เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 149 จู่โจมวิญญาน

บทที่ 149 จู่โจมวิญญาน

บทที่ 149 จู่โจมวิญญาน


[TL. ตอนนี้แปลยากมากๆ จะอธิบายให้ฟังถึงระดับพลังวิญญาน … พลังวิญญาน > จิตสำนึกวิญญาน > ห้วงจิตสำนึก …. ห้วงจิตสำนึกกับห้วงความรู้ คืออันเดียวกัน พลังวิญญานกับพลังจิตวิญญานก่อหน้านี้ก็อันเดียวกันผมขอเปลี่ยนเป็นพลังวิญญานนะครับ ]

บทที่ 149 จู่โจมวิญญาน

ฉื่อหยาน ก็นั่งพิงกล่องใหญ่อย่างสบาย และหลักตาเพื่อพักผ่อน

ภายในร่างกายของเขา พลังปราณลึกลับกำลังหมุนเวียน และมันก็ค่อยๆแข็งแกร่งขึ้น

ที่ดาดฟ้าเรือ ภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องประกาย มันเป็นช่วงเวลาตกดึก

บนดาดฟ้า กลุ่มคนทั้ง 11 คน รวมทั้งลินดา เอาแต่สังเกตไปรอบๆ

เรือกำลังถูกไล่ล่าโดยสัตว์อสูรเกล็ดเขียว

พวกสัตว์อสูรเกล็ดเขียวเหล่านี้หลายสิบตัวไม่ยอมเลิกลาแน่นอน ทำให้ลินดาและกลุ่มคนบนเรือต้องเฝ้าระวังตลอดเวลา

11 นักรบกระจายกันไปทั่วทั้งดาดฟ้า มองทั้งที่สูงหรือต่ำ ใกล้ และ ไกล เพื่อระวังทุกๆทิศทางที่สัตว์อสูรเกล็ดเขียวจะโจมตีมาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากใต้เรือ

เรือออกมาหากไกลจากหมู่เกาะเทียนซั่ว และไม่มีเกาะอื่น ๆใกล้เคียงเลย ถ้าเรือถูกทำลายโดยสัตว์อสูรเกล็ดเขียวหละก็พวกเขาต้องตายแน่นอน

ดังนั้น พวกเขาจึงอยู่ในสถานการณ์ที่ห้ามประมาทโดยเด็ดขาด

หลังจากไร้ประโยชน์จากการถามฉื่อหยาน , ลินดา ก็ไม่ใส่ใจเขาอีกและเริ่มตรวจสอบไปที่สภาพแวดล้อมรอบๆ โดยไม่สนใจฉื่อหยาน

แม้ว่า คาร์มอนและคนอื่นๆหลายคนจะไม่ชอบฉื่อหยาน แต่ในเวลาสำคัญเช่นนี้พวกเขาเลือกที่จะไม่ยุ่งกับฉื่อหยานเลย

ฉื่อหยานใช้ทุกๆวินาทีเพื่อฟื้นฟูพลังปราณลึกลับของเขา

โคจรหมุนเวียนไปเรื่อยๆ

ฉื่อหยานตอนนี้พลังปราณลึกลับของเขาฟื้นกลับมาครึ่งนึงแล้ว ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับระดับนักรบก็จะเทียบได้กับนภาแรกในระดับมนุษย์ ตอนนี้ ถ้า คาร์มอนกล้ามายุ่งกับเขาหละก็ ฉื่อหยานจะสั่งสอนบทเรียนให้แก่มันแน่นอน

แต่มันก็ยังไม่เพียงพอที่จะรับมือกับลินดา ที่อยู่ในนภาแรกของระดับหายนะ

ฉื่อหยานนั้นกังวลเล็กน้อย

จากรูปแบบการโจมตีสัตว์อสูรเกล็ดเขียว การโจมตีครั้งต่อไปพวกมันจะต้องเกิดขึ้นอีกไม่นานแน่นอน

ดูจากสัตว์อสูรเกล็ดเขียวแล้ว ครั้งนี้สัตว์อสูรเกล็ดเขียวระดับสี่จะต้องมาด้วย และ ลินดากับกลุ่มของนางจะต้องไม่สามารถรับมือได้แน่นอน ถ้าเรือถูกทำลาย แม้แต่ฉื่อหยานเองก็ไม่รอดเช่นกัน

ถึงแม้ว่าฉื่อหยาน จะไม่ได้สัญญาอะไรกับลินดา แต่เขาก็ยังคงมองหาวิธีที่จะช่วยนาง

หลังจากคิดอยู่นาน ฉื่อหยานมาก็เกิดความคิดชั่วร้ายขึ้น

เมื่อบรรดานักรบบนดาดฟ้าตาย เขาจะสามารถรวบรวมพลังงานเชิงลบได้จาก ศพของพวกมัน ถึงตอนนั้นจะทำให้เขาสามารถสร้างหลุมแรงโน้มถ่วงและใช้บ้าคลั่งได้

ด้วยวิธีนี้เขาจะต้องสามารถจัดการสัตว์อสูรเกล็ดเขียวระดับสี่ได้แน่นอน

เขารู้ดีว่า เมื่อพลังทั้งสองประเภทหลอมรวมกันเป็นหลุมแรงโน้มถ่วง เขาจะสามารถพันธนาการสัตว์อสูรเกล็ดเขียวระดับสี่ได้อย่างแน่นอน ถึงแม้เขาจะไม่สามารถฆ่ามันได้ก็ตาม

หากพันธนาการสัตว์อสูรเกล็ดเขียวระดับสี่ได้ ลินดา และกลุ่มนักรบคงจะรับมือการโจมตีและจัดการพวกสัตว์อสูรเกล็ดเขียวได้อย่างแน่นอน จากนั้นพวกมันก็จะล่าถอยกลับไป และเรือของพวกเขาก็จะปลอดภัย

ฉื่อหยานคอดตาของเขาลงและ สาปแช่งคาร์มอนและคนอื่นๆอย่างเงียบๆ " เมื่อพวกเจ้าทั้งหมดตายข้าก็จะสามารถปกป้องเรือได้ "

ด้วยความคิดนั้น ฉื่อหยานก็เริ่มเตรียมสำหรับการต่อสู้

หลังจากหายใจเข้าลึกๆ และโคจรพลัง ฉื่อหยานก็แอบปลดปล่อยพลังวิญญาณออกมาเพื่อตรวจสอบสัตว์อสูรเกล็ดเขียว

อากาศหนาวเย็นเริ่มเปล่งออกมาจากแหวนสายโลหิตและไหลเข้าไปในในร่างกายของ ฉื่อหยาน และพุ่งตรงเข้าไปในกระดูกและเนื้อหนังของเขา

ขณะที่เขากำลังปล่อยพลังวิญญาณของเขา อากาศที่หนาวเย็นทก็ออกมาจากทุกรูขุมขนบนร่างกายของเขาและหลอมรวมเข้ากับพลังวิญญานของเขา

ในขณะที่พลังวิญญาณแพร่กระจายออกไป , ฉื่อหยานก็ รู้สึกเหมือนกับว่าเขามีตาวิเศษซึ่งสามารถมองเห็นสัตว์อสูรเกล็ดเขียว

ได้จากทุกทิศทาง .

สัตว์อสูรเกล็ดเขียวห้าสิบสามตัว ระดับสองสามสิบตัว ระดับสามยี่สิบตัว และระดับสี่สามตัว !

รูปแบบชีวิตของสัตว์อสูรเกล็ดเขียวก็ปรากฏให้เห็นในจิตใจของฉื่อหยานผ่านพลังวิญญานของเขา ดังนั้นทันทีที่เขาสัมพัสได้ถึงการมีตัวตนของพวกมัน

ฉื่อหยาน ก็แปลกใจ

สัตว์อสูรเกล็ดเขียวระดับสี่สามตัวเทียบได้กับนักรบระดับหายนะ ถ้าพวกมันทำลายเรือได้หละก็ในน้ำสัตว์อสูรเกล็ดเขียวระดับสี่จะต้องแข็งแกร่งมากขึ้นแน่ เพียงแค่สัตว์อสูรเกล็ดเขียวระดับสี่ตัวเดียวในน้ำก็สามารถฆ่าลินดาได้อย่างงายดาย และสัตว์อสูรเกล็ดเขียวตัวอื่นจะต้องฆ่าพวกเขาทั้งหมดแน่นอน

ฉื่อหยานรู้สึกแย่

เขาตัดสินใจที่จะถอนพลังวิญญาณของเขากลับมา แล้วฉื่อหยานก็เจออะไรบางอย่างที่น่าสนใจ

เมื่อใดที่พลังวิญญานของเขาสัมพัสเข้ากับพวกมันเหล่าสัตว์อสูรเกล็ดเขียวก็จะกลายเป็นกังวล ในหมู่พวกมัน สัตว์อสูรเกล็ดเขียวระดับสี่ทั้งสามตัวก็โผล่ออกมาจากน้ำ และเริ่มมองไปรอบๆ ราวกับว่าพวกมันกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง

หลังจากนั้น ฉื่อหยานดวงตาก็ประกายขึ้น

ขณะที่เขากำลังจะถอนพลังวิญญาณกลับมา เขาก็ทำมันให้เป็นเหมือนเชือกและควบคุมให้พุ่งไปยังสัตว์อสูรเกล็ดเขียวระดับสอง

พลังวิญญานทั้งหมดพุ่งไปยังสัตว์อสูรเกล็ดเขียวระดับสองทั้งหมด และพวกมันก็กลายเป็นกดดันอย่างรุนแรง

พลังวิญญานที่หนาวเย็นอัดแน่นเป็นลูกฝ้ายที่เต็มไปด้วยความดุร้าย ภายใต้การโจมตีของพลังวิญญาน

สัตว์อสูรเกล็ดเขียวระดับสองก็ว่ายกลับลึกลงไปในทะเลและหยุดไล่ตามเรือ

ฉื่อหยานแววตาพราวแสงออกมา ในขณะเดียวกัน เขาก็พยายามที่จะกลั่นพลังวิญญาณอีกครั้งด้วยความตื่นเต้น และพลังวิญญานก็พุ่งไปยังสัตว์อสูรเกล็ดเขียวระดับสองตัวอื่นๆ

ในทิศทางเดียวกัน พลังวิญญานหนาวเย็นกระแทกไปยังลูกฝ้ายและความดุร้ายก็กระจายออกมา

สัตว์อสูรเกล็ดเขียวระดับสองที่เหลือก็ว่ายกลับไปที่ด้านล่างของทะเลและกลิ่นอายชีวิตของพวกมันก็หายไป

ฉื่อหยานยิ้มออกมาอย่างแปลกประหลาดในขณะที่นอนอยู่ข้างกล่องสินค้าและเขาก็เริ่มกลั่นพลังวิญญาณอีกครั้ง และเขาก็ควบคุมให้พุ่งไปยังสัตว์อสูรเกล็ดเขียวระดับสาม

ภายใต้การโจมตีของพลังวิญญานหนาวเย็น สัตว์อสูรเกล็ดเขียวระดับสามก็มีเลือดออกมาจากปากของมัน มันพยายามมองไปในทะเลรอบๆและพยายามจะหาศัตรูที่โจมตีมัน

คราวนี้ ฉื่อหยานได้กลั่นพลังวิญญานอัดแน่นกันเป็นลูกฝ้ายขนาดใหญ่ แต่เขาไม่ได้่ระเบิดมันออก

ดังนั้น สัตว์อสูรเกล็ดเขียวระดับสามจึงยังไม่หนีลงไปใต้ทะเล มันทำเพียงแค่อดทนฝืนทนและดื้นไปมา

สามคลื่นพลังวิญญาที่โจมตีออกไปทำให้ฉื่อหยานเหนื่อยล้าเล็กน้อย ดังนั้นเขาจึงถอนพลังวิญญานกลับมาอยากไม่เต็มใจ

ต่ำกว่าระดับรู้แจ้ง พลังวิญญานเป็นเพียงแค่พลังที่สามารถสัมพัสไปรอบๆได้เท่านั้น แต่ก็ไม่สามารถใช้โจมตีวิญญาณของคนอื่นได้

เสี่ยวฮานยี่และ เซี่ยซินหยานทั้งสองได้อธิบายให้เขาฟัง

เมื่อนักรบถึงระดับรู้แจ้งพลังวิญญานของเขาจะเปลี่ยนเป็นจิตสำนึกวิญญาน

จิตสำนึกวิญญาน นั้นเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของพลังวิญญาน มันสามารถรับรู้ได้ถึงสภาพแวดล้อมรอบๆได้ ปรับแต่งจิตสำนึกได้ และสามาถใช้โจมตีวิญญานได้ จิตสำนึกวิญญานสามารถอัดแน่นกันและเปลี่ยนเป็นห้วงจิตสำนึกได้

แม้ว่าจิตสำนึกวิญญานจะมีต้นกำเนิดมาจากพลังวิญญาน แต่พลังของมันนั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิมนัก

ยอดฝีมือสามารถถ่ายทอดคลื่นจิตสำนึกวิญญานเข้าไปยังวิญญานของศัตรูและสังหารได้

ห้วงจิตสำนึกเป็นพลังของนักรบระดับรู้่แจ้ง และถูกสร้างขึ้นมาจากจิตสำนึกวิญญาน

เมื่อห้วงจิตสำนึกเกิดขึ้น มันจะทำให้พลังของจิตวิญญานต่อสู้แข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม พลังวิญญาณนั้นทำได้เพียงแค่สังเกตสภาพแวดล้อมรอบๆเท่านั้น และก็ไม่มีทางสร้างผลกระทบต่อวิญญานคนอื่นได้

แต่ตอนนี้ พลังวิญญานหนาวเย็นของฉื่อหยานกลับสามารถจู่โจมไปที่วิญญานของสัตว์อสูรเกล็ดเขียวระดับสองได้ และยังสามารถสร้างห้ามเสียหายรุนแรงให้แก่สัตว์อสูรเกล็ดเขียวระดับสามได้ !

เห็นได้ชัดว่ามันแตกต่างจากคนทั่วไป

ฉื่อหยานยิ้มขณะที่ดวงตาของเขาแวววาว .

ความผิดปกติของพลังวิญญาณนี้ ต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับเปลวเหมันเยือกแข็งในแหวนสายโลหิตแน่นอน

ฉื่อหยานมั่นใจเลยว่ามันต้องเกี่ยวข้องกัน

เขามั่นใจว่าพลังวิญญาณของเขาสามารถสร้างผลกระทบต่อวิญญานคนอื่นได้ก่อนที่มันจะกลายเป็นจิตสำนึกวิญญาน เพราะพลังวิญญาณของเขานั้นมีพลังความเย็นอยู่ !

พลังความเย็นแล่นไปทั่วร่างของเขา และมันก็ผสมกับพลังวิญญาณของเขาเมื่อเขาปลดปล่อยออกมา

พลังวิญญาณของเขานั้นไม่สามารถจู่โจมไปยังวิญญานคนอื่นได้แน่นอน แต่เพราะพลังความเย็น เขาจึงสามารถจู่โจมไปที่วิญญานผู้อื่นได้ !

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมนักรบระดับพระเจ้าแท้จริงเมื่อหลอมรวมเปลวเหมันเยือกแข็งเข้ากับห้วงจิตสำนึกได้ ถึงกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในเหล่าผู้อยู่ระดับเดียวกัน

ฉื่อหยาน สูดลมหายใจเข้าลึกๆเข้าเข้าใจทันทีด้วยข้อเท็จจริงที่สำคัญนี้

เขานั้นยังไม่ได้หลอมรวมเปลวเหมันเยือกแข็งเข้ากับห้วงจิตสำนึก แต่เพียงแค่มีพลังความเย็น ก็สามารถสร้างความเสียหายให้แก่วิญญานของสิ่งมีชีวิตอื่นได้แล้ว !

เมื่อเขาถ่ายทอดเปลวเหมันเยือกแข็งเข้าไปในห้วงจิตสำนึกและพลังวิญญานเปลี่ยนเป็นจิตสำนึกวิญญาน เขาก็จะสามารถหลอมรวมพลังความเย็นจากเปลวเหมันเยือกแข็งเข้ากับจิตสำนึกวิญญานได้ [TL. ประโยคนี้โคตร งง ผมแปลตามเขามา ]

จิตสำนึกวิญญานของเขาจะไม่น่าหวาดหวั่นได้อย่างไร ?

ใครกันจะสามารถป้องกันการโจมตีจากจิตสำนึกวิญญานของเขาได้ ? วิญญาณของพวกมันจะต้องถูกทำลายลงและกลายเป็นว่างเปล่าทันทีแน่นอน

ฉื่อหยานมีความสุขอย่างมากเมื่อคิดเช่นนั้น ใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มขึ้น

แม้ว่าเปลวเหมันเยือกแข็งจะถูกกักขังอยู่ภายในแหวนสายโลหิต แต่พลังความเย็นก็ยังสามารถเข้ามาในร่างขิงฉื่อหยานได้

ตามนี้ อากาศหนาวเย็นจากเปลวเหมันเยือกแข็งได้สะสมอยู่ในร่างกายของเขา และเขาก็สามารถใช้มันได้มากขึ้นและมากขึ้นเรื่อยๆ

ตอนนี้เอง เขาก็ได้พบกับวิธีการโจมตีแบบใหม่ที่สามารถทำลายวิญญานของผู้อื่นได้โดยตรง !_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1195 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 149 จู่โจมวิญญาน

คัดลอกลิงก์แล้ว