เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 213 ประตูสวรรค์โบราณ

บทที่ 213 ประตูสวรรค์โบราณ

บทที่ 213 ประตูสวรรค์โบราณ


[TL. ดินแดนใต้พิภพ คืออันเดียวกับ ดินแดนทมิฬ ซึ่งดินแดนนี้พวกที่อาศัยอยู่จะถูกเรียกว่า เผ่าทมิฬ

ดินแดนสี่อสูร ก็ คือ ดินแดนอสูร ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ดินแดน คนที่อาศัยอยู่ก็คือ พวกอสูร หรือ เผ่าอสูรนั่นแหละจ้า]

บทที่ 213 ประตูสวรรค์โบราณ

“มหัศจรรย์ยิ่งหนัก!”

เปลวเหมันเยือกแข็งส่งข้อความออกมาทันที "ระวัง ! ไปเร็วเข้า ! วิญญานของมันนั้นไร้ซึ่งอามรมณ์ใดๆ มันมีเพียงความกระหายเลือดไม่สิ้นสุดเท่านั้น มันจะทำลายทุกสิ่ง และสิ่งมีชีวิตทุกอย่างที่มันพบเห็น ! "

ฉื่อหยานก็ตื่นตกใจ

เขาไม่ลังเลที่จะเรียกใช้พลังทั้งหมดของเขาและโคจรพลังปราณลึกลับลงไปที่ขาและเริ่มใช้ก้าวอัศนี

ประกายสายฟ้าฟาดลงที่หุบเขา

มันฟาดลงมายังพื้นที่100เมตรของสัตง์อสูรภูติ

“โฮ๊กกก โฮ๊กกกกกกก !!”

สัตว์อสูรภูก็ร้องคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่ดวงตาอันเขียวขจีของมันกำลังจ้องที่ไปฉื่อหยาน สัตว์อสูรภูตนั้นถูกพันธนาการไปด้วยโซ่ทั้งสิบสองเส้น อยู่ห่างออกไปยี่สิบเมตรตรงหน้าฉื่อหยาน

สายฟ้าผ่าลงมายังระหว่างภูเขาศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองและโซ่สิบสองเส้นที่เชื่อมต่ออยู่ก็ถูกขึงออก

มันเป็นสัตว์อสูรระดับหก แต่พลังของมันสามารถทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือนได้!

ฉื่อหยานมองดูอย่างสงบนิ่ง พร้อมกับยิ้มให้กับสัตว์อสูร เขากล่าวว่า"เจ้าเป็นสัตว์อสูรภูตที่ดุร้ายจริงๆ!"

ฉื่อหยาน ไม่คิดเลยว่าเขาจะถูกหยุดยั้งโดยสัตว์อสูรภูต ทันทีที่เขาเข้าใกล้มัน ถ้าเปลวเหมันเยือกแข็งไม่ได้ช่วยเขาไว้เขาอาจถูกฆ่าโดยสัตว์อสูรภูตไปแล้ว

ล้มเหลวอีกครั้ง

"สัตว์อสูรตัวนี้มันพิเศษมากนัก !" จาก แหวนสายโลหิต เปลวเหมันเยือกแข็งก็พูดขึ้น ขณะเดียวกันกลิ่นอายพลังของ เปลวเหมันเยือกแข็ง ก็กำลังอ่อนแอลงเรื่อยๆ ดูเหมือนว่าแหวนสายโลหิตกำลังจะปิดผนึกมัน

"อืมมม ข้าได้ยินมาว่ามันเป็นลูกผสมระหว่าง ภูติจากดินแดนทมิฬกับสัตว์อสูรมังกรจากดินแดนอสูร"

ฉื่อหยาน ได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์อสูรตัวนี้ให้กับเปลวเหมันเยือกแข็งฟัง "ตามที่ปู่ของข้าบอก สัตว์อสูรตัวนี้ไม่สมควรมีตัวตนอยู่ เนื่องจาก ภูติจากดินแดนทมิฬและสัตว์อสูรมังกรจากดินแดนอสูรนั้น ดินแดนของทั้งสองไม่ได้เชื่อมต่อกัน ที่สัตว์อสูรภูติตัวนี้เกิดมาได้ นับว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์ "

“มันนั้นเกิดจาก ภูติจากดินแดนทมิฬกับสัตว์อสูรมังกรจากดินแดนอสูณงั้นรึ?”เปลวเหมันเยือกแข็งรู้สึกประหลาดใจ" เจ้าแน่ใจรึ? "

"ก็ข้าได้ยินมาอย่างนั้น"

เปลวเหมันเยือกแข็งหยุดและเงียบ

หลังจากเวลาผ่านไปได้สักพัก เปลวเหมันเยือกแข็ง ก็ได้ส่งข้อความอีกครั้งว่า "เจ้าเจอปัญหาแล้ว !"

การแสดงออกของฉื่อหยานได้เปลี่ยนไปในขณะที่เขาถามว่า "เจ้าหมายความว่าไง?"

ฉื่อหยานเขารู้อยู่เเล้วว่าเปลวเหมันเยือกแข็งไม่ใช่มนุษย์ มันรู้เรื่องราวต่าวๆมากมายเกี่ยวกับโลกนี้้มากกว่ายอดฝีมือเสียอีก

.

มันนั้นรู้เรื่องราวต่างๆมากมายจากใครหลายคน,  มันครอบครองความทรงจำของยอดฝีมือจากทุกยุคสมัย และรู้ความลับหลายอย่างของแผ่นดินรุ่งเรืองและดินแดนทมิฬและดินแดนอสูร

มันต้องพบบางสิ่งบางอย่างแน่นอนถึงได้พูดออกมาเช่นนี้!

“การที่สัตว์อสูรภูติปรากฏตัวออกมาเช่นนี้ แปลว่าต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นกับมิติเชื่อมต่อระหว่างดินแดนทมิฬกับดินแดนอสูรแน่นอน เมื่อมิติเชื่อมต่อเกิดความเสียหาย ม่านพลังที่ปิดกั้นระหว่างดินแดนอยู่ก็จะไม่เสถียร และจะมีรอยแยกปรากฏขึ้นที่แผ่นดินรุ่งเรื่องจำนวนมาก”

“นั้นหมายความว่าไง ?”

“นั่นก็หมายความว่าเผ่าทมิฬและเผ่าอสูรที่เป็นพันธมิตรกันก็จะรวมตัวกันเพื่อโจมตีโลกใบนี้อีกครั้งไงหละ!”

ฉื่อหยานตกใจเป็นอย่างมาก

“เผ่าทมิฬและและเผ่าอสูร นั้นฉิจฉาความมั่งคั่งของพวกมนุษย์ ซึ่งทรัพยากรเหล่านั้นค่อนข้างหายากในโลกของพวกมัน เมื่อเผ่าทมิฬและเผ่าอสูร มายังแผ่นดินรุ่งเรืองแล้วพวกมันก็จะตามหาทรัพยากรที่พวกมันต้องการ จากนั้นก็จะขยายตัวกันออกไปอย่างรวดเร็วแล้วโลกของมนุษย์ ก็จะเกิดปัญหาที่ไม่มีวันสิ้นสุด.”

"การที่ทางเชื่อมต่อระหว่างดินแดนทมิฬกับดินแดนอสูรถูกทำลายไป นั่นเป็นสัญญาบ่งบอกว่าพวกมันนั้นกำลังร่วมมือกัน และพวกมันกำลังจะมายังแผ่นดินรุ่งเรืองและเริ่มการล่าสังหาร!

“จริงรึ?” ฉื่อหยานรู้สึกตกใจ

"แล้ว สัตว์อสูรภูติตนนี้มีอายุเท่าใด? "

"น่าจะประมาณ 100ปี "

"แล้วเมื่อเร็ว ๆ นี้มีพวกเผ่าอสูรได้เข้ามาสู่โลกนี้จากจุดเชื่อมต่อของพื้นที่หรือไม่"

“ใช่”

“หายนะมาเยือนแล้ว!”

เปลวเหมันเยือกแข็งช่วยไม่ได้ที่จะอุทานออกมา "เส้นทางระหว่างพื้นที่ของดินแดนทมิฬ และ ดินแดนอสูร ต้องใช้เวลาประมาณห้าร้อยปีเพื่อทำให้เกิดรอยแยกขึ้น เผ่าทมิฬและเผ่าอสูรต้องลงทุนอย่างมากตลอดเวลาห้าร้อยปี เพื่อรักษาเสถียรภาพของเส้นทางระหว่างดินแดนทมิฬและดินแดนอสูร  ให้เชื่อมรอยต่อมายังแผ่นดินรุ่งเรือง เมื่อมีเผ่าอสูรบางตรออกมาจากรอยแยกนั่น และถ้ามันอสูรที่มาเป็นอสูรระดับสูง นั่นก็หมายความว่าพวกมันได้เตรียมพร้อมแล้ว ! "

" แล้วไงต่อ ? "

“ดินแดนทมิฬและโลกของเรานั้นไม่ได้มีมิติที่เชื่อมต่อกัน ดินแดนทมิฬและประตูสวรรค์ของโลกเราเป็นเส้นทางเดียวที่เชื่อมต่อถึงกัน มีเพียงเรามราสามารถเข้าสู่ดินแดนทมิฬได้ผ่านประตูแห่งสวรรค์ แต่เผ่าทมิฬนั้นไม่สามารถเข้ามายังแผ่นดินรุ่งเรืองผ่านประตูแห่งสวรรค์ได้ นั่นหมายความว่ามันเป็นเรื่องยากสำหรับเผ่าทมิฬที่จะเข้าสู่โลกของเรา แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเส้นทางระหว่างดินแดนอสูรและดินแดนทมิฬเชื่อมต่อกัน ดังนั้นเผ่าทมิฬก็จะสามารถมายังโลกของเราผ่านมิติเชื่อมต่อได้”

“แล้วอย่างไรต่อ?”

"อีกไม่นานเจ้าก็จะได้พบกับเผ่าอสูรระดับสูงและเผ่าทมิฬปรากฏตัวขึ้นที่นี่ และ ตอนนั้น นักรบทั้งหมดใน ทะเลไม่มีสิ้นสุดก็จะตกเป็นเหยื่อของเหล่าเผ่าอสูรและเผ่าทมิฬ แล้วบางที เพียงแค่เวลาสั้นๆ โลกแห่งนี้ก็จะถูกทำลาย และอาจไร้ซึ่งมนุษย์อีกต่อไป"

"ทำไมพวกเผ่าอสูรถึงมาเข้ามายังโลกแห่งนี้ผ่านประตุสวรรค์กัน?"

"อสูรระดับพระเจ้าเเท้จริง ไม่สามารถข้ามผ่านประตูสวรรค์ได้ มันมีกฎของประตูสวรรค์อยู่ หากอสูรระดับพระเจ้าเเท้จริง สามารถมายังโลกแห่งนี้ผ่านประตูสวรรค์ได้ อย่างง่ายดาย โลกแห่งนี้คงจะกลายเป็นดินแดนร้างไปนานแล้ว ดินแดนอสูรที่สองและสามนั้นถูกปิดผนึกไว้เนื่องจากมีเผ่าอสูระดับพระเจ้าแท้จริงบางตนพยายามจะแหกกฏข้ามประตูสวรรค์! "

ฉื่อหยานตกใจเป็นอย่างมากกับสิ่งที่เขาเพิ่งได้ยิน

เขาไม่สงสัยเลยว่าทำไหมเผ่าอสตรถึงได้น่ากลัวเป็นอย่างมาก เตามที่เปลวเหมันเยือกแข็งบอกมา เผ่าอสูรที่อยู่ในดินแดนอสูรที่สองและที่สามนั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ดังนั้นประตูสวรรค์จึงปิดผนึกพวกมันไม่ให้ก้าวข้ามมา

"ใครเป็นคนสร้างประตูสวรรค์กัน?"

"นักรบระดับพระเจ้าแท้จริง"

“หือ ? นักรบระดับพระเจ้าแท้จริงงั้นรึ?”

"ถูกต้อง ในสมัยโบราณนั้น เผ่าอสูร เผ่าทมิฬ และเผ่าอื่น ๆ ในโลกที่แตกต่างกันสามารถอยู่ร่วนกันเเละเข้ากันได้ดี ประตูสวรรค์มีอยู่ก็เพื่อให้เผ่าๆอื่นสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ เพราะว่า เนื่องจากแต่ละโลกมีทรัพยากรที่แตกต่างกันไป พวกเขาเลยต้องต้องนำทรัพยากรเหล่านั้นมาแลกเปลี่ยนกันเพื่อใช้ฝึกฝน"

"ในสมัยโบราณมีพื้นที่ที่เรียกว่า" ห้วงมิติ "ซึ่งมีประตูแห่งสวรรค์หลายแห่งที่นำไปสู่โลกทุกใบ ห้วงมิติเป็นศูนย์กลางของโลกทั้งหมดและอยู่ในแผ่นดินรุ่งเรือง อย่างไรก็ตามหลังจากผ่านมาช่วงเวลาหนึ่งเผ่าทุกเผ่าก็เริ่มต่อสู้กันเอง เผ่าที่แข็งแกร่งเริ่มที่จะไปยังโลกอื่นและฆ่าสังหารผู้คนของโลกนั้น "

"สงครามระหว่างเผ่าต่างๆเป็นไปอย่างรวดเร็วและง่ายดายเพราะว่ามีประตูสวรรค์อยู่ หลากหลายชนเผ่าต่างสูญพันธุ์ไปแล้วและตอนนี้ก็เหลือเเค่ แผ่นดินรุ่งเรือง เผ่าทมิฬ และเผ่าอสูรเท่านั้นเป็น เป็นเพียงสามเผ่าที่เหลือรอดจากสงคราม เพราะสงครามเมื่อหลายพันปีก่อนหลายๆเผ่าจึงได้สูญพันธุ์และหายไป "

จนมาวันหนึ่งยอดฝีมือของเผ่าต่างๆก็สังเกตเห็นว่าการมีอยู่ของประตูสวรรค์เป็นสิ่งที่อันตรายอย่างยิ่ง ดังนั้นพวกเขาจึงสร้างและตั้งกฎเกณฑ์ต่างๆขึ้นมาเพื่อป้องกันและไม่ให้เกิดการสู้รบเหมือนอย่างในอดีต เพราะว่ามีเผ่ามากมายได้รับความสูญเสียอย่างมากในสงครามครั้งนั้นดังนั้นเหล่าเผ่าที่เหลือจึงได้ตัดสินใจทำลายประตูสวรรค์ของพวกเขาเพื่อตัดการเชื่อมต่อกับโลก

"ในยุคนั้น ประตูสวรรค์ หลายแห่งได้หายไปและหลายเผ่าก็ได้เลิกติดต่อกับเรา มีเหลือประตูสวรรค์อยู่เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น แต่ประตูทั้งหมดก็มีกฏบางอย่างถูกสร้างขึ้นมา "

" ดินแดนของเผ่าทมิฬนั้นเป็นดินแดนที่เลวร้าย ประตูแห่งสวรรค์นั้นป้องกันไม่ให้เผ่าอื่น ๆ บุกลํ้าเข้ามา และเผ่าอสูรเองก็มีอสูรที่แข็งแกร่งอยู่มากมาย ดังนั้นประตูสวรรค์จึงปิดผนึกไม่ให้อสูรระดับพระเจ้าแท้จริงก้าวข้ามมาได้ และตอนนี้ เมื่อประตูถูกทำลายแล้ว หายนะจะเกิดขึ้นแน่นอน "

เนื่องจากเปลวเหมันเยือกแข็งนั้นรู้หลายสิ่งหลายอย่างเกี่ยวกับประวัติศาสตร์มากมายมันจึงบอกทุกสิ่งทุกอย่างที่มันรู้ให้กับฉื่อหยานฟัง

หลังจากที่เปลวเหมันเยือกแข็ง พูดเสร็จ ฉื่อหยาน ก็ตระหนักได้ว่าอีกไม่นานทะเลไม่มีสิ้นสุดจะเกิดพายุลูกใหญ่ขึ้นแน่นอน [TL. หายนะครั้งใหญ่]

“ฉื่อหยาน”

หยางหลาวโผล่ออกมาอย่างลับๆพร้อมกับ ใบหน้าที่จริงจัง หลังจากที่เขามาถึง เขาก็เหลือบตามองไปที่สัตว์อสูรภูติ เเล้วก็จ้องมองไปที่ฉื่อหยานและพูดขึ้นทันทีว่า "หยุดก่อน ! ถ้าเจ้ายังไม่สามารถกำหราบมันได้ในเวลาหนึ่งเดือน ตอนนั้นก็อย่าเสียเวลาอีกเลย ข้าจะพาเจ้ากลับไปยังที่ปลอดภัยเอง"

การแสดงออกของฉื่อหยานเปลี่ยนไป "เกิดอะไรขึ้นรึ?"

ไม่ว่าในทะเลเคียร่า  หรือทะเลไม่มีสิ้นสุด, ตระกูลหยางนับได้ว่าเป็นขุมพลังที่ยิงใหญ่ที่สุดและเกาะอมตะก็คือบ้านของพวกเขา ภูเขาศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ก็เช่นกัน

หายนะประเภทใดกันที่ทำให้ตระกูลยางต้องออกจากเกาะอมตะ?

"เมื่อสามวันก่อน, โครงกระดูกของราชาอสูรโปวซุนปรากฏตัวขึ้นในพื้นที่ของทะเลต่างๆ มันกล่าวว่า ท่านปู่ใหญ่ของเจ้ากำลังถูกขุมขังอยู่ด้วย “รูปแบบผนึกอสูร” ในดินแดนสี่อสูร แม้ว่าเขาจะมีสถานะที่เกือบจะเป็นอมตะ  แต่เขาก็ยังคงถูกทรมานจนเหมือนตายทั้งเป็น” ท่าทางของหยางหลาวเปลี่ยนเป็นจริงจัง

“ว่าไงนะ?! โปวซุน ฟื้นตัวแล้วงั้นรึ ?” ฉื่อหยางพูดขึ้นมา

“รูปแบบผนึกอสูรนั้นไม่ได้จากราชาอสูรโปวชุน แต่มันมาจากราชาอสูรอีกตนหนึ่งที่ชื่อว่า ชิหยัน ดูเหมือนว่า โปวชุนและชิหยัน จะร่วมมือกัน” หยางลาวแสดงออกอย่างเป็นกังวล

“พวกเผ่าอสูรกำลังบุกรุกมาที่โลกนี้อย่างนั้นรึ?”ฉื่อหยางสูดหายใจเข้าแล้วค่อยๆสงบลง

“ตอนนี้พวกมันยังไม่มา”หยางหลาวพูดพร้อมกับส่ายหัว “ตอนนี้ขุมพลังในทะเลอื่นๆกำลังเดินเรือมายังทะเลเคียร่า พวกอสูรที่รอดชีวิตนั้นได้ไปพบกับหัวหน้าของขุมพลังต่างๆเหล่านั้นและพวกมันได้ทำข้อตกลงบางอย่างร่วมกัน โดยเผ่าอสูรบอกว่าจะให้ทรัพยากรของมันพวกแลกกับการ----ฆ่าล้างตระกูลหยาง!

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1327 แล้วนะคะ มี 29 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

ด่วน!! ตอนนี้มีโปรโมชั่น ปกติเข้า 7 กลุ่ม ราคา 700 บาท ตอนนี้ลดเหลือ 500 บาทเท่านั้น รีบๆ มาใช้โปรกันนะคะ

จบบทที่ บทที่ 213 ประตูสวรรค์โบราณ

คัดลอกลิงก์แล้ว