เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 122 ดินแดนมหัศจรรย์หยินหยาง

บทที่ 122 ดินแดนมหัศจรรย์หยินหยาง

บทที่ 122 ดินแดนมหัศจรรย์หยินหยาง


[TL. อธิบายเรื่องระดับพลังใหม่จ้า จะใช้ตามนี้ตั้งแต่นี้ไป

1.เริ่มต้น

2.ก่อตั้ง

3.มนุษย์

4.หายนะ

5.ปฐพี

6.รู้แจ้ง

7.นภา

8.พระเจ้า

9.พระเจ้าแท้จริง

10.ราชันย์พระเจ้า

……….. เนื่องจากอิ้งมันเปลี่นนคนแปล3-4 รอบแล้ว แต่ละคนก็แปลไม่เหมือนกัน ผมจึงขอใช้ตามที่ผมเข้าใจเพื่อที่จะได้ไม่สับสน ส่วนเรื่อง ดินแดนสี่อสูร นั้นจะมีราชาปีศาจสองคน ผมขอเปลี่ยนราชาอสูรเป็นราชาปีศาจนะครับ เพราะเด๋วมันทับกับราชาอสูรเสี่ยวฮานยี่ ราชาปีศาจในดินแดนสี่อสูรมีสองคน และแต่ละคนจะมี ปรมจารย์ปีศาจรับใช้คนละ 2ตน ซึ่งในตอนแรกผมบอกว่าปู่ของพี่หยานได้ฆ่าราชาปีศาจไปนั้น ผมก็แปลตามอิ้งเขาเหมือนกันซึ่งมาถึงตอนนี้มันไม่ใช่ ผมเองก็งงเช่นกัน เอาเป็นว่าตอนนี้ เปลี่ยนเป็น สังหาร ปรมจารย์ปีศาจละกัน]

บทที่ 122 ดินแดนมหัศจรรย์หยินหยาง

บนเกาะร้างในทะเลไม่มีสิ้นสุด

มีฉื่อหยานและเซี่ยซินหยานกำลังนั่งกินปลาย่างกันอย่างสบายอารมณ์

โดยเฉพาะเซี่ยซินหยาน มีใบหน้าอบอุ่นทันทีเมื่อปลาย่างนั้นได้ตกถึงท้องของนาง

หลังจากฉื่อหยานได้กินในส่วยของเขาไปแล้ว เขาก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง และก็เอาขวดเล็กๆออกมาจากกระเป๋าของเขา เขาไปที่ริมทะเล และเทผงสีเทาจากขวดลงไปในทะเล เขาผสมผงนั้นกับน้ำทะเล และใช้มันล้างใบหน้าของเขา

หลังจากนั้น ฉื่อหยานก็กลับมาข้างเซี่ยซินหยาน .

ตอนนั้นเองดวงตาของนางเบิกกว้าง นางสูดลมหายใจเข้าและพูดออกมาอย่างไม่แยแส " เจ้านี่ช่างกระล่อนหลอกลวงนั้น นี่เป็นใบหน้าที่แท้จริงของเจ้าสินะ ? "

เมื่อกลับไปที่ตระกูลฉื่อ เพื่อปกปิดตัวตนของเขาเขาจึงต้องปลอมแปลงรูปลักษ์เพื่อปกปิดรูปร่างที่แท้จริงที่ว่าเขาคือติงหยานไว้

แต่ตอนนี้ เขาอยู่ในทะเลกว้างใหญ่ ตระกูลโม่และตระกูลเป่ยหมิงเองก็ไม่ใช่สิ่งที่เขากังวลอีก เขาจึงไม่มีเหตุผลที่จะปกปิดลักษณะที่แท้จริงของเขา ดังนั้น , เขาจึงลบใบหน้าปลอมออก

ลักษณะจริงและลักษณะปลอมนั้นดูแต่งต่างกันมาก ร่างจริงของเขานั้นขาวขึ้นเล็กน้อย และคิ้วของเขาคมเข้มสีดำเหมือนดาบที่แหลมคม ซึ่งอยู่ระหว่างหน้าผากของเขา ใบหน้าของเขากลายกระจ่างใสและดูอ่อนเยาว์มากขึ้น แต่ก็เต็มไปด้วยความเย็นชาและอันตราย เขาดูมีเอกลักษณ์เป็นอย่างมาก ดูทะเยอทะยานและหล่อเหลา

ฉื่อหยานนั้นไม่ถือว่าหน้าตาหล่อเหลามากนัก แต่เขานั้นเป็นคนที่มีเสน่ห์พิเศษ ซึ่งดูเหมือนคน เข้มแข็งและตรงไปตรงมา แต่ก็แฝงไปด้วยความดุร้าย

เซี่ยซินหยาน ชายตามองเขาอีกสองสามครั้ง แล้วจึงพูดว่า " รูปลักณ์ตอนนี้ดูเหมาะกับเจ้าดีนะ ดูหยิ่งยโสและน่ารักเกียจดี "

ฉื่อหยาน ตะลึง และเขาก็ถามว่า " นี่เจ้าชมหรือด่าข้ากันแน่เนี่ย ? "

" เจ้าคิดว่าไงหละ ? "

ฉื่อหยานส่ายหน้า เขาไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงกับนางในเรื่องนี้นัก การแสดงออกของเขาค่อยๆดูมืดมนลง และจู่ๆ เขาก็ถามว่า " ราชาปีศาจ โปวชุน คือใครกัน ? "

เมื่อใดก็ตามที่เขาคิดถึงเรื่องที่น่ากลัวนั่น จิตใจของฉื่อหยานก็สั่นสะท้าน มันสามารถฉีกผ่านพื้นที่ และนำตัวราชาอสูรเสี่ยวฮานยี่ผู้อยู่ในะระดับนภาไปได้ แปลว่า สิ่งนั้นจะต้องแข็งแกร่งเป็นอย่างมากแน่นอน ด้วยยอดฝีมือเช่นนี้ส่งผลกระทบต่อจิตใจเขาเป็นอย่างมาก

" โปวชุน เป็นหนึ่งในราชาปีศาจ ทั้งสองในดินแดนสี่อสูร "

เมื่อฉื่อหยานพูดถึงยอดฝีมือที่น่ากลัวนี้ สีหน้าของเซี่ยซินหยาน ก็ดูมืดมนลง " ในดินแดนสี่อสูรมีราชาปีศาจอยู่สองตน ซึ่งอีกตนนั้นชื่อ จี่หยาน พวกมันทั้งสองนั้นใกล้เคียงกับความเป็นอมตะ พลังปีศาจของพวกมันสามารถหยั่งรู้ได้ และไม่มีสิ้นสุด กล่าวกันว่าพวกมันทั้งสองกำลังก้าวเข้าสู่ระดับพระเจ้าแท้จริง "

" ปีศาจก็สามารถบ่มเพาะได้งั้นรึ ? อีกทั้งระดับพลังยังคล้ายคลึงกับเราอีก " ฉื่อหยาน ก็แปลกใจ

" แน่นอน " เซี่ยซินหยาน พยักหน้า และได้อธิบายต่อว่า " ไม่เพียง แต่ปีศาจเท่านั้น แม้แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ในความมืดอย่างในดินแดนใต้พิภพเจ็ดชั้นก็บ่มเพาะได้เช่นกัน ! แต่ ไม่ว่าจะเป็นปีศาจหรือผู้ที่อาศัยอยู่ในความมืด พลังที่พวกเขาใช้บ่มเพาะนั้นล้วนแตกต่างจากเรา ปีศาจที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ของปีศาจจะต้องดูดซับพลังปีศาจตามธรรมชาติ ส่วน ผู้ที่อาศัยอยู่ในความมืดในดินแดนใต้พิภพเจ็ดชั้น , จะดูดซับพลังความมืดตามธรรมชาติ พลังปีศาจและพลังความมืดนั้นเป็นเหมือนจิตวิญญาณตามธรรมชาติเมื่ออยู่ที่นี่ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มคนที่ดูดซับพลังเหล่านี้เช่นกันนอกจากปีศาจและผู้ที่อาศัยอยู่ในความมืด มีคนต่างดินแดนมากมายที่อาศัยอยู่ในทะเลไม่มีสิ้นสุดแห่งนี้ พวกเขาต่างก็ฝึกฝนและบ่มเพาะพลังที่แตกต่างออกไปจากเรา แต่ไม่ว่าจะเป็น พลังความมืด พลังปีศาจ หรือพลังจิตวิญญาน พวกมันต่างก็มีพลังทางธรรมชาติที่แตกต่างกันออกไป การบ่มเพาะของนักรบ ส่วนใหญ่ต่างก็มีพลังจิตวิญญานแตกต่างกันออกไป . . . . . . . "

เซี่ยซินหยาน อธิบายเรื่องเกี่ยวกับทะเลไม่มีสิ้นสุดให้ฉื่อหยานฟังวช้าๆ นางพูดถึงปีศาจ และผู้ที่อาศัยอยู่ในความมืด และความแตกต่างระหว่างดินแดนพระเจ้าและแผ่นดินรุ่งเรือง

" ราชาปีศาจโปวชุน . . . . . . . " ฉื่อหยานขมวดคิ้ว " ทำไมเขาถึงโจมตีลุงเสี่ยวกันหละ ? "

" ในวันนั้น หัวหน้าของตระกูลหยาง หยางชิงตี้ ได้นำนักรบจากตระกูลหยางบุกเข้าไปในดินแดนสี่อสูรและ พวกเขาก็ได้ปรมจารย์ปีศาจไป ข้าคิดว่าท่านเสี่ยวได้บอกเจ้าเกี่บวกับเรื่องนี้แล้วเสียอีก ? "

" ใช่ " .

" ปรมจารย์ปีศาจที่ตายไปนั้นเองก็อยู่ภายใต้อำนาจของโปวชุน ! ในดินแดนสี่อสูร มีปรมจารย์ปีศาจอยู่ด้วยกันสี่ตน สองตนติดตามจี่หยาน , และอีกสองตนเป็นผู้ติดตามของราชาปีศาจโปวชุน หยางชิงตี้นั้นได้ฆ่าหนึ่งในปรมจารย์ปีศาจของโปวชุนไป ดังนั้นแน่นอนว่า โปวชุนจะต้องเอาคืนตระกูลหยาง "

" โปวชุนเองก็ใกล้เข้าสู่ระดับพระเจ้าแท้จริงแล้วทำไมมันไม่มันถึงไม่โจมตีตระกูลหยางหละ . . . . . . . ทำไมถึงจับตัวลุงเสี่ยวไปแทน ? " ฉื่อหยานนั้นงุนงงเป็นมาก

" ใครว่าโปวชุนจะไม่โจมตีหละ ? " เซี่ยซินหยาน ถลึงตามองฉื่อหยาน แล้วพูดอย่างเย็นชา " โครงกระดูกมือยักษ์สีขาวเป็นเพียงหนึ่งในสามของร่างจำแลงโปวชุนเท่านั้น แม้ว่ากระดูกนั้นจะเป็นโปวชุน แต่มันก็ไม่ใช่ตัวตนของเขา โปวชุนนั้นเก็บร่างกายจริงของมันไว้ในถ้ำพันปิศาจตลอดเวลา เขาไม่ออกมาง่ายๆแน่นอน ถ้านั้นเป็นร่างจริงของโปวชุนที่มาโจมตีเราหละก็ เจ้าคิดว่า เจ้ากับข้าจะหนีรอดได้งั้นรึ ? "

" อะไรนะ ? " ฉื่อหยานตกใจ " เจ้ากำลังจะบอกว่ามือกระดูกยักษ์นั้นเป็นเพียงร่างแลงเท่านั้นรึ . . . . . . . นั้นเป็นเพียงแค่แขนข้างเดียวเท่านั้นนะ ?

" ใช่แล้ว "

หัวใจของฉื่อหยาน ก็หวั่นไหว

นั้นเป็นเพียงมือข้างหนึ่งของร่างโครงกระดูกเท่านั้น ยังสามารถทำให้ทะเลไม่มีสิ้นสุดปั่นป่วนได้ อีกทั้งมันยังสามารถตัดผ่านพื้นที่ และจับเสี่ยวฮานนยีไปได้อีก แล้วราชาปีศาจโปวชุนตัวจริงหละ จะทรงพลังขนาดไหน ?

เซี่ยซินหยาน มองไปก็รู้ว่าเขาตกใจเพียงใด นางไม่ได้รีบร้อนที่จะพูดอะไร นางเพียงแค่มองเขาเท่านั้น

หลังจากที่เวลาผ่านไปสักพัก ดวงต่ของฉื่อหยานก็กลับมามั่นคง และเขาก็พูดออกมา , " นี่สินะคือความหวาดกลัว…. คอยดู สักวันข้าจะต้องจัดการปับโปวชุนให้ได้ "

เซี่ยซินหยาน ตะลึง และดวงตาที่สวยงามของนางเต็มไปด้วยอารมณ์แปลกประหลาด " เจ้าอยู่เพียงนภาแรกในระดับหายนะ เจ้ากล้าพูดอวดอ้างว่าจะจัดการกับโปวชุนงั้นรึ ? ต่อให้ผ่านไป 100 ปี เจ้าไม่ยังไม่อาจเทียบได้กับหนึ่งในร่างจำแลงของโปวชุนด้วยซ้ำ คนตระกูลหยางนี่ช่างหยิงพยองจริงๆ ไม่รู้ค่าของตัวเองเสียเลย "

ฉื่อหยานยิ้ม " ข้ายังเยาว์อยู่ ข้ายังมีเวลาอีกมากมายที่จะพัฒนาตัวเอง สักวันนึง ข้าอาจจะเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงดังทั่วทุกดินแดน และ สามารถตัดแยกพื้นที่ได้ด้วยมือเปล่า ก็ได้ "

เซี่ยซินหยาน ก็เงียบลง แต่สักพัก นางก็พยักหน้าเบา ๆ นางไม่ได้พูดอะไรมาก แต่ภายในจิตใจของนาง ก็มองฉื่อหยานเปลี่ยนไป

หากเป็นนักรบธรรมดา หลังจากเห็นพลังของราชาปีศาจโปวชุน พวกมันจะต้องเป็นแผลเป็นในจิตใจแน่นอน อย่าว่าแต่จะสู้กับราชาปีศาจโปวชุนเลย บางทีแผลเป็นในจิตใจเหล่านั้นอาจจะทำให้การบ่มเพาะของพวกเขาหยุดลงก็ได้ และจะไม่สามารถทำอะไรได้จนกว่าแผลเป็นในใจเหล่านั้นจะหายไป

แต่ฉื่อหยานนั้น จิตใจแข็งแกร่งยิ่งนัก ไม่เพียง แต่เขาจะไม่กลัว แต่เขายังมีความคิดที่ยิ่งใหญ่ว่า เมื่อเติบโตขึ้นวันหนึ่งเขาจะต้องจัดการกับโปวชุนให้ได้ ด้วยนิสัยเช่นนี้ ตราบใดที่เขามีโชึและความสามารถเพียงพอสักวันเขาจะต้องอยู่บนจุดสูงสุดของโลกใบนี้แน่นอน

" ลุงเสี่ยวจะเป็นอะไรหรือไม่ ?? " ฉื่อหยานก็ถอนหายใจออกมา และพูดอย่างเศร้าสร้อย " ลุงเสี่ยวได้ช่วยเหลือข้ามากมายในสมาคมการค้า ข้าไม่อยากให้มีอะไรเกิดขึ้นกับเขา นี้มันแย่มาก ข้านั้นยังไม่แข็งแกร่งพอ มิเช่นนั้นข้าจะฆ่าพวกปีศาจในดินแดนสี่อสูรทั้งหมดและพาลุงเสี่ยวกลับมาจากเงื้อมมือของโปวชุนสะ "

" ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน " เซี่ยซินหยาน ส่ายหน้า " ข้าเกรงว่าแม้แต่ร่างจำแลงของโปวชุนท่านเสี่ยวเองก็ไม่สามารถรับมือได้ หวังว่าสวรรค์จะช่วยให้คนดีเช่นท่านเสี่ยวรอดจากภัยพิบัติครั้งนี้นะ"

สีหน้าของฉื่อหยานเต็มไปด้วยความผิดหวัง เขาส่ายหัวและถอนหายใจ แล้วกล่าวว่า " ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับลุงเสี่ยวหละก็ วันหนึ่ง ข้าจะต้องแก้แค้นให้เขาแน่อน และข้าก็จะฆ่าราชาปีศาจโปวชุนสะ "

สีหน้าของเซี่ยซินหยานก็เปลี่ยนไป นางยิ่งตะลึงมากขึ้นด้วยความทะเยอทะยานของฉื่อหยาน ในทะเลที่กว้างใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุด มีนักรบที่แข็งแกร่งอยู่มากและเต็มไปด้วยนักรบที่ทรงพลังมากมาย แต่ไม่มีผู้ใดสามารถกล้าพูดได้ว่า สักวันเขาจะฆ่าโปวชุน

ผู้ชายคนนี้เป็นเพียงนักรบในระดะหายนะเท่านั้นและเพิ่งจะก้าวเข้าสู่จุดเริ่มต้นของศิลปะการต่อสู้ ขณะที่เจอพลังชั่วร้ายมหาศาลของโปวชุนไปเช่นกัน เขากลับยังกล้าพูดจาออกมาอย่างทะเยอะทะยานเหมือนคนบ้า

ฉื่อหยานไม่อธิบายใดๆ เขาไม่อยากจะพูดอะไรให้เหมือนว่าตนนั้นอวดดีอีก

อย่างไม่มีเหตุผล เขานั้นแน่ใจว่า ด้วยจิตวิญญานลึกลับที่อยู่ในร่างเขา เขาจะต้องมีศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดแน่นอน !

ตราบใดที่เขายังสังหารอยู่ เขาก็สามารถดูดซับพลังได้ตลอดเวลา และจากนั้นเขาก็จะเปลี่ยนแปลงไปและพลังปราณลึกลับของเขาก็จะแข็งแกร่งขึ้น

เขาเพียงแค่ฆ่าสังหารคนอีกหลายพันเท่านั้น นั่นก็สามารถเทียบได้กับการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงของคนธรรมดานับสิบปี ด้วยจิตวิญญานต่อสู้ลึกลับมหัศจรรย์ที่อยู่ในร่างเขา วันหนึ่ง เขาจะต้องสามารถเผชิญหน้ากับจอมปีศาจโปวชุน ได้แน่นอน เขานั้นไม่คิดจะบอกใครเกี่ยวกับเรื่องนี้

ผ่านมาอีกสองวัน ฉื่อหยาน และ เซี่ยซินหยาน ทั้งสองยังคงอยู่บนเกาะร้าง พวกเขารอดมาได้เพราะกินเนื้อสัตว์ เนื้อปลา และดื่มเลือดจากปลา

ในทะเลไม่มีที่สิ้นสุดแถวนี้ ไม่มีสัตว์อสูรที่บินได้ หรือมีเรือยักษ์ ผ่านมาเลย มันอาจดีกว่าหากอยู่ที่เกราะแห่งนี้แทนที่จะสุ่มสี่สุ่มห้าออกจากเกราะไป

เซี่ยซินหยาน เองก็เห็นด้วยเช่นกัน ผ่านมาสองวันแล้ว นอกจากการกินอาหารร่วมกันแล้ว ทั้งคู่ต่างก็ฝึกบ่มเพาะอย่างไม่รบกวนกัน

แล้วอีกวันก็ผ่านพ้นไป

เขานั่งบนทราย ฉื่อหยานขยายพลังจิตวิญญานออกไป และจู่ๆ เขาก็รู้สึกถึงวัตถุในระยะไกล ทันที สีหน้าของเขาก็เบิกบาน เขารีบลุกขึ้นยืนและตะโกนบอกเซี่ยซินหยาน " มีเรือกำลังมา ! "

เซี่ยซินหยาน มาจากอีกทางของเกาะ และมาตรงฉื่อหยาน สายตาของนางมองออกไปทางทิศตะวันออก

และในเวล 15 นาที ก็มีเรือเหล็กใหญ่ค่อยๆปรากฏออกมา ธงเรือเหล็กลอยตามลมในมหาสมุทรมันดูน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก

" เห้ยยยยยยยยยยยยย ! เห้ยยยยยยยยยยยยย "

ฉื่อหยานร้องเสียงดัง เสียงร้องของเขาทะลุผ่านท้องฟ้า เหมือนเสียงคำรามของหมาป่า

เซี่ยซินหยาน ขมวดคิ้วเข้าหากันและครอบคลุมหูนางพร้อมกับด่าเขาในใจของนาง นางถลึงตาใส่เขาอย่างขมขื่น

เรือเหล็กใหญ่ ดูเหมือนจะได้ยินเสียงเรียก และมันก็ค่อยๆเริ่มเดินเรือมาที่พวกเขา

ฉื่อหยาน แกว่งแขนของเขาและยังคงร้องออกมา

" เฮ้ ! " อยู่ๆเขาก็อุทานออกมาอย่างรื่นร่มและเขาก็หัวเราะ "ฮ่า ฮ่า ซินหยานดูสิเรื่อนี่น่าสนใจจริงๆ "

บนเรือเหล็กยักษ์แขวนธงอยู่มากมาย เป็นภาพที่ดูกระตุ้นอารมณ์ทางเพษปักในแต่ละของธง มีรูปหนึ่งเป็นหญิงชายในท่ารถเข็น [TL. อยากรู้ท่ารถเข็นเป็นยังไงไปหาในกูเกิ้ลคำนี้ wheelbarrow position images ละไปกดดูที่หมวดรูปภาพ] , และยังคงมีท่าอื่น ๆในแต่ละรูปอีกมากมาย ดังนั้น ภายใต้ลมแรงมหาสมุทรพัดรูปภาพเหล่านั้นจึงโบกพัดอย่างเร่าร้อน ชายและหญิงในรูปเหล่านั้นดูเหมือนจริงและเล้าอารมณ์เป็นอย่างมาก ดูราวกับว่าพวกเขามีชีวิตจริงๆ และแสดงให้เห็นถึงความแข็งแรง .

เซี่ยซินหยาน หน้าแดง นางนึกถึงอะไรบางอย่าง และอุทาน " นั่นมันเรือจาก ดินแดนมหัศจรรย์หยินหยาง "

แล้วเซี่ยซินหยาน อย่างรวดเร็วก็แตะแหวนหยกสีเขียวบนนิ้วของนาง และหยิบผงยาชุดหนึ่งออกมา และนางก็รีบละเลงลงบนใบหน้าของนาง

ไม่กี่นาทีต่อมา เซี่ยซินหยาน ใบหน้าก็เปลี่ยนไป

ลักษณะสวยงามอันน่าทึ่งของนางก็หายไปอย่างสิ้นเชิง แทนที่ด้วยใบหน้าที่หมองค้ำและเต็มไปด้วยสิวสีเหลือง ทำให้นางดูเป็นหญิงที่น่ารังเกียจ

" เจ้าทำบ้าอะไรของเจ้าหนะ ? " ฉื่อหยาน ก็พูดไม่ออก

" ผู้คนจากดินแดนมหัศจรรย์หยินหยาง นั้นมักจะทำตามความต้องการของตน พวกเขาเป็นหนึ่งในกองกำลังที่ไม่เหมือนใครในดินแดนไม่มีสิ้นสุด สาวกของดินแดนมหัศจรรย์หยินหยาง บ่มเพาะด้วยการมีเพศสัมพัมธุ์กัน ผู้ชายจะมองหาผู้หญิงที่โดดเด่นและหญิงคนนั้นก็จะตกเป็นเป้าหมายของสาวกในดินแดนมหัศจรรย์หยินหยาง ขณะนี้ พลังของข้ายังไม่หายดี ดังนั้นถ้าหากข้าเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงของข้าหละก็ ข้าเกรงว่าข้าคงจะจบสิ้นหนะสิ…..." หลังจากเสร็จสิ้นการปลอมตัวของนาง เซี่ยซินหยาน ในที่สุดผ่อนคลายเล็กน้อยและพูดออกมาเรียเฉย

" อ๊ะ ! " ฉื่อหยาน อุทานออกมา แล้วขมวดคิ้วจากนั้นก็พูดว่า " งั้นคนอย่างข้าที่มีหน้าตาหล่อเหลาคงจะไม่ ' ทรมาน ' สินะ "

" อืมม . . . . . มีบ้างที่บุรุษบางคนในดินแดนมหัศจรรย์หยินหยางจะเป็นพวกรักร่วมเพศเช่นกัน" เซี่ยซินหยาน พูดออกมาอย่างเรียบเฉยและ แอบรู้สึกรื่นรมย์

" รักร่วมเพศรึ ! " และใบหน้าของฉื่อหยานก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ._______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1195 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 122 ดินแดนมหัศจรรย์หยินหยาง

คัดลอกลิงก์แล้ว