เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 173 โฉมงามผู้หลับไหล

บทที่ 173 โฉมงามผู้หลับไหล

บทที่ 173 โฉมงามผู้หลับไหล


บทที่ 173 โฉมงามผู้หลับไหล

ทุกอย่างในหุบเขาเงียบสงบลง

นักรบทั้งหมดในหุบเขามองขึ้นบนไปบนท้องฟ้าที่รอยร้าวค่อยๆหายไป และกระดูกมือสีขาวขนาดใหญ่ก็กลับเข้าไปในรอยแตก

มันคือราชาอสูรโปวชุน ! หนึ่งใน 2 ราชาอสูรของดินแดนสี่อสูร !

เมื่อเห็นโมจิโต้เป็นเช่นนั้น มันก็ใช้อำนาจของมันฉีกพื้นที่และพาวิญญานโมจิโต้กลับไปยังดินแดนสี่อสูร

ถ้าไม่ใช่เพราะมือกระดูกขาวของโปวชุน วิญญาณของโมจิโต้จะต้องไม่รอดจากไข่มุกรวมวิญญานแน่นอน แม้วิญญาณของมันจะอยู่ในระดับพระเจ้าแท้จริง แต่มันก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงที่มันเป็นวิญญานได้ และมันเองก็ต้องถูกดูดเข้ามาอยู่ร่วมกับวิญญานนับพันในไข่มุกรวมวิญญาน

ด้วยมือกระดูกขนาดใหญ่ของโปวชุนทำให้นักรบทุกคนในหุบเขาตกอยู่ ภายใต้ความกดดัน แม้แต้โม่ต้วนหุนเองก็รู้สึกเช่นกัน

โชคดีที่โปวชุนมีจุดมุ่งหมายเพียงเพื่อช่วยวิญญานของโมจิโต้ . ถ้ามันตั้งใจจะจัดการกับนักรบในหุบเขา ทุกคนจะต้องตกตายแน่นอน ยกเว้นโม่ต้วนหุน , ที่อาจจะรอดเพราะใช้รูปภาพเขียวมณีช่วยหลบหนี

ฉื่อหยาน แหงนมอง ด้วยใบหน้าของเขาที่ดูจริงจัง

นี่เป็นครั้งที่สองที่เขาได้เห็นราชาอสูรลงมือ ครั้งแรกคือระหว่างทางที่เขาเดินทางมายังทะเลไม่มีสิ้นสุด เมื่อร่างจำแรงกระดูก ปรากฏตัวขึ้นมันก็ได้จับเสี่ยวฮานยี่เข้าไปในดินแดนสี่อสูร และก็ตอนนี้ ที่โปวชุนได้ใช้ร่างจำแรงกลับมาช่วยโมจิโต้

พลังของโปวชุนนั้นทำให้ฉื่อหยานตกใจเป็นอย่างมาก ด้วยแรงกดดันมหาศาล ทำให้พวกเขาทุกคนรู้สึกว่าพวกเขากำลังต่อสู้กับพระเจ้าที่ไม่มีวันตาย ไม่แปลกนักที่คนเหล่านั้นจะหลบหนีไป

ถ้าไม่ใช่เพราะจิตใจของเขาเข้มแข็ง เขาคงคุกเข่าลงด้วยพลังของโปวชุนไปแล้ว

โม่ต้วนหุน ก็เช่นกัน เขามองไปที่รอยแตกบนท้องฟ้าที่หายไปแล้วด้วยสีหน้าจริงจัง

เขารอจนกระทั่งร่องรอยสุดท้ายของบรรยากาศชั่วร้ายหายไปจากเกาะเมฆา แล้วเขาจึงค่อยลอยลงมาจากท้องฟ้า และมายื่นอยู่ข้างๆฉื่อหยาน

" คุณชายหยาน " โม่ต้วนหุน ก้มหัวเล็กน้อย " ข้าได้รับคำสั่งจากท่านหัวหน้าตระกูลให้มาที่นี่และพาท่านกลับไปยังเกาะอมตะ "

ฉื่อหยานขมวดคิ้ว " ท่านรู้ได้ยังไงว่าข้ายังมีชีวิตอยู่ ? "

" คุณชาย ตระกูลของเรานั้นได้ใช้หยดเลือดอมตะสามหยด พยากรณ์ และได้รู้ว่าท่านนั้นไม่ได้ถูกครอบงำโดยเปลวเหมันเยือกแข็งและท่านก็จะมาที่นี่ ที่บนเกาะเมฆา ฉะนั้น เราจึงตกลงที่จะคืนดีกับตระกูลกู่ และเลือกที่จะมาที่นี่ ตั้งแต่ที่เรารู้ว่าท่านเองจะต้องมาที่นี่ " โม่ต้วนหุน พยักหน้า

" ข้าเข้าใจแล้ว " ฉื่อหยาน ก็ค่อนข้างแปลกใจ เขารู้สึกประหลาดใจกับยอดฝีของตระกูลหยาง หยางชิงตี้นั้น ใช้หยดเลือดอมตะ 3 หยดและก็รู้ว่าฉื่อหยานอยู่ไหน อีกทั้งยังรู้อีกว่า เป็น หรือ ตาย นี่ทำให้เขาดูคล้ายกับพระเจ้านัก

เมื่อได้ยินว่า หยางชิงตี้ได้เข้าสู่ระดับพระเจ้า หลังจากที่เขาเสร็จสิ้นการเก็บตัวฝึกฝนของเขา พลังของเขาก็แข็งแกร่งขึ้นเป็นอย่างมาก ดูเหมือนว่าข่าวลือนี่จะเป็นความจริงแล้ว

" เราต้องจัดการกับกู่ลี และลูกชายคนโตของมัน " ฉื่อหยานกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง จนเขาเห็นพ่อลูกตระกูลกู่อยู่ที่ถ้ำข้างๆ

โม่ต้วนหุน พยักหน้าแล้วถามความเห็นของฉื่อหยาน " เช่นนั้นท่านจะจัดการกับพวกมันเช่นไร "

กู่ลี กู่เจียงเกอ กลายเป็นซีดเซียวหลังจากเห็นวิญญาณของโมจิโต้ถูกดูดเข้าไปในไข่มุกรวมวิญญานโดยฉื่อหยาน

ตอนนี้ หน้าของพวกมันซีดลงเรื่อยๆ . เมื่อได้ยินการสนทนาระหว่าง ฉื่อหยาน และโม่ต้วนหุน พวกมันก็มองที่พวกเขาและแววตาของพวกมันก็เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

" ท่านทำเช่นไรเมื่อท่านพบกับคนที่ร่วมมือกับอสูร ? " ฉื่อหยานคิดสักพักและพูดเยาะเย้ย " มันทั้งสองใช้วิธีต่างๆนาๆฆ่าคนไปนับหมื่นพัน และใช้วิญญานของพวกเขาสร้างเป็นสะพานให้อสูรข้ามมา นั่นจึงทำให้โมจิโต้สามารถมาที่นี่ได้ ด้วยการกระทำเช่นฆาตกรนี้ พวกมันสมควรตาย ! "

" พวกมันสมควรโดน " โม่ต้วนหุน พยักหน้า " ข้าจะฆ่ากู่ลีก่อนและจะให้กู่เจียงเกอ มีชีวิตอยู่ต่อและเราจะพามันกลับไปที่ตระกูลกู่ แล้วเราจะใช้สิ่งที่มันรู้ บอกเล่าเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นบนเกาะนี้ ถึงตอนนั้น ตระกูลกู่ก็ไม่อาจรอดพ้นจากสิ่งที่พวกมันได้ . "

" ตกลง สามสะดวกท่านเถอะ " ฉื่อหยานยิ้ม

โม่ต้วนหุน กล่าวอย่างเรียบเฉย

โม่ต้วนหุน แต่เดิมที่ยืนอยู่ข้างๆ ฉื่อหยาน ตอนนี้ร่างของเขาก็ค่อยๆเลือนหายไป เมื่อเขา หายไปจากสายตาของฉื่อหยาน ตอนนั้นเองเสียงร้องโหยหวนก็ดังขึ้นไปทั่วหุบเขา

หลังจากสิ้นเสียงร้อง กู่เจียงเกอ ก็กรีดร้องออกมา " ท่านพ่อ ! ! ! "

ฉื่อหยานก็ประหลาดใจและก็พบว่าโม่ต้วนหุนนั้น หาได้หายไปอย่างสิ้นเชิง

เขามองไปที่ถ้ำ ฉื่อหยาน พบว่ากู่ลีได้ตายไปแล้ว เลือดยังคงไหลออกมาจากตา หู และปากของมัน โม่ต้วนหุน ก็ปรากฏตัวขึ้น แล้วเขาก็ยืนแขนของเขาออกไป และจ่อที่หัวของกู่เจียงเกอ .

แสงสีเขียวส่องออกมาจากฝ่ามือของโม่ต้วนหุน และเข้าไปในหัวของกู่เจียงเกอ .

แววตาของกู่เจียงเกอก็ค่อยๆมัวไป และมันก็ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ไม่นาน ในที่สุดมันก็หยุดร้อง และก็ยืนตัวแข็ง .

จับกู่เจียงเกอด้วยมือข้างหนึ่ง โม่ต้วนหุนก็ลอยกลับมาอยู่ข้างๆฉื่อหยาน และโยนมันไปที่นักรบชูร่าจากนั้นเขาก็สั่ง " เอามันไป . "

ทุกอย่างนั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้แต่ฉื่อหยานก็ไม่อาจเห็นทันว่าเกิดอะไรขึ้น ในทันที กู่ลี ก็ถูกฆ่า และ กู่เจียงเกอ ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของ โม่ต้วนหุน หลังจากที่ร้องออกมา ตอนนี้ กู่เจียงเกอกลายเป็นคนฟันเฟืองและวิญญานของมันก็ถูกผนึก

ราชสีห์วายุอัศนี สัตว์อสูนระดับ หก ก็ลงมาจากท้องฟ้า และยืนอยู่ข้างๆ ฉื่อหยานและโม่ต้วนหุน .

" พี่สาวซินหยาน วิญญาณของนางได้รับบาดเจ็บสาหัส" เหอซิงเหมิน ที่มาลงมาจากราชสีห์ก็กล่าวอย่างกังวล" นางหมดสติไปแล้ว เราควรจะทำยังไงดี "

ฉื่อหยานทันทีก็เดินไปที่ราชสีห์วายุอัศนี

ราชสีห์วายุอัศนีไม่รู้ว่าเป็นอะไร มันแยกเขี้ยวจ้องมองไปที่ฉื่อหยานด้วยความดุร้าย และไม่ให้เขาเข้ามาใกล้ๆ

" สงบ " เหอซิงเหมิน แตะไปที่ปีกของมันข้างหนึ่งเบาๆ

และราชสีห์วายุอัศนีก็กลายเป็นเชื่อฟัง มันจ้องฉื่อหยานเพียงอย่างเดียวโดยไม่ทำอะไร ดูเหมือนมันจะกลัวเหอซิงเหมินเป็นอย่างมาก

ฉื่อหยานเดินมาที่ราชสีห์วายุอัศนี และมองไปที่เซี่ญวินหยาน คนที่เขาไม่ได้เจอมา 3 ปี นางนั้นยังคงสวยเหมือนเมื่อ 3 ปีก่อน แต่ใบหน้าของนางตอนนี้กลับซีดเซียว และมีรอยเลือดบนริมฝีปาก ตาของนางปิดคลุมด้วยขนตายาวของนาง

" พี่ซินหยาน รู้ว่าท่านอยู๋ในบ่อน้ำและกู่ลีก็กำลังจะไปหาท่านในบ่อ ดังนั้น ทันทีนางก็ใช้จิตวิญญานจุติและ พยายามจะหยุด กู่ลี แต่ตอนนั้น โมจิโต้ปรมจารย์อสูรก็ได้เข้ามาแทรกแซงและใช้พลังวิญญานทำร้ายวิญญานของนาง . . . . . "

เหอซิงเหมิน นั้นกังวลเป็นอย่างมาก " บาดเจ็บที่วิญญาน เป็นเรื่องยากมากที่จะรักษา มันยากกว่ารักษาอาการบาดเจ็บภายนอกนัก โมจิโต้นั้นเป็นอสูรในระดับพระเจ้าแท้จริง ; พลังวิญญานของมันจึงรุนแรงเป็นอย่างมาก ข้ากลัวว่าพี่ซินหยานคงจะไม่ฟื้นขึ้นมาแน่ . "

เหอซิงเหมิน และเซี่ยซินหยาน นั้นต้องสนิทกันมากแน่นอน ไม่อย่างนั้น นางคงไม่มาที่นี่ด้วยกันกับเซี่ยซินหยานแน่ทั้งๆที่รู้ว่าอันตราย

หลังจากเซี่ยซินหยาน ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง เหอซิงเหมิน ก็ได้ป้อนยารักษาทุกชนิดให้นาง . อย่างไรก็ตาม เซี่ยซินหยาน ก็ยังคงหมดสติอยู่และวิญญานของนางก็อ่อนแอลง

เหอซิงเหมิน พยายามสื่อสารกับเซี่ยซินหยาน ผ่านจิตใจของนาง แต่ก็พบว่าพลังวิญญานของเซี่ยซินหยานนั้นกระจายออกไปบางเบา ดังนั้นเซียซินหยานจึงไม่ได้รับข้อความของนาง

หลังจากที่รู้ เหอซิงเหมิน ก็เป็นกังวลมากเพราะไม่รู้จะทำเช่นไร

หลังจากตรวจสอบเซี่ยซินหยาน อย่างละเอียด หน้าฉื่อหยานก็ดูเคร่งเครียดมากขึ้น วิญญานของเซี่ยซินหยานบางเบาลง และอาการเช่นนี้ก็เรียกว่า มนุษย์ผัก ในโลกของเขา มันเป็นอาการของผู้ที่นอนไม่มีวันตื่น

" ท่านโม่ ช่วยดูที " ฉื่อหยาน ก็มองไปที่โม่ต้วนหุน และกล่าวว่า " ข้าไม่อยากให้เรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นกับนาง " .

โม่ต้วนหุน พยักหน้าเบาๆ เขาเดินช้าๆ ไปที่เซี่ยซินหยาน และเหยียดนิ้วสัมผัสด้านหลังหัวของเซียซินหยาน .

พลังของวิญญาณออกมานิ้วมือของโม่ต้วนหุน และถูกส่งเข้าไปในจิตใจของเซี่ยซินหยาน

โม่ต้วนหุน หน้ากลายเป็นซีดเซียว

หัวใจของ ฉื่อหยานหวั่นไหวและหน้าก็เปลี่ยนสี

ดูจากสีหน้าของโม่ต้วนหุนแล้ว , ฉื่อหยานก็รู้แล้วว่าเซียซินหยานต้องได้รับบาดเจ็บมากกว่าที่เขาคิดแน่นอน

และมันก็เป็นจริง

ก่อนที่จะสายเกินไป , โม่ต้วนหุน ก็ดึงนิ้วของเขากลับมาและพูดอย่างจริงจัง " นางได้รับบาดเจ็บสาหัส และมันเป็นเรื่องยากที่วิญญานของนางจะกลับมาเป็นเช่นเดิม การโจมตีของโมจิโต้ แม้แต่วิญญาณของนักรบในระดับรู้แจ้งก็ถูกทำลายได้อย่างง่ายดาย อย่าว่าแต่วิญญาณของนักรบในระดับปฐพีเลย เหตุผลที่วิญญาณของนางยังไม่ได้ถูกทำลาย เป็นเพราะจิตวิญญาณจุติของนาง ถ้าไม่ใช่เพราะจิตวิญญานจุติ นางคงตายไปแล้ว "

" ท่านโม่ ท่านพูดจริงรึ ? " เหอซิงเหมิน ถามอย่างกระวนกระวาย

" จิตวิญญานจุติของเซี่ยเอ๋อนั้นได้หลอมรวมเข้ากับวิญญานพอดี และนั่นจึงช่วยให้นางรอดจากการโจมตีวิญญานของโมจิโต้ได้ ความทรงจำและจิตสำนึกเก่าของของนางและความทรงจำและจิตสำนึกของปัจจุต่างก็ถูกโมจิโต้จู่โจม ดังนั้น ตอนนี้ นางไม่เพียงแต่จะมีความทรงจำและจิตสำนึกของชาตินี้เท่านั้น แต่ความทรงจำและจิตสำนึกของนางชาติที่แล้วและอีกหลายๆชาติก่อนหน้านี้ ได้ปรากฏขึ้นมาในจิตใจของนางทำให้วิญญานของนางทำงานหนัก และมันก็ได้ทำลายวิญญานของนางลง ในกรณีนี้ นางจะไม่ฟื้นขึ้นมาจนกว่าความทรงจำของนางจะเรียงกันสมบูรณ์ " .

หน้าฉื่อหยานเปลี่ยนไปเล็กน้อย " แล้ว เราสามารถทำอะไรได้บ้าง "

" ไม่มี " โม่ต้วนหุน ส่ายหัวของเขาอย่างช่วยไม่ได้ หลังจากนั้นไม่กี่วินาที " อาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นกับวิญญานไม่สามารถรักษาได้ด้วยยา มีเพียงตัวนางเท่านั้น นางจะต้องแยกแยะและเรียบเรียง ความทรงจำและจิตสำนึกของตัวเองได้ และกระบวนการนี้อาจใช้เวลาหนึ่งปี ร้อยปี หรือ ตลอดไป "

" อะไรนะ ! " เหอซิงเหมิน ร้อง " หมายความว่า พี่ซินหยาน อาจจะไม่ตื่นขึ้นมาอักเลยงั้นรึ ? "

" ไม่มีอะไรที่เราสามารถทำได้เพื่อช่วยนาง จริงๆรึ ? " ฉื่อหยานขบฟันแน่น

" ข้าเองก็ไม่รู้ " โม่ต้วนหุน คร่ำครวญ '

ความสิ้นหวังเต็มไปทั่วจิตใจของ เหอซิงเหมินนางจ้องไปที่ฉื่อหยาน และตำหนิ " มันเป็นเพราะเจ้า ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้า , พี่สาวซินหยานก็คงไม่เป็นเช่นนี้ "

ฉื่อหยาน ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี

ในตอนนี้เอง แหวนสายโลหิตก็ส่องแสงออกมา

ฉื่อหยานที่กำลังโทษตัวเอง ก็ได้ส่งจิตใจของเขาเข้าไปในแหวนสายโลหิตและถามอย่างหงุดหงิด "เจ้าเรียกข้าทำไม ? "

" มันก็แค่วิญญานของนางบาดเจ็บ " เปลวเหมันพูดออกมา " เจ้าโง่ ! เจ้ามีพลังวิญญานมากมายที่รวบรวมมาจากบ่อ เมื่อพลังวิญญานในนั้นถูกกลั่นให้บริสุทธิ์ . หากวิญญานไม่หายไปและ ตราบใดที่ผู้หญิงคนนั้นยังมีชีวิตอยู่ ไข่มุกรวมวิญญานก็สามารถรักษานางให้กลับมาเป็นเช่นเดิมได้ "

ฉื่อหยานตาเริ่มส่องแสงความสุขออกมาและใบหน้าเขาก็เต็มไปด้วยความหวัง_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1195 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 173 โฉมงามผู้หลับไหล

คัดลอกลิงก์แล้ว