เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 114 การตายของฉื่อเตี่ย

บทที่ 114 การตายของฉื่อเตี่ย

บทที่ 114 การตายของฉื่อเตี่ย


บทที่ 114 การตายของฉื่อเตี่ย

ด้วยใบหน้าที่เศร้าหมอง ฉื่อเตี่ย เคลื่อนไหวผ่านเมืองเทียนหยุนพร้อมกับคนจากตระกูลฉื่ออีกเจ็ดคน .

จากตระกูลฉื่อไปถึงตระกูลซั่ว เกือบทุกถนนเป็นถนนค้าขาย ฝูงชนมากมายก็จะหลีกทางให้ เมื่อพวกเขาเห็นม้าจากตระกูลฉื่อ

ฉื่อเตี่ยนั่งนั่งบนม้าด้วยสีหน้าจริงจัง เขากำลังขบคิดวิธีที่จะพูดคุยกับซั่วชูเกี่ยวกับตระกูลหลิง

หลังจากนั้นกองทัพ รวมทั้งฉื่อเตี่ยก็ถึงถนนที่เงียบสงบ

ถนนนี้อยู่ระหว่างตระกูลฉื่อและตระกูลซั่ว แม้คนตะไม่เยอะนัก แต่ก็มีอยู่ย้าง

แต่ในวันนี้ ถนนกลับเงียบสงบ และไม่ปรากฏคนสักคน

ฉื่อเตี่ยไม่ได้คิดอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นนักเพราะเมืองเทียนหยุนกำลังเกิดความวุ่นวาย ดังนั้น ประชาชนจึงไม่ค่อยเดินผ่าน ถนนจึงเงียบสงบ

กองกำลังก้าวผ่านอย่างรวดเร็ว , เมื่อพวกเขามาถึงจุดศูนย์กลางถนนที่เงียบสงบ

ฉื่อเตี่ยสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นจริงจัง

" บูม ! "

กำแพงหินข้างถนนระเบิดออกมาทันที และกำแพงหินขนาดใหญ่อีกอันก็ระเบิดขึ้นตามมา พร้อมกับลอยขึ้นไปในอากาศ แล้วตกลงมาที่ฉื่อเตี่ย .

ขณะเดียวกัน เงาหลายเงาก็ลงมามาบนถนน และ พุ่งมาที่ฉื่อเตี่ย เหมือนนกอินทรีที่โฉบลงบนเหยื่อ

ที่โล่งแจ้ง, สายฟ้าฟาดผ่านด้านหน้าฉื่อเตี่ย .

พื้นที่ถูกปิดผนึกด้วยสิ่งที่คล้ายกับตาข่ายขนาดใหญ่ มันครอบคลุมและปิดผนึกมันจากทุกทิศทาง

ฉื่อเตี่ยเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นจึงตะโกนออกมา " โม่ตั่ว ! หลิงจื้อ ! "

สายฟ้าที่เหมือนมังกร กล้ายเป็นตาข่าย ปิดกั้นถนน และทุกอย่างก็เงียบลงทันที

" ปัง ปัง ปัง ! "

ร่างกายฉื่อเตี่ยแข็งขึ้นทันทีที่เขาใช้ จิตวิญญานกายาแข็งและโคจรพลังในระดับรู้แจ้งให้สูงสุด และแสงก็พุ่งออกมาจากร่างกายของเขา และเขาก็ทุบไปที่หินที่กำลังพุ่งมาหาเขา

" ปัง ปัง ปัง ! "

ในด้านข้างของถนน กำแพงหินที่เหลือก็ระเบิกขึ้นทีละแผ่น และหินก็พุ่งไปที่ฉื่อเตี่ย เหมือนกับคลื่นเนินเขา

ในที่สุด ควันสีม่วงอ่อนก็ลอยออกมาจากแรงระเบิด และลอยไปรอบๆฉื่อเตี่ย .

ฉื่อเตี่ยก็กลั้นหายใจและตะโกนออกมาด้วยความโกรธ " บูโบ้ พวกเราตระกูลฉื่อจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่ ! "

" ตระกูลฉื่ออ่อนแอเกินไปและอีกไม่นานเจ้าเองก็จะตาย ! . " บูโบ้พูดด้วยเสียงเย็นชา เหมือนกับงูพิษ ที่เต็มไปด้วยความชิงชัง

ในที่สุดควันก็อบอวล และครอบคลุม ไปที่ฉื่อเตี่ยและนักรบคนอื่นๆ

หากไม่รวมฉื่อเตี่ยแล้ว คนอื่นๆของกลุ่มที่มากตระกูลฉื่อและอยู่ในระดับหายนะ หรือปฐพี ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่สูดหายใจเข้าไป พวกเขาก็ไม่สามารถป้องกันควันสีม่วงได้ และผิวหนังของพวกเขาก็กลายเป็นสีม่วงทันที พวกเขาดูทรมานเป็นอย่างมาก รู้สึกเหมือนกับว่ามีแมลงนับล้านกำลังแทะเล็มร่างกายของพวกเขาอยู่

เป็นเสียงกรีดร้องอย่างทุกข์ทรมานที่ดังออกมาจาก เหล่านักรบตระกูลฉื่อและพวกเขาก็ล้มลง ร่างกายของพวกเขาเริ่มที่จะเน่าและสลายไป

หลังจากใช้จิตวิญญานกายาแข็ง ฉื่อเตี่ย ที่อยู่ในควันพิษสีม่วง ผิวของเขาก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงเช่นกัน เขารู้สึกปวดไปทั่วร่างกายของเขา

" หึ ! เจ้าอยู่ในระดับรู้แจ้ง แต่กลับโง่ไปอยู่ในควันพิษเน่าเปื่อยของข้า " บูโบ้พูดออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ เสียงของมันดังมาจากด้านบนของบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ติดถนน

" ปัปปัปปัป ! "

สายฟ้าทีสร้างออกมาโดยโม่ตั่วก็ไหลออกมาอย่างไม่รู้จบ ในขณะเดียวกัน ตาข่าที่สร้างโดยหลิงจื้อก็ห่อรอบๆฉื่อเตี่ย .

ยอดฝีมือจาตระกูลโม่และตระกูลหลิงวิ่งเข้ามา และล้อมไปรอบๆฉื่อเตี่ย .

อาวุธคมมากมายส่องแสงและพุ่งเข้ามาที่ร่างของฉื่อเตี่ยเหมือนกับหยาดฝน

ฉื่อเตี่ยกลายเป็นเหมือนหมอนปักเข็มหมุดทันที และเนื่องจากพิษ , จิตวิญญานกายาแข็งจึงไม่สามารถปกป้องเขาได้อีกต่อไป

" ฆ่ามัน ! "

โม่ตั่วก็โผล่ออกมา เขายกค้อนสีเงิน ซึ่งถูกปกคลุมด้วยสายฟ้าขึ้น และกระแทกมันลงไปที่ฉื่อเตี่ย .

" แก๊กแก๊ก ! "

กระดูกทุกชิ้นในร่างกายของฉื่อเตี่ยเขาแตกหักและเขาก็สำลักเลือดออกมา

" บูม ! "

หน้าตาฉื่อเตี่ยกลายเป็นน่าเกลียด ร่างกายแข็งแกร่งก็ล้มลงกับพื้น และเน่าเปื่อยไปอย่างรวดเร็ว

หลิงจื้อเดินออกมาจากต้นไม้และมองไปที่ศพด้วยสายตาเย็นชา " และแล้วฉื่อเจี้ยนเสียแขนไปข้างหนึ่ง เมื่อ ฉื่อเตี่ยตายแล้วมันก็เป็นเรื่องง่ายขึ้นที่จะทำลายตระกูลฉื่อ "

โม่ตั่วดูรื่นรมย์ และเขาก็ทุบไปที่กะโหลกของฉื่อเตี่ยด้วยค้อนของเขาอีกครั้ง

" ข้าจะฝังศพตระกูลฉื่อกับหลานชายของข้า การตายของฉื่อเตี่ย เป็นการเริ่มต้นเท่านั้น! " โม่ตั่วหน้าตาดุร้าย

" น้องโม่ ข้าคิดว่าเราควรจะจัดงานแต่งงานของลูกเราก่อน. ในขณะที่ตระกูลฉื่อต้องจัดงานศพ เราก็จะจัดงานแต่งงานขึ้น นั่นไม่น่าวนใจหลอกรึ ? " หลิงจื้อขึ้นมาพร้อมกับความคิด

" ดี ! ฮ่า ฮ่า ! ! " โม่ตั่วระเบิดหัวเราะออกท่ " มาเก็บกระดูกฉื่อเตี่ยไป และส่งพวกมันไปที่ตระกูลฉื่อ นี่คือของขวัญสำหรับพวกมัน ขอให้สมาชิกในตระกูลฉื่อมีอายุยืนยาว ! ฮ่า ฮ่า ฮ่า "

" ขอรับ ! "

. . . . . . .

ที่บึงมรณะ

ฉื่อหยานนั่งอยู่บนค้างคาวโลหิตครามกับราชาอสูร เสี่ยวฮานยี่ พร้อมกับใบหน้าที่ไร้ความรู้สึก พวกเขากำลังฝึกฝนอยู่

เมื่อราชาอสูร เสี่ยวฮานยี่ ฝึกชิ้นส่วนเลือดอสูร มันจะมีผลต่อเลือดคนที่อยู่รอบๆตัว ฉื่อหยานที่นั่งอยู่ข้างเขาๆก็รู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง และเลือดของเขาก็ไม่สามารถควบคุมได้ , มันพยายามที่จะพรั่งพรูออกมาจากร่างกายของเขา

เสี่ยวฮานยี่ เหมือนกับรู้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับฉื่อหยาน จู่ๆเขาก็เปิดตาขึ้นและยิ้ม " คุณชายหยาน , ชิ้นส่วนเลือดอสูร นั้นสามารถส่งผลต่อเลือดผู้อื่นได้ ดังนั้นท่านจะต้องระมัดระวัง ในขณะที่นั่งใกล้กับข้า หึหึ ถ้าคุณชายหยาน ไม่ชอบมัน ท่านจะเปลี่ยนไปนั่งค้างคาวอีกตัวก็ได้ "

ในขณะที่พูด เสี่ยวฮานยี่ ก็แอบชำเลืองมองที่ค้างคาวโลหิตคราม ที่เซี่ยซินหยานนั่งอยู่เงียบๆ

เซี่ยซินหยาน ก็ยังคงใส่ผ้าคลุมหน้าอยู่ และดวงตาที่สดใสของนางก็ดูเหม่อลอยออกไกลออกไป

มือบางของนางกดลงบนกระดูกด้านหลังของค้างคาวโลหิตคราม ในขณะที่ร่างบางของนางเปิดเผยให้เห็นถึงส่วนโค้งเว้าที่สมบูรณ์แบบ นางช่างน่าหลงไหล่เป็นอย่างมาก !

มองตามสายตาของเสี่ยวฮานยี่ ฉื่หยานก็มองไปที่เซี่ยซินหยานอย่างชื่นชม และเขาก็หันไปด้านข้างและพูดขึ้น " ผู้เฒ่าเสี่ยว นางเป็นหญิงสูงศักดิ์ในทะเลไม่มีสิ้นสุดงั้นรึ ? "

หลายวันที่ผ่านมา ฉื่อหยานอยู่ร่วมกับเสี่ยวฮานยี่ . ฉื่อหยานนั้นเป็นคนสบายๆ ตอให้นั่งกับยอดฝีมือในนภาที่สองของระดับนภา เขาก็ไม่ได้แสดงความเคารพใด ๆออกมาและยังคงพูดอย่างเปิดเผย

เสี่ยวฮานยี่ นั้นเป็นคนที่ผ่านสงครามมามากมาย ดังนั้น เขาเองก็เป็นคนเด็ดเดี่ยว . เขาชื่นชอบในความกล้สของฉื่อหยานเป็นอย่างมาก เขาเองก็ไม่พูดอย่างเป็นทางการกับฉื่อหยานเช่นกัน

" แน่นอน " เสี่ยวฮานยี่ แสดงสีหน้ามีความหมาย " นางนับได้ว่าเป็นคนที่สวยที่สุดในทะเลไม่มีที่สิ้นสุด ทุกคนต่างก็ฝันถึงนาง อย่างไรก็ตาม นางก็จะเย็นชาใส่พวกเขา นายน้อยหยานถ้าท่านแตะต้องได้แม้แต่เล็บของนาง ท่านหัวหน้าตระกูลต้องตกใจแน่ ! "

" หึหึ " ฉื่อหยานยิ้มอย่างมีเลศนัย .

" ทั้งตาเฒ่าและเด็กน้อย ป่าเถื่อนทั้งคู่ ! " เซี่ยซินหยาน ดูเหมือนจะรู้ว่าสิ่งที่พวกเขากำลังพูดถึง ขอหันคอขาวของนางมา และดวงตาที่สดใสของนางก็เต็มไปด้วยการดูถูก

" ฮ่า ๆเซี่ยเอ๋อเจ้าได้ยินด้วยรึ ? " เสี่ยวฮานยี่ ยังคงหัวเราะออกมาอย่างหน้าด้าน " เซียเอ๋อ นายน้อยของเรานั้นเก่งเป็นอย่างมาก แม้ว่าระดับของเขาตอนนี้ค่อนข้างที่จะต่ำ แต่เขาจะมีอนาคตที่ดีได้แน่นอน ทันทีที่เรากลับไปทะเลไม่มีที่สิ้นสุด เขาจะได้ฝึก ลัทธิอมตะจุติ[Immortal Rebirth Creed ใครมีชื่อดีกว่านี้เสนอมาได้นะ 5555] ของตระกูลหย่างและจะก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และการแต่งงานระหว่าง ตระกูลเซี่ยและตระกูลหยางจะต้องเป็นสิ่งที่สุดยอดแน่นอน ท่านคิดเช่นไรกับคุณชายหยานรึ ? ฮ่า ฮ่า "

ฉื่อหยานมองอย่างเรียบเฉย แต่แอบก่นด่าเสี่ยวฮานยี่อยู่ในใจว่า ไร้มารถยาท !

เซี่ยซินหยานเห็นฉื่อหยานดูเย็นชานางก็พูด " ถึงแม้ว่า เขาจะมีพรสวรรค์ แต่ระดับการบ่มเพาะของเขาต่ำเกินไปในเวลานี้ และก็ไม่แน่ว่า วันหนึ่ง เขาจะก้าวหน้าขึ้นหรือไม่ หึ หากต้องการแต่งกับข้างั้นรึ ? งั้นเขาก็ต้องจัดการข้าให้ได้เสียก่อน "

ฉื่อหยานจับไปที่จมูกโดยไม่โกรธเลย " ซินหยานผู้งดงาม เจ้าเป็นคนพูดเองนะ ไม่ต้องห่วง , อีกไม่นาน ข้าจะจัดการเจ้าแน่นอน ! "

" ซินหยานผู้งดงาม ? " เซี่ยซินหยาน ก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออก นางส่ายหน้าด้วยท่าทางเขินอาย " หึ สมแล้วที่เจ้าเป็นคนของตระกูลหยาง เจ้าช่างไร้ยางอายและหยิ่งยโสเหมือนพวกเขายิ่งนัก "

" หึหึ ! " ฉื่อหยาน ก็พูดออกมาอย่างไม่อาย " นี้เป็นข้อตกลง หากวันใดข้าจัดการเจ้าได้ เจ้าก็จะ . . . . . . . "

" ให้ถึงวันนั้นก่อนเถอะ ! " ก่อนที่ฉื่อหยานจะพูดจบ เซี่ยซินหยานก็พูดขัดจังหวะเขาขึ้น อย่างไรก็ตาม นางไม่คิดว่าจะมีวันนั้นแน่นอน " หึ ขณะที่เจ้าแข็งแกร่งขึ้น ข้าก็แข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน เมื่อถึงระดับหายนะ ความเร็วในการบ่มเพาะของเจ้าก็ไม่รวดเร็วเช่นนี้แล้ว ข้าสงสัยว่าถึงตอนนั้นเจ้าจะทำตัวหยิ่งได้อีกหรือไม่ !”

" ไม่ต้องเป็นห่วงซินหยาน , ข้าจะไม่ให้เจ้ารอนาน " ฉื่อหยานยังคงเรียกนางว่า " ซินหยานอยู่ " ราวกับว่าเขาอายุเท่ากับนาง

เซี่ยซินหยานมีใบหน้างดงาม ฉลาด และรูปร่างที่สมบูร์ เหตุใดฉื่อหยานจะไม่สนใจ ?

มันเป็นเพราะว่าเขาก่อนหน้านี้นั้นต่างชั้นกับนางนัก แต่ตอนนี้ ฉื่อหยานนั้นมีความหวังเป็นอย่างมาก

เซี่ยซินหยาน ก็อึดอัดที่ได้ยินเขาเรียกนางว่า " ซินหยาน " นางมองหน้าเขาอีกครั้ง แล้วลูบไปที่หัวของค้างคาวโลหิตคราม เบาๆ

ค้างคาวโลหิตครามก็บินช้าลง และรักษาระยะห่างไกลออกไปจากฉื่อหยาน

ฉื่อหยานไม่สนใจ แล้วหันกลับไปมองนาง ด้วยกิเลสและความปรารถนาที่ชัดเจน

" ดีมาก ! " เสี่ยวฮานยี่ ยกย่องและกล่าวด้วยเสียงต่ำ " จับนางให้อยู่หมัดสะ นางจะต้องเป็นประโยชน์กับตระกูลของเราแน่นอน ข้าจะสนับสนุนท่าน ! ข้าเชื่อว่าท่านทำได้ ! "

" ง่ายดาย มันเป็นเรื่องที่ง่ายดายนัก ! " ฉื่อหยานนัยน์ตาเป็นประกาย แม้แต่เสี่ยวฮานยี่ ก็ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1195 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 114 การตายของฉื่อเตี่ย

คัดลอกลิงก์แล้ว