เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 143 เกาะอมตะ

บทที่ 143 เกาะอมตะ

บทที่ 143 เกาะอมตะ


บทที่ 143 เกาะอมตะ

" จิตวิญญานจุติ ! "

เฉินตั่วสีหน้าก็เปลี่ยนไป เขาตะโกนออกมาด้วยความประหลาดใจ และลงไปยืนบนพื้นดินพร้อมกับมองไปที่เซี่ยซินหยาน ที่กลายเป็นลำแสงสีเขียวพุ่งออกไกลออกไปอย่างรวดเร็วบนท้องฟ้า

ตงฟางเห้อ และ กู่เจียงเก้อ ใบหน้าก็กลายเป็นเคร่งครึม ซูหยานฉิง ขมวดคิ้วของนาง และถอนหายใจออกมาอย่างกังวล

" เจียงเก้อ เจ้าไม่รู้รึว่าหญิงสาวคนนี้มีเบื้องหลังเช่นไร ? " ตงฟางเห้อสีหน้าดูเย็นชา เขาจ้องมองไปที่กู่เจียงเก้อ " ใช่ ก็จริงที่นางเป็นคนจากตระกูลเซี่ย ถ้านางตายไปมันจะไม่มีปัญหาอะไร แต่นี่นางยังมีชีวิตอยู่ ตระกูลเซี่ยจะต้องสร้างปัญหาให้เราแน่นอน"

เฉินตั่วใช้เวลาคิดครู่หนึ่งแล้วก็สูดลมหายใจเข้าลุก ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกลัว " แค่ตระกูลเซี่ยก็แย่พอแล้ว แต่นี่มีตระกูลหยางอีก . . . . . . . "

เมื่อเขากล่าวถึงตระกูลหยาง ผู้คนขุมพลังทั้งสี่ก็กลายเป็นกังวล การแสดงออกของพวกเขากลายเป็นตรึงเครียด

" เจ้าก็รู้ดีว่าตระกูลหยางนั้นหยิ่งพยองและไร้ความปราณีขนาดไหน ในทะเลกว้างใหญ่ ขนาดไม่มีใครไปยุ่งกับพวกเขา พวกเขายังเป็นปัญหาต่อเรา ถ้ามีใครไปยุ่งกับคนในตระกูลพวกเขาหละก็ พวกเขาไม่ฟังเหตุผลอะไรและฆ่าล้างตระกูลแน่นอน โดยไม่ปล่อยให้ใครเหลือรอดแม้แต่คนเดียว ถ้าตระกูลหยางลงมือจริงๆหละก็ กองกำลังของเราทั้งสี่ของเราประสบภัยพิบัติแล้ว ! . " เฉินตั่วถอนหายใจออกมา

ตอนที่เขาพูดกับฉื่อหยานและเซี่ยซินหยานก่อนหน้านี้ เฉินตั่วแสดงท่าทีอวดดี จองหองออกไป ราวกับว่าเขาไม่กลัวใครในโลก แต่ตอนนี้เมื่อมีการกล่าวถึงตระกูลหยาง เขาก็เริ่มถอนหายใจออกมาด้วยความสิ้นหวัง มันเหมือนกับว่าเขาได้ไปยุ่งกับสัปประหลาดหรือปีศาจ นั่นทำให้เขากลายเป็นคนขี้ขลาดทันที

" แม้ว่าตระกูลหยางและตระกูลเซี่ยจะเป็นพันธมิตรกัน แต่ตระกูลหยางนั้นเหนือกว่ามาก พวกเขามักจะไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของตระกูลเซี่บ " ซูหยานฉิง เงียบไปชั่วขณะ แล้วนางก็พูดว่า " แล้วเหตุใดนางถึบอกว่า ตระกูลหยางจะลงมือหละ ? จากที่้ดู นอกจากจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นกับตระกูลเซี่ยแล้ว ตระกูลหยางจะไม่สนใจตระกูลเซี่ยเลย”

" หรือว่า เจ้าเด็กนั่น . . . . . . . " ตงฟางเห้ออ้าปากค้าง แล้วเขาก็พูดว่า " เป็นคนจากตระกูลหยาง ? "

" อ๊ะ ! "

เมื่อได้ยินคำพูดนั้น ทุกคนก็ตกใจ ใบหน้าของพวกเขาทั้งหมดกลายเป็นซีดเซียว .

" ถ้าเขามาจากตระกูลหยางจริง เหตุใดจึงไม่มียอดฝีมือมาด้วยกับเขา บรรดาคนที่มีความสามารถจากจากตระกูลหยางนั้นหยิ่งพยองเป็นอย่างมาก พวกเขาไม่รู้ความหมายของคำว่าอดทน ถ้าเด็กนั่นมาจากตระกูลหยางจริง ด้วยวิธีที่เราปฏิบัติกับเขา เขาจะต้องไม่ฟังเหตุผลใดๆ เขาจะต้องใช้พลังวิญญาณของเขาส่งข่าวออกไปและเริ่มต่อสู้กับเราไปแล้ว . " เฉินตั่ว ส่ายหน้า

นักรบที่มีพรสวรรค์ของตระกูลหยางต่างก็รู้วิธีส่งข้อความผ่านพลังจิตวิญญาน แม้ว่าพวกเขาจะออกเดินทางเพียงลำพัง ต่างก็ไม่มีขุมพลังใดๆกล้ายุ่งกับนายน้อยของตระกูลหยางถึงแม้จะตัวคนเดียวก็ตาม

เพราะว่า เมื่อชายหนุ่มตระกูลหยางตระหนักได้ว่าสถานการณ์ของเขาเลวร้าย เขาก็จะต้องใช้วิชาในการถ่ายทอดพลังจิตวิญญาณของและแสดงให้เห็นถึงสถานการณ์ของเขา

ถ้าเกิดอะไรขึ้น ตระกูลหยางก็จะรู้ได้ทันทีว่าเป็นฝีมือใคร ตระกูลหยางขึ้นชื่อด้วยความโหดเหี้ยมที่เป็นธรรมชาติในทะเลไม่มีสิ้นสุด ถ้าลูกหลานของเขาถูกฆ่าโดยใครบางคน แล้วเมื่อพวกเขารู้ว่าใครเป็นคนลงมือหละก็ ขุมพลังที่เกี่ยวข้องกับคนๆนั้นทั้งหมดจะถูกลบออกไปจากทะเลไม่มีสิ้นสุดทันที

และเพราะเหตุนั้น เมื่อมีสมาชิกของตระกูลหยางออกมเดินทางเพียงลำพัง หากไม่แน่ใจว่าจะสังหารหรือปิดโอกาสในการส่งข้อความจิตวิญญานได้ทันทีหละก็ แม้กระทั่งศัตรูของตระกูลหยางเองก็ยังไม่กล้าลงมือ เพราะพวกเขากลัวการแก้แค้นจากตระกูลหยาง

" หวังว่าเขาจะไม่ได้มาจากตระกูลหยางนะ มิฉะนั้น พวกเราทั้งสี่กองกำลังจะต้องเตรียมตัวสำหรับสงครามนองเลือดแน่ " ซูหยานฉิง ถอนหายใจออกมายาวๆ

" เขาโดนลากลงหลุมไปแล้วโดยเปลวเหมันเยือกแข็ง , เขาอาจจะถูกเปลวเหมันเยือกแข็งยึดครองก็ได้ เมื่อเปลวเหมันเยือกแข็งได้เข้ายึดร่างเป้าหมาบแล้ว เมื่อใกล้จะยึดได้อย่างสมบูรณ์ ในระหว่างนั้น พลังของเปลวเหมันเยือกแข็งก็จะลดลงอย่างมาก . นี้เป็นเวลาที่ดีที่สุดที่จะโจมตี " ตงฟางเห้อขมวดคิ้วของเขา เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า " เราสมควรต้องลงมือ"

ทุกคนค่อยๆพยักหน้า

ไม่นาน กลุ่มคนเหล่านี้ ก็มาถึงปากหลุม คนจากทั้งสี่กองกำลังร่วมกันและพยายามที่จะทำลายน้ำแข็งที่ครอบคลุมหลุมอยู่

พวกเขาเริ่มลงมือทีละคนด้วยการโจมตีที่แตกต่างกัน พวกเขากำลังพยายามที่จะทำลายน้ำแข็งที่ปกคลุมหลุม แต่ด้วยน้ำแข็งนั้นที่แข็งแกร่งดังเหล็ก ไม่ว่าคนเหล่านี้จะโจมตีอน่างรุนแรงเท่าใด พวกเขาก็ไม่สามารถทำให้น้ำแข็งนี้แตกร้าวได้เลย

หลังจากผ่านไป 3 วัน พลังความเย็นบนเกาะเหมินลั่วก็ค่อยๆสลายไป. ก้อนน้ำแข็งที่อยู่บนเกาะก็เริ่มละลาย

ผ่านไปครึ่งเดือน ก็ไม่สามารถพบเห็นภูเขาน้ำแข็งบนเกาะเหมินลั่วได้อีกต่อไป พลังความเย็นที่ปกคลุมไปทั่วเกาะก็ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย และภูเขาไฟก็ประทุอย่างรุนแรง และเริ่มประทุลาวาออกมา

" เปลวเหมันเยือกแข็งไม่ได้อยู่บนเกาะเหมินลั่วอีกต่อไปแล้ว . " เฉินตั่วลอยอยู่กลางอากาศอย่างเงียบๆ สัมพัวไปรอบๆ และส่ายหัวพร้อมกับถอนหายใจ " มันได้ยึดร่างไปแล้ว ดังนั้นแน่นอนว่ามันได้หลบหนีไปทางใต้ทะเลแน่นอน เพื่อที่จะหาสถานที่ในการยึดร่างกายอย่างสมบูรณ์ เมื่อมันจากไป พลังความเย็น บนเกาะเหมินลั่วก็จะหายไปเช่นกัน ตอนนี้ ถึงแม้ว่ากองกำลังจะมาถึง ก็เป็นเรื่องยากที่จะตามหาเปลวเหมันเยือกแข็ง”

" ชีวิตของเปลวไฟนภานั้นแตกต่างจากเรามาก ถ้าพวกมันต้องการที่จะซ่อนตัวตน แม้จะเป็นนักรบในระดับพระเจ้าแท้จริงอยู่ในบริเวณใกล้เคียงก็ยังคงเป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะสัมพัสถึงมันได้ ดูเหมือนว่าตอนนี้พวกเราจะทำอะไรไม่ได้แล้ว อีกทั้งเรายังได้ไปล่วงเกินคนจากตระกูลเซี่ยและตระกูลหยางอีก นี่ช่างโชคร้ายจริงๆ " ตงฟางเห้อยิ้มอย่างขมขื่น เขากำมือของเขาไว้ด้วยกัน และบอกว่า " เราขอตัวก่อน ถ้าพวกเจ้าจะค้นหาต่อก็เชิญ "

"พวกเราก็ขอตัวเช่นกัน "

เมื่อผู้คนจากขุมพลังทั้งวี่ พบว่า พลังความเย็นได้หายไปจากเกาะเหมินลั่ว พวกเขาก็ตระหนักได้ว่าเปลวเหมันเยือกแข็งได้จากไปนานแล้วแน่นอน แล้วพวกเขาก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะหาเปลวเหมันเยือกแข็งให้พบอีกครั้ง พวกเขาไม่ต้องการเสียเวลาไปมากกว่านี้อีกแล้ว และต้องการออกไปจากเกาะเหมินลั่วทันที

ครึ่งปีต่อมา

ที่เกาะอมตะในทะเลเคียร่าของทะเลไม่มีสิ้นสุด

ทะเลเคียร่าเป็นหนึ่งในทะเลของทะเลไม่มีที่สิ้นสุด ที่ทะเลแห่งนี้มีหลายพันเกาะที่มีขนาดแตกต่างกันออกไป ที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงมากที่สุด ก็คือเกาะอมตะ

มันเป็นเกาะหลักของตระกูลหยาง

ในทะเลเคียร่า หรือแม้กระทั้งทะเลไม่มีสิ้นสุด เกาะอมตะ ก็ถูกมองว่าเป็นสถานที่ ที่น่าอัศจรรย์

บนเกาะมีภูเขาหลายร้อยลูกที่แตกต่างกันออกไป ทุกๆลูกเต็มไปด้วยพลังจิตวิญญาณและพวกเขาก็ซ่อนสมบัติวิเศษมากมาย และส่วนวัสหายากไว้ที่นั่น

คนทั่วไปจะไม่สามารถอยู่ที่เกาะ อมตะได้ พวกเขาต้องเป็นนักรบของตระกูลหยางเท่านั้น ใีนักรบตระกูลหยางอาศัยอยู่บนภูเขาทุกลูก .มีข้อบังคับมากมายนับร้อยพันบนเกาะแห่งนี้ และรอบๆชายแดนของเกาะมีทหารเฝ้ายามอยู่ตลอดทั้งวันและทั้งคืน

นอกจากสมาชิกในตระกูลหยาง หรือ พันธมิตรที่สนิทกับตระกูลหยาง แล้ว มันเป็นเรื่องยากมากสำหรับทุกคนที่จะเข้ามายังเกาะอมตะ

เกาะอมตะคือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของทะเลเคียร่า บ่อยครั้ง ที่นักรบหลายสิบกองกำลังในทะเลเคียร่า จะต้องมาเกาะอมตะเพื่อนำทรัพยากรมาให้ตระกูลหยางและผู้นำของกองกำลังเหล่านี้ จะต้องรายงานสถานการณ์ปัจจุบันของพวกเขา

ถ้าทะเลเคียร่าเป็นประเทศ ก็เปรียบได้ว่ากองกำลังนับสิบเหล่านี้เป็นขุนนาง และมีเกาะอมตะเป็นเมืองหลวงของทะเลเคียร่า

โดยมีตระกูลหยางเป็น ผู้ปกครองทะเลเคียร่าทั้งหมด

ถึงแม้ว่าดินแดนปีศาจมหัศจรรย์ และตระกูลเซี่ยจะมีอำนาจในทะเลเคียร่า แต่ทุกคนต่างก็รู้ว่า ตระกูลหยางนั้นเป็นผู้ปกครองในทะเลเคียร่าอย่างแท้จริง แม้กระทั่งผู้คนจากนแดนปีศาจมหัศจรรย์และตระกูลเซียเองก็พูดเช่นนี้เหมือนกัน

เพราะการมีอยู่ของตระกูลหยาง นักรบหลายคนที่มาจากทะเลเคียร่าต่างก็เดินได้อย่างภาคภูมิใจในทะเลไม่มีสิ้นสุด เมื่อพวกเขาพูดคุยเกี่ยวกับตัวเองที่มาจากทะเลเคียร่า พวกเขาก็จะรู้สึกภูมิใจในตัวเอง

ในทะเลอื่น ๆ ตระกูลหยางมีชื่อเสียงในเรืองของการทำสงครามและความหยิ่งพยางโดยธรรมชาติ กว่าร้อยปีแล้ว เพื่อขยายแผ่นดินแดงของทะเลเคียร่า ตระกูลหยางจึงทำสงครามทุกพื้นที่ พวกเขามักจะรุกรานผู้ที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ราวกับว่าพวกเขาไม่สามารถหยุดได้

ในการต่อสู้ที่นับไม่ถ้วน สมาชิกในตระกูลมักจะทำหน้าที่เป็นผู้นำกองทัพทุกการต่อสู้ เมื่อสมาชิกในตระกูลหยางเป็นผู้นำมักจะได้รับชนะอย่างน่าเกรงขาม

ไม่ว่าจะเป็น ทะเลเหิงลั่วจากตะวันตกเฉียงเหนือ หรือทะเลทมิฬ จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พวกมันต่างก็เป็นเป้าหมายของตระกูลหยาง . แม้แต่ทะเลนภา ที่อยู่ในทางตะวันออกเฉียงใต้เอง ก็มักจะถูกโจมตีโดยตระกูลหยางอยู่บ่อยครั้ง

ในช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมา ตระกูลหยางได้สร้างศัตรูไว้มากมาย แต่พวกเขาก็ยังคงยืนหยัดและมั่นคง มีแต่ดินแดนของพวกเขาที่ขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ และอำนาจของตระกูลหยางเองก็มีมากขึ้นเช่นกัน

นั่นแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของตระกูลหยางได้อย่างชัดเจน .

ในวันนี้ อีกมุมของเกาะอมตะ , เรือเล็กค่อยๆเดินลอยมาใกล้

บนเรือ มีร่างบางของหญิงสาวที่งดงามอยู๋ นางสวมผ้าคลุมหน้า และมีความเศร้าโศกในดวงตาอันสดใสของนางเล็กน้อย นางค่อยๆลุกขึ้นยืน

" วู้วววว "

บนท้องฟ้าเหนือเรือ เกิดแสงสว่างขึ้นฉับพลัน และเงา ที่สวมด้วยชุดเกราะสีดำทันทีก็ปรากฏขึ้นบนหินยักษ์ที่อยู่ใกล้ๆเรือ คน ๆนี้ถูกปกคลุมด้วยเกราะหนัก ถือหอกดำ และมีแววตาดุร้าย เขามองมาที่หญิงสาวและกล่าวว่า " เจ้าเป็นใคร ? "

" เซี่ยซินหยาน จากตระกูลเซี่ย " หญิงสาวละทิ้งความเศร้าไว้ในใจ และพูดด้วยน้ำเสียงเฉยชา " ข้ามีข่าวจะมาบอกเกี่ยวกับราชาอสูรเสี่ยวฮานยี่ ”

" รอสักครู่ " ทหารเกราะดำขมวดคิ้ว เขาหยิบเขาสัตว์สีดำออกมาและรายงานไปอย่างเงียบๆ

ในช่วงเวลาสั้น ๆ ทหารเกราะสีดำ สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขากล่าวว่า " ปรมจารย์โม่ต้องการพบเจ้า "

เซี่ยซินหยาน พยักหน้า " ปรมจารย์โม่และท่านเสี่ยวได้ต่อสู้ด้วยกันมาหลายปี ข้าเพียงแค่จะอธิบายสถานการณ์ให้อาจารย์โม่รับรู้ "

" เชิญ " ทหารเกราะสีดำโบกมือ และลำแสงสายฟ้าก็แว้บไปในอากาศเปิดเป็นเส้นทางเล็ก ๆขึ้นที่โขดหินที่อยู่ด้านหลังเขา

เซี่ยซินหยาน ลดหัวของนาง และแล่นเรือผ่านเส้นทางนั้น อย่างรวดเร็ว นางก็มาถึงเกาะอมตะ

บนยอดภูเขาซึ่งสูงเป็นหมื่นฟุต มีบัณฑิตวัยกลางคนที่ดูร้อนใจยืนอยู่ เวลา บางครั้งเขาก็ขมวดคิ้วและมองออกไปที่ขอบฟ้า เขาลูบชิ้นกระดูกสัตว์สีขาวที่อยู๋ในนมือของเขาราวกับว่ากำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่

บนภูเขามีเพียงกระท่อมเล็ก ๆที่ดูเรียบง่ายยู่และมีวงแหวนอาคมตั้งอยู่ .

หลังจากช่วงเวลาสั้น ๆ ก็มีแสงประกายสดใสออกมา และร่างของเซี่ยซินหยาน ก็ปรากฏขึ้นในวงแหวนอาคม

ผู้นำของราชาอสูรมั้งสาม โม่ต้วนหุน ก็มองขึ้นไปบนท้องฟ้า โดยไม่แม้แต่จะหันหัวของเขามองลงมา และเขาก็พูดโดยไม่แยแส " ข้าได้ยินว่าเจ้ามีเรื่องจะรายงานเกี่ยวกับเสี่ยวเอ๋อ ? "

" ยินดีที่ได้พบ ปรมาจารย์โม่ " เซี่ยซินหยาน คิดสักพัก และจากนั้นก็บอกเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในทะเล

เป็นเซี่ยซินหยานที่กำลังพูด โดยมีโม่ต้วนหุนที่ฟังด้วยสีหน้าลึกซึ้ง เมื่อเซี่ยซินหยานพูดจบ เขาก็ส่ายหัวและถอนหายใจ " แล้วคุณชายเหยียนหละ ทำไมข้าไม่เห็นเขา "

" ฉื่อหยาน . . . . . . . ประสบปัญหาบางอย่าง " เซี่ยซินหยานขบ ฟันของนาง และตอบอย่างกล้าหาญ

" ประสบปัญหา ? " โม่ต้วนหุน เปิดปากและพูดออกมาหนึ่งประโยคผ่านฟันสีขาว " เกิดอะไรขึ้น ? "

" ขุมพลังทั้งสี่ ของ ดินแดนอาคมมหัศจรรย์ ดินแดนทะเลสาปเทวาศักสิทธิ์ ตระกูลตงฟาง และตระกูลกู่ บังคับให้เราเข้าไปในหลุมที่มีเปลวเหมันเยือกแข็งอาศัยอยู่ ร่างของฉื่อหยานถูกยึดโดยเปลวเหมันเยือกแข็งและถูกลากลงหลุมไป ตอนนี้ ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ใด . . . . . . . " เซี่ยซินหยาน ก้มหน้าลง . ตาของนางเริ่มที่จะมีน้ำตาซึมออกมาและ นางก็เริ่มสะอึกสะอื้น

" ดินแดนอาคมมหัศจรรย์ ดินแดนทะเลสาปเทวาศักสิทธิ์ ตระกูลตงฟาง และตระกูลกู่ . . . . . . . " โม่ต้วนหุน พยักหน้าหนึ่งครั้งหลังจากนั้นก็พูดเบาๆ " ข้าจะรายงานท่านหัวหน้าตระกู, นี่เป็นปัญหาของตระกูลหยาง . เจ้าที่มาจากตระกูลเซี่ยไม่จำเป็นต้องมีส่วนร่วม นี่เป็นเม็ดยาบำรุง มันจะช่วยรักษาเจ้า . "

" ปรมาจารย์โม่ ฉื่อหยานและข้าได้ผ่านภัยพิบัติต่างๆร่วมกันมา แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องของตระกูลเซี่ย แต่ข้านั้นต้องการที่จะช่วย . " เซี่ยซินหยาน หยิบเม็ดยาบำรุงไปและพูดในขณะที่ ขบฟันของนางแน่น

โม่ต้วนหุน รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขาจ้องมองไปที่นางอยู่ครู่หนึ่ง และในที่สุดก็พยักหน้า " ทำสิ่งที่เจ้าต้องการเถอะ . "_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1195 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 143 เกาะอมตะ

คัดลอกลิงก์แล้ว