ง สัตว์อสูรเสียงเหล่านี้ไม่เหมือนกับทั่วไป ถึงแม้ว่าพวกมันจะมีขนาดใหญ่ พวกมันกลับไม่มีร่องรอยขอชีวิตราวกับว่าวิญญานของพวกมันถูกถอนไปอย่างสมบูรณ์ ร่างกายทั้งหมดของพวกมันเต็มไปด้วยเกล็ดและกลิ่นอายแห่งความตาย

สัตว์อสูรเสียงเหล่านี้ทำให้ผู้นำทั้งสาม ตี่ฉาน ยู่โหลว ตั่วหลง ต่อสู้กับพวกมันด้วยความยากลำบาก

" นั่นคือสัตว์อสูรเก้าวิญญาน ในร่างกายของสัตว์อสูรเหล่านั้นเต็มไปด้วยพลังหยินและเก้าสมถะ พวกมันนั้นไร้ซึ่งวิญญาน พวกมันจะไม่รู้สึกเจ็บปวดหรือถูกควบคุมด้วยความจาย พลังของพวกมันจะแข็งแกร่งขึ้น เมื่อพวกมันตาย มันเป็นเรื่องยากมากที่จะจัดการกับสัตว์อสูรผีดิบพวกนี้ เว้นเสียแต่ว่าจะทำลายพวกมันจนเป็นขี้เถ้า มิฉะนั้น หากมีกระดูกเหลือเพียงแม้แต่ข้อเดียว เปลวไฟกลืนกินเก้าวิญญานก็ยังสามารถควบคุมพวกมันและโจมตีเราได้ . " เปลวเหมันเยือกแข็งอธิบาย

ทันที ประกายแสงของความประหลาดใจก็ส่องออกมาจากดวงตาของฉื่อหยาน

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1394 แล้วนะคะ มี 30 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 267 เปลวไฟกลืนกินเก้าวิญญาน

คัดลอกลิงก์แล้ว