เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 219 อ่อนแอยิ่งนัก !

บทที่ 219 อ่อนแอยิ่งนัก !

บทที่ 219 อ่อนแอยิ่งนัก !


บทที่ 219 อ่อนแอยิ่งนัก !

เหว่ยซิงออกมาจากห้องบนเรือเขาเงิน พร้อมกับปล่อยจิตสำนึกในระดับรู้แจ้งออกมา แค่เพียงชั่วครู่ เขาก็รู้สึกได้ถึงพลังงานแปลกๆที่ถูกควบคุมโดยฉื่อหยาน ซึ่งมันพันธนาการนักรบจากดินแดนเพิ้งหลายศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงดินแดนทะเลสาปเทวาศักดิ์สิทธิ์และตระกูลกู่ เอาไว้ เพราะพลังนี้พวกเขาจึงถูกโจมตีจากตระกูลหยางอย่างง่ายดาย

ฉื่อหยานคือต้นเหตุของสถานการนี้ทั้งหมด เมื่อเหว่ยชิงรู้ถึงต้นเหตุของพลังแปลกประหลาด เขาตะโกนลั่นให้ทุกคนพุ่งเป้าไปที่ฉื่อหยาน

พานโจว, ซูหยางซิง, กู่เจียงเกอ, กู่หลินหลง และเหล่ารุ่นเยาว์ที่โดดเด่นต่างก็จ้องไปที่ฉื่อหยานทันที

นักรบในระดับรู้แจ้งทั้งสามคน ละทิ้งจากมังกรสองหัวและค้างคาวโลหิตคราม และเข้าไปใกล้กับอสูรภูติ นักรบสูงอายุในระดับรู้แจ้งสามคนต่างก็ร่วมมือกันล้อมไปที่สัตว์อสูรภูติจากสามทิศทาง

“บ้าชิบ ! หยุดสะ !”

กู่หลินหลงตะโกนออกมาและสูดหายใจเข้าลึกๆ และเส้นแสงเจ็ดสีก็พุ่งเข้าไปที่ฉื่อหยานจากทุกทิศทาง

แสงทั้งเจ็ดสีคือดาบทั้งเจ็ดเล็มของกู่หลินหลง ดาบทั้งเจ็ดเรียงกันเป็นแถว แสงเหล่านั้นผสานรวมกันและพุ่งไปที่ฉื่อหยานทันที

การผสานรวมกันของดาบบวกกับความผันผวนของพลังที่ถูกควบคุมโดยกู่หลินหลงทำให้เกิดคลื่นพลังที่รุนแรงเป็นอย่างมากกระจายออกมา

ใบหน้าของฉื่อหยานเปลี่ยนไปเล็กน้อย

กู่หลินหลงอยู่ในระดับนภาที่สองของระดับปฐพี ดังนั้นดาบทั้งเจ็ดของนางแต่ละเล่มจึงทรงพลังเป็นอย่างมาก คลื่นพลังที่กระจายออกมานั้นน่าหวาดหวั่นเป็นอย่างมาก แม้แต่นักรบระดับรู้แจ้งก็ไม่สามารถต้านทานได้

โดยไม่ลังเลและในขณะเดียวกันเขาก็ปล่อยโล่แสงทมิฬออกมา และเรียกใช้จิตวิญญานกายาแข็ง

ฉื่อหยานนั่งอยู่บนหลังสัตว์อสูรภูติ และเริ่มรวบรวมพลังงานเชิงรบขึ้นมาอีกครั้ง ทันทีเขาก็เรียกใช้ผนึกแห่งความเป็นความตายขึ้นมา ขณะที่พวกมันกำลังเข้ามาใกล้ เขาก็ใช้วิชาที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาทั้งหมดออกมาพอรับมือกับดาบทั้งเจ็ด

ผนึกแห่งชีวิต และ ผนึกแห่งความตายหลอมรวมกัน ปรากฏเป็นรูปแบบขนาดใหญ่อยู่ที่ฝ่ามือของเขาเหมือนกับพัด และพลังงานแปลกประหลาดก็ทะลักออกมาจากผนึกแห่งความเป็นความตายอย่างฉับพลัน

“ตูม ! ตูม ! ตูม !”

เสียงระเบิดดังลั่นสั่นสะท้านไปทั่วท้องฟ้า เกิดเป็นแสงแพรวพราวราวกับดอกไม้ไฟดูงดงาม

ผนึกแห่งความเป็นความตายประทะเข้ากับดาบทั้งเจ็ด ทันทีที่ผนึกแห่งความเป็นความตายก็เกิดการผันผวนของพลังขึ้น

ใบหน้าอันงดงามของกู่หลินหลงซีดเทาลง ร่างกายของนางสั่นกลัว

ในกระบวนดาบ ประกอบไปด้วยพลังทั้งเจ็ดประเภทที่ต่างกันทะลักออกมา หลังจากมันประทะเข้ากับผนึกแห่งความเป็นความตายพลังนั้นมันก็พุ่งไปทำร้ายฉื่อหยานทันที

ฉื่อหยานที่นั่งอยู่บนสัตว์อสูรภูติก็ถูกโจมตีโดยกระบวนดาบ เมื่อโล่แสงทมิฬแตก ร่างของเขาตกลงจากหลังของสัตว์อสูรภูติ

“อั๊กก!”

ฉื่อหยานสำลักออกมาเป็นเลือด อวัยวะของเขาเสียหายอย่างหนักเขารู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมาก

ด้วยจิตวิญญานกายาแข็งขั้นที่สาม ร่างกายของเขาจึงได้รับเพียงแค่อาการบาดเจ็บจากดาบทั้งเจ็ดเท่านั้น ดังนั้นร่างกายของเขายังคงมีถูกหั่นเป็นชิ้นๆ แต่ว่าพลังของดาบทั้งเจ็ดนั้นก็กำลังแทรกซึมเข้าไปในร่างของฉื่อหยานและค่อยๆทำลายร่างกายของเขา

ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีขาวซีด ฉื่อหยานปล่อยพลังงานเชิงลบออกมาจากเส้นชีพจรเพื่อรับมือกับพลังของดาบทั้งเจ็ดเล่มที่อยุ่ในร่างของเขา

โดยใช้ พลังงานเชิงลบ พลังปราณลึกลับปกป้อง ฉื่อหยานรีบเร่งขจัดพลังของดาบที่อยู่ในร่างของเขาออกมา

ในเวลาเดียวกันก็เกิดแรงกระตุ้นที่ร้อนเป็นอย่างมากออกมาจากแหวนสายโลหิตและมันก็พุ่งเข้าไปในเส้นเอ็นของเขาเพื่อช่วยเขาขจัดพลังของดาบ

นี่คือพลังไฟของแกนเพลิง !

พลังแปลกประหลาด สามสายไหลไปตามเส้นเอ็นของฉื่อหยาน และในระยะเวลาเพียงไม่นานพลังของดาบก็ถูกทำลาย

มีแสงหลากสีลอยออกมาจากผิวหนังของฉื่อหยาน

เพียงแค่เหลือบมองเขาครั้งเดียว ก็จะเห็นว่าร่างของเขาส่องแสงออกมาอย่างแปลกประหลาดและพลังหลาดหลายที่อยู่ในร่างของเขาก็เกิดความปั่นป่วน

“ฮุววว”

เขาหายใจออกมาเบาๆ ฉื่อหยานทำหน้าเรียบเฉย ก่อนจะเช็ดเลือดที่ปากแล้วกระโดดตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ฉื่อหยานบินขึ้นไปนั่งบนหลังของสัตว์อสูรภูติ เขามองใบหน้าที่งดงามของกู่หลินหลงแล้วพูดว่า “ช่างอ่อแอเสียจริง!”

แววตาอันสวยงามของกู่หลินหลง ก็กลายเป็นเยือกเย็น นางกัดฟันแน่นพร้อมกับร่างกายที่สั่นสะท้าน

เมื่อดาบทั้งเจ็ดถูกซัดออกไป,นางก็เชื่อว่า มีเพียงหยางมู่และหยางโจวเท่านั้นที่สามารถรับมือกับมันได้ในกลุ่มรุ่นเยาว์ของตระกูลหยาง. ฉื่อหยานั้นเพียงเป็นเพียงแค่นักรบระดับหายนะ. นางจึงคิดว่าหากนางลงมือฉื่อหยานต้องตายทันทีแน่นอน

อย่างไรก็ตาม วิชาของฉื่อหยานก็สามารถหยุดมันไว้ได้ มีเพียงพลังของดาบทั้งเจ็ดเล่มเท่านั้นที่ส่งผลต่อร่างกายของเขา แต่ตอนนี้มันก็สลายไปแล้ว

นี่มันอยู่นอกเหนือความคาดหมายของ กู่หลินหลง

ฉื่อหยานกลับไปนั่งบนหลังสัตว์อสูรภูติอีกครั้ง นั้นทำให้นางเลิกประมาททันที เมื่อกู่หลินหลงมองฉื่อหยานอีกครั้ง นางก็ไร้ซึ่งคำดูถูกอีกต่อไป

“โฮ๊กกกก”

สัตว์อสูรภูติคำรามออกมาเสียงดัง ดวงตาสีเขียวบนใบหน้าอันดุร้ายของมันก็ส่องแสงสีเขียวออกมาทันที

ประกายแสงที่แตกต่างกันก็พุ่งไปยังนักรบทั้งสามคนรวมทั้งเหว่ยชิงที่อยู่ในระดับรู้แจ้ง  ด้วยแสงสีเขียวแปลกประหลาด ทำให้ห้วงจิตสำนึกของพวกเขาเกิดการปั่นป่วนขึ้น และด้วยจิตสำนึกของพวกเขาที่ถูกปั่นป่วน พวกเขาจึงไม่สามารถโจมตีได้อย่างเต็มที่นักรสัตว์อสูรภูติพุ่งไปมาบนเรือด้วยร่างกายที่ใหญ่โตกำยำ มันระบายความโกรธลงบนเรือและฉีกกระชากนักรบจากดินแดนเพิ้งหลายศักดิ์สิทธิ์ เป็นชิ้นๆ หมอกสีเลือดปกคลุมไปทั่วบรรยากาศรอบๆตัวของสัตว์อสูรภูติทันที

พลังงานชั่วร้ายรวมตัวกันอยู่ในหมอกสีเลือด และมันก็รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

โดยมีสัตว์อสูรภูติเป็นศูนย์กลาง หมอกสีเลือดก็ซัดกระจายออกเหมือนกับพายุ ทุกคนที่อยู่ที่นั้นต่างก็ถูกหมอกสีเลือดซัดกระเด็น แม้แต่นักรบทั้งสามรวมทั้งเหว่ยซิงเองก็ถูกซัดกระเด็นเช่นกัน

ฉื่อหยานรู้สึกได้ทันทีว่าสัตว์อสูรภูติกำลังโกรธเป็นอย่างมาก

นั่นคงเป็นเพราะฉื่อหยานถูกโจมตีด้วยฝีมือของ กู่หลินหลง นั่นจึงทำให้สัตว์อสูรภูติโกธรและกระตุ้นความบ้าคลั่งและความกระหายเลือดของมันออกมา

สัตว์อสูรภูติโฉบผ่านไปทั่วบนเรือเขาเงิน ดวงตาสีเขียวของมัน ส่องแสงออกมาเป็นแสงสีเขียวจางๆ

มันเป็นแค่สัตว์อสูรระดับหก แต่ในขณะที่มันกำลังบ้าคลั่งนั้นมันเหมือนราวกับสัตว์อสูรระดับเจ็ด

พานโจว,กู่หลินหลง,ซูหยานซิงและกู่เจียงเกอ ทุกคนต่างก็ตกใจกลัวกับความบ้าคลั่งของสัตว์อสูรภูติ พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะเข้าไปใกล้ พวกเขาทำได้เพียงถอยห่างออกมา

หยางมู่,หลี่เฟิงเก้อ และนักรบคนอื่นๆของตระกูลหยางที่กำลังจะไปหาฉื่อหยาน เองก็ต้องก้าวถอยออกไปเช่นกัน เพราะสัตว์อสูรภูติกำลังบ้าคลั่ง

ในเวลานั้น บนเรือเขาเงินก็กลายเป็นลานล่าสังหารของสัตว์อสูรภูติ เมื่อมันเห็นฉื่อหยานถูกทำร้าย มันก็เริ่มไล่ล่าฉีกกระชากร่างของนักรบจาก ดินแดนเพิ้งหลายศักดิ์สิทธิ์ และ ดินแดนทะเลสาปเทวาศักดิ์สิทธิ์ ออกเป็นชิ้นๆ

เลือดกระจายไปทั่วอยู่บนเรือเขาเงิน

ฉื่อหยานนั่งอยู่บนสัตว์อสูรภูติพร้อมกับอารมณ์ที่เต็มไปด้วยความสุข เนื่องจากเขาได้ดูดซับพลังปราณลึกลับจากศพมาเป็นจำนวนมาก และ เส้นชีพจรของเขาก็เริ่มมีอาการเจ็บปวดถูกกระตุ้นขึ้นมา

พลังงานเชิงลบมหาศาลไหลไปทั่วร่างของเขา จนเขาแทบจะควบคุมสติไม่อยู่

พลังแห่งความกลัว , ความกระหายเลือด , ความคับแค้น และพลังงานเชิงลบก็ได้ระเบิดออกมากลายเป็นหมอกสีขาวขึ้นรอบๆตัวของฉื่อหยาน และเหือดหายไปอย่างเงียบๆ

กู่เจียงเกอนั้นต้องการที่จะแอบลอบโจมตีฉื่อหยาน แต่เขาก็ประมาทและถูกล้อมรอบโดยหมอกสีขาวที่เกิดขึ้นจากพลังงานเชิงลบของฉื่อหยาน

เพียงแค่พริบตาเดียว กู่เจียงเกอก็เสียสติไปแล้วเขาก็กลายเป็นเหมือนกับนักโทษที่ถูกคุมขังมานานหลายร้อยปี เขาบ้าคลั่งและพุ่งไปหากู่หลินหลงเพื่อฆ่านาง

กู่เจียงเกอ กลายเป็นบ้าคลั่ง

“เจ้าเป็นบ้าไปแล้วรึ !!!”กู่หลินหลงหลบการโจมตีและนางรู้สึกถึงพลังงานอาฆาตที่ไม่มีสิ้นสุดออกมาจากร่างของกู่เจียงเกอ

กู่หลินหลง ทันทีก็ตระหนักได้ว่าเขาคงจะกลายเป็นบ้าแล้วจริงๆ

ฉื่อหยานตกใจหลังจากนั้นเขาก็พบว่าคลื่นพลังงานเชิงลบของเขาทำให้คนบ้าคลั่งและทำให้พวกเขาไล่ฆ่าสหายของตัวเองได้

ฉื่อหยานทันทีก็ได้รับรู้ถึงความสามารถของพลังวิเศษนี้ เขาจึงแทรกพลังงานเชิงลบเข้าไปในห้วงจิตสำนึก และเขาก็ควบคุมมันไปที่นักรบจาก ดินแดนเพิ้งหลายศักดิ์สิทธิ์และดินแดนทะเลสาปเทวาศักดิ์สิทธิ์

อย่างที่คาดการไว้

เมื่อนักรบเหล่านั้นถูกควบคุมด้วยหมอกสีขาว ทุกคนกลายเป็นเป็นบ้าคลั่ง และเริ่มไล่ฆ่าสหายด้วยความกระหายเลือด

“เป็นวิชาที่ชั่วร้ายนัก !!!!”

เหว่ยชิง อุทานออกมาเมื่อเห็นคนของตนกำลังเสียสติและไล่ฆ่ากันเอง ในทันที นางก็รู้สึกสิ้นหวัง

“โฮ๊กกก”

สัตว์อสูรภูติกระโดดไปหาเหว่ยชิงพร้อมกับมีคลื่นพลังทมิฬที่แข็งแกร่งทะลักออกมาจากร่างของมัน

ใบหน้าของเหว่ยชิงก็เปลี่ยนไป เขาไม่สนใจพวกพ้องของเขาเลยและทันทีเขาก็กระโดดลงจากเรือเขาเงินและตะโกนออก “หนี !”.

นักรบที่อยู่บนเรือเขาเงินก็ เห็นว่ามีอะไรผิดปกติ พวกเขาจึงกระโดดตาม เหว่ยชิงลงไปในทะเล

ด้านล่างเป็นท้องทะเลของมหาสมุทรที่ไม่มีที่สิ้นสุด คนเหล่านี้รู้ดีว่าสามารถตกลงไปในทะเลได้ ดังนั้นพวกเขาจึงกระโดดลงไปในทะเล

“ฉื่อหยานฝากไว้ก่อนเถอะ ข้าจะกลับมาฆ่าเจ้าอย่างแน่นอน” กู่หลิงหลงตะโกนไปที่ฉื่อหยานอย่างข่มขู่ จากนั้นก็พากู่เจียงเกอกระโดดลงไปในทะเล

เพียงสามวินาทีนักรบที่รอดตายทุกคนก็กระโดดลงไปในทะเล

“ปล่อยมันไป” ฉื่อหยานบอกสัตว์อสูรให้หยุดไล่ล่าพวกเขา เขาเขาก็หันไปกล่าวกับหยางมู่ว่า“พานโจวไม่ใช่นักรบแค่กลุ่มเดียวที่อยู่ที่นี่ แต่ยังมีนักรบคนอื่นที่กำลังมาที่นี่อีก พวกเขาแข็งแกร่งกว่าพานโจวและพวกนักรบระดับรู้แจ้งทั้งสามคนนั้นอีกด้วย”

หยางมู่พยักหน้าเพื่อตอบรับว่าเข้าใจ

หลังจากนั้นหยางมู่ ก็เรียกพวกนักรบของตระกูลหยาง ที่บนเรือให้ขึ้นไปบนมังกรสองหัวและค้างคาวโลหิตคราม จากนั้นพวกเขาก็แล่นออกจากเรือไปเหมือนกับสายลม

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1327 แล้วนะคะ มี 29 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

ด่วน!! ตอนนี้มีโปรโมชั่น ปกติเข้า 7 กลุ่ม ราคา 700 บาท ตอนนี้ลดเหลือ 500 บาทเท่านั้น รีบๆ มาใช้โปรกันนะคะ

จบบทที่ บทที่ 219 อ่อนแอยิ่งนัก !

คัดลอกลิงก์แล้ว