เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 222 กลายเป็นที่รู้จัก

บทที่ 222 กลายเป็นที่รู้จัก

บทที่ 222 กลายเป็นที่รู้จัก


บทที่ 222  กลายเป็นที่รู้จัก

ในขณะที่ฝนตกอย่างต่อเนื่องนั้น

เรือเขาเงินสามลำก็แล่นไปข้างหน้าอย่างช้าๆ เพื่อไปยังเกาะน้ำเต้า บนเรือลำนั้นมีนักรบที่ดูเคร่งขรึมยืนเรียงกันอยู่

ในเรือลำนั้น พานโจ, ซูหยางซิง, กู่หลินหลง กำลังยืนคุยกันกับนักรบจากเรือลำอื่น

นักรบยอดฝีมือหนุ่มสาวในทะเลที่ไม่มีที่สิ้นสุด ต่างก็รวมตัวกันกับยอดฝีมือจากทะเลอื่นเพื่อวางแผนจัดการกับตระกูลหยาง

“ข้าคิดว่าเวลานี้ตระกูลหยางคงจะซ่อนตัวอยู่ที่หุบเหวแห่งสนามรบ เราต้องหยุดพวกมันไว้ที่ เกาะน้ำเต้า” พานโจวขมวดคิ้ว “ถ้าพวกมันเข้าไปที่หุบเหวแห่งสนามรบได้แล้ว มันก็เป็นการยากที่เราจะตามหาพวกมันเจอ สถานการณ์ภายในที่แห่งนั้นค่อนข้างซับซ้อนเป็นอย่างมากดังนั้นพวกเจาต้องระวังให้ดี”

"ตระกูลหยางได้จบสิ้นแล้ว แม้กระทั่งหยางมู่และคนอื่นๆ ถึงกับต้องไปซ่อนตัวอยู่ในหุบเหวแห่งสนามรบ เรื่องนี้ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงแน่นอน” ซูหยางซิงมีท่าทางไม่แยแส

ในขณะที่ฝนกำลังตกลงมาปรอยๆ แสงสีเงิน-สีขาวเป็นวงก็ลอยออกมาจากร่างกายของนางเพื่อบังเม็ดฝน เพราะฝนจะทำให้ชุดของนางเปื้อน

“เกาะอมตะกลายเป็นว่างเปล่า ,คร่าวนี้เจ้าพวกตระกูลหยางมันคงจะหนีไปหมดแล้วจริงๆ” กู่หลินหลงสูดหายใจเข้าลึกๆ “ลือกันว่าพวกตระกูลหยางนั้นแบ่งออกเป็นสามกลุ่ม กลุ่มแรกไปที่เมืองใต้ทะเลเดียวดาย , กลุ่มที่สองไปที่หุบเหวแห่งสนามรบ, และกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดไปที่ดินแดนสี่อสูร, แม้ว่าพวกมันจะรู้ว่าราชาอสูรจากดินแดนปีศาจมหัศจรรย์ต้องการฆ่าพวกมัน แต่พวกมันก็ยังกล้ายกกองกำลังของพวกมันย้ายไปที่ดินแดนสี่อสูร โปวซุนและชิหยันประกาศว่าจะกำจัดพวกตระกูลหยางทุกคนที่เข้าไปที่ดินแดนปีศาจมหัศจรรย์”

“พี่พานโจว เมื่อไหร่เราจะถึงเกาะน้ำเต้ากันรึ ?”  เซี่ยกุ่ย ยิ้มอย่างไม่แยแสและตะโกนมาจากเรือลำอื่น

“เร็วๆนี้ แต่หยางมู่กับคนของมันอาจจะไปถึงที่ หุบเหลวสนามรบแล้วก็ได้ เราอาจจะได้เจอกับมันที่นั้น”  พานโจวกล่าวพร้อมกับหัวเราะ

ข้างๆกับ เซี่ยกุ่ย มีหญิงสาวผิวขาวรูปร่างหน้าตางดงามแต่งตัวในชุดสีเขียว

ฉาวจื่อหลาน นางเป็นหญิงสาวจากตระกูลฉาว ในทะเลตูต้า นางมีระดับการบ่มเพาะอยู่ในนภาที่สามของระดับปฐพีและอยู่ในลำดับที่สามของรายชื่อลำดับผู้แข็งกแกร่ง และนางยังเป็นยอดฝีมือที่น่าเกรงขามที่สุดในหมู่คนรุ่นใหม่จากทะเลไม่มีที่สิ้นสุดอีกเ่วย

“เมื่อสองวันก่อนพวกท่านต่อสู้กับหยางมู่, พวกท่านคิดว่าเป็นอย่างไรบ้าง” ฉาวจื่อหลาน ยกคอนางขึ้นเล็กน้อยด้วยเสียงนุ่มนวลของนางที่เหมือนกับสายลมฤดูใบไม้ผลิที่สัมผัสหัวใจทุกคนอย่างอ่อนโยน “ในเวลานั้นมีนักรบในนภาที่สามของระดับรู้แจ้งอยุ่กับพวกท่าน, แต่พวกท่านกลับสร้างอับอายโดยการหนีและสละเรือได้อย่างไร”

เซี่ยกุ่ย ค่อนข้างแปลกใจกับเรื่องนี้ “แม้ว่าหยางมู่นั้นจะรับมือยาก แต่เขาก็สามารถรับมือได้เพียงนักรบนภาแรกของระดับรู้แจ้งเท่านั้น มันน่าแปลกใจเสียจริงที่พวกท่านพ่ายแพ้ให้แก่เขา”

พานโจว,ซูหยางชิง และกู่หลินหลง มีท่าทางอึดอัดเล็กน้อย

“ในคล่าวนั้นข้าไม่ได้พ่ายแพ้ต่อหยางมู่”กู่หลินหลงตะกุกตะกักและพูดว่า “แต่เป็นชายอีกคนหนึ่งที่ทำให้พวกข้าพ่ายแพเและไม่สามารถจัดการพวกมันได้”

"โอ้?" ฉาวจื่อหลาน ดูเหมือนจะสนใจเรื่องนี้ ดวงตาของนางก็สว่างไสวเหมือนกับดวงจันทร์ ขณะเดียวกันนางก็ยกริมฝีปากเล็กน้อยนางถามว่า "ใครรึ?"

เซี่ยกุ่ย ยืนอยู่ข้างๆ ฉาวจื่อหลาน หลังจากที่เขาฟังเสียงที่สวยงามของนางและมองไปที่ใบหน้าของนาง เขาไม่สามารถเปรียบเทียบนางกับ เซี่ยซินหยาน ได้เลย ในใจเขาคิดฉาวจื่อหลาน นั้นไม่ได้ด้อยไปกว่า เซี่ย ซินหยานเลย  เสน่ห์ของนางนั้นอยู่ในระดับเท่าๆกัน

ถึงอย่างไรก็ตาม ฉาวจื่อหลาน ก็เป็นนักรบที่ได้รับการจัดอันดับรายชื่อผู้แข็งแกร่งซึ่งนั้นทำให้นางมีเสน่ห์เหนือกว่าเล็กน้อย

“ฉื่อหยาน!” กู่หลินหลงพูดพร้อมกับกัดฟันดวงตาของนางนั้น แสดงให้เห็นถึงความเย็นชา “ข้าไม่รู้ว่าเจ้าเด็กนี้เป็นใคร แต่ด้วยพลังของเจ้านั้นทำให้ตระกูลกู่ของเราสูญเสียจำนวนคนไปอย่างมาก ถ้าไม่มีมันแน่นอนว่าเราสามารถพาหยางมู่และคนอื่นๆมาเพื่อให้พวกท่านสังหารได้แล้ว”

“ฉื่อหยาน?”ฉาวจื่อหลาน ยิ้ม" เป็นชื่อที่ไม่คุ้นนักเขาเป็นใครกัน? ไม่ควรมียอดฝีมือรุ่นใหม่ที่มีชื่อเช่นนี้อยู่ในตระกูลหยางหนิ? "

เซี่ยกุ่ยมองไปทางเหอซิงเหมินผู้ที่อยู่บนเรือลำที่สามพร้อมกับพูดว่า “แม่สาวน้อย เจ้ารู้จักกับฉื่อหยานเป็นอย่างดีไม่ใช่หรือ เจ้าสามารถบอกสิ่งที่เกี่ยวกับมันให้พวกข้าฟังได้หรือไม่ ?”

เหอซิงเหมินนางสวมเกราะสีแดง, ใบหน้าของนางดูร่าเริงและมีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร ดวงตาของนางมีเอกลักษณ์

นักรบหนุ่มที่อยู่บนเรือลำเดียวกันกับนาง เฝ้าดูนางและกลืนน้ำลายอย่างเงียบๆ นักรบบางคนพยายามทำให้นางพอใจ เพื่อหวังว่าจะได้รับความสนใจจากนาง

ในครั้งนี้ได้หันมาต่อต้านตระกูลหยางอย่างสมบูรณ์ หลังจากรู้ว่า หยาง ชิงตี้ติดอยู่ในรูปแบบผนึกอสูร หัวหน้าของดินแดนปีศาจมหัศจรรย์ ก็ได้ฉีกกฎสนธิสัญญาพันธมิตรระหว่างดินแดนปีศาจมหัศจรรย์กับตระกูลหยางลง พร้อมเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการอพยพของตระกูลหยางเพื่อรอคอยการมาถึงของนักรบจากทะเลอื่นๆ และจัดการประชุมโดยยอดฝีมือจากดินแดนปีศาจมหัศจรรย์ เพื่อกำจัดอุปสรรค์และเข้าสู่เกาะอมตะ

ดินแดนปีศาจมหัศจรรย์ถูกกดขี่ข่มเหงจากตระกูลหยางมาเป็นเวลาหลายร้อยปี และตอนนี้พวกเขาเหล่านั้นก็มีโอกาสลุกขึ้นโต้ตอบ ซึ่งมันเป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเขาจะไม่นิ่งเฉย

ตระกูลหยางในทะเลเคียร่า ครอบครองเกาะที่อุดมไปด้วยทรัพยากร หมู่เกาะเหล่านี้เป็นเกาะที่มีค่าที่สุดในทะเลเคียร่า

ในเวลานี้ ดินแดนปีศาจมหัศจรรย์ปรารถนาหมู่เกาะเหล่านั้น แต่เนื่องจากตระกูลหยางพวกเขาจึงไม่กล้าที่จะกระทำการประมาทและในตอนนี้ด้วยความช่วยเหลือของกองกำลังจากทะเลอื่น

ดินแดนปีศาจมหัศจรรย์จะสามารถควบคุมเกาะเหล่านี้ได้ในที่สุด

สถานการณ์ในเวลานี้ทำให้เกาะอมตะกลายเป็นสนามรบระหว่างกองกำลังขนาดใหญ่ เก้าภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในเกาะอมตะเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับการปลูกฝังให้คนรุ่นใหม่และหมู่เกาะที่ถูกควบคุมโดยตระกูลหยางถูกแบ่งโดยกองกำลังเหล่านั้น, และดินแดนปีศาจมหัศจรรย์ก็ได้ผลประโยชน์ที่สุดในหมู่พวกเขา ในการได้รับส่วนแบ่งเป็นเกาะจำนวนมาก

ตระกูลเซี่ย ที่พวกเขายังคงนิ่งอยู่ในตอนนี้เพราะไม่ได้รับส่วนแบ่งใด ๆ ในตอนนี้ดินแดนปีศาจมหัศจรรย์หลังจากที่ครอบครองเกาะเหล่านั้นได้จากตระกูลหยาง ก็กลายเป็นทรงอำนาจมากขึ้น

ขวัญกำลังใจของดินแดนปีศาจมหัศจรรย์เพิ่มขึ้นอย่างมาก จากที่เขาได้กล้าเผชิญหน้ากับตระกูลหยาง

ไม่มีศิลธรรมอีกต่อไป หลังจากที่ได้ยินว่าหยางมู่และคนอื่นๆเดินทางไปที่หุบเหวแห่งสนามรบ พวกเขาก็ส่ง เซี่ยกุ่ย ,เหอซิงเหมินและยอดฝีมือคนอื่นๆออกไปอย่างไม่ลังเลเพื่อไปกำจัดรุ่นเยาว์ของตระกูลหยาง

“สาวน้อย” หลังจากที่ได้เห็นใบหน้าของเหอซิงเหมินเม่อลอย เซี่ยกุ่ยทำหน้ามุ้ยและเขาร้องตะโกนออกมาเบาๆ เตือนสติให้เหอซิงเหมินมีสมาธิกับสถาณการณ์

เมื่อตอนอยู่ที่เกาะศิลาดำ, เซี่ยกุ่ย ไม่พอใจกับเหอซิงเหมินที่พยายามปกป้องฉื่อหยานจนออกนอกหน้า หลังจากที่พวกเขาออกจากที่นั่นพวกเขาทะเลาะกันหลายครั้งมันทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาสั่นคลอน

หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้กับตระกูลหยาง เหอซิงเหมินไม่มีความกระตือรือร้นที่จะจัดการกับตระกูลหยางเลย, ดินแดนปีศาจมหัศจรรย์ส่งตัวนางไปที่ทะเลท้องฟ้าถึงนางจะพยายามปฏิเสธ แต่หัวหน้าของดินแดนปีศาจมหัศจรรย์บังคับให้นางไปที่นั้น

เซี่ยกุ่ย รู้ว่าฉื่อหยานได้ช่วยชีวิต เหอซิงเหมิน ไว้เมื่อตอนที่พวกเขาอยู่ในถ้ำที่เกาะศิลาดำ และรู้ว่าโม่ ต้วนหุน ช่วยครอบครัวของนางไว้ดังนั้นเหอซิงเหมิน จึงไม่ต้องการที่จัดการกับตระกูลหยาง

แต่ เซี่ยกุ่ย ไม่ได้คิดแบบนั้นเขาคิดว่าเขาจะต้องได้เป็นผู้นำคนต่อไปของดินแดนปีศาจมหัศจรรย์ เขาจึงต้องการที่จะแสวงหาผลประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดให้กับดินแดนปีศาจมหัศจรรย์

เขาต้องการทำให้ดินแดนปีศาจมหัศจรรย์มีอำนาจมากยิ่งขึ้น เพื่อที่เขาจะสามารถสานสัมพันธุ๋กับตระกูลเซี่ย และได้แต่งงานกับ เซี่ย ซินหยาน

“ฉื่อหยานไม่ได้มาจากทะเลไม่มีที่สิ้นสุด แต่มาจากที่ๆห่างไกล เขาใช้เวลาอยู่ในทะเลไม่มีที่สิ้นสุดน้อยมาก เขาเป็นคนที่หยางชิงตี้ส่งคนไปรับกลับมายังตระกูลหยาง”

ภายใต้ความกดดันจากเซี่ยกุ่ย เหอซิงเหมินได้บอกเล่าเรื่องราวของฉื่อหยานอย่างไม่เต็มใจ “ฉื่อหยานนั้นอยู่เพียงนภาที่สองของระดับหายนะ แต่ถึงกระนั้นก็ตามเขาก็สามารถสู้กับนักรบระดับปฐพีได้ เขาผู้นั้นนี้มีหลายสิ่งที่ลึกลับและไม่สามารถมองข้ามเขาไปได้”

"ชายคนนี้แตกต่างไปจากคนอื่นๆอย่างสิ้นเชิง เขาอยู่แค่นภาที่สองของระดับหายนะ แต่เขาสามารถทนต่อพลังของข้าได้ และเขามีสมรรถภาพทางร่างกายที่อัศจรรย์เป็นอย่างมาก เขาสามารถสร้างกับดักได้อย่างเงียบๆ คราวนี้เราต้องสูญเสียเป็นอย่างมาก เนื่องจากกับดักที่สร้างขึ้นจากเขา ” [น่าจะหมายถึง หลุมแรงโน้มถ่วง]

"ฉื่อหยาน ... " ฉาวจื่อหลาน พึมพำออกมาและพยักหน้าอย่างนุ่มนวลว่า "หลังจากที่ฟังพวกเจ้าพูด ดู เหมือนว่าผู้ชายคนนี้น่าจะเป็นคนที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ข้าหวังว่าเขาจะไม่ทำให้ข้าผิดหวังเมื่อไปถึงในหุบเหวแห่งสนามรบนะ"

…………………………..

เซี่ย ซินหยาน นั่งอย่างสง่างามพร้อมกับขมวดคิ้วเล็กน้อยหลังจากที่ฟัง เซี่ยเสินชวนพูด

"พี่ใหญ่, ตระกูลหยางจบสิ้นแล้ว ทำไมเราไม่เข้าร่วมกับกองกำลังอื่นๆกันหละ ? ตราบใดที่เราแสดงให้เห็นว่าเราต่อต้านตระกูลหยางเราก็จะสามารถเข้ายึดเกาะบางแห่งได้ หมู่เกาะและกองกำลังที่เคยเป็นของตระกูลหยาง ในตอนนี้ก็ไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว เราสามารถยึดเกาะเหล่านั้นได้ ซึ่งมันเคยเป็นของตระกูลหยาง "เซี่ย เสินโมว บ่น

นักรบเซี่ย หลายคนก็เห็นด้วยกับเขาและพยักหน้า

“ตราบเท่าที่ หยางชิงตี้ยังไม่ตาย มันบ่งบอกได้ว่าตระกูลหยางยังไม่พินาศ” เซี่ย เสินชวนสูดลมหายใจแล้วพูดว่า “หยางชิงตี้มีอำนาจมากในทะเลไม่มีที่สิ้นสุดมาเป็นเวลาหลายปี แม้เขาจะถูกจับอยู่ในรูปแบบผนึกอสูรแต่เขาก็ยังไม่ตาย ตระกูลหยางยังคงแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก เจ้าก็รู้จักหยางชิงตี้ดี ถ้าวันหนึ่งใดวันหนึ่งเขากลับไปยังทะเลไม่มีที่สิ้นสุด ตามนิสัยของเขาแล้ว เขาจะต้องจัดการกับคนที่กล้าไปยุ่งกับตระกูลหยางของเขาอย่างแน่นอน”

“รูปแบบผลึกอสูรจากโปวซุนและชิหยันสามารถกำจัดได้แม่แต่นักรบจากระดับพระเจ้าแท้จริง ไม่เพียงแค่นั้นตอนนี้ชิหยันและโปวชุนยังเป็นคนเฝ้ารูปแบบผนึกอสูรเอาไว้ด้วยตัวเองอีกด้วย

ดูจากการเฝ้าระวังของทั้งสองราชาอสูรแล้ว หยางชิงตี้ไม่สามารถหลบหนีออกมาได้แน่นอนและคร่าวนี้มันต้องตายแน่นอน “เซี่ย เสินโมว กล่าวอย่างรวดเร็ว”ดินแดนปีศาจมหัศจรรย์ได้ผลประโยช์นมากที่สุดจากการได้ครอบครองเกาะกว่าสองร้อยเกาะ ดินแดนปีศาจมหัศจรรย์มีพลังมากกว่าเราและตอนนี้กองกำลังของพวกเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างมากแล้วเราจะจัดการกับพวกเขาในอนาคตได้อย่างไร? "

"เงียบ! นี่เป็นคำพูดของพ่อ พวกเจ้ามีความคิดเห็นอื่นอย่างนั้นหรือ?" เซี่ย เสินชวนตะคอกออกมาอย่างหมดความอดทน

หลังจากได้ยินเสียงตะโกนของ เซี่ยเสินชวนพวกเขาเงียบไปชั่วขณะหนึ่งแล้วก็นั่งลงไม่พูดอะไรอีก

“ซินหยาน อย่าออกไปไหนสักพัก” เซี่ยเสินชวน คิดสักครู่แล้วกล่าวว่า:"หลังจากที่เจ้าได้เข้าไปสู่นภาที่สอง ก็มีผู้คนมากมายมาหาข้าเพื่อเสนอการแต่งงาน คนเหล่านี้ต้องการที่จะสานสัมพันธ์กับตระกูลเซี่ยของเราโดยการแต่งงานกับเจ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งดินแดนปีศาจมหัศจรรย์ พวกนั้นต้องการครอบครองทะเลเคียร่าทั้งหมด คราวนี้ เซี่ยกุ่ย ได้ไปที่ทะเลท้องฟ้า และเขาอาจฆ่าฉื่อหยาน  ดังนั้นเจ้าจึงต้องเตรียมความพร้อมล่วงหน้า”

“ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับฉื่อหยานข้าจะฆ่า เซี่ยกุ่ย สะ !” ดวงตาของ เซี่ย ซินหยาน ดูไม่แยแส

นางกล่าวอย่างเบาๆ ว่า "และข้าก็ไม่คิดว่า เซี่ยกุ่ย จะทำสำเร็จ ถึงแม้ว่าเขาจะอยู่ในนภาที่สองของระดับปฐพี แต่ข้าเชื่อว่าฉื่อหยานจะสามาจัดการเขาได้อย่างแน่นอน"

ทันใดนั้นก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้นในตระกูลของเซี่ย พวกเขาต่างก็คิดว่าเซี่ย ซินหยาน พูดจาเหลวไหล

"อีกไม่นาน อนาคตของฉื่อหยานจะต้องยิ่งใหญ่กว่าทุกคนในราชชื่อลำดับผู้แข็งแกร่งแน่นอน คนรุ่นปัจจุบันจะไม่มีใครสามารถเอาชนะเขาได้" เซี่ย ซินหยาน หยุดพูดแล้วลุกขึ้นออกไปจากการสนทนา

“ข้าจะปิดด่านฝึกฝนการบ่มเพาะ ถ้าฉื่อหยานยังไม่กลับมาจากหุบเหวแห่งสนามรบ อย่าได้มาเรียกข้า”

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1329 แล้วนะคะ มี 29 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

ด่วน!! ตอนนี้มีโปรโมชั่น ปกติเข้า 7 กลุ่ม ราคา 700 บาท ตอนนี้ลดเหลือ 500 บาทเท่านั้น รีบๆ มาใช้โปรกันนะคะ

จบบทที่ บทที่ 222 กลายเป็นที่รู้จัก

คัดลอกลิงก์แล้ว