เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 261 ความเมตตา

บทที่ 261 ความเมตตา

บทที่ 261 ความเมตตา


บทที่ 261 ความเมตตา

ที่เมืองหินยักษ์โบราณ

ฉื่อหยานและยู่โหลวก็กลับมาด้วยกัน หลังจากพูดคุยกัน ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็เปลี่ยนไป

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่สามารถอธิบายได้ง่ายๆ อย่างไรก็ตาม ฉื่อหยาน ก็มั่นใจว่า ความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ได้เป็นเพียงการแสวงหาประโยชน์เท่านั้น

หลังจาก กลับ ไป ที่เมืองโบราณ ฉื่อหยานก็เดินตรงไปยังอาคารหิน ที่ อีเทียนโหมวอยู่เพื่อหาอีฉู่ปี่ เพื่อคุยกับนาง

ในห้องโถงมืดๆ อีเทียนโหมวก็ให้อีฉู่ปี่ทำบางอย่าง หลังจากทราบเรื่องของฉื่อหยาน อีเทียนโหมวก็แปลกใจเล็กน้อย เขาลังเลอยู่สักพักก่อนที่จะพูดกับอีฉู่ปี่ " เจ้าไปที่นั่น และดูว่าเขาต้องการอะไร ไอ้เด็กบ้านี่เป็นความหวังของเราทั้งสองเผ่า เราจะพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อตอบสนองความต้องการของเขา และเพื่อความสะดวกสบายของเขา

" ค่ะ ท่านพ่อ " อีฉู่ปี่พยักหน้า

อีฉู่ปี่รีบเดินออกจากห้องโถง นางยืนอยู่ตรงหน้าฉื่อหยานและถามเขาด้วยใบหน้าที่ไม่สนใจ" เจ้าต้องการอะไร ?"

ตั้งแต่ ฉื่อหยาน ได้ขอให้เผ่าเสียงอสูรมอบหญิงสาวทั้งสามให้เป็นวัตถุสนองพึงพอใจทางเพศของเขา ในสายตาของคนเผ่าเสียงอสูรทั้งหมดเขาก็กลายเป็นคนมากตัณหา แม้แต่อีฉู่ปี่ ที่มีความรู้สึกดีๆกับเขาในตอนต้นเองก็ยังไม่อยากจะเจอหน้าเขา

ฉื่อหยาน ไม่สนว่าคนอื่นจะคิดกับเขาอย่างไรหรือไม่คิดจะโทษอีฉู่ปี่ด้วย แต่เขาต้องทำบางอย่างเพื่อเปลี่ยนแปลงทัศนคติของนาง

" นี่ ข้ามีผลึกอสูรของสัตว์อสูรเสียง 93 ก้อน”

ฉื่อหยาน ค่อยๆดึงกระเป๋าสีเทาออกมาจากแหวนสายโลหินและ เขาก็โยนมันให้อีฉู่ปี่ จากระยะไกล และกล่าวด้วยรอยยิ้ม " ระดับสัตว์อสูรเหล่านี้ไม่เลวร้ายนัก ข้ารู้ว่าพวกมันจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการบ่มเพาะของเผ่าเสียงอสูร พวกมันเป็นทรัพยากรที่ล้ำค่าที่ทำให้เจ้าพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว

อีฉู่ปี่ ก็สับสนและประหลาดใจ นางถามว่า " เหตุใดเจ้าถึงได้มอบผลึกสัตว์อสูรเสียงมากมายเหล่านี้แก่ข้า ? "

" ข้ามีเรื่องให้เจ้าช่วย”

" เรื่องอะไร ? "

" ผลึกอสูรเหล่านี้สามารถแลกกับมนุษย์ทุกคนที่ถูกหยาจี่จับไปได้หรือไม่ พวกเขาเป็นประโยชน์ต่อข้า "

" มนุษย์ ? " ใบหน้าที่งดงามของอีฉู่ปี่ก็แสดงออกด้วยความประหลาดใจ นางมองไปที่ฉื่อหยานด้วยใบหน้าที่เย็นชา " เจ้าสนใจผู้ชายเช่นกันรึ ? "

ร่างบอบบางของยู่โหลว จักพรรดิ์นีตระกูลปีกขาวก็สั่นเทาเล็กน้อย ตาของนางจ้องมอง ฉื่อหยาน ด้วยความตกตะลึง

นางมาที่นี่กับฉื่อหยาน โดยไม่รู้เลยว่าเขามีความตั้งใจเช่นไร นางไม่คิดเลยว่า ฉื่อหยานจะไล่ฆ่าสัตว์อสูรเสียงจำนวนมากและเก็บเกี่ยวผลึกอสูรจำนวนมากมาก็เพื่อแลกมนุษย์ผู้ชายคนอื่น '

ถ้าไม่ติดที่ว่าความจริง ฉื่อหยานได้ขอตัวหญิงสาวทั้งสามก่อน ยู่โหลวคงจะช่วยไม่ได้ที่จะคิดว่าเขาเป็นเช่นนั้น นางพูดด้วยเสียงเบาๆพร้อมกับใบหน้าที่แปลกประหลาด " ฉื่อหยาน จริงๆแล้วเจ้าชอบอะไรกันแน่ ?

" เฮ้ . . . . . . . " ฉื่อหยานก็ตกตะลึง เขาคิดสักพักก่อนที่เขาจะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น เขาจึงรีบอธิบาย " ความคิดของผู้หญิงนี้ซับซ้อนเสียจริง ที่ข้าต้องการนักรบชายเหล่านั้นก็เพื่อการบ่มเพาะของข้า มันไม่ใช่สิ่งที่พวกเจ้าคิดแน่นอน . . . . . . . "

"เมื่อตอนที่เจ้าขอหญิงสาวเหล่านั้น เจ้าก็บอกว่านำพวกนางไปฝึกบ่มเพาะ . . . . . . . " อีฉู่ปี่พูดอย่างเย็นชา และกล่าวว่า " ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมีรสนิยมที่เปลี่นแปลงไปมาเช่นนี้ เจ้าไม่สนว่าจะร้อนหรือเย็น ผิดหรือถูก ข้าประเมินเจ้าต่ำไปจริงๆ "

" ฉื่อหยาน เจ้า . . . . . . . " ยู่โหลว สายตาแสดงออกอย่างสะอิดสะเอียน นางถอยไปหลายเมตรห่างจาก ฉื่อหยาน ดูเหมือนว่านางต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็เงียบไปในที่สุด

" ให้ตายเถอะ ! มันไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเจ้าคิด " ฉื่อหยานยิ้มอย่างขมขื่น . ข้าต้องการนักรบชานเพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน พวกเจ้าจะคิดดีๆบ้างได้หรือไม่ ?

" ทำไมเจ้าไม่ไปให้หยาจี่เองหละ ? " อีฉู่ปี่ขมวดคิ้วเข้าหากัน นางเชื่อคำพูของฉื่อหยานไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็พูดต่อ " ด้วยผลึกอสูรเหล่านี้ แน่นอนว่าเขาจะต้องยินดีที่จะทำธุรกิจกับเจ้าแน่ .

" เจ้านั้นรังเกียจข้าอยู่พอตัว ข้าเกรงว่า เขาจะไม่แม้แต่จะฟังข้อเสนอของข้า้วยซ้ำ . " ฉื่อหยานเผยรอยยิ้มบางๆ แล้วพูดกับอีฉู่ปี่“นั่นเป็นเหตุผลที่ข้าต้องมารบกวนเจ้า”

หลังจากคำพูดนั้นออกมา เขาไม่ได้พูดอะไรต่อไปอีก เขาหันหลังกลับ เดินไปทางอาคารหิน ซึ่งเป็นสถานที่พักชั่วคราวของเขา

อีฉู่ปี่ตกตะลึง นางถือถุงไข่มุกผลึกอสูร และเข้าไปในอาคารด้วยความสงสัย

หลังจากเดินไปเพียงไม่กี่ก้าว อีเทียนโหมวก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้านางและถามว่า " อีฉู่ปี่ เจ้าเด็กบ้านั่นอยากเจอเจ้าทำไม ?

หลังจากที่อีฉู่ปี่ได้รายงานเรื่องที่เกิดขึ้นไป อีเทียนโหมวก็ครุ่นคิด หลังจากนั้นไม่นาน อีเทียนโหมวดวงตาก็ส่องประกายออกมา เขาพึมพำกับตัวเอง " นี่ . . . . . . . "

" เกิดอะไรขึ้น " จู่ ๆอีฉู่ปี่ก็ถามขึ้น " ท่านพ่อ , ท่านรู้งั้นรึว่าเขาต้องการอะไร ?

"ไม่ ไม่มีอะไร เจ้าควรไปหาหยาจี่และเสนอข้อแลกเปลี่บนกับเขาซะ ข้าจะคิดต่อว่าจริงๆแล้วเขาต้องการอะไรกันแน่ " อีเทียนโหมวขมวดคิ้ว . เขารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยในหัวใจ และก็เหมือนว่าเขาจะคิดอะไรบางอย่างออก" เป็นไปไม่ได้ ! มันแสบจริง ๆ จะสามารถเรียนรู้คัมภีร์ของเผ่าเสียงอสูรได้ในเวลาสั้นๆ ? เขารู้วิธีที่จะใช้เมล็ดจิตวิญญาณ ?

นอกห้องโถง ยู่โหลวถามฉื่อหยานด้วยใบหน้าสับสน , " ทำไมเจ้าถึงต้องการนักรยเหล่านั้นกัน ? เจ้าต้องการที่จะต่อสู้กับพวกเขาเพื่อสั่งสมประสบการณ์ของเจ้างั้นรึ ? นั่นไม่จำเป็นสักนิด เราเพียงแค่ต้องการทำลายผนึกเท่านั้น เราไม่ได้ขอให้เจ้าต่อสู้กับใคร เจ้าต้องการจะทำอะไรกันแน่ ? "

" ที่เจ้าพูดก็เกือบจะถูก " ฉื่อหยานยิ้มโดยไม่อธิบายอะไร หลักจากที่เขาเข้ามาในปราสาท เขาก็โบกมือของให้นางและกล่าวว่า " ท่านคิดถึงเรื่องของท่านเองดีกว่า ข้าต้องการคิดเกี่ยวกับสิ่งบางอย่างเล็กน้อย "

ยู่โหลวคิ้วบนใบหน้าที่งดงามของนางก็ขมวด แม้ว่านางยังคงเต็มไปด้วยความสงสัย แต่นางก็ไม่ได้ถามเขาใดๆอีก หลังจากคิดสักพัก นางก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและลงยืนบนปราสาทอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งตี่ฉานนั่งแข็งทื้อเป็นก้อนหินอยู่ที่นั่น

ตี่ฉานค่อยๆลืมตาขึ้นเมื่อยู่โหลวมาถึงและถามนางด้วยเสียงประหลาดใจ " ข้าจำได้ว่า เจ้าชั่วน้อยนั่นออกจากเมือง ?

" ใช่ เขาออกไปนอกเมืองเพื่อฆ่าสัตว์อสูรเสียง เขาสามารถเก็บเกี่ยวผลึกอสูรได้เกือบร้อยก่อนและใช้พวกมันในการแลกเปลี่ยนนักรบที่เหลือจากหยาจี่ . . . " ยู่โหลว กล่าวว่า " ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร การกระทำของเขาแปลกเป็นอย่างมาก เขาเหมือนมีแผนลับบางอย่าง "

" ไม่ว่าเขาจะทำอะไร มันก็ไม่เป็นไร ตราบใดที่เขารู้ว่าเขาต้องทำอะไร " ตี่ฉานไม่ขยับใดๆ เขาครุ่นคิดสักพักก่อนจะพูดต่อ " เมื่อตอนที่เจ้าตามเขาไปล่าสัตว์อสูนเสียง เจ้าสังเหตุเห็นอะไรบ้าง พลังของเขามีการเปลี่ยนแปลงเช่นไร ?

" น่าสนใจเลยทีเดียว" ยู่โหลวตอบกลับด้วยใบหน้าจริงจัง " พลังในการรับรู้และระดับการบ่มเพาะของเขาพัฒนาไปอีกขั้นในเวลาแค่ครึ่งเดือน ข้าเชื่อว่าเขาจะสามารถทำลายผลึกได้อีกไม่นาน ศักยภาพของเขายากที่จะจินตนาการได้ ถ้าเขามีเวลาในการฝึกฝนมากพอ เขาจะต้องกลายเป็นนักรบที่โดดเด่นของคนรุ่นใหม่ของมนุษยชาติแน่ๆ . "

ตี่ฉานก็ประหลาดใจและสับสนอยู่สักพัก หลังจากนั้น เขากล่าวด้วยสีหน้าแปลก ๆ " ยู่โหลว เจ้านั่นเป็นอย่างที่เจ้าบอกจริงรึ ? "

" เจ้าไปดูเอง ข้ามั่นใจว่าถึงตอนนั้นทัศนคติที่เจ้ามีต่อเขาจะเปลี่ยนไป บางทีเขาอาจจะกลายเป็นความหวังของเราทั้งสองเผ่าในอนาคตอันใกล้นี้ก็ได้ " ยู่โหลวค่อยๆพูด หลังจากที่ครุ่นคิดสักพัก นางกล่าวต่อว่า " ข้าไม่รู้ว่าข้าคิดไปเองรึป่าว เบานั้นยังมีบางอย่างซ่อนอยู่ ข้าไม่คิดว่าเขาคือคนธรรมดาทั่วไป บางที . . . . . . . "

" ทำไม ? " ตี่ฉานก็ถามด้วยเสียงต่ำ

ยู่โหลวตอบเบาๆ " บางทีในร่างกายของเขา นอกจากโลหิตอมตะแล้ว ยังมีสิ่งมหัศจรรย์บางอย่างอีก "

" อะไรนะ ? " ตี่ฉานก็ยืนขึ้นพร้อมกับสีหน้าสับสน. อะไรกันที่ทำให้เจ้าพูดอย่างนั้น ?

นางสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่ยู่โหลวพูดอีกครั้ง " ข้ารู้สึกได้ว่ามีพลังบางอย่างดูเหมือนจะควบคุมโลหิตอมตะของเขาอยู่ ดูเหมือนจะมีพลังที่ยิ่งใหญ่กว่าโลหิตอมตะไหลอยู่ในร่างกายของเขา แต่มันก็หลบซ่อนอย่างดีในร่างของเขา . บางครั้งก็สามารถสัมพัสถึงมันได้ บางครั้งก็ไม่ พลังอำนาจที่แข็งแกร่งนี้ดูเหมือนจะมีความสามารถในการปกปิดตนเอง"

ตี่ฉาน แววตาก็แสดงออกอย่างสับสนและปากของเขาเปิดกว้าง

หลังจากนั้น เขาก็พึมพัมออกมา " เขามาที่นี่เพราะพระสงค์ของพระเจ้าจริงๆรึ ? ถ้าเขาเป็นผู้สืบทอดสายเลือดพระเจ้าราชันย์อมตะจริง ข้าคิดว่าเราไม่ต้องลังเลอีกต่อไปแล้ว มาดูกัน เราอาจจะได้คำตอบเร็วๆ นี้ "

" ใช่ ข้ารู้สึกว่ากานที่เขาปรากฏตัวในสถานที่แห่งนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการนำเผ่าพันธุ์ของเราสู่ความรุ่งโรจน์ "

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

กลางห้องโถงหินที่กว้างขวาง

เมื่อฉื่อหยานกลับมา สี่สาว ฉาวจื่อหลาน ซูหยานซิง กู่หลินหลง และเหอซิงเหมินก็เดินออกมาจากห้องหินต่อมา ดวงตาที่น่าหลงใหลทั้งสี่คู่ก็จ้องมาที่ฉื่อหยานพร้อมกัน , มันให้ความรู้สึกที่น่ากลัวมากกว่าความรักเสียอีก

" ฉื่อหยาน เจ้าไปไหนมา ?" กู่หลินหลงถามขึ้น

" แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเจ้า ?" ฉื่อหยานตอบกลับรอยยิ้มที่เย็นชาและเขาก็นั่งลงตรงกลางของโถงหินด้วยท่าทางสบาย

กู่หลินหลงก็โกรธ แต่นางไม่ได้รู้ว่าจะทำยังไงให้เขาทุกร้อน หรือทำให้เขาทุกข์ระทม นางจึงทำเพียงแค่ยืนอยู่ข้างๆ แสดงออกด้วยความโกรธและสีหน้าบึ่งตึง

" ฉื่อหยาน , เจ้าคิดไว้หรือยังว่าหลังจากนี้จะทำอะไร ?" เหอซิงเหมินดูเหมือนจะกังวล นางถามเขาด้วยใบหน้าบึ้งตึง " ถ้าเจ้าไม่สามารถจัดการกับผนึกนั่นได้ ข้าไม่คิดว่าทุกคนจะสามารถมีชีวิตรอดออกจากที่นี่ได้ . "

" ข้าบอกได้แค่ว่า ข้าจะพยายามให้ดีที่สุด "

ฉื่อหยานค่อยๆปิดดวงตาของเขา หลังจากนั้น ไม่ว่าหญิงสาวเหล่านี้จะถามอะไรก็ตาม เขาก็ทำเป็นไม่สนใจ

หญิงสาวทั้งสี่ก็ไม่สามารถทำอะไรนอกจากถลึงตาใส่เขา

ครึ่งวันต่อมา

อีฉู่ปี่และอีเฟิง พร้อมกับนักรบหลายคนที่อยู่ภายใต้คำสั่งของอีเทียนโหมว พวกเขาก็เดินตรงไปยังกรงใหญ่ที่อยู่ด้านหน้า

มีพานโจวและนักรบคนอื่นๆอีกสามสิบห้าคนจากทะเลไม่มีสิ้นสุดอยู่ในกรง

พานโจวคอตกอย่างเศร้าเสียใจ ; เขาดูเหมือนไร้ซึ่งวิญญาน ผิวหนังของเขาแห้งติดกับกระดูก ดูเหมือนว่าเขาไร้ซึ่งความหวังที่จะมีชีวิตอยู่

นักรบอื่น ๆเองก็ดูผอมแห้งและอ่อนแอเช่นกัน เหมือนกับว่าพวกเขาไม่ได้กินอะไรมาอย่างยาวนาน อีกทั้งพลังของพวกเขายังอยู่ในในขั้นที่เลวร้ายอีกด้วย

ทันทีที่พานโขวเห็นฉื่อหยาน , ดวงตาที่มืดมนของเขาสว่างขึ้น แต่ไม่ทันไร เขาก็สั่นศีรษะของเขาออกและถอนหายใจยาว

" ฉื่อหยาน ผมข้าเอาคนเหล่านี้มาให้ตามที่เจ้าปรารถนา มีผู้รอดชีวิตเหลืออีกสามสิบห้าคน โชคดีที่เจ้าต้องการพวกเขาก่อน มิฉะนั้นในอีกไม่กี่วัน ข้ากลัวว่าทั้งสามสิบห้าคนนี้คงจะไม่มีใครรอดเป็นแน่ "

อีฉู่ปี่ มองไปยังนักรบเผ่าเสียงอสูรและพยักหน้า ส่งสัญญาณให้เดินไปยังกรงที่ขังพานโขวและคนอื่น ๆ ซึ่งกรงนั่นตั้งอยู่ในห้องโถงหิน . หลังจากนั้น นางก็อธิบาย " หยาจี่ดูเหมือนจะโกรธนะ ดูเหมือนว่าเขาต้องการจะฆ่าพวกเขาทั้งหมดในครั้งเดียวเพื่อที่เขาจะได้ฝึกบ่มเพาะ เขาคงจะลงมือไปแล้ว ถ้ามันไม่ใช่เพราะผลึกอสูรจำนวนมากมายขนาดนี้ พวกมันล้วนมีค่ามากกว่านักรบเหล่านี้แน่นอน มิฉะนั้นนักรบเหล่านี้คงตกตายไปหมดแล้ว "

สายตาของฉาวจื่อหลาน กู่หลินหลง เหอซิงเหมินพลันสว่างขึ้น

" ฉื่อหยาน เจ้าต้องการพวกเขางั้นรึ ? "ซูหยานซิง ก็ประหลาดใจ สักครู่ แล้วนางก็ค่อยๆพูด " ดูเหมือนเจ้าจะไม่ใช่คนไร้หัวใจโดยสิ้นเชิงนะ ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าเองก็มีความเมตตาเช่นนี้ "

หลังจากได้ยินสิ่งที่อีฉู่ปี่ ได้กล่าวมา บรรดานักรบภายในกรงก็ช่วยไม่ได้ที่จะมองไปที่ฉื่อหยานอย่างสำนึกบุญุคุณ

ในทางตรงกันข้าม ฉื่อหยาน ก็ยังคงนิ่งไม่ขยับ ถึงแม้เขาจะแสดงออกอย่างใจเย็น แต่จริงๆแล้สเขาเอาแต่หัวเราะในใจของเขา เขาคิดกับตัวเองว่า ถ้าพวกนั้นรู้เหตุผลที่แท้จริง ทำไมเขาถึงต้องการพวกเขา เขาจินตนาการไม่ออกเลยว่าพวกเขาจะแสดงออกเช่นไร

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1394 แล้วนะคะ มี 30 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 261 ความเมตตา

คัดลอกลิงก์แล้ว