เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 216 กระสวยแยกนภา

บทที่ 216 กระสวยแยกนภา

บทที่ 216 กระสวยแยกนภา


บทที่ 216 กระสวยแยกนภา

นักรบตระกูลหยางได้เข้าสู่รูปแบบเคลื่อนย้ายไปทีละคนๆ พวกเขาค่อยๆหายวับเข้าไปในแสงสว่าง

หยางหลาวและโม่ต้วนหุน จ้องมองไปที่ฉื่อหยานด้วยดวงตาที่มีเลศนัย

ฉื่อหยานชี้ไปที่ตัวอย่างอย่างงุนงง "จะให้ข้าทำอะไรงั้นรึ?"

"มีสมบัติลับที่หายากมากมายที่เป็นของยอดฝีมือตั้งแต่ยุคโบราณในหุบเหวแห่งสนามรบ" โม่ต้วนหุน พยักหน้าแล้วกล่าวว่า "ในทะเลไม่มีสิ้นสุด ยอดฝีมือหลายคนได้ไปที่หุบเหวแห่งสนามรบ และไม่เคยมีใครได้กลับออกมาเลย ในกลุ่มของพวกเขามีคนหนึ่งชื่อ เตี่ยหลง เขาเป็นนักหลอมอาวุธระดับศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อเสียงมาเป็นพันๆปี ทักษะของเขาเป็นที่รู้จักในทะเลไม่มีสิ้นสุดและผลงานของเขาก็เป็นสิ่งล้ำค่า "

"เขาตายอยู่ในหุบเหวแห่งสนามรบงั้นรึ?" ฉื่อหยานถาม

"ข้าเองก็ไม่รู้" หยางหลาวได้ตอบกลับฉื่อหยาน "แต่เขาไม่เคยปรากฏตัวในทะเลไม่มีสิ้นสุดอีกเลย เขาเป็นนักหลอมอาวุธที่มีพรสวรรค์อย่างมาก เขามีสมบัติที่ล้ำค่าเป็นอย่างมากมันก็คือ  กระสวยแยกนภา ซึ่งเป็นสมบัติล้ำค่าระดับศักดิ์สิทธิ์ มันสามารถสร้างรอยแยกมิติและทำลายรูปแบบต่างๆได้ ด้วยกระสวยแยกนภา เตี่ยหลงสามารถเข้าผ่านไปยังอีกโลกได้โดยไม่ต้องพึ่งพาประตูแห่งสวรรค์ และไม่มีอะไรที่จะดักขังเขาได้ "

"ท่านหมายถ้าเราสามารถครอบครอง กระสวยแยกนภา พวกเราก็จะสามารถพาท่านปู่ใหญ่ ออกจากรูปแบบผนึกอสูรได้อย่างนั้นรึ?" ฉื่อหยานเริ่มคิดตาม

"ถ้าตำนานเกี่ยวกับ กระสวยแยกนภา เป็นเรื่องจริงเราก็อาจจะสามารถช่วยท่านปู่ใหญ่ได้" โม่ต้วนหุนตอบอย่างมั่นใจ

"จริงรึ?!!!!!" หยางมู่ไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เลยเขาจึงพูดด้วยความตกใจ "ถ้าสมบัติลึกลับนั้นมหัศจรรย์เช่นนั้นจริงๆ ทำไมเตี่ยหลงถึงไม่ใช้มันเพื่อออกจากหุบเหวแห่งสนามรบล่ะ? พวกท่านบอกว่าหุบเหวแห่งสงครามเต็มไปด้วยอุปสรรคมากมายใช่หรือไม่? แล้วด้วยกระสวยแยกนภา ไม่ใช่ว่าเขาสามารถไปได้ทุกที่ ที่เขาต้องการในหุบเหวแห่งสนามรบหลอกรึ? "

"มีคนบอกว่าเตี่ยหลง เสียชีวิตในหุบเหวแห่งสนามรบเพราะเขาตั้งใจที่จะควมคุบเปลวไฟนภา แต่กลับถูกมันกลืนกินจนหมดสิ้น“โม่ต้วนหุนหยุดชะงักแล้วจึงพูดต่อว่า” แม้ว่าเตี่ยหลงจะเป็นนักหลอมอาวุธระดับศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นระดับสูงแท้จริง แต่ระดับของเขาอยู่เพียงนภาที่สามของระดับนภาเท่านั้น ซึ่งนั่นไม่เพียงพอที่จะกำหราบเปลวไฟนภาได้แน่นอน "

“แล้วมันเกี่ยวข้องอะไรกัน กับฉื่อหยานงั้นรึ ?” หยางมู่ได้ถามอีกครั้ง

ฉื่อหยานเกิดความสับสนจึงถามว่า "ใช่ แล้วมันเกี่ยวข้องอะไรกับข้างั้นรึ?"

"เปลวไฟนภาทั้งสองนั้น สามารถสัมพัสถึงกันและกันได้เมื่อพวกมันอยู่ในพื้นที่เดียวกัน" โม่ต้วนหุนได้อธิบาย "เปลวไฟลึกลับบางดวงสามารถอยู่ร่วมกันได้ และบางดวงก็จะต่อต้านกัน ฉื่อหยานเมื่อเจ้าได้เข้าไปในหุบเหวแห่งสนามรบ เจ้าอาจจะสัมพัสได้ถึงที่อยู่ของเปลวไฟนภาได้ และด้วยความช่วยเหลือของเปลวเหมันเยือกแข็ง เจ้าอาจจะได้รับสมบัติลับของกระสวยแยกนภามาก็เป็นได้ "

"อื้มมม ข้าเข้าใจ“ฉื่อหยาน พยักหน้าด้วยกับยิ้ม ”เอาละ เมื่อถึงตอนนั้นข้าจะสื่อสารกับเปลวเหมันเยือกแข็ง  และจะสืบหากระสวยแยกนภาของเตี่ยหลงเอง"

"อืมมม งั้นระวังตัวด้วยละ อย่าหักโหมตัวเองจนเกินไป เมื่อพวกเจ้ารู้ที่อยู่ของเปลวไฟนภา ก็ให้หยางมู่เป็นคนออกไปค้นหากระสวยแยกนภา มิเช่นนั้นถ้าเปลวไฟนภา สัมพัสได้ถึงเปลวเหมันเยือกแข็งในตัวของเจ้ามันก็อาจจะโจมตีเจ้าได้ เข้าใจใช่ไหม? "โม่ต้วนหุน กล่าว

"อืมมม ข้ารู้แล้วว่าต้องทำอย่างไร"

"รอข้าเดี๋ยว เจ้าสามารถไปด้วยกันกับข้าได้ภายในอีกไม่กี่วันข้างหน้าเมื่อ หยางเค่อ และ หยางซู่ มาถึง "

สามวันต่อมา

หยางเค่อ, หยางซู่ และหลี่เฟิงเกอ ก็ได้กลับมายังเกาะอมตะพร้อมกัน

หยางเค่อ และ หยางซู่ เป็นลูกหลานโดยตรงของตระกูลหยางพวกเขาทั้งสองอยู่ในนภาที่สองของระดับปฐพี ส่วน หลี่เฟิงเก้อ นั้นอยู่ในนภาแรกของระดับปฐพี นางนั้นเป็นลูกสาวของราชาชูร่า หลี่มู่

“หยางมู่,หยางเค่อ, หยางซู่, หลี่เฟิงเก้อ, ฉื่อหยาน , พวกเจ้าทั้งห้าคนรวบรวมกลุ่มนักรบระดับปฐพีมาทั้งหมดสิบคน แล้วให้พวกเขาไปกับพวกเจ้าเข้าสู่หุบเหวแห่งสนามรบ และอยู่ที่นั่นกับพวกเจ้าเป็นเวลาสามปี”หยางหลาวออกคำสั่ง เมื่อเห็นว่าทุกคนมารวมตัวกัน

ฉื่อหยาน , หยางมู่และคนอื่นได้พยักหน้าพร้อมกัน

“ฉื่อหยานนั้นอยู่เพียงแค่ระดับหายนะ แน่ใจหรือ ว่าจะให้เขาเป็นผู้นำกลุ่ม?”หลี่เฟิงเก้อขมวดคิ้วแล้วมองไปที่ ฉื่อหยานพร้อมกับพูดว่า " เจ้าแน่ใจหรือไม่ว่าจะสามารถเป็นผู้นำได้? "

หลี่เฟิงเก้อเป็นลูกสาวคนเดียวของ ราชาชูร่า หลี่มู่ ซึ่งนางนั้นอยู่ในนภาแรกของระดับปฐพี ในตระกูลหยางนางได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับหยางมู่ และได้รับการฝึกอบรม ฝึกสอนมาเป็นอย่างดี นางเป็นคนที่งดงาม หลังจากที่นางได้ร่วมต่อสู้กับตระกูลหยาง นางก็ได้รับการพิจารณาว่านางมีความสำคัญต่อตระกูลหยางเป็นอย่างมาก และนางก็ได้รับการยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งของเกาะอมตะซึ่งนางสามารถเรียกมันว่าบ้านได้

หนึ่งในสามของราชาชูร่า หลี่มู่ได้พานางไปด้วยทุกครั้งที่เขาออกไปต่อสู้ แม้ว่านางจะอายุยังน้อย แต่มือของนางก็เปื่อนด้วยเลือดของผู้คนจำนวนมาก นางเผชิญกับอันตรายมาทุกประเภท และนางได้เคยไปที่หุบเหวแห่งสนามรบมาแล้ว ดังนั้นนางจึงรู้ว่าที่นั่นมันอันตรายแค่ไหน

นางกังวลว่านักรบทั้งสิบคนจะต้องตาย เพราะการตัดสินใจที่ผิดพลาดของฉื่อหยาน

"จริงด้วย ?" หยางซู่ พยักหน้า "เสี่ยวหยาน  เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าเจ้าสามารถดูแลคนทั้งสิบคนได้?"

หยางซู่ เป็นพี่สาวคนที่สองของ ฉื่อหยาน นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้พบกับฉื่อหยานและนางก็รู้เรื่องของเขาเพียงน้อยนิดเท่านั้น นางจึงหวาดระแวง ฉื่อหยานที่อยู่เพียงแค่ระดับหายนะ จะสามารถเป็นผู้นำของนักรบระดับปฐพีได้จริงหรือ ?

ก่อนหน้านี้ฉื่อหยานจะอาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท นางจึงคาดเดาว่าเขาคงขาดประสบการณ์ในการเป็นผู้นำคนอื่น

แม้แต่ในตระกูลหยาง นักรบระดับปฐพีพวกเขาต่างก็นับได้ว่าสำคัญ

นักรบทั้งสิบคนที่พวกเขาคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันนั้น เป็นผู้ที่มีศักยภาพพอที่จะบรรลุเข้าสู่ระดับรู้แจ้งในอนาคต ด้วยเมล็ดพันธุ์ที่ดีเหล่านี้ของตระกูลหยาง นางไม่คิดว่ามันเป็นความคิดที่ดีนัก ที่จะให้ฉื่อหยานเป็นผู้นำ

"ข้าจะลองดู"  ฉื่อหยานพูดพร้อมกับยิ้ม "ข้าไม่ได้มีประสบการณ์มากมายนัก ดังนั้นข้าจะไม่อยู่ห่างจากพวกเจ้าแน่นอนเมื่ออยู่ในหุบเหวแห่งสนามรบ "

"สถานการณ์ในหุบเหวแห่งสนามรบ ค่อนข้างซับซ้อน" หลี่เฟิงเก้อส่ายศีรษะและอธิบายว่า "อุปสรรคบางอย่าง ไม่สามารถตรวจจับได้ง่ายไม่ว่าจะเป็นใครกันก็ตาม ถึงแม้ว่าเราจะอยู่ด้วยกันแต่ถ้ามีใครคนใดคนหนึ่ง ได้ไปแตะกลไกของกับดักนั้น พวกเราก็จะถูกแยกออกจากกันทันที. ถ้าเกิดเหตุกันอย่างนั้นขึ้นข้า ข้าเองก็ไม่รู้ว่าจะช่วยพวกเจ้าได้หรือไม่ "

“อืมม” ฉื่อหยาน มองไปยังหยางหลาว

"ไม่เป็นไร" หยางหลาว ยิ้มให้กับนักรบในนภาที่สองของระดับปฐพี "เจียงหูชวน เจ้าจงติดตามฉื่อหยานไป ข้าเชื่อว่าเขาจะปลอดภัยหากอยู่กับเจ้า "

เจียงหูชวน พยักหน้ายิ้มพร้อมพูดกับฉื่อหยานว่า "อย่ากังวลไปเลยนายน้อยหยาน ข้าจะติดตามท่านไปทุกที "

หยางหลาวได้แต่งตั้งให้ เจียงหูชวน เป็นผู้ติดตามฉื่อหยาน ดังนั้นหลี่เฟิงเก้อและหยางซู่จึงมีความมั่นใจมากขึ้นพร้อมกับยิ้มให้กับเขา

"เป็นเรื่องดีแน่นอนหากลุงเจียงอยู่ที่นั่นด้วย ฮ่าฮ่าฮ่า เขาเป็นลูกศิษย์ที่ดีที่สุดของท่านปู่อัน "หยางมู่กล่าว

เฉาอัน เป็นอาวุโสของตระกูลหยางเขาอยู่ในนภาแรกของระดับนภา เขาเชี่ยวชาญในการรับมือกับอุปสรรคต่างๆ และ เจียงหูชวน ก็เป็นลูกศิษย์ของเขา

พอได้เห็น เจียงหูชวน อยู่ในทีมของเขาแล้วฉื่อหยาน ก็คิดบางสิ่งบางอย่างขึ้นได้

ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือ เจียงหูชวน นั้นจะเป็นผู้ที่มีบทบาทในการตัดสินใจ เลือกนักรบทั้งสิบคนเพื่อส่งไปปกป้องฉี่อหยาน

"สัตว์อสูร ไม่สามารถที่จะเข้าไปในหุบเหวแห่งสนามรบได้ โปรดจำไว้ด้วยว่าหลังจากที่เจ้าได้ไปถึงประตูสวรรค์ ในดินแดนทะเลท้องฟ้า ให้จัดการกับสัตว์อสูรก่อนเป็นอันดับแรก ในหุบเขาอสูรใกล้ๆนั้นมีสัตว์อสูรอยู่มากมาย รวมทั้งสัตว์อสูรระดับแปดก็เช่นกัน เจ้าสามารถนำสัตว์อสูรของเจ้าไปไว้ที่หุบเขาอสูรนั้นได้ "หยางหลาวบอกรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้

ฉื่อหยานรับฟังอย่างตั้งใจ

อีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา หยางหลาวได้กล่าวว่า "ดี งั้นตอนนี้ทุกคนก็เข้าสู่ รูปแบบเคลื่อนย้ายพร้อมกับสัตว์อสูรของพวกเจ้าได้แล้ว ข้าจะส่งพวกเจ้าไปที่รูปแบบเคลื่อนย้ายเอง ด้วยระยะทางประมาณ 20,000 ไมล์ ก่อนที่จะไปถึงยังประตูสวรรค์ และไปต่อยังหุบเหวแห่งสนามรบ  พวกเจ้าจะต้องใช้เวลาเดินทางทั้งหมดสามวัน "

ฉื่อหยาน ลูบสัตว์อสูรภูติของเขาพร้อมกับเข้าไปยืนอยู่ภายในรูปแบบเคลื่อนย้าย  สัตส์อสูรภูตินั้นเชื่อฟังคำสั่งเขาเป็นอย่างดี

สัตว์อสูรภูติได้ปรากฏตัวขึ้นและคำรามออกมา พร้อมกับจ้องมองไปยังมังกรสองหัวและหยางมู่ ที่อยู่ในรูปแบบเคลื่อนย้าย

ในรูปแบบเคลื่อนย้าย หยางมู่, หยางเค่อ, หยางซู่ มังกรสองหัวและหลี่เฟิงเก้อพร้อมกับค้างคาวโลหิตคราม ที่เข้าไปในรูปแบบเคลื่อนย้ายก่อนหน้า ก็ถอยให้สัตว์อสูรภูติเข้ามา

สัตว์อสูรภูติมีความยาวประมาณสิบเมตร ในขณะที่มังกรสองหัวและค้างคาวโลหิตคราม มีขนาดเพียงแค่ 5-6 เมตรเท่านั้น สัตว์อสูรภูตินั้นมีขนาดใหญ่และกลิ่นอายทรงพลังกว่ามาก สำหรับสัตว์อสูรระดับ 6  ด้วยกันสัตว์อสูรภูติดูดูแข็งแกร่งกว่ามังกรสองหัว และค้างคาวโลหิตครามเป็นอย่างมาก.

.

" จงระวังตัวจากคนที่มาจากดินแดนเพิ้งหลายศักดิ์สิทธิ์ด้วย"  ก่อนที่เขาจะเปิดการทำงานรูปแบบเคลื่อนย้าย หยางลาวก็ได้พูดเตือนขึ้นมาว่า "ราชวังศ์จิตวิญญานต่อสู้ ไม่เคยสนใจเรื่องทะเลาะวิวาทในทะเลไม่มีสิ้นสุด และไม่เคยยุ่งเกี่ยวอะไรกับตระกูลหยางเลย แต่ในครั้งนี้ดินแดนเพิ้งหลายศักดิ์สิทธิ์ดูเหมือนจะลงมือทำอะไรสักอย่าง ถึงแม้ว่ารูปแบบเคลื่อนย้ายของพวกเราในทะเลท้องฟ้าจะถูกซ่อนไว้อย่างดีก็ตาม แต่เมื่อมีคนจำนวนมากปรากฏตัวขึ้น พวกเขาจะต้องสังเกตเห็นได้แน่นอน ดังนั้นจงระวังตัวไว้ให้ดีก่อนที่พวกเจ้าจะเข้าไปในประตูสวรรค์"

"ข้าเข้าใจเเล้ว" หยางมู่ได้หัวเราะออกมา "จะดีกว่าหากให้พวกเขารู้เรื่องนี้ หากพวกเขารู้เรื่องนี้ ยอดฝีมือคนอื่นก็ต้องรู้เช่นกัน ข้าคิดว่าพวกเขาที่อยู่ที่นั่นคงไม่ดักฆ่าเราอย่างแน่นอน ข้าเชื่อว่าพวกเราจะถูกไล่ล่าจากนักรบเหล่านั้นก็ต่อเมื่อเข้าไปในหุบเหวแห่งสนามรบแล้วเท่านั้น ซึ่งนั้นก็นับได้ว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับเรา "

"หึ!" หยางเค่อยิ้มให้ "ข้าได้ยินมาว่า มีนักรบรุ่นเยาว์เจ็ดคนที่ติดอยู่ในรายชื่อลำดับผู้แข็งแกร่งอยู่ที่นั่นด้วย ดังนั้นข้าหวังว่าพวกเขาจะอยู่ในหุบเหวแห่งสนามรบเช่นเดียวกับเรา "

รายชื่อลำดับผู้แข็งแกร่งอย่างนั้นรึ?”ฉื่อหยานสับสน

"ผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในการรายชื่อผู้แข็งแกร่งในทะเลไม่มีสิ้นสุด  มีทั้งหมดสิบแปดคน เหล่าผู้คนที่มีรายชื่อลำดับผู้แข็งแกร่ง ล้วนมาจากยอดฝีมือในด้านต่างๆของทะเลไม่มีสิ้นสุด และพวกเขาทุกคนล้วนจะกลายเป็นผู้นำในอนาคตแน่นอน "หลี่เฟิงเก้อได้อธิบาย

"มีพวกเราทั้งหมดกี่คนที่ติดอยู่ในรายชื่อลำดับผู้แข็งแกร่ง?" ฉื่อหยานถาม

"หยางมู่, หยางจั่ว และหยางเค่อ ทั้งหมดล้วนอยู่ในรายชื่อลำดับผู้แข็งแกร่ง" หลี่เฟิงเก้อยิ้มและมองไปที่หยางเค่อ "แต่ หยางเค่อ นั้นอยู่อันดับท้ายสุด นั่นก็คิดลำดับที่ สิบแปด ฮ่า ฮ่า"

ฉื่อหยานการแสดงออกเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1327 แล้วนะคะ มี 29 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

ด่วน!! ตอนนี้มีโปรโมชั่น ปกติเข้า 7 กลุ่ม ราคา 700 บาท ตอนนี้ลดเหลือ 500 บาทเท่านั้น รีบๆ มาใช้โปรกันนะคะ

จบบทที่ บทที่ 216 กระสวยแยกนภา

คัดลอกลิงก์แล้ว