เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 192 เงาในค่ำคืนที่มืดมิด

บทที่ 192 เงาในค่ำคืนที่มืดมิด

บทที่ 192 เงาในค่ำคืนที่มืดมิด


บทที่ 192 เงาในค่ำคืนที่มืดมิด

เป็นป่ามืดมิดที่เต็มไปด้วยหินรูปร่างประหลาด ป่านี้เรียกว่าป่าศิลาดำ

มันมืดและเต็มไปด้วยหินรูปร่างประหลาด ไม่มีเสียงใด ๆจากสิ่งมีชีวิตเลยนั่นทำให้ดูหดหู่เป็นอย่างมาก

ใต้ต้นไม้ข้างก้อนหิน ราชสีห์วายุอัศนีก็นอนอยู่ที่พื้นอย่างเกียจคร้าน จ้องมองไปที่เหอซิงเหมินและฉื่อหยานที่อยู่ยืนข้างๆหินสีดำ และมองไปรอบๆ

" เจ้าออกจากเกาะศิลาดำไปสะ " เหอซิงเหมิน พูดออกมาอย่างรุนแรง " เจ้าไม่รู้หลอกรึว่าสถานการณ์เป็นเช่นไร ตอนนี้มีอสูรอาศัยอยู่ที่นี่ ด้วยความสามารถของเจ้าที่อยู่เพียงนภาที่สองของระดับหายนะนั้นต่ำเกินไป เราไม่ได้มีเวลามาดูแลเจ้ามากนักหลอกนะ เมื่อเรากำลังต่อสู้อยู่กับอสูร แล้วใครจะปกป้องเจ้า "

ทันทีที่เหอซิงเหมิน ลงออกจากราชสีห์วายุอัศนี นางก็พยายามพูดให้ฉื่อหยานหนีไป

" ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ได้ต้องการให้ใครมาปกป้อง พวกเจ้าไม่ต้องปกป้องข้าหลอก แม้ว่าข้าจะเจอกับพวกอสูร . " ฉื่อหยาน ส่ายหัวอย่างไม่แยแส " ข้าจะไม่ไปจากเกาะศิลาดำตอนนี้แน่นอน เมื่อใดที่อสูรเผ่าเกล็ดดำถูกกำจัดหมด เมื่อนั้นข้าจึงจะไป "

" เจ้า ! "

เหอซิงเหมิน ถลึงตามองฉื่อหยาน " ถ้าไม่ใช่ท่านโม่ช่วยพ่อของข้าไว้และช่วยข้าเมื่อตอนอยู่บนเกาะเพลิงเมฆา ข้าก็คงไม่สนใจเจ้า เจ้าคิดงั้นรึว่า นักรบในระดับหายนะจะอยู่รอดได้เมื่อเจอกับอสูรเกล็ดดำถ้าไม่มีพวกเราคอยปกป้อง "

ฉื่อหยานขมวดคิ้วและบอกอย่างไม่สนใจ " นี่ไม่ใช่ธุระอะไรของเจ้าเสียหน่อย"

นางกัดฟัน เหอซิงเหมิน สูดหายใจเข้าลึกๆ นางจ้องไปที่ฉื่อหยานด้วยความโกรธ " ศิษย์พี่ของข้ามาที่นี่ "

" ศิษย์พี่ ? " ฉื่อหยาน ก็เล่นก้อนหินสีดำ ที่อยู่ในมือของเขาและถามออกไป " แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้ารึ ? "

" เขานั้นชื่นชอบพี่สาวซินหยานมา เป็นเวลานานแล้ว และเขาก็โกรธมากด้วย เมื่อรู้ว่าเป็าเพราะเจ้าที่ทำให้นางเป็นเช่นนั้น ถ้าเขาพบว่าเจ้าอยู่ที่นี่ เจ้าจะต้องตายแน่นอน" เหอซิงเหมิน พูดออกมาตรงๆ

" แล้วเขารู้ได้อย่างไรว่าระหว่างข้าซินหยานเกิดอะไรขึ้น ? " ฉื่อหยาน กำหินที่อยู่ในและ เงยหน้าขึ้นมองเหอซิงเหมิน " เจ้าบอกเขางั้นรึ ? "

เหอซิงเหมิน กระพริบตาตาของนางและกล่าวว่า " แล้วจะทำไมหละ ? ก็เจ้าเองช่างเย็นชากับพี่สาวซินหยานนักนิ "

" ไปตายเถอะ ! " ฉื่อหยาน ก่นด่าออกมา

" เจ้าบ้า ! " เหอซิงเหมิน ก็สีหน้าเปลี่ยน นางตะโกนด้วยความโกรธ " ตอนนี้ท่านโม่ไม่อยู่ที่ ไม่มีใครปกป้องเจ้าได้แน่นอน เจ้าจะให้ข้าสั่งสอนเจ้าใช่หรือไม่ "

" เจ้าก็ลองดู !" ฉื่อหยานคอดตาของเขาจ้องมองไปที่นางด้วยสีหน้าเย็นชา

" เจ้าอยากตายนักใช่ไหม ? " เหอซิงเหมิน ประหลาดใจมากกับการแสดงออกของฉื่อหยาน , " เจ้ารู้หรือไว่า เซี่ยกุ่ยศิษย์พี่ของข้านั้นแข็งแกร่งเพียงใด ? ถ้าเขาต้องการจะสั่งสอนเจ้า เขาก็จะทำให้เจ้าตายด้วยน้ำมือของอสูร . ข้ารู้จักเขาดี เขาต้องทำแบบนั้นแน่นอน "

เซี่ยกุยคือคนที่โดดเด่นที่สุดในรุ่นเยาว์ของดินแดนปีศาจมหัศจรรย์ เขามีจิตวิญญานต่อสู้แฝด ธาตุไม้และดิน และเขายังอยู่ในนภาที่สามของระดับปฐพี, รูปร่างหน้าตาของเขาก็นับว่าเป็นหนึ่งในทะเลเคียร่า

ฉื่อหยานได้ยินจากเขา ตั่วลั่วว่า เซี่ยกุ่ยคนนี้ชื่นชอบเซี่ยซินหยานมาเป็นเวลานาน และหาข้ออ้างต่างๆ เพื่อมาพบนางที่ตระกูลเซี่ยอยู่บ่อยๆ .

ผู้ชายคนนี้มีตำแหน่งค่อนข้างสูงในดินแดนปีศาจมหัศจรรย์ ดังนั้นหญิงสาวหลายคนจึงชื่นชมเขามาก แต่เขามักจะพยายามที่จะชนะใจของเซี่ยซินหยานเพียงคนเดียว

ตั้งแต่รู้เรื่องของคนๆ ฉื่อหยานก็ไม่ชอบเขาเป็นอย่างมาก

" กลัวงั้นรึ ? "

เห็นฉื่อหยานเงียบไป เหอซิงเหมินก็ยกหัวของนางขึ้นเล็กน้อย " มันไม่สายเกินไปที่จะกลัว เพื่อท่านโม่แล้ว ข้าจะให้ราชสีห์วายุอัศนีส่งเจ้าออกจาเกาะศิลาดำ เจ้าสามารถหนีไปและหลบอยู่ที่เกาะใกล้ๆนี้ได้ และก็รอตระกูลหยางมารับเจ้าที่นั่น .

" ใครบอกว่าข้าจะไปกัน " ฉื่อหยานพูดอย่างไม่แยแส

เหอซิงเหมิน ใบหน้าที่ภูมิใจก็หายไป และนางก็ถามว่า " เจ้าจะให้เขาจัดการกับเจ้ารึยังไง ? เจ้าไม่รู้หลอกรึว่าเขาน่ากลัวแค่ไหน ? "

" ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าก็ไม่ไป ! " ฉื่อหยานตอบอย่างหนักแน่น

เหอซิงเหมิน จ้องเขาอยู่นาน แล้วนางก็พยักหน้า " เช่นนั้นก็เรื่องของเจ้า หากเจ้าอยากตายนัก ก็เชิญ"

" ดี ขอบคุณที่บอกข้า " ฉื่อหยานกล่าวอย่างเย็นชา

" เชิญเจ้าเถอะ " เหอซิงเหมิน ดูแข็งกระด้างขณะที่นางมองขึ้นไปที่ดวงดาวในท้องฟ้า แล้วนางก็เอาพัดออกมาและนั่งลงพิงกับก้อนหินสีดำข้างหลังนาง " คืนนี้เราจะพักที่นี่ และจึงค่อยไปรวมตัวกับพวกเขาที่ยอดเขาพรุ้งนี้ ."

ฉื่อหยานพยักหน้าและนั่งลงบนพื้นอย่างเงียบเชียบ โดยไม่เกรงว่าจะเลอะ

เขารู้ว่าเหอซิงเหมิน นั้นอยู่ก็เพื่อปกป้องเขา แต่นางนั้นจองหองมากไป นั่นทำให้ฉื่อหยานไม่พอใจนัก แต่เขาไม่ได้ทำอะไรนางแต่อย่างใด

ปิดตาลง ฉื่อหยานส่งจิตสำนึกของเขาเข้าไปที่แหวนสายโลหิต

ภายในแหวนสายโลหิต เปลวเหมันเยือกแข็งและแกนเพลิง กำลังถูกปิดผนึกตัวตนอยู่และต่างก็อาศัยอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง

" พลังอำนาจและตัวตนของข้าถูกปิดผนึกอยู่ ดังนั้นเจ้าต้องระวังไว้ เพราะข้าไม่สามารถช่วยเจ้าได้" จากในแหวนสายโลหิต เปลวเหมันเยือกแข็งก็พูดขึ้นมา " จิตสำนึกของแหวนนี่มันรู้ว่าการวิวัฒนาการของแกนเพลิงนั่นสำคัญเพียงใด ดังนั้นมัน จึงปิดผนึกอำนาจและตัวตนที่เป็นอันตรายของข้า " .

" มันต้องใช้เวลาเท่าใดกว่าจะวิวัฒนาการอย่างสมบูรณ์ ? "

" ไม่แน่นอนอาจะ หนึ่งปีหรือสองปี หรือสิบปี จำไว้ว่า เจ้าต้องสื่อสารกับมันบ่อยๆตอนที่มันยังเป็นแกนเพลิง และเมื่อมันวิวัฒนาการแล้วมันก็จะจดจำเจ้าเช่นครอบครัว .

" ตกลง " ฉื่อหยานหยุดและถามว่า " เจ้ารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับพวกอสูรที่เป็นเผ่าเกล็ดดำ ? "

" เผ่าเกล็ดดำ . . . . . . . " เปลวเหมันเยือกดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่าง หลังจากนั้น ดูเหมือนว่ามันจะนึกอะไรเกี่ยวกับเผ่าเกล็ดดำและตอบว่า " เผ่าเกล็ดดำเป็นหนึ่งในเผ่าอสูรของดินแดนอสูร และมันเกิดมาพร้อมกับเกล็ดสีดำที่แข็งแรง เผ่าจะเกล็ดดำจะอาศัยอยู่สถานที่ที่มืดมิดและพวกมันมักจะแอบซ่อนอยู่ในที่มืดๆ ในตอนกลางคืนพวกมันเกือบจะล่องหน . เจ้าเจอกับเผ่าเกล็ดดำงั้นรึ ? "

" ยัง แต่คงอีกไม่นาน . "

" จำไว้ อย่าต่อสู้กับเผ่าเกล็ดดำในเวลากลางคืน เกล็ดสีดำของมันไม่เพียงแต่จะแข็ง แต่มันยังสามารถปล่อยออกมาได้เหมือนกับดาบที่แหลมคม . ดังนั้นเมื่อเจ้ากำลังต่อสู้กับพวกมัน ระวังไปที่เกล็ดสีดำของพวกมันให้ดี เมื่อเกล็ดของมันเริ่มสั่น เจ้าสมควรหลบหนีไปเร็วสะ เพราะนั่นเป็นสัญญาณบอกว่า เกล็ดสีดำกำลังจะพุ่งมา "

" ตกลง ข้าเข้าใจแล้ว "

" ให้ความสนใจกับไข่มุกรวมวิญญานสะ แม้ว่ามันจะไม่สามารถดูดวิญญาณได้แล้ว แต่มันก็ยังสามารถรับรู้ได้ถึงวิญญาณ จากประกายที่วิญญานที่ส่องออกมาจากไข่มุกรวมวิญญาน ดังนั้นเมื่อมีเผ่าเกล็ดดำอยู่ใกล้ๆ เจ้าจะต้องใช่ไข่มุกรวมวิญญานเพื่อหาพวกมัน ในคืนที่มืดมิดเช่นนี้เผ่าเกล็ดดำน่ากลัวเป็นอย่างมาก ทั้งร่างกายและวิญญานของมัน เจ้าจะไม่สามารถสัมพัสได้ "

" ข้าเข้าใจแล้ว" .

ฉื่อหยานรู้สึกระหลาดใจอย่างลับๆ

อสูรที่อยู่ในเผ่าเกล็ดดำสามารถล่องหนได้ในเวลากลางคืน

หลังจากพูดคุยกับเปลวเหมันเยือกแข็ง ฉื่อหยานก็ไม่กล้าดูถูกพวกอสูรอีก .

เขาเปิดดวงตาของเขา และเอาไข่มุกรวมวิญญาณขึ้นมา ฉื่อหยานเรียกพลังวิญญานออกมา และส่งมันเข้าไปในไข่มุกรวมวิญญาน

เมท่อพลังวิญญาณเข้าไปในไข่มุกรวมวิญญาน ฉื่อหยานก็รู้สึกสบายและอบอุ่น

พลังวิญญานไหลที่อยู่ภายในไข่มุกรวมวิญญานเป็นเหมือนกับของเหลวที่น่าอัศจรรย์ แม้ว่ามันจะไม่สามารถดูดซับได้ก็ตาม ตอนนี้วิญญานของเขารู้สึกดีเป็นอย่างมากเหมือนกับว่ายน้ำอยู่ในฤดูใบไม้ผลิ

หลังจากพลังวิญญาณของเขาเข้าไปในไข่มุกรวมวิญญาน ความรู้สึกของฉื่อหยานก็เปลี่ยนไปทันที เหมือนกับว่าพลังวิญญานของเขามันขยายขึ้นหลายเท่าโดยไข่มุกรวมวิญญานตอนนี้ฉื่อหยานสัมพัสได้ถึงสิ่งที่อยู่รอบๆอย่างชัดเจน

ก้อนเมฆ ก้อนหิน อากาศ พวกมันปรากฏขึ้นในหัวของเขา

ตอนนั้น สีหน้าของฉื่อหยานเปลี่ยนไปทันที

ด้วยพลังวิญญานที่สัมพัสผ่านไข่มุกเขาก็เห็นบางอย่างอยู่ห่างจากเขาสามร้อยเมตรอย่างชัดเจร และนอกจากเหอซิงเหมินแล้ว มีตัวตนกระจายอยู่รอบๆ

เขานับคร่าวๆ และพบว่ามีไม่น้อยกว่าสามสิบตน !

เผ่าเกล็ดดำ !

ด้วยความตกใจ ฉื่อหยานก็รู้สึกไปที่พวกมัน เพื่อตรวจสอบว่าพวกมันแข็งแกร่งเพียงใด

มีสี่ตนที่แข็งแกร่งมาก ซึ่งเทียบเท่าได้กับยอดฝีมือระดับปฐพี และส่วนที่เหลือก็เทียบเท่าได้กับระดับหายนะ

" เหอซิงเหมิน ! " ฉื่อหยาน ตะโกนออกมา

" ดึกๆดื่นๆเช่นนี้เจ้าจะตะโกนทำไม ! " เหอซิงเหมิน ของขนตาสั่นนางพูดออกมาแต่ดวงตายังปิดอยู่

" ข้าคิดว่า เราถูกล้อมแล้ว "_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1195 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 192 เงาในค่ำคืนที่มืดมิด

คัดลอกลิงก์แล้ว