เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 132 การล่าสังหารบนเกราะ !

บทที่ 132 การล่าสังหารบนเกราะ !

บทที่ 132 การล่าสังหารบนเกราะ !


บทที่ 132 การล่าสังหารบนเกราะ !

ทาสศพเดินออกมาจากถ้ำหลุมฝังศพใต้ดินทั้งสามและยืนอยู่หน้าหอคอยหิน

ภายใต้แสงจันทร์ที่เย็นยะเยือก เหล่าทาสศพค่อยๆเคลื่อนไหวออกมา แออัดกันอยู่หน้าถ้ำ

ศพนภาทั้งหญิงและชายเองก็ ดินออกมาจากถ้ำเช่นกัน ในดวงตาสีเทาของพวกมัน สามารถมองเห็นผนึกแห่งชีวิตเจ็ดผนึกได้อย่างชัดเจน , มันดูเหมือนกับดวงดาว

ศพนภาทั้งสองเดินออกมาจากหลุมฝังศพใต้ดินและส่งเสียงคำรามออกมา

ภายในหลุมฝังศพหมายเลข 93

โลกศพถูกเปิดขึ้นทีละโลงและเหล่าทาสศพก็เดินออกมา โดยมุ่งหน้าไปยังศูนย์กลางของเกราะ

จากในหลุมฝังศพ จู่ๆสาวกของดินแดนมหัศจรรย์หยินหยางก็กรีดร้องออกมาด้วยความกลัว เช่นเดียวกับสาวกของนิกายซากศพ

การควบคุมทาสศพที่มากมายนี้ มีเพียงผู้สักการะที่อยู่ในระดับนภาของนิกายเท่านั้นที่สามารถทำได้

เมื่อเห็นทาสศพมากมายปรากฏขึ้น สาวกของนิกายซากศพก็ประหลาดใจ และพวกเขาก็สันนิษฐานว่า ผู้สักการะหยินไห่ควบคุมศพนภาทั้งสองแน่นอน

ด้วยเสียงคำรามที่ดังขึ้นจากศพนภาทั้งสอง ทำให้ศพทาสที่ถูกฝังอยู่ในหลุมฝังศพตื่นขึ้นมาและเคลื่อนไหวมายังที่พวกมันอยู่

กั๋วฉีตกใจและกรีดร้องออกมา , " นี่มันเป็นไปได้ยังไง ! "

ไม่มีใครนอกเหนือจากหยินไห่ที่สามารถควบคุมศพนภาทั้งสองได้ เพราะทุกศพนภานั้นมีมีตราประทับจิตวิญญานของเจ้านายสลักไว้ในร่าง พวกมันจะคลื่อนไหวได้ก็ต่อเมื่อเจ้านายเป็นคนควบคุม

กั๋วฉีนั้นหวาดกลัวศพนภาทั้งสองเป็นอย่างมาก

หยินไห่นั้นไม่ได้อยู่ที่แต่ แต่ศพนภาทั้งสองกลับเคลื่อนไหวด้วยตัวเอง นั้นทำให้เหล่าสาวกหลักของนิกายสับสนเป็นอย่างมาก

หลี่จวงและจูเยี่ยหลู , สองนักพรตของดินแดนมหัศจรรย์ นั้นรู้จักศพนภาของนิกายซากศพดี พวกเขาเองก็แปลกใจเช่นกัน เหตุใดศพนภาจึงเคลื่อนไหวได้เอง

ฉื่อหยาน และเซี่ยซินหยาน เองที่เป็นคนสุดท้าย ที่เดินออกมาจากถ้ำหลุมฝังศพใต้ดิน

เซี่ยซินหยาน นั้นสับสนเป็นอย่างมาก นางอาจเจ้าใจได้เลยเหตุใดฉื่อหยานจึงสามารถควบคุมศพนภาทั้งสองได้

" เจ้าสารเลว ! " กั๋วฉีร้องออกมา ด้วยความสีหน้าที่โกรธถึงขีดสุด " นี่เจ้าทำอะไรลงไป ? "

ฉื่อหยาน นั้นยืนอยู่ตรงกลางทางเข้าถ้ำโดยมีควันสีขาวกระเพื่อมอยู่รอบๆร่าง ขณะที่กั๋วฉีจ้องมองมา เขาก็หันไปมองหลี่จวงและจูเยี่ยหลู จากนั้นก็พูดออกมาอย่างไม่แยแส " เป็นข้อตกลงที่ดีจริงๆ พวกเจ้านั้นอยากขายข้าให้เป็นทาสศพอยู่ที่นิกายซากศพสินะ ? เมื่อตอนอยู่บนเรือข้าเองก็ทำงานหนักเพื่อพวกเจ้า พวกเจ้าก็นำเพียงปลาเค็มและขนมปังนึ่งมาให้ข้า นั่นข้าไม่ใส่ใจนัก แต่ดูนี่ ดูสิ่งที่เจ้าทำกับข้า ? "

หลี่จวงและจูเยี่ยหลู ดูมืดมนลงทันที พวกเขานั้นไม่ได้พูดอะไร

" โดยเฉพาะ " ฉื่อหยานจ้องมองไปที่จูเยี่ยหลูอย่างเย็น " เจ้า ข้าเพียงแค่ปฏิเสธที่จะหลับนอนกับร่างกายที่สกปรกของเจ้าเท่านั้น แต่เจ้ากลับอยากให้ข้ากลายเป็นทาสศพ ! นางผู้หญิงแพศยา ! "

" เจ้า หาเรื่องตาย ! " จูเยี่ยหลู ขมวดคิ้ว และพูดอย่างเย็นชา " ข้าไม่รู้ว่าทำไมเจ้าถึงยังมีชีวิตอยู่ แต่เจ้า เจ้าไม่ได้อยู่เห็นวันพรุ่งนี้แน่นอน ! "

" โอ้ จริงรึ ? " ฉื่อหยานแสยะยิ้ม และชี้ไปที่จูเยี่ยหลู , พร้อมกับตะโกนออกมา , " ฆ่านางสะ ! "

เป็นศพนภาผู้หญิงที่พุ่งออกไปทันที

พลังแปลกประหลาดได้ไหลผ่านเข้าไปในร่างของน่าง และเกราะสีเทาที่เต็มไปด้วยพลังปราณศพก็ปรากฏขึ้นที่ร่างของนาง

ศพนภาหญิง นิ้วสะท้อนแสงเงาแหลมคมออกมา และมันได้พุ่งไปยังคอของ จูเยี่ยหลู

ในที่สุดใบหน้าที่ทรงเสน่ห์ของนางก็แสดงความหวาดกลัวและ นางก็คำรามออกมา " ไม่มีทาง ! "

หลี่จวง และ กั๋วฉีต่างก็ตกใจเช่นกัน พวกมันไม่รู้เลยว่าเหตุใดฉื่อหยานจึงสามารถควบคุมศพนภาได้

" ไปกันเถอะ " ฉื่อหยานเดินจากไปและมุ่งหน้าไปยังเรือเหล็ก

ศพนภาชายที่ยืนอยู่ข้างๆเขาก็คำรามออกมา ทำให้ทาสศพตัวอื่นที่ร่วมกันอยู่นั้นก็เปิดเส้นทางให้กับศพนภาชาย

" ฆ่ามัน ! ฆ่าพวกมันทั้งหมด ! " ฉื่อหยาน ตะโกนออกมา พร้อมกับสีหน้าที่เย็นชา

ทาสศพนับร้อยก็บ้าคลั่งและพุ่งจู่โจมไปยัง สาวกของนิกายซากศพและดินแดนมหัศจรรย์หยินหยาง

สาวกของนิกายซากศพนั้นตกใจเป็นอย่างมาก และตอนนั้นเองพวกมันก็สั่นระฆังของพวกมัน

ทาสศพบางตัวหยุดเคลื่อนไหวทันที แต่ในขณะเดียวกันก็ยังทาสศพตัวอื่นที่ยังคงพุ่งไปด้านหน้า ไม่ว่าเสียงของระฆังจะนั้นดังแค่ไหนก็ตาม

สาวกนิกายซากศพสีหน้าก็เปลี่ยนไป และพวกมันก็สั่นระฆัวอย่างรุนแรงมากขึ้นเพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของทาสศพ

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทาสศพทั้งหมดที่อยู่ในการควบคุมของเหล่าสาวกนิกายซากศพ

ยังคงมีศพปฐพีหลายศพบนเกราะแห่งนี้ที่อยู่ภายใต้สาวกหลักของนิกาย

ทาสศพเหล่านี้อยู่ในการควบคุมของคนเหล่านั้น ด้วยผนึกจิตวิญญานของพวกเขา ทำให้เหล่าสาวกที่อยู่ที่นี่ไม่สามารถควบคุมพวกมันได้

ในตอนนี้มีทาสศพที่มีระดับสูงกว่าทาสศพเหล่านั้น

ดังนั้น ตั้งแต่ที่ศพนภาได้ออกคำสั่งให้ฆ่าสาวกของดินแดนมหัศจรรย์หยินหยานและนิกายซากศพ ทำให้เกิดเป็นเสียงกรีดร้องดังขึ้นไปทั่วหลุมฝังศพ 93 .

เหล่าสาวกของนิกายซากศพต่างก็กรีดร้องและวิ่งหนีไป ในขณะที่เหล่าสาวกของ ดินแดนมหัศจรรย์หยินหยานนั้นทำได้เพียงแค่วิ่งวนไปมาเหมือนกับไก่ที่รอเฉือด

โดยเฉพาะสาวกที่เป็นหญิงสาว ที่ยังไม่แม้แต่จะสามารถใช้พลังครึ่งนึงเพื่อปกป้องตัวเองได้

อย่างรวดเร็ว หลุมฝังศพที่ 93 ก็เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องที่ทรมาน . .

ไม่นาน จูเยี่ยหลูก็ถูกโจมตีโดยศพนภาหญิง

ศพนภาผู้หญิงนั้นอยู่ในนภาที่สองของระดับรู้แจ้ง ก่อนที่นางจะเสียชีวิต และหลังจากที่ปรับแต่งมานับพันปี นางก็มีความสามารถมากกว่าตอนที่นางยังมีชีวิตอยู่เสียอีก

และ เมื่อต่อสู้ พวกมันยังสามารถใช้วิชาที่ฝึกฝนมาก่อนที่จะเสียชีวิตได้อีก

นักรบของดินแดนมหัศจรรย์หยินหยาน นั้นสามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็วเมื่อฝึกกันเป็นคู่

แต่อย่างไรก็ตาม พลังปราณของพวกเขานั้นไม่แข็งแกร่งเช่นเดียวกับนักรบทั่วไปที่อยู่ ในระดับเดียวกัน พวกเขาทุกคนล้วนอ่อนแอกว่านักรบที่อยู่ในระดับเดียวกัน

จูเยี่ยหลู เองก็ไม่มีข้อยกเว้น

แม้ว่านางจะอยู่ในนภาที่สองของระดับรู้แจ้ง แต่พลังของนางเป็นหากเทียบกับนักรบทั่วไปก็อยู่เพียงนภาแรกของระดับรู้แจ้งเท่านั้น เมื่ออยู่ต่อหน้าศพนภา นางนั้นแทบจะไม่สามารถรับมือได้เลย

หลี่จวงต้องลงมือเพื่อปกป้องจูเยี่ยหลู จากศพนภาหญิง

ตอนนั้นเองศพนภาชายที่อยู่ห่างจากฉื่อหยานสิบก้าว ก็กรีดร้องออกมาและควบคุมเหล่าทาสศพให้เคลียทางให้ฉื่อหยานไปยังเรื่อเหล็ก

ฉื่อหยานนั้นดูเย็นชาในขณะที่เขาเดินไปที่เรือเหล็ก ข้างๆเขาคือเซี่ยซินหยานที่ร่วมเดินไปพร้อมกัน .

พลังปราณลึกลับของเหล่าสาวกที่ตายไปใกล้ๆ ต่างก็พุ่งเข้ามายังเส้นชีพจรของฉื่อหยาน

และเส้นชีพจรของฉื่อหยานก็เริ่มมีอาการเจ็บปวดขึ้นมา นั่นทำให้เขาต้องใช้สมาธิเพิ่มขึ้น

เขานั้นต้องควบคุมพลังจิตวิญญานของเขาให้เข้าไปยังแหวนสายโลหิต และส่งข้อความไปยังศพนภาทั้งสอง

ด้วยอาการเจ็บปวดทำให้พลังจิตวิญญานที่เขาส่งไปนั้นอ่อนแอลง ทำให้ศพนภาทั้งสองนั้นพยายามจะขัดขวางการควบคุมของฉื่อหยาน

ฉื่อหยานจะต้องตั้งสมาธิไปที่พลังจิตวิญญานของเขา และถ่ายทอดคำสั่งของเขาไปยังศพนภาทั้งสอง เพื่อให้พวกมันไม่สามารถขัดขืนได้

สำหรับเขานั้น มันไม่ง่ายเลย !

" ไปกันเร็ว ! " ตอนนั้นเอง ฉื่อหยานก็คว้าไปที่มือของเซี่ยซินหยาน และเร่งความเร็วขึ้น ด้วยใบหน้าที่ซีดเซียวของเขา

เนื่องจากเขาว่าเขานั้นพลังจิตวิญญาณมากเกินไป ทำให้ฉื่อหยานรู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย และมันก็กลายเป็นเรื่องยากขึ้นที่จะควบคุมศพนภาทั้งสอง

เซี่ยซินหยาน สังเกตเห็นความผิดปกติของฉื่อหยาน นางนั้นเชื่อฟังแต่โดยดี และปล่อยให้ฉื่อหยานลากนางไปยังเรือเหล็ก

หลี่จวง และจูเยี่ยหลู นั้นกำลังถูกพัวพันโดย โดยศพนภาหญิง พวกเขาจึงได้แต่มองฉื่อหยานและเซี่ยซินหยาน จากไป

ศพนภาชายยังคนทยืนอยู่ข้างๆ ฉื่อหยาน ดังนั้นกั๋วฉี จึงยังไม่กล้าลงมือใดๆ เขากลับแอบส่งข้อความไปยังสาขาหลักของนิกายซากศพแทนด้วยอุปกรณ์ที่อยู่บนมือของมัน

สาวกหลายคนของดินแดนมหัศจรรย์หยินหยาง และนิกายซากศพต่างก็ถูกฆ่าโดยทาสศพ

บนทางเดิน ฉื่อหยานั้นได้ ดูดซับพลังปราณลึกลับมาจากนักรบในระดับก่อตั้งที่ตายไปไม่น้อยกว่า 20 คน

ในไม่ช้า ฉื่อหยาน และเซี่ยซินหยาน ก็มาถึงที่เรือเหล็ก

" เจ้าขับเรือได้หรือไม่ ? " ฉื่อหยานถาม " ถ้าคุณทำไม่ได้ ข้าจะจับคนที่สามารถขับเรือได้มา . "

" อย่าลำบากเลย ข้ารู้วิธีขับเรือ " เซี่ยซินหยาน ตอบอย่างมั่นใจ และนางพยุงฉื่อหยานขึ้นเรือเหล็ก "เรือเหล่านี้นั้นต้องควบคุมด้วยพลังของผลึกสัตว์อสูร โดยไม่จำเป็นต้องบังคับเรือใดๆ เรือนั้นจะแล่นไปตามทิศทางด้วยตัวเอง ตราบใดที่พลังของผลึกอสูรยังไม่หมด มันก็ยังคงแล่นอยู่เช่นนั้น พวกเราตระกูลเซียเองก็มีเรือเช่นนี้เหมือนกัน

ฉื่อหยานรู้สึกโล่งอก

" ปัง ! "

บนพื้นเรือเหล็ก ฉื่อหยานนั่งเช็ดเหงื่อและกล่าวด้วยใบหน้าซีดเซี่ยว " บังคับเรือสะ ข้าจะออกคำสั่งสุดให้ศพนภา”

2 ศพนภานั้นไม่ได้ขึ้นเรือมาแต่อย่างใด

ฉื่อหยานหลับตาลง และเริ่มควบคุมพลังจิตวิญญานที่เหลืออยู่ของเขา และถ่ายทอดไปยังแหวนสายโลหิต

ในทันที่ศพนภาชายก็จ้องมองไปที่ หลี่จวงและจูเยี่ยหลู ด้วยดวงตาที่ดุร้าย .

" ไป ! " ฉื่อหยานตะโกนออกมา

" แป้ง แป้ง แป้ง ! "

ตอนนั้นเองก็มีเสียงดังออกมาจากเรือเหล็ก และเรือเหล็กยักษ์ของดินแดนมหัศจรรย์หยินหยางก็แล่นออกจากฝัง

ในหลุมฝังศพเป็นเหล่าสาวกของดินแดนมหัศจรรย์หยินหยางที่กรีดร้องออกมา

หลี่จวงและจูเยี่ยหลู นั้นยังไม่แม้แต่จะสามารถแม้ปกป้องตัวเอง ดังนั้นพวกมันจึงทำได้เพียงมองเรือแล่นออกไป

ฉื่อหยานนั้นเวียนหัวเป็นอย่างมากเพราะเขาได้ใช้พลังจิตวิญญานมากเกินไป เขาล้มตัวลงบนดาดฟ้าเรือ และอ้าแขนขาของเขาออก_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1195 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 132 การล่าสังหารบนเกราะ !

คัดลอกลิงก์แล้ว